จากพริตตี้ไทยสู่สนมตัวร้ายพร้อมระบบไทยมาร์เก็ต

จากพริตตี้ไทยสู่สนมตัวร้ายพร้อมระบบไทยมาร์เก็ต

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
โดย:  มนต์ศิขรินอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
10บท
0views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จาก ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวคิวทองที่ทำยอดขายทะลุล้าน กลับต้องมาตายอนาถเพราะโหมงานหนัก! วิญญาณทะลุมิติมาเข้าร่าง ‘หลินเฟย’ พระสนมจอมวีนที่ถูกกุ้ยเฟยวางแผนลอบสังหาร ซ้ำร้ายยังถูกฮ่องเต้สวามีหน้าหล่อสั่งเนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็นท้ายวังตั้งแต่ยังไม่ทันได้ถวายตัว! โดนขังไม่พอ ข้าวสักเม็ดก็ยังไม่มีให้กิน! แต่ระดับพริตตี้สู้ชีวิตมีหรือจะยอมงอมืองอเท้าอดตาย ในเมื่อสวรรค์ประทาน ‘ระบบไทยมาร์เก็ต’ มาให้ นางก็จะขอเปลี่ยนตำหนักเย็นร้างๆ ให้เป็นอาณาจักรการค้าข้ามมิติ! อาหารวังหลวงจืดชืดนักใช่ไหม? ได้! เจอ ‘ส้มตำปลาร้าสูตรนัวลืมผัว’ กับ ‘ไก่ย่างเตาถ่าน’ หน่อยเป็นไง! ด้วยกลิ่นเครื่องเทศไทยที่หอมทะลวงไส้ น้ำขิงเปิดตลาดมืดขูดรีดเงินทองจากขันที นางกำนัล แม้แต่กุ้ยเฟยศัตรูตัวฉกาจยังต้องลอบส่งทองคำมาประมูลแย่งอาหาร! จากพระสนมตกอับที่ถูกลืม นางกลายเป็นเศรษฐีนีที่สูบเงินจนรวยยิ่งกว่าคลังหลวง! ทว่า. ‘ลูกค้ายามวิกาล’ ที่ลอบปีนกำแพงตำหนักมาขอซื้อข้าวกินยามดึกดื่น ใครจะไปรู้ว่าบุรุษลึกลับกระเป๋าหนักที่นางโขกสับโก่งราคาอาหารทุกคืน... แท้จริงแล้วคือ ‘เซ่าเซวียนฮ่องเต้’ บุรุษผู้สั่งขังนางด้วยตัวเอง!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1: จุดจบพริตตี้เงินล้าน สู่จุดเริ่มต้นพระสนมจอมวีน

เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเร้าใจดังกระหึ่มจนพื้นพรมของศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่สั่นสะเทือน แสงไฟสปอร์ตไลต์หลากสีสาดส่องตัดกันไปมาบนเวทีกลางบูธจัดแสดงรถยนต์หรู แฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเหล่าช่างภาพนับร้อยสว่างวาบราวกับสายฟ้าแลบ  ตรงกลางวงล้อมนั้นคือ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวระดับท็อปไฟว์ของวงการมอเตอร์โชว์เมืองไทย  รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบไร้ที่ติในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่เว้าลึกอวดสัดส่วนโค้งเว้า   ใบหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมานับหมื่นครั้ง  ดวงตากลมโตที่กรีด

อายไลเนอร์เฉี่ยวคมจิกกล้องทุกตัวอย่างมืออาชีพ

ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจและท่าโพสที่ดึงดูดสายตาชายหนุ่มทั้งงานนั้น น้ำขิงกำลังกรีดร้องอยู่ในใจ  รองเท้าส้นเข็มความสูงห้านิ้วที่สวมใส่มาต่อเนื่องกว่าสิบชั่วโมงกำลังกัดกินฝ่าเท้าของเธอจนแทบจะไร้ความรู้สึก  กล้ามเนื้อน่องปวดเกร็งจนอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น ตารางงานของเธออัดแน่นยิ่งกว่ารัฐมนตรี   เจ็ดวันต่อสัปดาห์ไม่มีวันหยุดพัก อาหารที่ตกถึงท้องมีเพียงกาแฟดำและสลัดผักนับชิ้นได้  เพื่อรักษาน้ำหนักสี่สิบห้ากิโลกรัมให้คงที่  ชีวิตที่ดูเหมือนจะหรูหรา มีคอนโดราคาเหยียบสิบล้านใจกลางเมือง  มีรถสปอร์ตเปิดประทุนขับ มีกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเต็มตู้  เบื้องหลังคือการหยาดเหงื่อแรงกายและการบั่นทอนสุขภาพอย่างรุนแรง

