เข้าสู่ระบบลู่ชุนหยางจ้องมองคนที่พูดโดยไม่ลืมตา เพียงเท่านี้ก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าถูกหมางเมินเข้าแล้ว
มุมปากหยักอมยิ้มอย่างพึงพอใจ นับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาถูกสตรีเมินเฉย ท่าทีเช่นนี้ทำให้รู้สึกปลอดภัย และสบายใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ข้าเอาหมอนมาให้ เจ้าจะได้นอนพักสบาย ๆ นั่งเอนหลังแบบนั้นไม่เมื่อยหรือ”
หมอนหนุนสีน้ำเงินเข้มขนาดกะทัดรัด ถูกวางลงข้างกายสตรีงดงาม
สายตาคมกริบไม่กล้ามองต่ำเกินระดับใบหน้า ถึงแม้ผู้มาเยือนจะแต่งกายรัดกุมยิ่งกว่าสตรีในเมืองท่า ทว่าความเย้ายวนไม่ได้เลือนหายลงเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ากำลังจะกลับไปพักผ่อนที่เรือนพอดี”
ดวงตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นอย่างจำยอม คนถูกรบกวนลุกขึ้นยืนเตรียมถอยห่างทันที
นางไม่ประสงค์ใช้หมอนของเจ้าบ้านหน้านิ่ง เทพเซียนอันใดหน้าตาคล้ายเทพพิโรธเสียมากกว่า!
“โกรธ?”
หมอนในเรือนนอนส่วนตัวถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี ลู่ชุนหยางจึงรู้สึกร้อนรนใจอยู่ไม่น้อย
“ว่าอย่างไรนะเจ้าคะ”
“เจ้าโกรธที่ก่อนหน้านี้ข้าพูดไม่ดีหรือ”
“ท่านถามไถ่ผู้มาเยือนไปตามใจคิด เพราะเป็นห่วงคนในครอบครัว ข้าเข้าใจดีและไม่ได้โกรธเคืองเลยเจ้าค่ะ”
โฉมสะคราญกล่าวพร้อมกับมองหน้าบุรุษนิสัยแปลกประหลาดย้อนแย้งในตัวเอง เพื่อหาความจริงในดวงตาคมกริบ
เขาต้องการสิ่งใดจากนางกันแน่ จึงยอมลดท่าทีหวาดระแวงลงแล้วเข้าหาด้วยท่าทีแปลกไป หรือบุรุษผู้นี้จะเป็นคนสองบุคลิกภาพ ต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอีกอย่าง
“แต่เจ้ามีทีท่าคล้ายไม่อยากพูดคุยกับข้า”
หมอนในเรือนของเขาถูกปล่อยทิ้ง เป็นหลักฐานชิ้นเอกว่าคนตรงหน้าไม่อยากผูกมิตรด้วย
“เอ่อ…ข้าแค่ไม่ถนัดพูดคุยกับคนที่เพิ่งพบหน้าเจ้าค่ะ ไม่ได้มีเจตนาอื่นเลย”
ไป๋ซือเย่วตอบไปตามจริง เพิ่งพบหน้ากันจะให้พูดคุยคล่องปากคงเป็นไปได้ยาก
กับลู่ซิ่วหยวนรายนั้นขยันถามไถ่พูดคุยเรียกพี่สาวทั้งวัน ทั้งยังเข้าหาอาเฟยจนเด็กน้อยตามติดอยู่ไม่ห่าง นางจึงใจอ่อนยอมเป็นมิตรด้วย
“เช่นนั้นก็รับหมอนไว้นอนพักต่อสักหน่อยเถิด ข้าไม่รบกวนเจ้าแล้ว”
คราวนี้หมอนสีน้ำเงินเข้มถูกเจ้าตัวเก็บขึ้นจากพื้นศาลา แล้วยื่นมาตรงหน้าด้วยท่าทีคาดหวัง
“แต่ว่า…”
“หากไม่โกรธเคืองอย่างที่กล่าวก็รับไว้”
กล่าวจบคนตัวสูงก็ผลักหมอนของตนใส่มือผู้รับ แล้วถอยห่างเดินจากไปทันที
