เข้าสู่ระบบจาก ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวคิวทองที่ทำยอดขายทะลุล้าน กลับต้องมาตายอนาถเพราะโหมงานหนัก! วิญญาณทะลุมิติมาเข้าร่าง ‘หลินเฟย’ พระสนมจอมวีนที่ถูกกุ้ยเฟยวางแผนลอบสังหาร ซ้ำร้ายยังถูกฮ่องเต้สวามีหน้าหล่อสั่งเนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็นท้ายวังตั้งแต่ยังไม่ทันได้ถวายตัว! โดนขังไม่พอ ข้าวสักเม็ดก็ยังไม่มีให้กิน! แต่ระดับพริตตี้สู้ชีวิตมีหรือจะยอมงอมืองอเท้าอดตาย ในเมื่อสวรรค์ประทาน ‘ระบบไทยมาร์เก็ต’ มาให้ นางก็จะขอเปลี่ยนตำหนักเย็นร้างๆ ให้เป็นอาณาจักรการค้าข้ามมิติ! อาหารวังหลวงจืดชืดนักใช่ไหม? ได้! เจอ ‘ส้มตำปลาร้าสูตรนัวลืมผัว’ กับ ‘ไก่ย่างเตาถ่าน’ หน่อยเป็นไง! ด้วยกลิ่นเครื่องเทศไทยที่หอมทะลวงไส้ น้ำขิงเปิดตลาดมืดขูดรีดเงินทองจากขันที นางกำนัล แม้แต่กุ้ยเฟยศัตรูตัวฉกาจยังต้องลอบส่งทองคำมาประมูลแย่งอาหาร! จากพระสนมตกอับที่ถูกลืม นางกลายเป็นเศรษฐีนีที่สูบเงินจนรวยยิ่งกว่าคลังหลวง! ทว่า. ‘ลูกค้ายามวิกาล’ ที่ลอบปีนกำแพงตำหนักมาขอซื้อข้าวกินยามดึกดื่น ใครจะไปรู้ว่าบุรุษลึกลับกระเป๋าหนักที่นางโขกสับโก่งราคาอาหารทุกคืน... แท้จริงแล้วคือ ‘เซ่าเซวียนฮ่องเต้’ บุรุษผู้สั่งขังนางด้วยตัวเอง!
ดูเพิ่มเติมเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเร้าใจดังกระหึ่มจนพื้นพรมของศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่สั่นสะเทือน แสงไฟสปอร์ตไลต์หลากสีสาดส่องตัดกันไปมาบนเวทีกลางบูธจัดแสดงรถยนต์หรู แฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเหล่าช่างภาพนับร้อยสว่างวาบราวกับสายฟ้าแลบ ตรงกลางวงล้อมนั้นคือ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวระดับท็อปไฟว์ของวงการมอเตอร์โชว์เมืองไทย รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบไร้ที่ติในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่เว้าลึกอวดสัดส่วนโค้งเว้า ใบหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมานับหมื่นครั้ง ดวงตากลมโตที่กรีด
อายไลเนอร์เฉี่ยวคมจิกกล้องทุกตัวอย่างมืออาชีพ
ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจและท่าโพสที่ดึงดูดสายตาชายหนุ่มทั้งงานนั้น น้ำขิงกำลังกรีดร้องอยู่ในใจ รองเท้าส้นเข็มความสูงห้านิ้วที่สวมใส่มาต่อเนื่องกว่าสิบชั่วโมงกำลังกัดกินฝ่าเท้าของเธอจนแทบจะไร้ความรู้สึก กล้ามเนื้อน่องปวดเกร็งจนอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น ตารางงานของเธออัดแน่นยิ่งกว่ารัฐมนตรี เจ็ดวันต่อสัปดาห์ไม่มีวันหยุดพัก อาหารที่ตกถึงท้องมีเพียงกาแฟดำและสลัดผักนับชิ้นได้ เพื่อรักษาน้ำหนักสี่สิบห้ากิโลกรัมให้คงที่ ชีวิตที่ดูเหมือนจะหรูหรา มีคอนโดราคาเหยียบสิบล้านใจกลางเมือง มีรถสปอร์ตเปิดประทุนขับ มีกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเต็มตู้ เบื้องหลังคือการหยาดเหงื่อแรงกายและการบั่นทอนสุขภาพอย่างรุนแรง
