共有

บทที่ 2

作者: เยี่ยซือทิง
ท่ามกลางน้ำตาที่เอ่อล้น ทุกอย่างพร่ามัวไปหมด มีเพียงใบหน้าของลูกสาวเท่านั้นที่กลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

สามปีแล้ว เธอตัวสูงขึ้น หน้าตาก็เปลี่ยนไป ไม่ว่ายังไง การที่เยว่เยว่ยังมีชีวิตอยู่ก็คือเรื่องที่ทำให้ผมดีใจที่สุดแล้ว

ผมพุ่งตัวเข้าไป ผลักทุกคนที่ขวางทางออก แล้วสวมกอดลูกสาวไว้แน่น

“เยว่เยว่ พ่อพาหนูกลับนะลูก”

ทว่าวินาทีต่อมา เยว่เยว่กลับกัดแขนผมอย่างแรง แล้วยังเตะเข้าที่ท้องผมเต็มรักไปอีกหนึ่งที

ผมเจ็บจนต้องยอมปล่อยมือ เธอวิ่งจู๊ดไปหลบอยู่หลังพี่ชาย โผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่งแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ผม

“คุณไม่ใช่พ่อหนูตั้งนานแล้ว ลุงเชินต่างหากที่เป็นพ่อหนูตอนนี้!”

“หนูไม่ไปกับคุณหรอก คุณดีแต่บังคับให้หนูเรียน!”

“ลุงเชินไม่เห็นเหมือนคุณเลย ลุงเขาเล่นเกมเป็นเพื่อนหนู แถมยังให้กินขนมที่หนูชอบด้วย”

“คุณไม่ได้รักหนูเลยสักนิด หนูไม่เอาพ่อแบบคุณหรอก!”

ผมมองเยว่เยว่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หัวใจเหมือนถูกปลายมีดแหลมคว้านเนื้อออกไปชิ้นหนึ่ง

เยว่เยว่สุขภาพฟันไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก หมอบอกว่าต้องดูแลรักษาให้ดี และให้กินของหวานน้อยๆ

คนที่รักเธอจริงๆ จะยอมทำลายชีวิตทั้งชีวิตของเธอ เพียงเพื่อแลกกับความสุขชั่วคราวของเธอได้ยังไง?

พี่ชายกางแขนปกป้องเยว่เยว่ที่อยู่ด้านหลัง แล้วแสยะยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้ผม

“แกยังไม่รู้สินะ เมื่อสามปีก่อนเยว่เยว่เป็นคนร้องไห้งอแงจะแกล้งตายแล้วหนีไปกับพวกเราเอง”

“ตอนแรกฉันก็กะจะทิ้งเยว่เยว่ไว้ให้แกนั่นแหละ แต่หลานดันร้องห่มร้องไห้บอกว่าไม่อยากอยู่กับพ่อใจร้าย อ้อนวอนขอให้ฉันพาหนีมาด้วย”

ผมอ้าปากจะพูด แต่พอสบเข้ากับแววตาของเยว่เยว่ที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ลำคอของผมก็ตีบตันราวกับมีอะไรมาจุกเอาไว้

ไป๋มู่ฉิงหักหลังผม พี่ชายหักหลังผม ครอบครัวและเพื่อนฝูงก็หักหลังผม

แม้แต่ลูกสาวที่ผมรักสุดหัวใจก็ยังไม่เอาผมแล้ว

พอเห็นสภาพจิตหลุดของผม แววตาของไป๋มู่ฉิงก็ฉายแววปวดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง

เธออุ้มลูกชายที่เกิดกับพี่ชายเดินเข้ามาหา แล้วเอ่ยเสียงเบา

“อาชวน ไม่ว่ายังไง ฉันก็เป็นคนผิดต่อนายอยู่ดี”

“เอาแบบนี้สิ ขอแค่นายรับปากว่าจะไม่ไปหาเรื่องอาเชินอีก ฉันจะให้เยว่เยว่กับซุ่ยซุ่ยเรียกนายว่าคุณอา แล้วต่อไปพวกเราก็ยังเป็นครอบครัวเดียวกันเหมือนเดิม”

พ่อกับแม่หันมาสบตากัน แล้วพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

พวกท่านเอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังให้ทาน

“กู้ชวน ดูสิว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ของแกใจกว้างแค่ไหน”

“ไปขอโทษพี่แกซะ แล้วต่อไปครอบครัวเราจะได้ใช้ชีวิตกันดีๆ สักที”

ภรรยาที่รักกันมาสิบปีกลายเป็นพี่สะใภ้ของผม

ลูกสาวที่ผมรักดังแก้วตาดวงใจกลับกลายเป็นหลานสาวของผม

พี่ชายที่แย่งทุกสิ่งทุกอย่างไปจากผมไม่มีความผิด แต่กลับกลายเป็นผมที่ผิดอย่างนั้นเหรอ ตรรกะบ้าบออะไรวะ!