“พิลึกคน คงไม่ได้เอาหมอนหนุนของตนเองมาให้ข้าหรอกนะ” ไป๋ซือเย่วบ่นตามหลังเสียงเบา
เมื่อก้มมองหมอนเจ้าปัญหาก็เห็นลวดลายงดงามแปลกตาบนปลอกหมอนสีน้ำเงินเข้ม พอลงกดดูก็พบว่าตัวหมอนนุ่มนิ่มและยืดหยุ่นดี จึงเอนกายลงนอนรับลมธรรมชาติต่อสักพัก
ใบหน้าหวานอมยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะรู้สึกนุ่มศีรษะอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ปกติหมอนรองหนุนมักจะแข็งจนต้องใช้ผ้าห่มวางทับอีกชั้น ทว่าหมอนใบนี้ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย จนไม่อยากนำกลับไปคืนเจ้าของ
“ข้าจะถือว่าท่านมอบให้อย่างถาวร”
ดวงตาทั้งสองข้างปิดลงอีกครั้ง เพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ประกอบกับชื่นชอบการพักสายตาท่ามกลางธรรมชาติ
ทางด้านเจ้าของหมอนยามนี้เดินกลับเข้าเรือนนอนด้วยท่าทีสบายใจ กายสูงใหญ่เตรียมตัวเอนหลังพักผ่อนบนเตียงนอน เฉกเช่นที่เคยทำอยู่เป็นประจำ
“โอ๊ย!”
เขาลืมว่ามีบางอย่างหายไป จึงเอนศีรษะลงอย่างแรงตามความเคยชิน
ศีรษะเลยฟาดเข้ากับเตียงนอนจนเกิดเสียงดังลั่น สองมือยกขึ้นกอบกุมท้ายทอยเพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด
ร่างสูงใหญ่หยัดกายลุกขึ้นนั่ง แล้วใช้ผ้าห่มผืนเล็กมาวางรองศีรษะแทนหมอนหนุนใบโปรด ที่ได้มาจากสหายตาฟ้าผู้มาจากดินแดนอันไกลโพ้น
………………………………………………..
ค่ำคืนแห่งการเผาไหม้ในตำหนักจวิ้นอ๋อง ได้ผ่านมานานนับเดือน ยามนี้สามารถชี้ชัดผู้บงการกระทำผิด จากคำให้การของพยานคนสำคัญ ที่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนข้างมาว่าร้ายเจ้านายตนเอง
บรรยากาศในลานตัดสินโทษเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เจ้าทุกข์นั่งเผชิญหน้ากับผู้มีความผิดด้วยสายตาดุดันแข็งกร้าว เขาอยากสังหารให้เสร็จสิ้นเพียงดาบเดียวยิ่งนัก
คนร้ายถูกชี้ชัดด้วยหลักฐานแน่นหนา ทั้งเรื่องปลอมแปลงถ้วยตรวจสายเลือดราชวงศ์ และบงการสังหารอดีตพระชายาเอกกับบุตรด้วยเปลวเพลิง
หลักฐานจากตั๋วฝากเงินที่ส่งมอบให้หมอหญิงผู้มาทำคลอด และถ้วยตรวจสอบสายเลือด ซึ่งมีความแตกต่างจากของจริงเพียงจุดเล็ก ๆ จุดเดียว เป็นไปตามคำให้การของพยานคนสำคัญ
พยานผู้นั้นขอละเว้นโทษตาย เพื่อแลกกับการบอกเล่าความจริงทุกประการ ไม่อย่างนั้นความลับจะตายตามนางไปทุกเรื่อง!
“เจียงซูหลิง เจ้ามีอะไรแก้ตัวอีกหรือไม่” น้ำเสียงเข้มตะคอกใส่พระชายารองแสนรัก
ไม่น่าเชื่อว่าสตรีที่เขาเลือกด้วยตนเอง จะมีนิสัยโหดเหี้ยมมากถึงเพียงนี้ ช่วงเวลานั้นเขาใช้สิ่งใดพิจารณากันแน่!