เวลาเกือบเที่ยงคืน กว่าที่น้ำขิงจะลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ทันทีที่ระบบดอร์ล็อกปลดล็อกประตู เธอโยนกระเป๋าแอร์เมสใบละเกือบครึ่งล้านทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี เตะรองเท้าส้นสูงกระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างเพรียวบางทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มโดยที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางหรือเปลี่ยนชุด เ ปลือกตาของเธอหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืนลืมขึ้น โลกทั้งใบเงียบสงัดลงพร้อมกับสติที่ค่อยๆ ดับวูบเข้าสู่ห้วงนิทรา
แต่ทว่า... ในความมืดมิดของการหลับใหล จู่ๆ อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้ายก็พุ่งโจมตีอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่เป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากก้อนเนื้อเท่ากำปั้นในอกแล้วบีบขยี้จนแหลกเหลว น้ำขิงพยายามจะอ้าปากสูดอากาศหายใจ แต่กลับไม่มีออกซิเจนไหลผ่านหลอดลม ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความมืดที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงเพื่อเรียกรถพยาบาล แต่นิ้วมือกลับไร้ความรู้สึก
‘นี่ฉัน... กำลังจะตายเหรอ... ไม่นะ... ซีรี่ส์ที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบเลย...’
นั่นคือความคิดสุดท้ายที่แสนจะไร้สาระของพริตตี้สาวเงินล้าน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงอย่างถาวร น้ำขิงจากโลกนี้ไปด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการทำงานหนักพักผ่อนน้อย ทิ้งทุกความรุ่งโรจน์ไว้เบื้องหลัง
“อึก!... แค่กๆ... ปล่อย... ปล่อยนะโว้ย!”
พรึบ! น้ำขิงเบิกตาโพลงขึ้นมาในความมืดมิด สัมผัสแรกที่รับรู้ไม่ใช่ความนุ่มสบายของเตียงคิงไซส์ที่คุ้นเคย แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ลำคอ ราวกับมีเชือกเส้นหนากำลังรัดแน่นจนหลอดลมแทบจะแตกคามือ อากาศในปอดกำลังจะหมดลง ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ เธอเห็นใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม
สองมือของหญิงแก่คนนั้นกำลังดึงปลายผ้าแพรสีขาวที่พันรอบคอของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย!
‘นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! โจรขึ้นคอนโดเหรอ! แล้วยายแก่นี่เป็นใคร ทำไมใส่ชุดย้อนยุคเหมือนเล่นงิ้ว!’
สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของพริตตี้สาวสู้ชีวิตทำงานทันที น้ำขิงอาจจะดูบอบบาง แต่คนที่แบกป้ายไฟ แบกสแตนดี้ และยืนบนส้นสูงมาหลายปี ย่อมมีกล้ามเนื้อขาที่ไม่ธรรมดา! เมื่อมือถูกรัดจนขยับไม่ได้ เธอจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ งอเข่าขึ้นแล้วถีบเปรี้ยงเข้าที่ยอดอกของหญิงชราคนนั้นอย่างสุดแรง!
