Share

ขึ้นเขากับท่านตา

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-07 10:01:57

ช่วงปลายยามซื่อ (09.00-10.59) หลังจากที่จ้าวเหว่ยกลับมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนั้น

ชายชราก็เตรียมตัวขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรตามปกติ เพียงแต่วันนี้ขึ้นเขาสายกว่าทุกวันเพราะติดเรื่องการแยกบ้านในช่วงเช้าอยู่

ในขณะที่ชายชราเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั่นจู่ ๆ เสียงเรียกของหลานสาวคนเล็กของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน

“ท่านตาข้าขอไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าอยากขึ้นเขาด้วยจะได้หรือไม่ ข้าอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ที่รีบเร่งเตรียมตัวเพื่อจะขอขึ้นเขาไปกับผู้เป็นตาจนเกือบจะไม่ทันอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย

“ได้สิ แต่ว่าเจ้าห้ามอยู่ห่างจากตาเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่?”

คำตอบจากชายชราที่เอ่ยอนุญาตอย่างง่ายดายทำให้เด็กสาวถึงกับงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่นานจ้าวโม่ก็เผยยิ้มสดใสออกมาอย่างดีใจ

ก่อนที่นางจะเอ่ยรับปากกับชายชราด้วยน้ำเสียงแข็งขันด้วยความดีใจ

“ได้เลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลยดีหรือไม่?”

“แล้วเจ้าได้บอกมารดาของเจ้าเอาไว้หรือยังเล่า”

จ้าวเหว่ยเอ่ยถามกับหลานสาวหลังจากที่เห็นท่าทางดีอกดีใจเป็นอย่างมากที่เขาอนุญาตให้อีกฝ่ายตามขึ้นเขาไปด้วยจนอาจจะหลงลืมเรื่องของมารดาตนเองได้

“ข้าได้แจ้งท่านแม่เอาไว้แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่บอกว่าถ้าท่านตาอนุญาตท่านเองก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่รีบเอ่ยบอกผู้เป็นตาขึ้นหลังจากที่อีกฝ่ายได้เอ่ยถามถึงมารดาของตน

“เช่นนั้นก็ไปกันเถิดประเดี๋ยวจะกลับมามืดค่ำ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อชายชราเห็นว่าทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงได้เอ่ยบอกกับหลานสาวของตนเองให้ออกเดินทางกันได้หลังจากจบคำตอบรับของเด็กสาว จากนั้นสองตาหลานต่างก็พากันเดินไปตามเส้นทางขึ้นเขาที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวันในทันที

ตลอดการเดินทางขึ้นเขาจ้าวโม่จะคอยมองสำรวจไปรอบ ๆ ตัวของตนเองไปด้วย เพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะนำไปขายทำเงินให้กับครอบครัวของนางได้บ้างหรือไม่

เส้นทางขึ้นเขาที่ชายชราพานางเดินไปนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่บ้างปะปนกันไป สองข้างทางมีทั้งช่วงที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง แต่บางจุดกลับไม่มีต้นหญ้าขึ้นแม้แต่น้อย

โดยเส้นทางที่ทั้งสองคนใช้อยู่ในตอนนี้เหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้เดินอยู่เป็นประจำเช่นเดียวกัน

เดินไปได้ราว ๆ ครึ่งชั่วยามสองตาหลานบ้านจ้าวก็ได้มาหยุดลงตรงทางแยกสองสาย

เป็นทางแยกซ้ายกับขวา โดยแยกทางซ้ายนั้นเป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีผู้คนเดินใช้งานสักเท่าไหร่เพราะร่องรอยการเดินสัญจรค่อนข้างน้อย

ผิดกับทางแยกด้านขวาที่มองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าคงจะเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้เดินทางกันอยู่ตลอดอย่างแน่นอน ด้วยความสงสัยจ้าวโม่จึงได้เอ่ยถามท่านตาของตนเองขึ้นมา

“ท่านตาเจ้าคะ ทำไมเส้นทางสองเส้นนี้ถึงได้ดูต่างกันเช่นนี้ละเจ้าคะ”

“นั่นก็เพราะว่าเส้นทางด้านซ้ายของพวกเราเป็นเส้นทางที่พวกบิดาของเจ้าใช้สำหรับเข้าไปล่าสัตว์ป่าอย่างไรเล่า”

“ส่วนเส้นทางฝั่งขวานั้นเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้สำหรับขึ้นไปหาของป่าและเก็บฟืน”

“ทางแยกตรงนี้ก็คือเส้นทางแบ่งเขตของภูเขาลูกนี้นั่นเอง”

เมื่อจ้าวเหว่ยได้ยินคำถามของหลานสาวเขาจึงได้เอ่ยบอกเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ของสองเส้นทางนี้ให้กับเด็กสาวขี้สงสัยตรงหน้าอย่างใจเย็น

