เข้าสู่ระบบ“ไม่เป็นไร เพราะครั้งนี้ข้าทำดีหวังผล” เสียงหวานรีบกล่าวแย้งให้เข้าใจตรงกัน
“ข้าจะให้ท่านมากกว่าที่ท่านร้องขออย่างแน่นอน รวมไปถึงอาเฟยกับพี่ชิงอีด้วย”
ใบคมคายอมยิ้มอย่างมีแผนการณ์ สักวันหนึ่งสองแม่ลูกคู่นี้ต้องกลายมาเป็นคนในครอบครัวของเขาอย่างถาวร
มารดาทั้งเก่งทั้งงดงามยิ่งกว่าสตรีใด ส่วนบุตรชายก็น่ารักน่าชังยิ่งนัก!
“อาหยวนรับปากข้าได้หรือไม่ ว่าจะไม่เล่าเรื่องที่ข้ามีวรยุทธ์ให้ท่านอาของเจ้ารับรู้ ข้ายอมรับว่าไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ อยากใช้ชีวิตธรรมดากับครอบครัว ข้าไว้ใจเจ้าเพราะรู้จักและพูดคุยกันมาหลายวัน ข้าขอทำความรู้จักนิสัยใจคอของลู่ชุนหยางสักหน่อย”
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา พวกบุรุษหน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพเซียนมักจะพูดจาไม่เข้าหู หากลู่ชุนหยางเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน นางจะได้ไม่เสียใจที่ช่วยเหลือเขาก่อนทำความรู้จักกัน!
“ย่อมได้ขอรับ นับว่าท่านยั้งข้าไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นข้าคงเล่าเรื่องของท่านไปในจดหมายลับ ที่กำลังจะส่งไปบอกกล่าวท่านอา”
“ขอบใจเจ้าที่เข้าใจ ข้าแค่อยากเลี้ยงดูบุตรอย่างสงบสุข ไม่อยากมีปัญหากับผู้ใด”
หากไม่วางตัวให้ดีคนผู้นั้นอาจจะคิดว่าพวกนาง อพยพตามมาทวงบุญคุณหลานชายเขาเสียมากกว่า ถ้าจะช่วยเหลือหรือเปิดเผยสิ่งใดให้รับรู้ นางจึงอยากรู้จักนิสัยใจคอฝ่ายนั้นก่อน
“แล้วจะให้บอกท่านอาว่าอย่างไรขอรับ”
“บอกว่าพวกข้าผ่านทางมาขณะที่พวกเจ้าถูกรุมทำร้าย ข้าเลยตะโกนเรียกให้ผู้ผ่านทางท่านอื่นเข้ามาช่วยเหลือ บังเอิญโชคดีที่มีคนกลุ่มใหญ่ผ่านทางมาพอดี คนกลุ่มนั้นมีอาวุธครบมือท่าทีดุดันคล้ายทหาร พวกมือสังหารเลยหลบหนีไป”
คนโกหกไม่เก่งช่วยแต่งเรื่องราวขึ้นมาใหม่ ด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจในฝีมือตนเอง ทว่าคนฟังกลับขมวดคิ้วมุ่น เพราะลู่ชุนหยางไม่ใช่บุรุษเรียบง่าย คนผู้นั้นฉลาดมากกว่าเขาเสียอีก
“เอ่อ…ถึงแม้จะฟังดูพิกลยิ่งนัก แต่ท่านอาคงไม่ซักถามให้มากความหรอกขอรับ”
ท่านอาคงพยักหน้าตอบรับไปตามเรื่อง แต่จะลอบสังเกตและคอยสอดแนมจนกว่าจะแน่ใจ หากพี่สาวไม่มีท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ คงปิดบังได้อยู่บ้าง
“หากท่านอาของเจ้ารู้จักข้าในนามสตรีม่ายธรรมดา ๆ แล้วยอมเป็นมิตรต่อกัน ข้าจะช่วยเหลือเขาเอง ส่วนเจ้ากินอาหารเช้าเสร็จไปพบข้าที่ห้องพัก”
ไป๋ซือเย่วตัดสินใจช่วยเหลือลู่ซิ่วหยวนก่อน เพราะระหว่างการเดินทางอาจมีเหตุไม่ราบรื่นให้สะสาง
ระยะทางที่เหลืออีกพันกว่าลี้ต้องเดินทางอย่างน้อยเป็นเดือน ๆ มีบุรุษคอยอารักขาระหว่างเดินทาง ย่อมดีกว่าออกไปต่อสู้ด้วยตนเองทุกครั้ง!