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ตบหน้าพี่ชายฉาดใหญ่

“กู้เชินต่างหากที่เป็นมือที่สามหน้าด้านๆ ทำไมฉันต้องเป็นคนขอโทษด้วยวะ!”

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ ฝ่ามือของแม่ก็ฟาดลงบนหน้าผมอย่างแรง

“แกยังกล้าพูดจาหมาๆ อีกเหรอ!”

“ถ้าไม่ใช่เพราะแก พี่ชายแกกับฉิงฉิงคงได้คบกันไปตั้งนานแล้ว!”

ผมหน้ามืดตาลาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลในโพรงจมูก

ไป๋มู่ฉิงรีบดันหลังผมให้เดินออกไปข้างนอก

“อาชวน นายลืมไปแล้วหรือไงว่าพ่อกับแม่เป็นโรคหัวใจ เลิกทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจสักทีได้ไหม!”

ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าของเธอ ความรู้สึกขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในดวงตา

“ไป๋มู่ฉิง ฉันทำอะไรผิดนักหนา เธอถึงได้เกลียดฉันขนาดนี้?”

เราตกลงคบกันตอนเรียนจบมัธยมปลาย และสัญญาว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ไปด้วยกัน

แต่เพราะพี่ชายสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติดเลยไปเรียนที่เมืองจิงไม่ได้ แม่ถึงกับลำเอียงขังผมไว้ในห้อง

แถมยังแอบแก้อันดับคณะของผมในวันสุดท้าย เพื่อบังคับให้ผมไปเรียนเป็นเพื่อนพี่ชายที่ต่างจังหวัดห่างไกล

เป็นไป๋มู่ฉิงที่ยอมเสี่ยงอันตราย ทุบหน้าต่างมาช่วยผมออกไป

ร่างเล็กบอบบางของเธอยืนหยัดขวางหน้าผมไว้อย่างมั่นคง แววตาเด็ดเดี่ยว

“ในโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนเขาลำเอียงหน้ามืดตามัวกันขนาดนี้หรอก อาชวนมีสิทธิ์ที่จะทำตามความฝันของตัวเอง!”

หลังจากนั้นพวกเราก็สอบติดมหาวิทยาลัยเดียวกันได้สำเร็จ เธอคอยอยู่เคียงข้างผมอย่างหนักแน่นมาตลอด

ทำให้ผมสามารถเดินตามความฝันในการเป็นตำรวจได้อย่างหมดห่วง

เข้าสู่ปีที่สามของการแต่งงาน ผมได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปฏิบัติภารกิจจนหมดสติไม่ฟื้น

เพื่อขอให้ผมฟื้นขึ้นมา ไป๋มู่ฉิงที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถึงกับยอมคุกเข่าคลานขึ้นบันไดเก้าสิบเก้าขั้น โขกศีรษะจนหน้าผากแตก เพื่อขอเครื่องรางคุ้มภัยที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของวัดชิงซานมาให้ผม

บางทีความจริงใจของเธออาจจะซาบซึ้งไปถึงสวรรค์ ผมถึงได้ฟื้นขึ้นมาจริงๆ

ตอนที่เห็นรอยแผลเป็นบนหน้าผากของเธอ ผมด่าเธอว่าโง่ด้วยความปวดใจ แต่เธอกลับสวมกอดเอวผมไว้อย่างอ่อนโยน

“อาชวน เรื่องที่ฉันกลัวที่สุดในชีวิตนี้ ก็คือการสูญเสียนายไปนะ”

แต่สุดท้ายแล้ว กลับกลายเป็นเธอที่ปล่อยมือจากผมไปก่อน

ในช่วงเวลาที่ผมเจ็บปวดทรมานที่สุด เธอกลับไปเป็นภรรยาของคนอื่น ปล่อยให้ลูกของผมไปเรียกผู้ชายคนอื่นว่าพ่อ