เวลาเกือบเที่ยงคืน กว่าที่น้ำขิงจะลากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมาถึงคอนโดมิเนียมหรู ทันทีที่ระบบดอร์ล็อกปลดล็อกประตู เธอโยนกระเป๋าแอร์เมสใบละเกือบครึ่งล้านทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ไยดี เตะรองเท้าส้นสูงกระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างเพรียวบางทิ้งตัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มโดยที่ยังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางหรือเปลี่ยนชุด เ ปลือกตาของเธอหนักอึ้งเกินกว่าจะฝืนลืมขึ้น โลกทั้งใบเงียบสงัดลงพร้อมกับสติที่ค่อยๆ ดับวูบเข้าสู่ห้วงนิทรา

แต่ทว่า... ในความมืดมิดของการหลับใหล จู่ๆ อาการเจ็บแปลบที่หน้าอกซ้ายก็พุ่งโจมตีอย่างกะทันหัน มันไม่ใช่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดา แต่เป็นความเจ็บปวดที่รุนแรงราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากก้อนเนื้อเท่ากำปั้นในอกแล้วบีบขยี้จนแหลกเหลว น้ำขิงพยายามจะอ้าปากสูดอากาศหายใจ แต่กลับไม่มีออกซิเจนไหลผ่านหลอดลม  ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง ความมืดที่เคยสงบสุขกลับกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนทุกสิ่ง เธอพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่หัวเตียงเพื่อเรียกรถพยาบาล แต่นิ้วมือกลับไร้ความรู้สึก

‘นี่ฉัน... กำลังจะตายเหรอ... ไม่นะ... ซีรี่ส์ที่อ่านค้างไว้ยังไม่จบเลย...’

นั่นคือความคิดสุดท้ายที่แสนจะไร้สาระของพริตตี้สาวเงินล้าน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงอย่างถาวร น้ำขิงจากโลกนี้ไปด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากการทำงานหนักพักผ่อนน้อย ทิ้งทุกความรุ่งโรจน์ไว้เบื้องหลัง

“อึก!... แค่กๆ... ปล่อย... ปล่อยนะโว้ย!”

พรึบ! น้ำขิงเบิกตาโพลงขึ้นมาในความมืดมิด สัมผัสแรกที่รับรู้ไม่ใช่ความนุ่มสบายของเตียงคิงไซส์ที่คุ้นเคย แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ลำคอ ราวกับมีเชือกเส้นหนากำลังรัดแน่นจนหลอดลมแทบจะแตกคามือ อากาศในปอดกำลังจะหมดลง ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่เมื่อเพ่งมองดีๆ เธอเห็นใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงชราคนหนึ่งที่กำลังแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม

สองมือของหญิงแก่คนนั้นกำลังดึงปลายผ้าแพรสีขาวที่พันรอบคอของเธออย่างเอาเป็นเอาตาย!

‘นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! โจรขึ้นคอนโดเหรอ! แล้วยายแก่นี่เป็นใคร ทำไมใส่ชุดย้อนยุคเหมือนเล่นงิ้ว!’

สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดของพริตตี้สาวสู้ชีวิตทำงานทันที น้ำขิงอาจจะดูบอบบาง แต่คนที่แบกป้ายไฟ แบกสแตนดี้ และยืนบนส้นสูงมาหลายปี ย่อมมีกล้ามเนื้อขาที่ไม่ธรรมดา! เมื่อมือถูกรัดจนขยับไม่ได้ เธอจึงรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ งอเข่าขึ้นแล้วถีบเปรี้ยงเข้าที่ยอดอกของหญิงชราคนนั้นอย่างสุดแรง!