“โอ๊ยยย!” หญิงชรากรีดร้องเสียงหลง ร่างกระเด็นหงายหลังล้มตึงไปกระแทกกับโต๊ะไม้เตี้ยๆ จนข้าวของตกแตกกระจาย ผ้าแพรสีขาวหลุดออกจากมือของนางทันที
“แค่กๆๆ! แฮ่กๆ!” น้ำขิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ไอโขลกอย่างรุนแรงพร้อมกับโกยเอาอากาศเข้าปอด มือสั่นเทายกขึ้นลูบลำคอที่ตอนนี้มีรอยแดงเป็นทางยาว เธอหันขวับไปมองหญิงชราที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
“ผะ... ผีหลอก! พระสนมฟื้นคืนชีพ!” หญิงชราร้องอุทานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นว่าคนที่ตนนึกว่าขาดใจตายไปแล้วกลับลุกขึ้นมาถีบตนจนหงายหลัง นางไม่รอช้า รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผีสาง
น้ำขิงนั่งหอบหายใจอยู่บนเตียงไม้สลักลายโบราณ เธอกะพริบตาปริบๆ มองไปรอบห้องด้วยความงุนงงขั้นสุด ที่นี่ไม่ใช่คอนโดหรูของเธอ! ผนังห้องทำจากไม้สลักลวดลายวิจิตรบรรจง โคมไฟกระดาษที่จุดเทียนส่องแสงสลัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูโบราณคร่ำคร่าราวกับหลุดเข้ามาในกองถ่ายซีรีส์จีนฟอร์มยักษ์ ยิ่งไปกว่านั้น เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่... มันเป็นชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่ปักลวดลายดอกโบตั๋น ซับซ้อนหลายชั้นจนน่าอึดอัด
เธอก้มมองมือของตัวเอง... มือนี้ขาวผ่อง เนียนนุ่มราวกับหยกสลัก นิ้วเรียวยาวประดับด้วยปลอกเล็บทองคำฝังพลอย มันไม่ใช่มือพริตตี้ที่สวมแหวนตรงนิ้วโป้งมือและนิ้วชี้อย่างเธอแน่ๆ!
“พระสนม! พระสนมหลินเฟยเพคะ! เกิดอะไรขึ้นเพคะ!” เสียงโวยวายดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนางกำนัลสีเขียวอ่อนที่ถลาเข้ามาในห้อง ใบหน้าของนางอาบไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นรอยแดงที่คอของน้ำขิง นางกำนัลน้อยก็ร้องไห้โฮออกมา
“รังแกกันเกินไปแล้ว ฮือๆๆ พระสนมของบ่าว ใครช่างกล้าทำร้ายพระองค์ถึงเพียงนี้! บ่าวสมควรตายที่ออกไปต้มยาให้พระองค์จนปล่อยให้คนร้ายลอบเข้ามา!”
น้ำขิงอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ‘พระสนม? หลินเฟย์ บ่าว? นี่มันภาษาอะไรเนี่ย สำเนียงจีนโบราณแต่ฉันกลับฟังรู้เรื่องทะลุปรุโปร่ง? แล้วยายเด็กนี่เป็นใครมาร้องไห้กอดขาฉัน!’
“ดะ... เดี๋ยว! สต็อป! หยุดร้องไห้ก่อน!” น้ำขิงโพล่งออกมาเป็นภาษาไทยปนอังกฤษ นางกำนัลน้อยชะงักค้าง เงยหน้ามองเจ้านายด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“พะ... พระสนมตรัสภาษาใดเพคะ บ่าวฟังไม่เข้าใจเลย”
น้ำขิงขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่อง เธอรีบกระโดดลงจากเตียง วิ่งตรงไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทันทีที่เห็นเงาสะท้อนในกระจก เธอก็แทบจะหยุดหายใจไปอีกรอบ!
ผู้หญิงในกระจกไม่ใช่ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวหน้าหมวยอินเตอร์ แต่เป็นหญิงสาววัยราวสิบแปดสิบเก้าปีที่สวยหยดย้อยสะกดสายตา โครงหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วโก่งเรียวดั่งใบหลิว ดวงตาหงส์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อยดูเย่อหยิ่งและดุดัน จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดตามธรรมชาติ มันเป็นความสวยแบบ ‘นางร้าย’ ที่ดูดุเดือดและพร้อมจะวีนแตกใส่ทุกคนตลอดเวลา!