“ขอรับ”
เมื่อถึงเวลานัดหมายลู่ซิ่วหยวนกับเสวียนข่าย จึงตามไปสมทบในห้องพักขนาดใหญ่ที่สุดของโรงเตี๊ยม
คุณชายผู้ร่ำรวยเป็นผู้จัดแจงและจ่ายตำลึงแทนสามคนแม่ลูกทั้งหมด ด้วยความยินดีทดแทนพระคุณ ปัญหาต่าง ๆ หากช่วยได้เขาจะจัดการให้ทุกอย่าง
บนเตียงนอนขนาดใหญ่มีเด็กน้อยแก้มกลม กำลังนั่งห้อยขาจ้องมองทุกคนด้วยความสนใจ ข้างกายมีท่านแม่บุญธรรมคอยดูแลไม่ห่าง เรียกได้ว่าตัวติดกันยิ่งกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด
ชิงอีเฝ้ามองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจเต้นระรัว องค์หญิงห้าผู้อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ ยามนี้มีคนใหม่มาแทนที่โดยแท้จริง นับว่าเป็นเรื่องดียิ่งนัก!
“พร้อมหรือยัง ข้าจะปลดปล่อยจุดลมปราณให้เจ้า หลังจากนี้เจ้าจะได้ฝึกยุทธ์อย่างคล่องตัว”
“พะ…พร้อมขอรับ”
ลู่ซิ่วหยวนดีใจจนเสียงสั่น ไม่เคยคิดเลยว่าวันแห่งความสุขจะมาถึงเร็วขนาดนี้ วันที่เขาถูกปลดปล่อยจากพันธนาการของคนชั่วต่างแคว้น
เมืองท่าเป็นเมืองที่ได้รับการผ่อนปรนพิเศษจากหนานกงหมิงฮ่องเต้ ชาวเมืองสามารถฝึกวรยุทธ์เพื่อเอาตัวรอดได้ อีกทั้งชาวยุทธ์ยังสามารถอยู่ร่วมกับชาวเมืองได้โดยไม่ผิดกฎ
เพราะเมืองท่าเป็นเมืองที่ติดกับชายแดน จึงจำเป็นต้องฝึกยุทธ์เพื่อเอาชีวิตรอดจากผู้รุกราน ซึ่งแอบแฝงเข้ามาก่อปัญหาอยู่บ่อยครั้ง
ไป๋ซือเย่วเลือกมาตั้งถิ่นฐานในเมืองท่า เพราะไม่สามารถหยุดพักหรือละเว้นการใช้วรยุทธ์ได้ ตำลึงที่หาได้แต่เก่าก่อนล้วนมาจากการรับงาน และการแลกเปลี่ยนในยุทธภพทั้งนั้น
ความรู้ด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ปลูกผัก หรือรักษาโรค นางไม่เคยฝึกฝนเลยสักครั้ง เรียกได้ว่าใช้ชีวิตแบบชาวเมืองทั่วไปไม่ได้นั่นเอง
หากอาศัยอยู่ในเมืองที่มีกฎระเบียบเข้มงวด เกรงว่าจะนำอาญาแผ่นดินมาสู่ครอบครัวเข้าสักวัน!