“โอ๊ยยย!” หญิงชรากรีดร้องเสียงหลง ร่างกระเด็นหงายหลังล้มตึงไปกระแทกกับโต๊ะไม้เตี้ยๆ จนข้าวของตกแตกกระจาย ผ้าแพรสีขาวหลุดออกจากมือของนางทันที

“แค่กๆๆ! แฮ่กๆ!” น้ำขิงตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง ไอโขลกอย่างรุนแรงพร้อมกับโกยเอาอากาศเข้าปอด มือสั่นเทายกขึ้นลูบลำคอที่ตอนนี้มีรอยแดงเป็นทางยาว เธอหันขวับไปมองหญิงชราที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

“ผะ... ผีหลอก! พระสนมฟื้นคืนชีพ!”  หญิงชราร้องอุทานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เมื่อเห็นว่าคนที่ตนนึกว่าขาดใจตายไปแล้วกลับลุกขึ้นมาถีบตนจนหงายหลัง นางไม่รอช้า รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับเห็นผีสาง

น้ำขิงนั่งหอบหายใจอยู่บนเตียงไม้สลักลายโบราณ เธอกะพริบตาปริบๆ มองไปรอบห้องด้วยความงุนงงขั้นสุด ที่นี่ไม่ใช่คอนโดหรูของเธอ! ผนังห้องทำจากไม้สลักลวดลายวิจิตรบรรจง โคมไฟกระดาษที่จุดเทียนส่องแสงสลัว เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูโบราณคร่ำคร่าราวกับหลุดเข้ามาในกองถ่ายซีรีส์จีนฟอร์มยักษ์ ยิ่งไปกว่านั้น เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่... มันเป็นชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนที่ปักลวดลายดอกโบตั๋น ซับซ้อนหลายชั้นจนน่าอึดอัด

เธอก้มมองมือของตัวเอง... มือนี้ขาวผ่อง เนียนนุ่มราวกับหยกสลัก นิ้วเรียวยาวประดับด้วยปลอกเล็บทองคำฝังพลอย มันไม่ใช่มือพริตตี้ที่สวมแหวนตรงนิ้วโป้งมือและนิ้วชี้อย่างเธอแน่ๆ!

“พระสนม! พระสนมหลินเฟยเพคะ! เกิดอะไรขึ้นเพคะ!”  เสียงโวยวายดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดนางกำนัลสีเขียวอ่อนที่ถลาเข้ามาในห้อง ใบหน้าของนางอาบไปด้วยน้ำตา เมื่อเห็นรอยแดงที่คอของน้ำขิง  นางกำนัลน้อยก็ร้องไห้โฮออกมา

“รังแกกันเกินไปแล้ว  ฮือๆๆ พระสนมของบ่าว  ใครช่างกล้าทำร้ายพระองค์ถึงเพียงนี้! บ่าวสมควรตายที่ออกไปต้มยาให้พระองค์จนปล่อยให้คนร้ายลอบเข้ามา!”

น้ำขิงอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน ‘พระสนม?  หลินเฟย์  บ่าว?  นี่มันภาษาอะไรเนี่ย สำเนียงจีนโบราณแต่ฉันกลับฟังรู้เรื่องทะลุปรุโปร่ง?  แล้วยายเด็กนี่เป็นใครมาร้องไห้กอดขาฉัน!’

“ดะ... เดี๋ยว! สต็อป! หยุดร้องไห้ก่อน!” น้ำขิงโพล่งออกมาเป็นภาษาไทยปนอังกฤษ นางกำนัลน้อยชะงักค้าง เงยหน้ามองเจ้านายด้วยดวงตาเบิกกว้าง

“พะ... พระสนมตรัสภาษาใดเพคะ บ่าวฟังไม่เข้าใจเลย”

น้ำขิงขยี้ผมตัวเองจนฟูฟ่อง  เธอรีบกระโดดลงจากเตียง วิ่งตรงไปยังกระจกทองเหลืองบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ทันทีที่เห็นเงาสะท้อนในกระจก เธอก็แทบจะหยุดหายใจไปอีกรอบ!

ผู้หญิงในกระจกไม่ใช่ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวหน้าหมวยอินเตอร์  แต่เป็นหญิงสาววัยราวสิบแปดสิบเก้าปีที่สวยหยดย้อยสะกดสายตา  โครงหน้าเรียวรูปไข่ คิ้วโก่งเรียวดั่งใบหลิว ดวงตาหงส์ที่เชิดขึ้นเล็กน้อยดูเย่อหยิ่งและดุดัน  จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดตามธรรมชาติ มันเป็นความสวยแบบ ‘นางร้าย’ ที่ดูดุเดือดและพร้อมจะวีนแตกใส่ทุกคนตลอดเวลา!

