Share

บทที่ 2.2

last update publish date: 2026-09-13 19:00:41

ห้องนอนที่เมฆินทร์ให้หญิงวัยกลางคนพามาอยู่บนเรือนไม้ที่เพิ่งเดินลงมาเมื่อครู่ ไม่รู้ว่าเขาเกิดเปลี่ยนใจอะไรถึงได้สั่งให้จัดห้องไว้ให้ตรงข้ามกับห้องนอนของตัวเอง นั่นไม่เท่ากับในนั้นมีทุกอย่างที่ต้องการแม้แต่ข้าวของส่วนตัว

“ฉันคงไม่ต้องใช้ของพวกนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้พี่ชายฉัน...” อรรัมภายังไม่ทันอธิบายจบเมฆินทร์ก็ขัดขึ้นเสียก่อนว่า

“ให้ที่อยู่ไปแล้วเหรอ” เขาถามเสียงเรียบ

“ยังค่ะ คิดว่าพรุ่งนี้ก่อนส่งคงโทร.มาถาม ฉันว่าจะถามคุณอยู่” หญิงสาวตั้งใจจะถามเรื่องนี้อยู่พอดี

“งั้นก็ไม่ต้อง ของพวกนี้เธอคงใช้ได้ น่าจะพอดี อีกอย่างกว่าจะส่งไปส่งมาพอดีบ้านฉันคงมีกลิ่นเน่าแน่” เมฆินทร์พูดพลางชำเลืองมองมาที่ตัวเธอเล็กน้อย อรรัมภาทำหน้างงแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเขาเอ่ยต่อว่า

“เก็บโทรศัพท์แล้วใช่ไหม” เขาถามพลางมองมาที่มือของหญิงสาว อรรัมภายังถือโทรศัพท์ของตัวเองไว้คงเดิม

“ของส่วนตัวฉัน คงไม่รบกวนคุณมากใช่ไหมคะ”

“อยู่ที่นี่ไม่มีส่วนตัว มีแค่เรื่องของเจ้านายเท่านั้น” เมฆินทร์ไม่พูดเปล่า ตรงเข้ามาหยิบโทรศัพท์จากมือหญิงสาวหน้าตาเฉย

“นี่ คุณ” อรรัมภาไม่ทันตั้งตัว ว่าไปไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเช่นนี้ต่างหาก

“เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเริ่มงานได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเข้ม เขาเก็บโทรศัพท์ไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย แต่อยากเช็กอะไรบางอย่างเท่านั้น

“งานอะไรคะ” หญิงสาวปรับความคิดตามไม่ทัน

“อ้าว ก็อยู่ที่นี่ในฐานะทาสของฉันไม่ใช่เหรอ แล้วหน้าที่ทาสต้องทำอะไรบ้าง” เขาย้อนถามหน้าตาย

เอาจริงเหรอ อรรัมภาไม่คิดว่าเขาจะจริงจังกับคำว่า ‘ทาส’ ในยุคสองพันนี้

ตกลงให้อยู่ที่นี่เพื่อให้รับใช้ โดยถือว่าเป็นดอกเบี้ยที่ขาดทุนไปตลอดแปดปีงั้นซิ

ก็ได้ เธอก็ไม่ได้อยากได้ชื่อว่าติดหนี้บุญคุณนักหรอก จะให้ทำอะไรก็เชิญ...

“ฉันต้องทำอะไรบ้างคะ” อรรัมภาถามอย่างจริงจัง

“ฉันจะค่อยๆ บอกทีละอย่าง รับรองว่าตั้งแต่ลืมตาตื่นจนเข้านอน เธอได้ทำทุกอย่างแน่ อรรัมภา แต่ตอนนี้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็เข้าครัวซะ” เขาออกคำสั่งแรกต่อไปอีกว่า

“ข้าวเย็นฉันต้องได้กินภายในสิบห้านาทีนี้” พูดจบเขาก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้อรรัมภามองตามอย่างไม่เข้าใจ สิบห้านาทีจะทำอะไรได้นอกจากอาหารง่ายๆ ที่สำเร็จรูปทันใจ

อรรัมภามองของที่อยู่ในตู้เย็นกับเวลาที่เขากำหนดไว้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาประดิดประดอยทำอะไรอร่อยๆ หรือโชว์ฝีมือการเข้าครัวแน่