“เสวียนข่ายข้าอยากให้เรื่องที่ข้ามีวรยุทธ์เป็นความลับ”
โฉมงามหันหน้าไปพูดคุยกับผู้คุ้มกันฝีมือดี เฉกเช่นที่เคยกล่าวกับลู่ซิ่วหยวน นางมองออกว่าบุรุษผู้นี้เป็นคนในยุทธภพ
“รับทราบขอรับคุณหนู คุณชายแจ้งข้าแล้ว”
“ขอบใจที่พวกท่านเข้าใจข้า”
หลังจากตกลงกันเป็นที่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ฝ่ามือเรียวเล็กจึงทาบทับลงแผ่นหลังกว้างของลู่ซิ่วหยวน จากนั้นจึงกดเน้นย้ำลงน้ำหนักพร้อมกับถ่ายพลังลมปราณของตน เข้าไปในร่างของผู้ถูกกดทับพลัง
วิธีการนี้ช่วยหมุนเวียนปรับเปลี่ยนพลังงานที่แปรปรวนให้กลับมาเป็นปกติ
เมื่อทุกจุดถูกปลดปล่อยจนกระแสปราณคงที่ จึงถอนฝ่ามือออกดังเดิม ไป๋ซือเย่วลืมตาขึ้นพร้อมกับซักถามอาการของคนถูกปลดจุดลมปราณทั้งตัว
“รู้สึกอย่างไรบ้าง”
“โล่งสบายมากขอรับ ข้าหายใจสะดวกแล้ว”
“ปลดทุกจุด ไม่มีจุดใดอุดตันจนเจ็บปวดอีก”
น้ำเสียงราบเรียบกล่าวขึ้นด้วยท่าทีสงบ คล้ายอาจารย์กำลังสนทนากับลูกศิษย์อย่างไรอย่างนั้น
“ขอบคุณพี่สาวมากขอรับ”
ลู่ซิ่วหยวนนั่งคุกเข่า แล้วก้มหัวคำนับขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ชีวิตนี้เขาติดค้างสตรีตรงหน้าหลายเรื่องยิ่งนัก
“ขอบคุณขอรับคุณหนู”
เสวียนข่ายรีบคุกเข่าลง และก้มหัวคำนับเช่นเดียวกับเจ้านาย
เรื่องลมปราณอุดตันเป็นปัญหาสำคัญมากสำหรับผู้ฝึกยุทธ์ ทว่ายามนี้กลับมีผู้มากด้วยฝีมือ มาช่วยปลดปล่อยปัญหาใหญ่ให้เป็นอิสระแล้ว
“ไม่เป็นไร ข้าช่วยเพราะหวังผลไม่ต่างจากครั้งแรกเลยสักนิด”
ตำลึงซื้อทาสย่อมไม่ขัดสนแต่คนที่ไว้ใจได้ และไม่ต้องเสียเวลาฝึกฝนย่อมหายากยิ่งกว่า นางจึงช่วยเหลือคุณชายผู้กว้างขวางเพื่อแลกเปลี่ยนอีกสักครั้ง
ซึ่งแต่เดิมจอมยุทธ์หญิงก็มีนิสัยไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร และไม่ชอบให้ใครมาติดหนี้บุญคุณ มีเพียงวันนั้นที่ช่วยเหลือชิงอีกับอาเฟยโดยไม่ขอสิ่งใดตอบแทน
“บอกข้าได้เลยขอรับ ข้ายินดีจัดหามาให้ท่าน ตำลึง ทองคำ เครื่องประดับ”
“สิ่งเหล่านั้นข้าไม่ขอรับจากผู้ใด แต่ข้าอยากได้คนที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลจวนทั้งเรื่องอาหารการกิน และเรื่องต่าง ๆ เพราะข้าไม่ค่อยสันทัดสักเท่าไหร่ ส่วนชิงอีข้าอยากให้นางดูแลอาเฟยเพียงเท่านั้น งานอื่น ๆ ให้คนมาช่วยทำเถิด”
ขณะพูดก็หันไปส่งยิ้มหวานให้สองคนแม่ลูก ที่กำลังมองมาด้วยท่าทีสนใจ หัวกลม ๆ ของเด็กน้อยโยกส่ายไปมาอย่างมีความสุข
สองคนนั้นเหมือนแม่ลูกกันมากกว่านางเสียอีก เช่นนั้นงานดูแลเด็กจึงยกหน้าที่ให้ชิงอีทำตามเดิมเถิด นางขอรับหน้าที่หาตำลึงมาไว้ใช้จ่ายในครอบครัวเอง
“ย่อมได้ขอรับ ข้าจะจัดการคัดเลือกคนให้ท่านด้วยตนเอง”
“ขอบใจเจ้ามากอาหยวน ข้าชอบแลกเปลี่ยนมากกว่าร้องขอไม่รู้จบสิ้น เจ้าวางใจได้เพราะสิ่งที่ข้านำมาแลกเปลี่ยนย่อมคุ้มค่าเสมอ”
“ต่อให้ท่านไม่แลกเปลี่ยนข้าก็เต็มใจขอรับ”