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
10
ตอนที่ 1: จุดจบพริตตี้เงินล้าน สู่จุดเริ่มต้นพระสนมจอมวีน
เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จังหวะเร้าใจดังกระหึ่มจนพื้นพรมของศูนย์นิทรรศการขนาดใหญ่สั่นสะเทือน แสงไฟสปอร์ตไลต์หลากสีสาดส่องตัดกันไปมาบนเวทีกลางบูธจัดแสดงรถยนต์หรู แฟลชจากกล้องถ่ายรูปของเหล่าช่างภาพนับร้อยสว่างวาบราวกับสายฟ้าแลบ ตรงกลางวงล้อมนั้นคือ ‘น้ำขิง’ พริตตี้สาวระดับท็อปไฟว์ของวงการมอเตอร์โชว์เมืองไทย รูปร่างของเธอสมบูรณ์แบบไร้ที่ติในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่เว้าลึกอวดสัดส่วนโค้งเว้า ใบหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตประดับด้วยรอยยิ้มการค้าที่ถูกฝึกฝนมานับหมื่นครั้ง ดวงตากลมโตที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมจิกกล้องทุกตัวอย่างมืออาชีพไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจและท่าโพสที่ดึงดูดสายตาชายหนุ่มทั้งงานนั้น น้ำขิงกำลังกรีดร้องอยู่ในใจ รองเท้าส้นเข็มความสูงห้านิ้วที่สวมใส่มาต่อเนื่องกว่าสิบชั่วโมงกำลังกัดกินฝ่าเท้าของเธอจนแทบจะไร้ความรู้สึก กล้ามเนื้อน่องปวดเกร็งจนอยากจะทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น ตารางงานของเธออัดแน่นยิ่งกว่ารัฐมนตรี เจ็ดวันต่อสัปดาห์ไม่มีวันหยุดพัก อาหารที่ตกถึงท้องมีเพียงกาแฟดำและสลัดผักนับชิ้นได้ เพื่อรักษาน้ำหนักสี่สิบห้ากิโลกรัมให้คงที่ ชีวิตที่ดูเหมื
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 ตำหนักหยางเฟย กลายเป็นศูนย์รวมความวายป่วง  
นี่เธอ... ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นเหรอเนี่ย! เหมือนในนิยายที่เคยอ่านตอนนั่งรอแคสงานไม่มีผิด!“โอ๊ยยยย! บ้าไปแล้ว! นี่ฉันตายแล้วทะลุมิติมาเหรอเนี่ย! แล้วมาอยู่ร่างใครก็ไม่รู้ แถมเพิ่งเข้ามาก็โดนรัดคอเกือบตายอีก!” น้ำขิงโวยวายออกมาเป็นภาษาไทย เดินวนไปวนมาในห้อง ราวกับหนูติดจั่น นางกำนัลน้อยนามว่า ‘ผิงเอ๋อร์’ ได้แต่นั่งคุกเข่าตัวสั่น มองพระสนมของตนที่จู่ๆ ก็พูดจาประหลาดและแสดงท่าทางวิปลาสด้วยความตกใจ ตลอดสองสามวันต่อมา ตำหนักของ ‘หลินเฟย’ กลายเป็นศูนย์รวมความวายป่วง น้ำขิงในร่างพระสนมหลินเฟยยังคงอยู่ในสภาวะช็อกและรับความจริงไม่ได้ สมองของเธอยังประมวลผลความทรงจำของร่างเดิมไม่ได้เต็มที่ เธอเอาแต่นั่งซึม สลับกับโวยวายหาโทรศัพท์มือถือ ร้องเรียกหาสัญญาณไวไฟ และบางครั้งก็ลงไปนอนดิ้นพราดๆ ร้องไห้เสียดายกระเป๋าแบรนด์เนมที่เก็บเงินซื้อมาแทบตายแต่ไม่ได้ใช้พฤติกรรมประหลาดนี้ทำให้ผิงเอ๋อร์และขันทีรับใช้ในตำหนักต่างหวาดผวา ทุกคนต่างลงความเห็นว่าพระสนมหลินเฟยถูกผีสางรังควานจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักหรูหราอีกด้านหนึ่งของวังหลัง หญิงชราผู้เป็นแม่นมคนสนิทกำลังคุกเข่ารายงานเจ้านา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3: ตำหนักเย็นที่รัก กับภารกิจพลิกฟื้นผืนดินด้วยสองมือพริตตี้