ความฝันของผมเองก็พังทลายลงเพราะการแกล้งตายของพวกเขา ผมถูกสั่งย้ายจากแผนกสืบสวนคดีอาญาไปเป็นแค่พนักงานดูแลโกดังในแผนกพัสดุ

ตลอดสามปีที่ผ่านมา ทุกค่ำคืนผมยังคงฝันเห็นไป๋มู่ฉิงกับเยว่เยว่แหลกเป็นเถ้าถ่านอยู่ในกองเพลิง

ฝันเห็นพี่ชายตกอยู่ในเงื้อมมือคนร้ายและถูกทรมานจนตาย

ท่ามกลางความสิ้นหวัง ผมไม่ยอมปล่อยผ่านเบาะแสใดๆ ก็ตามที่จะช่วยให้จับตัวคนร้ายได้เลย

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้กลับเป็นเพียงแผนลวงโลกที่พวกเขาวางแผนร่วมกันมาอย่างแยบยลเท่านั้นเอง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 10

    แสงสว่างในแววตาของไป๋มู่ฉิงค่อยๆ ดับมอดลง เธอมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ข้างๆ แล้วสวมกอดไว้ด้วยความสงสารไป๋มู่ฉิงกอดลูกสาวไว้ อ้อนวอนผมอย่างต่ำต้อย“อาชวน ฉันรู้ว่าฉันผิดต่อนาย แล้วก็รู้ดีด้วยว่าฉันไม่คู่ควรจะได้รับการให้อภัยจากนาย”“แต่ยังไงซะเด็กก็ตาดำๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนะ”“เห็นแก่เยว่เยว่ ขอโอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม ต่อไปฉันจะทำดีกับสองพ่อลูกให้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฉันสาบานว่าจะไม่ทำร้ายนายอีกแล้ว!”ใบหน้าของกู้เยว่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เธอมองผมด้วยดวงตาที่พร่ามัว ปากก็เอาแต่ร้องเรียก “พ่อคะ” ไม่หยุดผมปรายตามองพวกเธออย่างเย็นชา หลังความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจไปชั่ววูบ ผมก็ไม่ได้ใจอ่อนแต่อย่างใด“เด็กคนนี้ไม่เห็นฉันเป็นพ่อมาตั้งนานแล้ว ฉันจะไปรับเด็กนี่เป็นลูกทำไมอีกล่ะ?”“พวกเธอไปซะเถอะ”ผมปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ปรานีหลังจากถูกปิดประตูใส่หน้าในครั้งแรก ไป๋มู่ฉิงก็ยังไม่ยอมแพ้เธอเทียวไล้เทียวขื่อมาที่บ้านผมแทบจะวันเว้นวันเธอยอมขับรถตั้ง 20 กิโลเมตรเพื่อไปซื้อเส้นหมี่ร้านที่ผมเคยชอบกินที่สุด ในวันพ่อ เธอก็พากู้เยว่เอาการ์ดอวยพรที่เขียนด้วยลายมือมามอบให้ผม

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 9

    ทางสถานีเห็นว่าผมมีเหตุผลความจำเป็นในการกระทำ แถมยังสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ก็เลยไม่เอาผิดเรื่องที่ผมจัดฉากแกล้งตายหัวหน้าประดับเหรียญกล้าหาญลงบนหน้าอกผมด้วยตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง“กู้ชวน พรุ่งนี้กลับมาทำงานที่แผนกสืบสวนคดีอาญาซะนะ”ผมชะงักงันไปครู่หนึ่ง จมูกเริ่มรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมา ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะลุกลามไปทั่วทั้งร่างผมควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นสะท้านไม่ได้เลยในที่สุดผมก็รอจนถึงวันนี้ผมวันทยหัตถ์ให้หัวหน้าอย่างเคร่งขรึม ตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า“กู้ชวน กลับเข้ารายงานตัวครับ!”ตกกลางคืน เพื่อนร่วมงานต่างร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบให้ผมอย่างยิ่งใหญ่บางคนชื่นชมในความกล้าหาญของผม บางคนปวดใจกับความยากลำบากที่ผมต้องเผชิญมาตลอดทาง และมีบางคนที่เอ่ยปากขอโทษสำหรับคำพูดถากถางเยาะเย้ยที่เคยทำกับผมตลอดหลายปีที่ผ่านมาความหวังดีเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจส่วนคำขอโทษที่ล่าช้าพวกนั้น ผมก็เลือกที่จะไม่อภัยให้เช่นกันผมยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน จะพกพาความกล้าหาญอันโดดเดี่ยวนี้ เดินหน้าทำสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรทำต่อไปข่าวที่ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ลอยไปเข