หลิวกงกงผู้เย่อหยิ่ง บัดนี้พ่ายแพ้ต่อกลิ่นกะเพราหมูสามชั้นอย่างราบคาบ เขาหน้ามืดตามัว ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบเอาแหวนทองคำวงเล็กๆ ที่เพิ่งยักยอกมาจากคลังตำหนักกุ้ยเฟยออกมา ส่งลอดช่องกำแพงไปอย่างสั่นเทา“ขะ... ข้ามีแหวนทองวงนี้! เอาอาหารนั่นมาให้เปิ่นกงกงเดี๋ยวนี้!”น้ำขิงคว้าแหวนทองคำมาไว้ในมือ รอยยิ้มแม่ค้าหน้าเลือดปรากฏบนใบหน้าอดีตพริตตี้สาว[ติ๊ง! ตรวจพบทองคำบริสุทธิ์... ท่านได้รับ 1,000 แต้ม!]‘หึหึ... กุ้ยเฟยเอ๋ย กุ้ยเฟย... ส่งข้ามาลำบากแท้ๆ แต่ลูกน้องของเจ้ากลับเอาทองมาประเคนให้ข้าถึงที่! ธุรกิจผูกขาดวังหลังของเปิ่นกง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!’ภัยแล้งที่กำลังจะทำลายแคว้นนี้ หรือจะสู้ความร้อนแรงของสตรีทฟู้ดไทยมาร์เก็ตในตำหนักเย็น!เสียงเซ็งแซ่ของฝูงชนที่เบียดเสียดกันอยู่หน้ากำแพงตำหนักเย็น ดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง บรรดาขันที นางกำนัล และทหารองครักษ์ที่ทนต่ออานุภาพของกลิ่น ‘ส้มตำไก่ย่าง’ ไม่ไหว ต่างพากันล้วงเอาของมีค่าในแขนเสื้อออกมาประชันกันอย่างบ้าคลั่ง บ้างชูปิ่นปักผมเงิน บ้างชูกำไลหยกเนื้อรอง บ้างก็กำเศษเงินอีแปะไว้แน่น“พระสนม! ข้าให้ปิ่นเงินสองอั
น้ำขิงหอบวัตถุดิบกลับมาที่ลานหน้าตำหนัก เธอเปิดหน้าจอโฮโลแกรม [ระบบไทยมาร์เก็ต] ขึ้นมาจัดการธุรกรรมทันที เธอกดสแกนก้อนตำลึงเงินทั้งสามก้อนเข้าระบบ[ติ๊ง! ตรวจพบเงินตราโบราณ 3 ตำลึงเงิน ทำการแปลงค่าเป็นแต้มระบบท่านได้รับ 300 แต้ม!][สถานะแต้มปัจจุบัน: 330 แต้ม]“สามร้อยแต้ม! รวยแล้วโว้ย!” น้ำขิงแทบจะกระโดดตัวลอย เธอรีบกดเข้าไปในหมวด [ร้านค้า] ทันที ภัยแล้งกำลังจะมา บ่อน้ำกำลังจะแห้ง เธอต้องเตรียมการรับมือ น้ำขิงเลื่อนหาสินค้าหมวดการเกษตรอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับไอเทมชิ้นหนึ่ง‘สายยางรดน้ำวิเศษ (ต่อตรงจากท่อประปาไทย) - ไม่มีวันน้ำแห้ง!’ ราคา 150 แต้ม“กดสิคะ รออะไร!”[ติ๊ง! แลกเปลี่ยนสำเร็จ! สายยางรดน้ำวิเศษถูกติดตั้งที่ก๊อกน้ำจำลองหลังตำหนักเย็นแล้ว!]เพียงพริบตาเดียว ก๊อกน้ำทองเหลืองสไตล์วินเทจพร้อมสายยางสีเขียวความยาวสิบเมตรก็ปรากฏขึ้นติดกับผนังตำหนัก น้ำขิงวิ่งไปเปิดก๊อก ซ่า! น้ำประปาใสแจ๋วเย็นฉ่ำไหลพุ่งออกมาอย่างแรง เธอหัวเราะร่า บัดนี้ต่อให้แคว้นนี้จะแล้งจนทะเลทรายเรียกพี่ ตำหนักเย็นของเธอก็จะยังคงความเขียวขจี เป็นโอเอซิสแห่งเดียวในวังหลัง!เมื่อจัดการเรื่องน้ำเสร็จ