น้ำขิงยังไม่หยุดกรีดร้อง ฝุ่นผงบนขื่อหลังคาถึงกับร่วงกราวลงมาตามแรงสั่นสะเทือนของคลื่นเสียง ผิงเอ๋อร์ นางกำนัลน้อยผู้ภักดีสะดุ้งสุดตัว รีบถลาเข้ามากอดขาเจ้านายเอาไว้แน่น น้ำหูน้ำตาไหลพรากด้วยความเวทนาและหวาดกลัว นางคิดว่าพระสนมของตนสติแตกไปอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ ถึงได้ยืนชี้หน้าด่าทออากาศธาตุแถมยังตะโกนถ้อยคำประหลาดๆ ออกมาไม่หยุดหย่อน“พระสนม! พระสนมของบ่าว ทรงตั้งสติหน่อยเถิดเพคะ! ถึงพวกเราจะถูกฝ่าบาททอดทิ้งให้มาอยู่ที่นี่ แต่บ่าวจะคอยดูแลพระองค์เองเพคะ ฮือๆๆ อย่าทรงคลุ้มคลั่งไปเลยนะเพคะ!” ผิงเอ๋อร์ร้องไห้สะอึกสะอื้น น้ำขิงที่กำลังยืนหอบแฮกๆ ก้มลงมองเด็กสาวที่เกาะขาเธอแน่นราวกับลูกลิง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอไม่ได้บ้า! เธอแค่กำลังช็อกกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่ลอยอยู่ตรงหน้าต่างหาก! หน้าจอนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่มองเห็น มันส่องแสงสว่างเรืองรองตัดกับบรรยากาศมืดทึมและฝุ่นเขรอะของตำหนักเย็นอย่างสิ้นเชิง“ฉัน... ข้าไม่ได้บ้าผิงเอ๋อร์ ข้าแค่... ข้าแค่กำลังตกใจนิดหน่อย” น้ำขิงพยายามปรับสรรพนามการพูดให้เข้ากับยุคสมัย แม้จะยังตะกุกตะกักอยู่บ้าง ความทรงจำของร่างเดิมที่ชื่อ ‘หลินเฟย’
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 : ระบบการค้าของเง็กเซียน และมหัศจรรย์ผักบุ้งไฟแดง
เมื่อถูกตวาด ผิงเอ๋อร์ก็ลนลานวิ่งเข้าไปค้นหาในซากปรักหักพังหลังตำหนัก ไม่นานนางก็กลับมาพร้อมกับเสียมเก่าๆ ที่ด้ามจับหักไปครึ่งหนึ่ง และไม้ท่อนหนาๆ หนึ่งท่อนน้ำขิงรับไม้ท่อนนั้นมาถือไว้ เธอก้มมองชุดผ้าไหมหรูหรากรุยกรายที่ยาวลากพื้น ชายกระโปรงซ้อนกันถึงห้าชั้น แขนเสื้อกว้างรุ่มร่ามจนทำอะไรไม่ถนัด“ชุดบ้าบออะไรเนี่ย รุงรังชะมัด!”แควก!!เสียงผ้าไหมชั้นดีราคาแพงระยับถูกฉีกขาดดังลั่น ผิงเอ๋อร์กรีดร้องอ้าปากค้างอีกรอบ เมื่อเห็นเจ้านายของตนใช้สองมือฉีกกระโปรงผ้าไหมออกจนสั้นกุดเหนือเข่า รวบชายผ้าที่เหลือมาผูกปมไว้ที่เอวราวกับตะปิ้ง ถอดเครื่องประดับปิ่นปักผมทองคำและปลอกเล็บราคาแพงโยนทิ้งไว้บนโต๊ะหินอ่อนอย่างไม่ไยดี รวบผมยาวสลวยขึ้นมัดเป็นมวยลวกๆ ด้วยเศษผ้า“เอาล่ะ! ทะมัดทะแมงขึ้นเยอะ!” น้ำขิงในสภาพกึ่งชุดโบราณกึ่งกระโปรงสั้น เผยให้เห็นท่อนขาขาวเนียน ยืนเท้าเอวอย่างมาดมั่น “มาเริ่มกันเลย!” สองนายบ่าวช่วยกันลงมือถางหญ้าคาและวัชพืชอย่างทุลักทุเล มือขาวเนียนที่เคยแต่ประพรมน้ำหอมและทาครีมบำรุงกระปุกละหมื่นของน้ำขิง บัดนี้ต้องมากำด้ามไม้หยาบๆ ออกแรงขุดลงไปบนผืนดินแข็งกระด้าง แดดยามสายเร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 กลิ่นอาหารสวรรค์