นางแช่มทำหน้าหนักใจ เพราะรู้ว่าถ้าทุกอย่างไม่เป็นตามเวลาที่คนกำหนดบอกแล้วล่ะก็ รับรองว่าคงได้เห็นระเบิดลูกใหญ่ก่อนเข้านอนเป็นแน่

“คุณจะทำอะไรคะ” หญิงวัยกลางคนถามอย่างเห็นใจ

หลังจากบอกรายละเอียดทุกอย่างให้อรรัมภารู้ ตามคำสั่งเจ้าของบ้าน ในครัวมีแต่ของสดที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง

“ก็คงต้องเป็น” หญิงสาวกวาดตามองไปที่ตู้ชั้นบนแล้วไม่พูดอะไรต่อ ลงมือทำตามความคิดโดยไม่ให้เสียเวลา

“เอ่อ คือ” นางแช่มทำท่าจะท้วงแต่ก็ชะงัก เพราะเหลือบมองนาฬิกาแล้วเหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีเท่านั้น

ท่าทางทะมัดทะแมงในการทำครัว บ่งบอกให้รู้ว่าอรรัมภาเชี่ยวชาญงานครัวแค่ไหน นางแช่มยืนมองเพลินจนลืมสังเกตไปว่ามีใครอีกคนมายืนดูอยู่ใกล้ๆ

“อุ๊ย” หญิงวัยกลางคนสะดุ้งเมื่อเห็นเมฆินทร์ยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ

แต่ครั้นจะส่งเสียงบอกคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ก็เจอสายตาพิฆาตของนายใหญ่จนต้องเดินตัวลีบออกไปจากห้องครัวเงียบๆ

“ทีนี้ต้องทำไงต่อคะป้า ต้องยกไปให้กินถึงที่เลยไหม”   อรรัมภาปิดเตาแก๊สเรียบร้อย มองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าทันเวลาพอดี

“ก็ตั้งโต๊ะซิ” น้ำเสียงราบเรียบดังขึ้นทำให้หญิงสาวต้องหันมอง เมฆินทร์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่สายตาจ้องอย่างเอาเรื่องเห็นได้ชัด

“ไหน ข้าวเย็นฉัน” เขาเอ่ยถาม

“นี่ค่ะ” อรรัมภาเลื่อนชามอาหารมาไว้ตรงหน้าเขา พร้อมกับเดินไปรินน้ำเย็นใส่แก้วมาวางให้

“อะไร” เมฆินทร์ถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีเนื้อสัตว์ไข่และผักเต็มชามสีสันน่ากิน กลิ่นก็หอมยั่วน้ำลายดีเหลือเกิน ความจริงหน้าตามันก็น่ากินอยู่หรอก เพียงแต่...

“ให้ฉันกินมาม่าเนี่ยนะ” สีหน้าเขาเอาเรื่องแววตามีประกายของความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

“ค่ะ” อรรัมภาพยักหน้ารับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะเอ่ยต่อว่า

“ก็คุณบอกว่าต้องได้กินภายในสิบห้านาที ฉันดูทุกอย่างในครัวแล้ว เมนูนี้ดีที่สุดค่ะ”

“ดีที่สุดยังไง อย่างอื่นก็มีให้ทำอีกตั้งมาก” ว่าแล้วเจ้าของบ้านก็ลุกขึ้นเปิดประตูตู้เย็นออก

“ไข่ หมู ผัก ทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไง หรือว่ามีฝีมือทำเป็นแค่นี้” ปลายเสียงเขายิ้มเยาะเย้ยในที

“ทำได้ค่ะ แต่สิบห้านาทีหุงข้าวไม่ทัน ทอดไข่ได้อย่างเดียว คุณจะกินแต่ไข่ทอดไม่มีข้าวไหมล่ะ ฉันทำให้ใหม่ก็ได้” อรรัมภาย้อนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

เมนูที่ทำให้ก็ไม่ได้ขาดสารอาหารเสียหน่อย แล้วเธอก็ไม่ได้ใส่ผงปรุงรสหมดซองด้วย กินไปเถอะน่า !