“ฟุดฟิด... พระสนมพ่ะย่ะค่ะ วันนี้มีเมนูอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ กลิ่นมันช่างรุนแรงจามจนน้ำลายสอไปหมดแล้ว” อาเป่ายื่นหน้ามากระซิบที่รูกำแพง มือก็ส่งมัดฟืนเข้ามาให้น้ำขิงที่ตั้งเตาไฟอยู่หลังกำแพง ยิ้มกริ่มรับฟืนมา แล้วส่งจานไม้ที่บรรจุอาหารเมนูใหม่ลอดรูกำแพงกลับไปให้ “วันนี้ขอเสนอเมนูเด็ด... ไข่เจียวกะเพรากรอบ! ทอดด้วยน้ำมันร้อนๆ หอมกลิ่นใบกะเพราและกระเทียมพริกสับ รับรองว่ากินกับข้าวสวยร้อนๆ... เอ๊ะ พวกเจ้าไม่มีข้าวสวยนี่นา งั้นกินเปล่าๆ ไปก่อนแล้วกัน!”อาเป่าและต้าไห่รับจานไข่เจียวสีเหลืองทองที่ฟูฟ่องและมีขอบกรอบเกรียม ส่งกลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราและพริก ทันทีที่พวกเขาฉีกไข่เจียวแบ่งกันเข้าปาก ความกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มๆ มันๆ และความเผ็ดร้อนของพริกจินดาที่ซ่อนอยู่ ก็ทำเอาองครักษ์ร่างยักษ์ทั้งสองถึงกับน้ำตาไหลพราก!“เผ็ด! เผ็ดร้อนเหลือเกิน! แต่อร่อย! อร่อยจนหยุดกินไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!” ต้าไห่อ้าปากซี๊ดซ๊าด เหงื่อแตกพลั่ก แต่ก็ยังคงยัดไข่เจียวเข้าปากอย่างไม่ลดละ รสชาติของผงชูรส... เอ๊ย รสชาติของซอสและเครื่องปรุงไทย มันตราตรึงฝังลึกลงไปในต่อมรับรสของคนยุคโบราณที่ไม่เคยรู้จักรสจัดจ้านเช่นนี้มาก่
พื้นที่ด้านหลังตำหนักเย็นนั้นกว้างขวางมาก กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะเกือบครึ่งไร่! แต่ปัญหาคือมันถูกปล่อยปละละเลยมานานนับสิบปี จนกลายสภาพเป็นป่าดงดิบขนาดย่อมๆ หญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัว เถาวัลย์พันเกี่ยวรุงรัง มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายอยู่หลายต้น ดูน่ากลัวราวกับป่าช้า“กว้างขนาดนี้ ถ้าถางหญ้าทำแปลงผักได้ทั้งหมดล่ะก็... รวยเละแน่!” น้ำขิงตาวาว แต่เมื่อก้มมองมือตัวเองที่ยังมีแผลพุพองจากการขุดดินเมื่อวาน เธอก็ถอนหายใจ “แต่ถ้าใช้เศษไม้ขุดเหมือนเมื่อวาน มือฉันได้พังก่อนรวยแหงๆ” เธอหลับตาลง เรียกหน้าจอโฮโลแกรม [ระบบไทยมาร์เก็ต] ขึ้นมาในหัว[ระบบไทยมาร์เก็ต: แต้มสะสมปัจจุบัน 100 แต้ม]น้ำขิงเลื่อนนิ้วกลางอากาศ เปิดเข้าไปในหมวด [อุปกรณ์การเกษตร] และ [เมล็ดพันธุ์] ทันที การจะพลิกฟื้นป่าดงดิบให้กลายเป็นฟาร์มขนาดย่อม เธอต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมจอบเหล็กเนื้อดี ทนทานพิเศษ: 20 แต้มบัวรดน้ำสังกะสี: 10 แต้มอาหารไก่สำเร็จรูปเร่งไข่ (1 กระสอบ): 10 แต้มเมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำ (พันธุ์โตไวพิเศษ): 10 แต้มเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ มะนาว และถั่วฝักยาว (แพ็กรวม): 20 แต้มน้ำขิงกดแลกเปลี่ยนอย่างไม่ลังเล แต้มสะสมลด