น้ำขิงถอนหายใจยาว ชีวิตในวังหลังที่เคยดูในซีรีส์มันควรจะหรูหราฟู่ฟ่า มีคนคอยพัดวี มีของอร่อยป้อนถึงปากสิ ไม่ใช่มาตกอับอยู่ในตำหนักเย็นที่ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบแบบนี้ แต่เอาเถอะ ในเมื่อสวรรค์ (หรือไอ้ระบบประหลาดนั่น) ส่งเธอมาที่นี่ เธอจะไม่ยอมตายอนาถเด็ดขาด! น้ำขิงลุกขึ้นเดินบิดขี้เกียจออกไปผลักประตูไม้ที่ดังเอี๊ยดอ๊าดออก ทันทีที่สายลมยามเช้าปะทะใบหน้า ภาพตรงหน้าก็ทำเอาดวงตากลมโตของเธอเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า!“เฮ้ย! นี่มัน... เป็นไปได้ยังไงเนี่ย!”แปลงดินสองแปลงที่เพิ่งขุดและหยอดเมล็ดลงไปเมื่อบ่ายวานนี้ บัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป! ผักบุ้งต้นอวบอ้วนใบเขียวขจีชูช่อชูไสวเต็มแปลง ความสูงของมันพร้อมเก็บเกี่ยวราวกับปลูกมาแล้วนับเดือน ถัดไปคือต้นกะเพราที่แตกกิ่งก้านสาขาส่งกลิ่นหอมฉุนเตะจมูก และพุ่มพริกจินดาที่ออกเม็ดสีแดงสดตัดกับใบสีเขียวเข้มอย่างงดงาม ไม่เพียงเท่านั้น ที่มุมตำหนักซึ่งใช้เป็นรังชั่วคราว ลูกเจี๊ยบขนฟูสีเหลืองสองตัวเมื่อวาน หายวับไป กลายเป็นแม่ไก่ตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ขนสีน้ำตาลเงางามสองตัวกำลังคุ้ยเขี่ยหาอาหาร และในรังฟางนั้น... มีไข่ไก่สีนวลฟองโตวางอยู่ถึงสี่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่  6 ช่องทางรวย
ในขณะที่สองนายบ่าวกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารสวรรค์ พวกเธอไม่รู้ตัวเลยว่า กลิ่นหอมอันทรงพลังของ ‘ผักบุ้งไฟแดง’ และ ‘ไข่ดาวทอดกรอบ’ ได้ถูกสายลมพัดข้ามกำแพงสูงตระหง่านของตำหนักเย็น ลอยไปแตะจมูกของเหล่าทหารองครักษ์สองนายที่ยืนเฝ้าเวรยามอยู่หน้าประตู!“ฟุดฟิด... เจ้าได้กลิ่นอะไรหรือไม่ อาเป่า?” องครักษ์ร่างสูงเอ่ยถามสหาย จมูกของเขากำลังขยับไปมาอย่างควบคุมไม่ได้“ได้กลิ่นสิพี่ใหญ่ กลิ่นมันหอม... หอมจนข้าแสบท้องไปหมดแล้ว นี่มันกลิ่นอาหารจากที่ใดกัน ห้องเครื่องหลวงอยู่ตั้งไกล ไฉนกลิ่นจึงลอยมาถึงที่นี่ได้” อาเป่ากลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ อาหารขององครักษ์ยามเช้ามีเพียงข้าวต้มใสๆ กับผักดองจืดชืด พอมาเจอกลิ่นซอสหอยนางรมปะทะกระเทียมเจียวเข้าไป ท้องของพวกเขาก็ร้องประท้วงอย่างหนัก“กลิ่นมันลอยออกมาจาก... ด้านในตำหนักเย็น!” องครักษ์พี่ใหญ่ชี้มือไปยังบานประตูไม้ที่ถูกลั่นดานไว้ ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น ในตำหนักเย็นมีเพียงอดีตพระสนมหลินเฟยที่ถูกลือว่าสติวิปลาส กับนางกำนัลน้อยหนึ่งคน พวกนางไม่มีเสบียงตกถึงท้องมาตั้งแต่วันก่อน แล้วจะไปมีอาหารกลิ่นหอมหวนปานอาหารทิพย์เช่นนี้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7: สวนผักหลังตำหนัก และการเอาตัวรอดด้วยสองมือพริตตี้