“โทษว่าฉันให้เวลาน้อยไปซินะ คงชินกับการโทษคนอื่นตลอดซิ”

“ฉันไม่ได้โทษใครทั้งนั้นค่ะ พูดตามความจริงเท่านั้น แล้วตกลงจะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินฉันจะได้เก็บ” อรรัมภาถามอีกครั้งด้วยท่าทางเอาจริง

เธอพอเดาอารมณ์ของเมฆินทร์ได้ออก ท่าทางเขาไม่ใช่คนเรื่องมาก ออกจะกินอยู่ง่ายเสียด้วยซ้ำ แต่ที่เรื่องเยอะ ร้องจะเอาโน่นนี่ คงเพราะอยากจะหาเรื่องแกล้งเสียมากกว่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 4

    เมฆินทร์ช่างเป็นคนที่กดดันคนอื่นเก่งเสียจริง ขนาดไม่มีเสียงพูดสักคำ แต่ยังสามารถทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดได้ถึงเพียงนี้“ไม่ครับ แค่บอกว่าให้เอาของมาให้คุณอรเท่านั้น” ภานุบอกตามจริงความจริงแล้วต้องเรียกว่าอาสามาเองต่างหาก เมื่อเช้าภานุไปที่บ้านของอำพลแล้วรู้เรื่องทุกอย่าง ความห่วงใยและอยากดูให้แน่ใจว่าอรรัมภาอยู่ที่ไหนปลอดภัยดีหรือไม่ ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะขอเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง“ขอบคุณมากนะนุ” หญิงสาวยิ้มให้จากใจจริงอีกครั้ง“ถ้าเสร็จธุระ ก็กลับไปได้แล้ว” เมฆินทร์เอ่ยเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำร่างสูงก้าวย่างเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างอรรัมภาและภานุอย่างช้า พร้อมเอ่ยต่อว่า“ถ้าช้ากว่านี้ฝนอาจจะตก คุณจะกลับลำบาก” แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนลง แต่คนฟังก็รู้ว่านี่คือการไล่อย่างมีมารยาท“นุรีบกลับเถอะ ไม่ชินทางด้วย เดี๋ยวจะถึงกรุงเทพฯช้า” อรรัมภาเป็นห่วงภานุกลัวว่าจะเดินทางลำบาก ตอนนี้มีเมฆฝนตั้งเค้ามาจริงๆ“งั้นผมไปก่อนนะคุณอร” ภานุทำได้แค่กล่าวลา และหันมาพยักหน้าเป็นเชิงทักทายเจ้าของบ้านที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหญิงสาว“อรไปส่งนะ” อรรัมภารีบก้าวตามไปทันทีเมฆินทร์ไม่เดินตามไปส่งแต่ยืนมองอยู่ห่างๆ พ

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.2

    ดังนั้นเรื่องที่เมฆินทร์มอบหมายให้ทำจึงเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับอรรัมภาและทำได้โดยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น อีกทั้งเธออยากทำให้ดีที่สุดเพื่อให้หมดภาระของคำว่า 'ชดใช้หนี้'“เอาล่ะ เปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้วกัน”งานแรกที่อรรัมภาจะทำวันนี้คือเปลี่ยนผ้าปูที่นอน เมื่อคืนเพื่อหยุดยั้งความเอาแต่ใจของเขา เธอจึงเอาตัวเองเข้ามานอนบนเตียงนี้อย่างสบายอารมณ์ส่วนเขาเพราะไม่ทันตั้งตัวและดึกมาแล้วจึงไม่ได้เรียกนางแช่มให้เอากุญแจสำรองมาให้ ทำให้เมื่อเมฆินทร์ได้นอนดูดาวชมจันทร์อย่างสบายอารมณ์ตรงไหนไม่อาจรู้ได้“เห็นแก่ที่เมื่อคืนฉันนอนหรอกนะถึงเปลี่ยนให้ เดี๋ยวจะจำไม่ได้ว่านี่ที่นอนตัวเอง”อรรัมภาจัดการทุกอย่างด้วยความคล่องแคล่ว แถมด้วยการเก็บผ้าขนหนูของเขาไปซักอีก แดดแรงแบบนี้รับรองว่าบ่ายก็เรียบร้อยแน่นอนนางแช่มยังไม่กลับมา อรรัมภาจัดการทุกอย่างลงเครื่องซักผ้ารอเวลาตากเท่านั้น เธอเห็นว่าไม่มีอะไรทำจึงหยิบไม้กวาดที่ข้างบ้านมาช่วยกวาดใบไม้ดอกไม้ ที่ร่วงหล่นที่พื้นเป็นการฆ่าเวลาอรรัมภาทำงานบ้านอย่างเพลิดเพลินและใช้เวลานี้สำรวจบริเวณรอบบ้านไปพร้อมๆ กัน ไม่รู้ว่าเมฆินทร์หรือนางแจ่มเป็นผู้ออกไอเดียการจัดแต่งต้นไม้

