Share

ไม่เต็มใจต้อนรับสตรี

last update Last Updated: 2026-02-01 11:01:33

วันเวลาผันผ่านไปอีกหนึ่งเดือน ช่วงบ่ายของวันทั้งห้าคนก็เดินทางมาถึงเมืองท่าสำคัญของแคว้นถิงโจว

ดินแดนแห่งนี้มีอาณาเขตติดกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง และค้าขายแลกเปลี่ยนกับคนต่างถิ่นรวมไปถึงต่างดินแดน

นาน ๆ ครั้งจะมีเรือของพวกตาฟ้ามาเทียบท่าขายสินค้าแปลกประหลาด และรับสินค้าของชาวเมืองท่ากลับไปขาย ชาวเมืองส่วนใหญ่จึงมีรายได้ใช้จ่ายไม่ขัดสน เรียกได้ว่าร่ำรวยกว่าคนเมืองหลวงเสียอีก

ผู้คนจึงเคารพยกย่องคหบดีมากกว่าขุนนาง โดยเฉพาะตระกูลลู่ที่ถูกนับหน้าถือตามาตั้งแต่บรรพบุรุษ ด้วยความดีความชอบด้านการพัฒนาเมือง และช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้ทำมาหากิน ในพื้นที่ปลอดภัยจากการถูกรีดไถของเหล่าอันธพาล

เมืองท่าแห่งนี้อยู่ในเขตศักดินาของอ๋องสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง แต่เจ้าตัวไม่เคยใส่ใจเดินทางมาดูแลพื้นที่ห่างไกลเลยสักครั้ง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงพึ่งพาขุนนางไม่ได้เลยสักคน!

“จวนของน้าใหญ่โตดีหรือไม่อาเฟย”

ลู่ซิ่วหยวนอุ้มเจ้าก้อนกลมขึ้นแนบอก ก่อนจะพากระโดดลงจากรถม้า ส่วนมารดาของเด็กก็กระโดดตามมาติด ๆ มีเพียงชิงอีที่ค่อย ๆ ก้าวขาลงจากรถม้า

“ใหญ่มากขอยับ อาเฟยชอบ”

ดวงตาสดใสของเด็กชายจ้องมองไปรอบ ๆ สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ด้วยท่าทีสนใจ แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า

ลู่ซิ่วหยวนมองตามแล้วส่ายหัวไปมา ก่อนจะเอ่ยแนะนำคนสำคัญให้หลานชายรู้จักในระยะไกล

“คนผู้นั้นคือท่านลุงหยาง รูปงามถูกใจเจ้าหรือไม่”

เจ้าบ้านชี้ชวนให้เจ้าตัวเล็กซึ่งนั่งห้อยขาอยู่บนบ่า มองดูบุรุษที่ออกมายืนต้อนรับพวกเขา ยามนี้บ่ายคล้อยแล้วคนผู้นั้นจึงมีแรงออกมาชักสีหน้าใส่ผู้มาเยือน

“หน้าบึ้ง อาเฟยไม่ชอบ”

“อ้าว ยากแล้วท่านอา”

เสียงทุ้มบ่นพึมพำแผ่วเบา หากบุตรไม่ชอบมารดายิ่งไม่ชอบมากกว่า เห็นทีความหวังของเขาคงต้องรอคอยไปอีก

ผู้มาเยือนทั้งสามคนหยุดเดิน แล้วยืนอยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสของคนตระกูลลู่ด้วยท่าทีสงบเรียบร้อย

สายตาคู่คมสองคู่สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อได้สติเจ้าบ้านจึงเอ่ยถามโดยไม่เกรงใจผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย

“อาหยวนเจ้าพาคนแปลกหน้ากลับจวนเช่นนี้ ได้ตรวจสอบดูให้แน่ชัดแล้วหรือยังว่าไว้ใจได้มากแค่ไหน ไม่ใช่อยู่ไปแล้วสร้างปัญหา”

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นเสียงดัง ดวงตาดุดันกราดมองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทีไม่ไว้ใจผู้ใดทั้งนั้น

ไป๋ซือเย่วจ้องมองบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ผิวกายขาวละเอียด ใบหน้าของเขางดงามคล้ายรูปสลัก คิ้วเข้มเรียงเส้นพลิ้วไหวเป็นธรรมชาติ จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้าเรียวอย่างลงตัว

คนผู้นี้ยิ่งมองยิ่งคล้ายเทพจำแลงแปลงกาย อย่างที่น้องชายต่างแซ่เคยอวดอ้างชื่นชมไม่มีผิด

ท่าทีเกรี้ยวกราดดุดันทว่าแฝงไปด้วยเมตตา ช่างย้อนแย้งขัดกันอย่างประหลาด มุมปากสีหวานแอบกดลึกโดยไม่มีใครมองเห็น

“ข้าขอรบกวนไม่นาน หากได้จวนหลังใหม่จะย้ายออกไปทันที”