พื้นที่ด้านหลังตำหนักเย็นนั้นกว้างขวางมาก กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะเกือบครึ่งไร่! แต่ปัญหาคือมันถูกปล่อยปละละเลยมานานนับสิบปี จนกลายสภาพเป็นป่าดงดิบขนาดย่อมๆ หญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัว เถาวัลย์พันเกี่ยวรุงรัง มีต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายอยู่หลายต้น ดูน่ากลัวราวกับป่าช้า“กว้างขนาดนี้ ถ้าถางหญ้าทำแปลงผักได้ทั้งหมดล่ะก็... รวยเละแน่!” น้ำขิงตาวาว แต่เมื่อก้มมองมือตัวเองที่ยังมีแผลพุพองจากการขุดดินเมื่อวาน เธอก็ถอนหายใจ “แต่ถ้าใช้เศษไม้ขุดเหมือนเมื่อวาน มือฉันได้พังก่อนรวยแหงๆ” เธอหลับตาลง เรียกหน้าจอโฮโลแกรม [ระบบไทยมาร์เก็ต] ขึ้นมาในหัว[ระบบไทยมาร์เก็ต: แต้มสะสมปัจจุบัน 100 แต้ม]น้ำขิงเลื่อนนิ้วกลางอากาศ เปิดเข้าไปในหมวด [อุปกรณ์การเกษตร] และ [เมล็ดพันธุ์] ทันที การจะพลิกฟื้นป่าดงดิบให้กลายเป็นฟาร์มขนาดย่อม เธอต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมจอบเหล็กเนื้อดี ทนทานพิเศษ: 20 แต้มบัวรดน้ำสังกะสี: 10 แต้มอาหารไก่สำเร็จรูปเร่งไข่ (1 กระสอบ): 10 แต้มเมล็ดพันธุ์มะละกอแขกดำ (พันธุ์โตไวพิเศษ): 10 แต้มเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศ มะนาว และถั่วฝักยาว (แพ็กรวม): 20 แต้มน้ำขิงกดแลกเปลี่ยนอย่างไม่ลังเล แต้มสะสมลด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 กะเพราสามชั้นขั้นเทพเรียกวิญญาณ
“ฟุดฟิด... พระสนมพ่ะย่ะค่ะ วันนี้มีเมนูอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ กลิ่นมันช่างรุนแรงจามจนน้ำลายสอไปหมดแล้ว” อาเป่ายื่นหน้ามากระซิบที่รูกำแพง มือก็ส่งมัดฟืนเข้ามาให้น้ำขิงที่ตั้งเตาไฟอยู่หลังกำแพง ยิ้มกริ่มรับฟืนมา แล้วส่งจานไม้ที่บรรจุอาหารเมนูใหม่ลอดรูกำแพงกลับไปให้ “วันนี้ขอเสนอเมนูเด็ด... ไข่เจียวกะเพรากรอบ! ทอดด้วยน้ำมันร้อนๆ หอมกลิ่นใบกะเพราและกระเทียมพริกสับ รับรองว่ากินกับข้าวสวยร้อนๆ... เอ๊ะ พวกเจ้าไม่มีข้าวสวยนี่นา งั้นกินเปล่าๆ ไปก่อนแล้วกัน!”อาเป่าและต้าไห่รับจานไข่เจียวสีเหลืองทองที่ฟูฟ่องและมีขอบกรอบเกรียม ส่งกลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราและพริก ทันทีที่พวกเขาฉีกไข่เจียวแบ่งกันเข้าปาก ความกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มๆ มันๆ และความเผ็ดร้อนของพริกจินดาที่ซ่อนอยู่ ก็ทำเอาองครักษ์ร่างยักษ์ทั้งสองถึงกับน้ำตาไหลพราก!“เผ็ด! เผ็ดร้อนเหลือเกิน! แต่อร่อย! อร่อยจนหยุดกินไม่ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!” ต้าไห่อ้าปากซี๊ดซ๊าด เหงื่อแตกพลั่ก แต่ก็ยังคงยัดไข่เจียวเข้าปากอย่างไม่ลดละ รสชาติของผงชูรส... เอ๊ย รสชาติของซอสและเครื่องปรุงไทย มันตราตรึงฝังลึกลงไปในต่อมรับรสของคนยุคโบราณที่ไม่เคยรู้จักรสจัดจ้านเช่นนี้มาก่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 กงกงก็ไม่รอดโดนผัดกะเพราตก