ลู่ซิ่วหยวนยิ้มแย้มเต็มใบหน้า เขาชอบใจนิสัยของผู้มีพระคุณยิ่งนัก
‘ใจแลกใจ งานแลกงาน’
นิสัยเช่นนี้ไม่ค่อยพบเห็นในสตรีโดยเฉพาะสตรีงดงาม เกรงว่าท่านอาผู้เงียบขรึมคงใกล้ถึงเวลาลงจากหอคอยแห่งความบริสุทธิ์เต็มที
หนึ่งเดือนผ่านไปข่าวการประหารชีวิต พระชายาเอกและพระชายารองของจวิ้นอ๋องหนานจิงชวน ก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วเมืองท่าทุกอย่างเห็นพร้อมด้วยพยานและหลักฐานแน่นหนา สตรีทั้งสองถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการดื่มยาพิษชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลันเจียงซูหลิงมีโทษทัณฑ์เดิมซึ่งหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว บวกกับโทษใหม่ที่ไปเข้าร่วมกับพวกซยงหนูอีกกลุ่ม ครั้งนี้จึงได้รับโทษตายโดยไม่มีละเว้น แม้แต่ความดีของบิดายังไม่สามารถช่วยเหลือได้ลู่เจี้ยนหงมีความผิดหนัก ๆ หลายเรื่อง ตั้งแต่สังหารนางกำนัลนับสิบชีวิต รวมไปถึงเข้าร่วมและจ้างงานพวกซยงหนู จึงได้รับโทษตายอย่างไร้ขอกังขาในเวลาเดียวกันหมอหลวงลู่เว่ยเซา บิดาของลู่เจี้ยนหงซึ่งอาศัยอยู่ที่เมืองหลวง ก็ถูกหนานกงหมิงฮ่องเต้ตัดสินโทษประหารชีวิตไม่ต่างกันเพราะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพเข้ามายังแคว้นถิงโจว ของพวกซยงหนูหลายร้อยชีวิต เท่ากับเป็นบุคคลขายแผ่นดินลู่เว่ยเซาเข้าร่วมกับเผ่าที่เป็นศัตรูกับแคว้นถิงโจวเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนมานานหลายปี ความผิดจึงรุนแรงถึงขั้นตัดหัวเสียบประจานสองปีผ่านไปเรื่องราวในตระกูลลู่ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข อาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เพราะยาม
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนเพคะ บาดแผลเพียงเท่านี้รักษาไม่ถึงเดือนก็หาย ส่วนเรื่องอื่นย่อมไม่มีผลเพราะพระองค์ไม่เคยใส่ใจหม่อมฉันอยู่แล้ว”นอนกับบุรุษกี่คนสวามีก็ไม่โกรธเคือง มันน่าน้อยใจยิ่งนัก!“ระวังไว้บ้างเล่าเพราะเมืองท่าแห่งนี้ หาใช่สถานที่ที่เจ้าจะเดินเที่ยวเล่นได้ตามใจชอบ”จวิ้นอ๋องรู้เพียงแหล่งกบดานของผู้ไม่ประสงค์ดี แต่องครักษ์หลวงยังไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ จึงยังไม่รู้ว่ามีบุคคลต่างแคว้นเข้ามาร่วมก่อกวนช่วงหัวค่ำของวันเดียวกันนั้น ลู่เจี้ยนหงแอบเร้นกายหายไปในความมืดมิด ถ้อยคำของสวามีทำให้นางจิตตกอยู่ไม่น้อย จึงอยากเร่งให้งานเดินหน้าเร็วกว่าที่ตกลงกันไว้ คืนนี้ทุกอย่างต้องจบ!สตรีผู้ปิดบังอำพรางใบหน้ามิดชิด ตรงเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังเดิม ชายฉกรรจ์ทั้งสิบกำลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมดื่มสุราไปตามเรื่อง เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายร่างกายทว่าน้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้บุรุษกลุ่มใหญ่หยุดพูดคุยกัน แล้วตั้งใจฟังคำสั่งอย่างที่เคยปฏิบัติมาโดยตลอด หากทำดีเท่ากับว่ามีตำลึงไว้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ดีกว่าอยู่อย่างแร้นแค้นในดินแดนบ้านเกิด“ลงมือคืนนี้เลย”“งานเร่งเช