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 8

    ภาพเหตุการณ์แต่ละฉากตอนที่กู้ชวนแฝงตัวอยู่ในแก๊งอาชญากรถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนตอนที่เป็นสายลับ กู้ชวนถูกพวกคนร้ายสงสัยในตัวตน จึงถูกจับขังในคุกน้ำนานถึงสามวันสามคืนบาดแผลที่แช่อยู่ในน้ำเน่าเหม็นอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังถูกงูและหนูนับไม่ถ้วนรุมกัดแทะเขาไข้ขึ้นสูงจนสติสัมปชัญญะเลือนลาง แต่ก็ยังคงใช้กล้องจิ๋วที่ซ่อนอยู่กับตัวบันทึกภาพเอาไว้“ถ้าพวกคุณหาศพผมเจอ ก็จะต้องเจอหลักฐานชิ้นนี้บนตัวผมแน่ๆ”“ไม่ต้องเสียใจที่ผมตายหรอก ขอแค่ลากคอพวกคนร้ายมารับโทษตามกฎหมายได้ ความตายของผมก็คุ้มค่าแล้ว”ตอนที่กู้ชวนแอบถ่ายหลักฐานดันถูกพวกคนร้ายจับได้ พวกมันผลักกู้ชวนตกลงมาจากชั้นสี่ กระดูกสะบักของกู้ชวนแตกละเอียดไปทั้งแถบเขาตะเกียกตะกายคลานเข้าไปในพุ่มหญ้า พลางบันทึกคำสั่งเสียเอาไว้“ถ้าผมโชคดีรอดชีวิตไปได้ ผมจะเอาหลักฐานไปส่งมอบให้ทางหน่วยงานด้วยมือของผมเองให้ได้”“แต่ถ้าผมโชคร้ายต้องตายไปจริงๆ ก็ขอให้ทางหน่วยงานใช้หลักฐานที่ผมรวบรวมมานี้ เอาผิดพวกมันตามกฎหมายให้ได้นะครับ”วิดีโอแบบนี้ยังคงมีอีกมากมาย หลายต่อหลายคลิป……หลังจากคลิปวิดีโอถูกเปิดจนจบ ทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็เงียบกริบทุ

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 7

    วางมือถือเสร็จ กู้เชินก็คิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบ เขาถูกห้อมล้อมไปด้วยคนรักและครอบครัว ได้รับมอบเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งอันทรงเกียรติสูงสุด มันช่างเป็นความรุ่งโรจน์อะไรขนาดนี้ส่วนกู้ชวนน่ะเหรอ ก็เป็นแค่คนตายคนหนึ่งเท่านั้นแหละฉิงฉิงกับพ่อแม่จะเสียใจไปได้สักพัก แล้วจะเสียใจให้มันไปตลอดชีวิตเลยหรือไงเชื่อเถอะว่าไม่เกินหนึ่งเดือน ทุกคนก็จะโยนไอ้สารเลวนั่นทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วตอนที่กู้ชวนยังมีชีวิตอยู่ยังสู้เขาไม่ได้เลย แล้วตายไปแล้วจะมีหน้ามาสู้เขาได้ยังไงการที่มันได้อุทิศเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งให้เขาก่อนตาย ก็ถือซะว่าไอ้สวะนั่นยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะวินาทีที่ประตูห้องวีไอพีถูกผลักออก พนักงานเสิร์ฟก็เข็นเค้กฉลองก้อนโตเดินตรงเข้ามาหากู้เชินพวกหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานทยอยเดินเข้ามาในงาน บนใบหน้าของทุกคนล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มแสดงความยินดีตามมาด้วยพ่อกู้กับแม่กู้ที่จูงมือเยว่เยว่ และไป๋มู่ฉิงที่อุ้มกู้ซุ่ยลูกชายของเธอเข้ามา ครอบครัวเดินเข้ามาในห้องวีไอพีกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามุมปากของกู้เชินยกยิ้มขึ้นอย่างได้ใจเขารู้อยู่แล้วว่า ฉิงฉิงกับพ่อ