ผู้มาเยือนโต้กลับโดยไม่เกรงกลัวเจ้าบ้านเช่นกัน สายตาราบเรียบมองตรงอย่างเปิดเผยไร้ซึ่งท่าทีขลาดกลัว

ลู่ชุนหยางมองสตรีงดงามด้วยสายตาเพ่งพินิจพิจารณาตามนิสัยหวาดระแวงเป็นทุนเดิม

ผู้มาเยือนไม่หลบสายตาทั้งยังใช้สายตาเรียบนิ่งสำรวจกลับ เขาจึงจำยอมล่าถอยหลบสายตาก่อน

นางสนทนากับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยคล้ายไม่ใส่ใจ อีกทั้งยังปราศจากท่าทียั่วยวนอย่างที่เคยพบเจอมาตลอดหลายปี

บุรุษรูปงามเป็นหนึ่งจึงถอนหายใจด้วยความโล่งใจ จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรมากกว่าเดิม

“อยากอยู่นานแค่ไหนก็ย่อมได้ ข้าถามเพราะเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย หวังว่าแม่นางจะไม่โกรธเคืองกัน”

เขากล่าววาจาขอลุแก่โทษ ทว่าสายตาที่จ้องมองกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

ไป๋ซือเย่วคาดการณ์ว่าตระกูลลู่คงถูกกระทำมาไม่น้อย ผู้นำตระกูลถึงมีท่าทีปรปักษ์กับคนแปลกหน้าชัดเจนถึงเพียงนี้

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้ากับบุตรชายและคนของข้าจำเป็นต้องพึ่งพาท่านแล้ว”

ฝ่ายนั้นยอมโอนอ่อนผ่อนปรน นางจึงพูดจาด้วยท่าทีอ่อนน้อมลงเช่นกัน

“เข้าไปข้างในจวนเถิด เมื่อสักครู่ข้าต้องขออภัยที่พูดจาไม่ระวัง”

ยิ่งเห็นท่าทีและการวางตัวของผู้มาเยือน ลู่ชุนหยางยิ่งรู้สึกอับอายที่ตนเป็นเจ้าบ้านยอดแย่

ผู้มีพระคุณของหลานชายมาขอพึ่งพาอาศัย กลับถูกเขาทดสอบเสียจนเด็กน้อยแก้มกลมหวาดกลัว ดูได้จากสายตาไม่ไว้ใจของเด็กน้อยตัวขาวอวบ

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้าตัวเล็กเดินเองได้หรือยัง”

ใบหน้าคมคายแหงนมองร่างเล็กจ้อยบนบ่าหลานชาย แต่ฝ่ายนั้นกลับสะดุ้งโหยงแล้วรีบกอดคอคนอุ้มอย่างหาที่พึ่ง

ลู่ซิ่วหยวนจึงยกมือข้างที่ว่างขึ้นลูบแผ่นหลังเล็ก และกระซิบข้างหูว่าไม่ต้องกลัว ท่านลุงหยางแค่หน้าดุแต่ใจดียิ่งนัก!

“ได้ขอยับ ท่างน้าอาเฟยจะเดินเอง”

เด็กชายขยับตัวยุกยิกไปมา เพราะอยากลงเดินด้วยตนเองตามคำสั่งของท่านลุงหน้าดุ ท่านแม่ของเขาจะได้ไม่ถูกคนผู้นี้ตำหนิ

“น้าอุ้มเอง เดี๋ยวเจ้าหิวจนท้องร้องอีก”

อยู่ใกล้ชิดกันมาแรมเดือน ลู่ซิ่วหยวนย่อมรู้ว่าเด็กชายมักจะหิวมากในช่วงเที่ยงวัน ทว่าวันนี้บ่ายคล้อยแล้วยังไม่ได้กินอาหารมื้อกลางวัน อีกไม่นานคงหิวจนท้องร้องเป็นแน่

“อาเฟยหิวแน่ ๆ ขอยับ” เสียงเล็กตอบรับเพราะเขารู้สึกหิวจริง ๆ

“ข้าแค่ถามดูไม่ได้ว่ากล่าวสักหน่อย ให้ท่านน้าของเจ้าอุ้มเข้ามาเถิด เกรงว่าขาสั้น ๆ จะเดินไม่ทันคนอื่น ส่วนมื้อกลางวันข้าให้คนจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว”

ประโยคหลังเขาหันไปบอกกล่าวกับมารดาของเด็กน้อย ซึ่งยามนี้สนใจแต่มองบุตรชาย ไม่ได้สนใจมองคู่สนทนาเลยแม้แต่น้อย

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงเรียบเฉยตอบรับสั้น ๆ ถึงแม้จะไม่ได้โกรธเคืองเรื่องใด แต่นางขออยู่ห่าง ๆ คนหวาดระแวงดีกว่า

หลังจากรับประทานอาหารมื้อกลางวันเสร็จสิ้น ผู้มาเยือนจึงกล่าวลาเจ้าบ้านขอกลับเข้าที่พัก ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังของจวนหลัก 