“ข้าขอตัวไปพักก่อนนะขอรับอาสะใภ้ ส่วนท่านอาก็เพลา ๆ ลงบ้าง สถานการณ์ช่วงนี้ไม่เหมาะต่อการตั้งครรภ์กระมัง”ประโยคหลังบุรุษอายุน้อยกระซิบหยอกล้อผู้เป็นอา จึงถูกฝ่าเท้าสะกิดบั้นท้ายเกือบล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“โอ๊ย! พี่สาวช่วยข้าด้วย ท่านอารังแกข้า”ร่างสูงโปร่งวิ่งไปหลบหลังพี่สาวใจดี ซึ่งยามนี้กลายมาเป็นอาสะใภ้สมใจนึก ไม่เสียแรงที่เขาทั้งผลักทั้งดันบุรุษทึมทื่อให้เร่งรุกเข้าหา“หึ หึ”คนถูกเรียกขานว่าพี่สาวดังวันวาน หัวเราะด้วยความสาแก่ใจ เด็กดื้อต้องถูกตีเสียบ้างนับว่าสมเหตุสมผล“รีบกลับไปเลยเจ้าเด็กคนนี้ บอกกี่ครั้งว่าห้ามเรียกอาสะใภ้ว่าพี่สาว”“ไปแล้วขอรับ ขี้หวงกับหลานชายก็ไม่เว้น แล้วใครกันรีบมาปรึกษาข้าตั้งแต่วันแรก คิดได้อย่างไรเอาหมอนไม่ซักไปมอบให้สาวงาม”ลู่ซิ่วหยวนทั้งบ่นทั้งรีบกระโดดถอยหนีให้ห่างฝ่าเท้าผู้เป็นอาตอนรู้ความลับสุดยอดในการเอาชนะใจสาวงาม จากคำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย เขาหัวเราะจนน้ำตาแทบเล็ด ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวผู้แข็งแกร่งจะใจอ่อนเพราะได้รับหมอนไปนอนกอด!“นี่เจ้า…”ผู้เป็นอาไม่ทันได้บ่น หลานชายก็กระโดดหายไปทางหน้าต่างเสียแล้ว“คิดจะทำการใดเจ้าคะ ถึงรีบไ
ไป๋ซือเย่วกล่าวอย่างชัดเจน แล้วเดินจากไปพร้อมกับสามีใหม่ทันที ปล่อยให้จวิ้นอ๋องกับพระชายานั่งดื่มน้ำชาเลิศรสกันตามลำพัง“เจ้ากับนางฝีมือคนละชั้นกัน หากไม่เชื่อฟังคงสุดแล้วแต่จะเป็นไป”สวามีเอ่ยเตือนตามความเหมาะสม เมื่อเห็นสายตาอาฆาตแค้นของสตรีในปกครอง“เพคะ”น้ำเสียงนิ่งสงบตอบรับอย่างว่าง่าย ทว่าในใจมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุดณ ตรอกซอกซอยลับสายตาบริเวณใกล้กับท่าเรือ มีสตรีแต่งกายมิดชิดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าเรียวเล็กสวมผ้าคลุมสีดำปิดบังอำพรางสองขาก้าวเดินเข้าไปในเรือนทรุดโทรมหลังหนึ่ง สถานที่แห่งนี้บิดาของนางเป็นเจ้าของมานานหลายปีแล้ว มีเพียงนางกับมารดาที่รู้ความลับดำมืด และคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดตั๋วฝากเงินมูลค่าสูงจำนวนหลายใบ ถูกโยนลงต่อหน้าชายร่างท้วมผู้เป็นหัวหน้าชุมชนลึกลับ หากไม่มีสัญลักษณ์บางอย่างก็ไม่สามารถเข้านอกออกในสถานที่แห่งนี้ได้“หากงานสำเร็จ ข้าจะมอบเคล็ดวิชาลับให้อีกหนึ่งฉบับ”“แค่สตรีกับเด็กคนหนึ่ง คุณหนูยอมจ่ายหนักเพียงนี้เชียวหรือ”ตั๋วฝากเงินมูลค่าสูง ถูกนำไปแจกจ่ายให้ชายฉกรรจ์นับสิบคนอย่างครบถ้วน“สามีของมันเป็นผู้มีวรยุทธ์ขั้นสูงอย่าประมาทเด็ดขาด”สายข