“ทะ…ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันทำเพราะรักพระองค์มาก ไม่อยากแบ่งปันสวามีให้สตรีใดทั้งนั้น”
หากเหรินหลานผู้ช่วยทรยศไม่กล่าวพาดพิงถึง เรื่องราวทุกอย่างคงไม่ลงเอยเช่นนี้
อุตส่าห์ดีใจมากที่สองคนแม่ลูกตายในกองเพลิง ไม่คิดเลยว่าหลักฐานทุกอย่างจะมัดตัวนางแน่นหนา ราวกับมีคนตั้งใจใส่ร้ายอย่างไรอย่างนั้น!
“ความผิดของเจ้าคือประหารชีวิตด้วยยาพิษ แต่บิดาของเจ้าใช้ความดีความชอบที่มีขอละเว้นโทษตายจากฮ่องเต้ เสนาบดีเจียงทำสำเร็จก็จริงแต่โทษเป็นของเจ้ายังคงอยู่ ฮ่องเต้อนุญาตให้ข้าลงโทษได้ทุกอย่าง”
สังหารบุตรและภรรยาของเขาในกองเพลิงอย่างโหดร้าย แค่ละเว้นโทษตายก็ถือว่าไร้ซึ่งความยุติธรรมมากแล้ว นับจากนี้นรกบนดินเท่านั้นที่เขาจะมอบให้เจียงซูหลิง!
ยิ่งนึกถึงใบหน้างดงามทว่าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของผู้จากลา หัวใจเฉยชายิ่งบีบรัดเข้ากันจนแน่นหน้าอก
เมื่อความจริงทุกอย่างกระจ่างแจ้งก็สายไปเสียแล้ว เขาทั้งมอบใบหย่าทั้งสังหารนางกับลูกทางอ้อม!
“ท่านอ๋องพระองค์รักหม่อมฉันไม่ใช่หรือเพคะ เหตุใดจึงไม่ละเว้นโทษเป็นด้วย หม่อมฉันสัญญาว่าต่อจากนี้จะอยู่อย่างสงบ และอีกอย่าง…”
“อีกอย่างอะไร!” น้ำเสียงดุร้ายตะโกนลั่นลานตัดสินโทษ
“หม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์เพคะ!”
แผนการสำรองของมารดานับว่าช่วยเหลือไว้ได้ทันกาล อีกทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นยังช่วยผ่อนคลายความเหงาลงได้หลายส่วน หากไม่ถูกละเลยก่อนนางคงไม่เลือกกระทำเช่นนี้หรอก
แผนสำรองนี้เหรินหลานผู้ช่วยทรยศไม่เคยรับรู้มาก่อน มารดาเป็นคนจัดสรรให้ทุกครั้งยามกลับไปเยี่ยมบ้านเดิม
ไปสามคืนก็สามคนเป็นอย่างน้อย ได้ออกแรงตั้งแต่หัวค่ำจนล่วงเข้าวันใหม่และเป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยมา
บิดาผู้หมกมุ่นอยู่กับอนุภรรยาคนใหม่ ไม่เคยรู้เรื่องราวอื้อฉาวในจวนตนเองเลยสักครั้ง ส่วนฮูหยินเอกมีปากก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นใบ้มานานหลายปีแล้ว
“ตั้งครรภ์! ช่างเหมาะเจาะโดยแท้”
กรามแกร่งขบกัดเข้าหากันแน่น ในช่วงเวลาแห่งปัญหารุมเร้าเช่นนี้ เหตุใดเด็กน้อยจึงอยากถือกำเนิดกันนัก คราวก่อนก็หนหนึ่ง!
“เพคะ หมอหลวงพึ่งยืนยันเมื่อเช้านี้”
คนมีความผิดก้มหน้าบีบน้ำตาเพื่อขอความเห็นใจ นางกระทำเรื่องเลวร้ายเพราะรักสวามีมาก
อีกทั้งบุตรในครรภ์ก็ไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย หวังว่าความผิดจะถูกผ่อนหนักให้เป็นเบา รอคอยให้เรื่องซาลงไปก่อนค่อยกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช
“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ
ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข
“เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่