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 6

    กู้เชินคิดว่า ไป๋มู่ฉิงจะต้องยอมอ่อนข้อและเอ่ยปากขอโทษอย่างอ่อนโยนเหมือนที่ผ่านมาแน่ๆแต่อ้อมกอดอันอบอุ่นที่จินตนาการไว้กลับไม่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นฝ่ามือของพ่อกู้และแม่กู้ที่ฟาดลงบนหน้าของกู้เชินก่อน“แกว่าใครเป็นอาชญากร! อาชวนเขาเป็นฮีโร่ที่ไขคดีใหญ่ๆ มานับไม่ถ้วน เขาคือความภาคภูมิใจของตระกูลกู้เรา เขาตายไปแล้วแกยังจะมาใส่ร้ายเขาอีกเหรอ!”ไป๋มู่ฉิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เธอจ้องมองกู้เชินด้วยสายตาเย็นชา แววตาแฝงไปด้วยความเคียดแค้นอย่างลึกล้ำ“กู้เชิน เยว่เยว่พูดผิดตรงไหน! ถ้าไม่ใช่เพราะนายแย่งความดีความชอบของอาชวนไป แถมยังยัดเยียดข้อหาคนทรยศให้เขา เขาจะสิ้นหวังจนกระโดดตึกได้ยังไง นายต่างหากที่บีบอาชวนจนตาย!”กู้เชินกุมใบหน้าที่ถูกตบจนบวมเป่ง เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อโลกใบนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆคนพวกนี้เมื่อตอนเช้ายังทำเหมือนกู้ชวนเป็นขยะที่ไร้ค่าอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงได้แสดงท่าทีรักใคร่ปานจะกลืนกินแบบนี้ล่ะหรือเป็นเพราะกู้ชวนตายไปแล้วงั้นเหรอกู้เชินคำรามออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“ผมรู้ว่าน้องตายพวกคุณก็เสียใจ แต่พวกคุณจะมาโยนความผิดว่าผมเป็นคนทำให้มันตายไม่ได้น

  • จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา   บทที่ 5

    ตอนที่ไป๋มู่ฉิงตามขึ้นมาถึงดาดฟ้า ท้ายที่สุดเธอก็ยังมาสายไปก้าวหนึ่งเธอพุ่งถลาตัวเข้าไป เอื้อมมือหวังจะคว้าจับร่างที่โอนเอนจวนเจียนจะร่วงหล่นนั้นไว้ แต่กลับคว้าไว้ได้เพียงความว่างเปล่าเธอได้แต่มองดูกู้ชวนหายวับไปต่อหน้าต่อตาไป๋มู่ฉิงฝืนประคองร่างเกาะลูกกรงระเบียงดาดฟ้า ก้มมองลงไปเบื้องล่าง พลางแผดเสียงร้องตะโกนอย่างน่าเวทนา“กู้ชวน!”น่าเสียดาย ที่จะไม่มีใครตอบรับเขาอีกต่อไปแล้วไป๋มู่ฉิงวิ่งกระหืดกระหอบลงมาจนถึงชั้นล่าง เป็นเวลาเดียวกับที่พ่อกู้และแม่กู้พาเยว่เยว่ตามมาถึงพอดีพวกเขาต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้าโดยไม่ได้นัดหมายไป๋มู่ฉิงทรุดตัวคุกเข่าลงกับกองเลือดตรงหน้าอย่างพังทลาย เธอยื่นสองมือออกไปอย่างลนลาน หวังเพียงจะได้กอดกู้ชวนเป็นครั้งสุดท้าย ต่อให้จะเป็นแค่ศพก็ยอมแต่กู้ชวนกลับไม่เหลือแม้แต่ศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เธอการร่วงหล่นจากความสูงนับร้อยเมตร ทำให้ร่างของเขาเหลือเพียงกองเลือดและเศษกระดูกไม่กี่ชิ้นพ่อกู้และแม่กู้เบิกตากว้างมองเศษซากความพินาศตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พวกท่านไม่อาจนำกองเลือดนี้ไปเชื่อมโยงกับกู้ชวนลูกชายของพวกท่านได้เลยลูกชายคนเล็กที่รู้คว

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status