บริเวณนี้ร่มรื่นและเงียบสงบมาก อีกทั้งยังโล่งโปร่งสบายไม่แออัด นับว่าถูกใจผู้มาเยือนยิ่งกว่าจวนหลักเสียอีก

“น่าอยู่ดีนะเจ้าคะคุณหนู เงียบสงบดี”

“อาหยวนคงกำชับมาอย่างดี” ความดีทั้งหมดขอมอบให้น้องชายนอกไส้หาใช่ใครอื่น

“คุณหนูไม่ชอบใจนายท่านลู่หรือเจ้าคะ”

ชิงอีฟังจากน้ำเสียงไม่ยินดียินร้าย จึงรู้ได้ว่าเจ้านายไม่ค่อยพึงใจผู้นำตระกูลลู่สักเท่าไหร่

“ไม่ถึงขนาดนั้น ข้าแค่ไม่อยากถูกจับผิด คนผู้นั้นฉลาดมากเกินไปขออยู่ห่าง ๆ ดีกว่า”

“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ”

“อีกไม่กี่วันคงได้ย้ายไปจวนหลังใหม่ หลังจากนั้นพวกเราคงไม่มีเรื่องใดให้กังวลใจอีก”

น้ำเสียงอบอุ่นมอบให้เด็กน้อยและผู้ติดตามแสนภักดี

“คุณหนูข้ามีตำลึงจากคนใจดีหลงเหลืออยู่หลายพันตำลึง ข้าขอมอบให้ท่านนะเจ้าคะ”

ชิงอียื่นตั๋วฝากเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย ส่งมอบให้ผู้เป็นนายด้วยใจภักดี

เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูสามชีวิต ให้อยู่รอดปลอดภัยในต่างบ้านต่างเมือง เป็นภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าคนใดคนหนึ่ง จะแบกรับไว้แต่เพียงผู้เดียว

“เจ้าเก็บไว้เถิดชิงอี ตำลึงที่ข้ายังพอมีเหลือต่อการใช้จ่ายเรื่องปากท้อง คนใจดีผู้นั้นมอบตำลึงให้เจ้า ไม่ได้มอบให้ข้าสักหน่อย”

มุมปากงามแย้มยิ้มอย่างชอบใจในความซื่อสัตย์ของชิงอี มีตำลึงเท่าไหร่ก็บอกให้นางรับรู้ทั้งหมด

“แต่ข้า…”

“เจ้าเอาไว้ใช้จ่ายกับอาเฟยเถิด เด็กน้อยพุงกลมคนนี้กินเก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ กาลหน้าคงลำบากเจ้าแล้ว”

พุงกลม ๆ ถูกฝ่ามือของมารดาลูบวนอย่างแผ่วเบา

“ยินดีเจ้าค่ะคุณหนู”

“ท่านแม่ชิงอี อาเฟยง่วงนอนขอยับ”

เด็กพุงกลมเดินไปจับมือท่านแม่บุญธรรม แล้วชวนไปกล่อมตนเองนอนตามความเคยชิน

“พาอาเฟยไปนอนพักเถิด ข้าจะเดินตรวจตราแถวนี้สักหน่อย”

“เจ้าค่ะ”

คล้อยหลังทั้งสองเดินกลับเข้าที่พัก ร่างอรชรอวบอิ่มจึงเคลื่อนไหวไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว

จุดหมายปลายทางคือสระบัวท้ายจวน ซึ่งส่งกลิ่นหอมของดอกบานโชยมาตามแรงลม หากได้นอนพักผ่อนชื่นชมความงดงามของธรรมชาติสักหน่อยคงจะดีไม่น้อย

โฉมสะคราญนั่งลงพิงเสาศาลาไม้ มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาประสานใต้อก จมูกสูดดมกลิ่นหอมของดอกบัวเข้าเต็มปอด ผ่านไปไม่นานดวงตากลมโตก็หลับลงอย่างง่ายดาย

“ง่วงทำไมไม่กลับไปนอนที่เรือน”

เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น เมื่อเห็นหนึ่งในผู้มาเยือนนั่งพิงเสาศาลาไม้ แล้วหลับตาคล้ายคนนอนหลับสนิท ท่าทีเช่นนี้ไม่ปวดเมื่อยเลยหรืออย่างไร

“พักสายตาเฉย ๆ ไม่ได้ง่วง”

นางจดจำทั้งกลิ่นและน้ำเสียงของผู้มารบกวนการพักผ่อนได้ จึงตอบกลับโดยไม่ลืมตาขึ้นมอง

ไม่อยากพูดคุยด้วยเลยสักนิด ไม่ได้โกรธแค่ไม่อยากสนิทด้วยก็เท่านั้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เรียกว่าความสุข (ตอนจบ)

    หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ต่างก็ไม่ยอมกัน

    “ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ไม่ใช่ที่เล่นสนุก

    “ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   เอาคืน

    ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   รวมญาติโดยแท้จริง

    “เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่

  • จอมยุทธ์หญิงเกิดใหม่เป็นพระชายาแสนรันทด   ชุมนุมญาติ?

    “คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status