น้ำขิงหอบวัตถุดิบกลับมาที่ลานหน้าตำหนัก เธอเปิดหน้าจอโฮโลแกรม [ระบบไทยมาร์เก็ต] ขึ้นมาจัดการธุรกรรมทันที เธอกดสแกนก้อนตำลึงเงินทั้งสามก้อนเข้าระบบ[ติ๊ง! ตรวจพบเงินตราโบราณ 3 ตำลึงเงิน ทำการแปลงค่าเป็นแต้มระบบท่านได้รับ 300 แต้ม!][สถานะแต้มปัจจุบัน: 330 แต้ม]“สามร้อยแต้ม! รวยแล้วโว้ย!” น้ำขิงแทบจะกระโดดตัวลอย เธอรีบกดเข้าไปในหมวด [ร้านค้า] ทันที ภัยแล้งกำลังจะมา บ่อน้ำกำลังจะแห้ง เธอต้องเตรียมการรับมือ น้ำขิงเลื่อนหาสินค้าหมวดการเกษตรอย่างรวดเร็ว สายตาไปสะดุดเข้ากับไอเทมชิ้นหนึ่ง‘สายยางรดน้ำวิเศษ (ต่อตรงจากท่อประปาไทย) - ไม่มีวันน้ำแห้ง!’ ราคา 150 แต้ม“กดสิคะ รออะไร!”[ติ๊ง! แลกเปลี่ยนสำเร็จ! สายยางรดน้ำวิเศษถูกติดตั้งที่ก๊อกน้ำจำลองหลังตำหนักเย็นแล้ว!]เพียงพริบตาเดียว ก๊อกน้ำทองเหลืองสไตล์วินเทจพร้อมสายยางสีเขียวความยาวสิบเมตรก็ปรากฏขึ้นติดกับผนังตำหนัก น้ำขิงวิ่งไปเปิดก๊อก ซ่า! น้ำประปาใสแจ๋วเย็นฉ่ำไหลพุ่งออกมาอย่างแรง เธอหัวเราะร่า บัดนี้ต่อให้แคว้นนี้จะแล้งจนทะเลทรายเรียกพี่ ตำหนักเย็นของเธอก็จะยังคงความเขียวขจี เป็นโอเอซิสแห่งเดียวในวังหลัง!เมื่อจัดการเรื่องน้ำเสร็จ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 ไม่มีใครต้านกลิ่นสวรรค์อย่างอาหารไทยได้เลย
หลิวกงกงผู้เย่อหยิ่ง บัดนี้พ่ายแพ้ต่อกลิ่นกะเพราหมูสามชั้นอย่างราบคาบ เขาหน้ามืดตามัว ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบเอาแหวนทองคำวงเล็กๆ ที่เพิ่งยักยอกมาจากคลังตำหนักกุ้ยเฟยออกมา ส่งลอดช่องกำแพงไปอย่างสั่นเทา“ขะ... ข้ามีแหวนทองวงนี้! เอาอาหารนั่นมาให้เปิ่นกงกงเดี๋ยวนี้!”น้ำขิงคว้าแหวนทองคำมาไว้ในมือ รอยยิ้มแม่ค้าหน้าเลือดปรากฏบนใบหน้าอดีตพริตตี้สาว[ติ๊ง! ตรวจพบทองคำบริสุทธิ์... ท่านได้รับ 1,000 แต้ม!]‘หึหึ... กุ้ยเฟยเอ๋ย กุ้ยเฟย... ส่งข้ามาลำบากแท้ๆ แต่ลูกน้องของเจ้ากลับเอาทองมาประเคนให้ข้าถึงที่! ธุรกิจผูกขาดวังหลังของเปิ่นกง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!’ภัยแล้งที่กำลังจะทำลายแคว้นนี้ หรือจะสู้ความร้อนแรงของสตรีทฟู้ดไทยมาร์เก็ตในตำหนักเย็น!เสียงเซ็งแซ่ของฝูงชนที่เบียดเสียดกันอยู่หน้ากำแพงตำหนักเย็น ดังอื้ออึงราวกับฝูงผึ้งแตกรัง บรรดาขันที นางกำนัล และทหารองครักษ์ที่ทนต่ออานุภาพของกลิ่น ‘ส้มตำไก่ย่าง’ ไม่ไหว ต่างพากันล้วงเอาของมีค่าในแขนเสื้อออกมาประชันกันอย่างบ้าคลั่ง บ้างชูปิ่นปักผมเงิน บ้างชูกำไลหยกเนื้อรอง บ้างก็กำเศษเงินอีแปะไว้แน่น“พระสนม! ข้าให้ปิ่นเงินสองอั
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-27
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status