“เจ้าจะทำการใด ถอยออกไปให้ห่างเลย”เมื่อเห็นท่าทีขึงขังเอาเรื่องของน้องสาว ไป๋ซือกวงก็รู้สึกหวั่นเกรงอยู่ไม่น้อย ยิ่งเห็นสายตาดุร้ายจ้องมองมา ขนในกายหนุ่มยิ่งลุกชันไปทั่วร่าง สตรีไร้มารดาผู้นี้น่าเกรงกลัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน“ผู้ใดกล้าแตะต้องบุตรของข้าย่อมไม่ตายดี อย่าว่าแต่ชีวิตขององค์รัชทายาทผู้ไร้ความสามารถเลย ชีวิตของบุรุษชรากับสตรีชั่วช้าแห่งแคว้นหวงหลิงข้าก็ไม่ปรานี”กึก!!!เสียงบีบลำคอแกร่งด้วยแรงของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงสุด ร่างสูงโปร่งของบุรุษสูงศักดิ์ต่างแคว้น ถูกยกขึ้นเหนือพื้นห้องด้วยมือเพียงข้างเดียว มุมปากงามแสยะยิ้มด้วยท่าทีมุ่งร้าย“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอดั่งวันวาน พวกเจ้าอยากทำร้ายบุตรชายของข้าเช่นนั้นหรือ”ดวงตาเหี้ยมโหดถูกเผยออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่ายมาโดยตลอด ไม่เคยระรานผู้ใดก่อนถึงแม้จะมีวรยุทธ์สูงเป็นลำดับต้น ๆ ในยุทธภพทว่าบุรุษโง่เขลาผู้นี้กล้ากล่าวล่วงล้ำคนสำคัญในชีวิต จึงต้องยอมรับผลของการกระทำให้ได้นับว่ายังเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน นางเลยไม่ทำลายวรยุทธ์ทิ้งไป แต่หากมีครั้งหน้าคงไม่แน่!อึก! อึก!“หากยังอยากมีชีวิตอยู่ จงหลบหลีกให้ห่
“คุณหนูระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ หากไม่ชอบมาพากลให้รีบกลับจวนทันที นายท่านไม่ปล่อยให้คุณหนูเดือดร้อนอย่างเด็ดขาด”“เข้าใจแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย”“ท่านแม่พวกเราไม่เข้าไปพร้อมกันหรือขอรับ”เด็กชายได้ยินว่าต้องรีบกลับจวน แต่มารดาไม่ได้กลับไปด้วยจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“แม่พบคนรู้จักและมีเรื่องต้องพูดคุยกัน หากอาเฟยตามไปด้วยเกรงว่าท่านลุงจะน้อยใจที่อาเฟยคุยกับคนอื่น อาเฟยรีบไปบอกท่านลุงว่าแม่กำลังพูดคุยกิจธุระดีหรือไม่”“ขอรับ อาเฟยจะรีบกลับไปบอกท่านลุงเอง” เด็กชายรับคำด้วยท่าทีแข็งขันเมื่อรถม้าจากจวนตระกูลลู่ถอยห่างออกไปไกล ไป๋ซือเย่วจึงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมหม่าหลง นางทำทีเดินผ่านโต๊ะที่มีบุรุษต่างถิ่นสี่คนนั่งพูดคุยกันอยู่โฉมสะคราญเดินทอดน่องอย่างเชื่องช้า ไม่ได้หันไปมองผู้ใดทั้งนั้น จุดมุ่งหมายคือห้องนั่งดื่มน้ำชาส่วนตัวบนชั้นสองของโรงเตี๊ยมแผนล่อให้ปรากฏตัวได้ผลเกินคาด ชายหนุ่มเรือนกายสูงโปร่งผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม มองตามสตรีงดงามด้วยความดีใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามมาติด ๆ ห่างออกไปไม่ไกลยังมีบุรุษเจ้าถิ่นเดินตามมาเช่นกัน แต่ยังไม่เปิดเผยตัวให้โฉมงามรับรู้ทว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเลย ว่