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.1

    นาทีนี้ต่อให้อรรัมภาเป็นนางฟ้าลงมาจากสวรรค์ เขาก็พร้อมจะพิฆาตแม่นางฟ้าคนนี้ให้แหลกคามือได้“ก็คุณสั่งว่าจะกินกาแฟขนมปังไข่ดาวตอนเช้า ฉันก็ทำให้ตามที่คุณสั่งแล้วไงคะ”“แล้วทำไมเธอไม่กินเหมือนกัน” เขาพาลไปหมดทุกเรื่อง“ก็ฉันไม่ชอบ ฉันอยากกินข้าวต้มนี่คะ” หญิงสาวพูดหน้าตาเฉยตักข้าวต้มเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“อยู่กันแค่สองคน ทำไมต้องเรื่องมากด้วย ต่อไปเธอจะทำอะไรก็ทำให้เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลา”“ไม่เสียเวลาเลยค่ะ อีกอย่างรสนิยมการกินการอยู่ก็เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้นี่คะ”ยอกย้อน ได้ อยากทำมากนักใช่ไหมเดี๋ยวเขาจะให้ทำจนหนำใจแน่ …เมฆินทร์หยิบถ้วยกาแฟขึ้นมาดื่มยังไม่ทันได้กลืนลงคอ เขาก็กระแทกถ้วยลงบนโต๊ะอาหารแล้วหันมาหาเรื่องอีกว่า“หวานแสบไส้ขนาดนี้ ใครจะกินลง” เมฆินทร์มองหน้าคนทำอย่างเอาเรื่อง“ฉันก็ใส่ตามสูตรที่คุณสั่งแล้วนะ” อรรัมภาแปลกใจรีบยกกาแฟแก้วเจ้าปัญหาไปดูว่ามีอะไรผิดปกติหวานแสบไส้บ้าอะไร!อรรัมภาจำได้ว่าตอนชงกาแฟก็ใส่ตามสูตรที่เขาบอกมาทุกอย่างไม่ผิดเพี้ยน แล้วเมื่อชิมก็พบว่ารสชาติไม่ได้แตกต่างอะไรเลย แบบนี้มันหาเรื่องกันชัดๆ“ต้องการกาแฟใหม่ไหมค

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3

    อรรัมภากำลังจะล้มตัวลงนอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวคว้านาฬิกาเรือนเล็กที่ถอดวางข้างเตียงมามอง เที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันมาเคาะ ไม่รู้จักคำว่าเกรงใจกันบ้างหรือไร“มีอะไรคะ” อรรัมภาถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายเต็มทีเมื่อเห็นหน้าคนที่เคาะประตูห้องนอนใช่ใครเสียที่ไหน ก็คนห้องตรงข้ามนั่นไง ป่านนี้ยังจะมีเรื่องอะไรกับเธออีก ตั้งแต่หัวค่ำเขาก็เรียกร้องให้ทำโน่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน ในขณะที่ตัวเองนั่งชี้นิ้วสั่งอย่างสบายใจเมฆินทร์เห็นเธอเป็นทาสในเรือนเบี้ยจริงๆ หรือไง ถึงได้ทำราวกับคนอื่นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย“ฉันนอนไม่หลับ ออกมานั่งเป็นเพื่อนหน่อย” พูดจบเขาก็เดินนำไปก่อน ทิ้งให้อรรัมภายืนตาค้างด้วยความงุนงงนี่เขานอนไม่หลับก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องมาถ่างตาอยู่เป็นเพื่อนด้วยหรือ ...มันจะเกินไปหน่อยไหมพ่อคุณ ไม่รู้จักเวล่ำเวลากันเสียบ้างเลยอรรัมภาได้แค่คิดในใจเท่านั้น แล้วก็ต้องก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่ปริปากถามหรือบ่นสักคำ รู้ดีว่าขืนพูดไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เผลอๆ เมฆินทร์จะหาเรื่องมากขึ้นไปอีกระเบียงไม้ด้านหน้าคือสถานที่ที่เมฆินทร์หยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า สีหน้าเขาดูผ่อนคลา

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 3.3

    ผู้หญิงที่ซักจนอรรัมภาสะอาดชื่อสายสวาท บ้านอยู่ติดกับไร่ของเมฆินทร์ ทุกเที่ยงจะนำบัญชีการค้าขายมารายงานเจ้าของไร่หนุ่มนอกจากจะดูแลระบบบัญชีที่ไร่ให้แล้ว ครอบครัวของสายสวาทยังมีอาชีพรับเหมาและขายวัสดุก่อสร้างด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เธอบอกว่ารู้จักทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดี เพียงแต่อรรัมภาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายสวาทกับเมฆินทร์เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่ทั้งสองพบหน้ากันก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ท่าทีสนิทสนมใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้อรรัมภาอดคิดไม่ได้ว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่“คุณสายเธอเป็นม่ายผัวตายมาได้หลายปีแล้วค่ะ ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอชอบนายเมฆินทร์ แต่นายไม่เล่นด้วยเพราะผัวคุณสายเป็นลูกน้องเก่าในไร่ของเรา” นางแช่มกระซิบบอกอรรัมภาที่กำลังหยิบผ้าปูที่นอนไปตาก“โห นี่ขนาดไม่เล่นด้วยนะคะ แทบจะนั่งเกยตักกันขนาดนั้น” อรรัมภาชำเลืองมองไปที่ระเบียงเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อว่า“หรือว่าจริงๆ เจ้านายของป้าอาจจะมีใจแต่ไม่มีทาง ก็ไม่แน่นะคะ ต่อไปถ้าทางโล่งอาจจะเป็นจริงก็ได้”ถ้าเป็นแบบนี้จริงล่ะก็ การหย่าของเธอกับเขาก็ยิ่งจะง่ายมากขึ้นไปอีก เมฆินทร์มีคนที่รอพร้อมอยากจะเริ่มต้นให

  • จะเขียนคำว่ารักให้เธอรู้ ( Aimaun )   บทที่ 2.3

    ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คนอย่างอรรัมภาจะถูกแกล้งง่ายๆ หมดเวลาขี้แยร้องไห้เพราะตอบโต้ไม่ได้แล้ว“ก็ต้องกินซิ ป่านนี้แล้ว” เขากระแทกเสียงใส่แล้วเดินกลับมานั่งที่ตามเดิมวินาทีนั้นไม่มีใครพูดอะไรออกมา เมฆินทร์นั่งมองอาหารในชามโดยไม่แตะต้องสักคำ ส่วนอรรัมภาก็ยืนลุ้นว่าเขาจะกินแล้วหาเรื่องว่าอะไรอีกไหม“ไม่กินเหรอคะ” เธอเป็นฝ่ายถามก่อนเพราะเห็นเขานั่งนิ่งมาสักพักแล้ว“กิน แต่เธอต้องกินด้วย” เขาชี้มือมาที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามบอกให้รู้ว่าให้หญิงสาวนั่งลงตรงนั้น“ทำไมคะ ฉันไม่หิวสักหน่อย” อรรัมภาไม่รู้สึกอยากกินอะไรนอกจากอยากดื่มน้ำเท่านั้น“ฉันจะแน่ใจได้ไงว่าไม่มีอะไรแอบแฝงในอาหาร” เมฆินทร์สบตาหญิงสาว“คุณกลัวฉันจะวางยางั้นเหรอคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้มแทบไม่ทันโธ่ พ่อคุณ ดูละครมากไปหรือเปล่า ใครจะวางยาในอาหารให้กินกันเล่า ตลกสิ้นดี“ฉันไม่กลัวถูกวางยา แต่ไม่อยากเป็นตัวตลกให้ใครหัวเราะสมน้ำหน้าที่แกล้งได้ต่างหาก ไปหยิบจานมากินด้วยกัน ไม่งั้นฉันก็ไม่กิน”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status