“เอาละพวกเราต้องไปทางขวาเจ้าเดินตามหลังตามาอย่าได้ห่างกายเป็นอันขาด”

หลังจากเอ่ยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางเสร็จเรียบร้อยชายชราก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งยังเอ่ยย้ำถึงเรื่องสำคัญกับหลานสาวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าค่ะ”

จ้าวโม้เองก็เอ่ยตอบรับคำพูดของผู้เป็นตาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นมา ก่อนที่สองตาหลานจะได้ออกเดินอีกครั้งจู่ ๆ จมูกของจ้าวโม่ก็ได้กลิ่นหอมเย็น ๆ บางอย่างลอยมาจากอีกด้านของเส้นทางที่ตนเองกำลังจะไป

ด้วยความสงสัยเด็กสาวจึงได้เอ่ยรั้งผู้เป็นตาเอาไว้ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นมาถึงกลิ่นที่ตนเองได้รับมา

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านตา ข้าได้กลิ่นหอมเย็นบางอย่างลอยมาจากทางด้านนั้นเจ้าค่ะ ข้าอยากไปสำรวจดูสักหน่อยได้หรือไม่?”

“กลิ่นอะไรกันตาไม่เห็นจะได้กลิ่นเลย อีกอย่างทางที่เจ้าว่ามามันคือทางเข้าป่าที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ อันตรายไม่น้อยนะ”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยความมึนงงเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นหอมที่หลานสาวของเขาได้รับมา พร้อมกับเอ่ยบอกถึงความจริงเรื่องเส้นทางด้านซ้ายที่หลานสาวของเขาต้องการจะเข้าไปสำรวจดู

“หลานว่าต้นตอของกลิ่นคงจะอยู่ไม่ไกลจากพวกเรามากนักเจ้าค่ะ เพราะกลิ่นมันชัดเจนมาก เราน่าจะไม่ต้องเข้าไปลึกมานะเจ้าคะ”

จ้าวโม้ที่ยังคงติดใจกับกลิ่นที่ตนเองได้รับอยู่ในตอนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้เอ่ยโน้มน้าวท่านตาให้พาไปสำรวจดู

“ก็ได้ ๆ แต่เข้าไปไม่ไกลนะ ถ้ายังไม่พบพวกเราจะออกมากันทันทีตกลงไหม”

ในที่สุดจ้าวเหว่ยก็ไม่สามารถคัดค้านความต้องการของหลานสาวได้ ชายชราจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะพาเด็กสาวเดินไปอีกทางตามที่อีกฝ่ายต้องการแทน

“เจ้าค่ะท่านตา ท่านตาดีที่สุด”

จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบตกลงของผู้เป็นตาก็ร้องตอบรับด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบเดินตามหลังของอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็ว

จ้าวโม่เดินไปตามเส้นทางที่ได้กลิ่นไปไม่นานก็ได้ไปหยุดลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง รอบ ๆ ต้นไม้ใหญ่ก็ยังมีเหล่าต้นไม้เล็กอยู่รอบ ๆ

แต่ที่เด็กสาวต้องเดินมาแล้วหยุดลงตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็เป็นเพราะว่ากลิ่นที่นางได้รับนั้นมันสิ้นสุดลงตรงนี้พอดี

นางลองเดินผ่านไปแล้วก็ไม่ได้กลิ่น ดังนั้นจึงทำให้จ้าวโม่มั่นใจว่าที่มาของกลิ่นหอมเย็น ๆ จะต้องมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงได้เดินมาหยุดลงที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ต้นนี้

“ต้นไม้นี้มีสิ่งใดอย่างนั้นหรือโม่เอ๋อร์?”

เมื่อชายชราเห็นว่าหลานสาวของตนได้เดินไปหยุดลงตรงหน้าต้นไม้ใหญ่จึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“กลิ่นมันหยุดลงตรงนี้เจ้าค่ะท่านตา ข้าคิดว่ามันน่าจะมีบางอย่างอยู่แถว ๆ นี้อย่างแน่นอน”

จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราไปตามจริง เพราะนางมั่นใจว่าจะต้องมีบางอย่างอยู่รอบ ๆ บริเวณต้นไม้นี้อย่างแน่นอน เพียงแค่ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด

“เช่นนั้นก็ลองมองหาดูก่อนก็แล้วกัน”

หลังจากที่จ้าวเหว่ยได้ยินคำพูดของเด็กสาวจบ เขาก็เอ่ยบอกกับอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มมองสำรวจไปรอบ ๆ ต้นไม้ตามที่หลานสาวเอ่ยมา

ทางด้านจ้าวโม่ก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของชายชรา จากนั้นนางก็เริ่มออกเดินสำรวจตรงบริเวณโคนต้นไม้ที่มีใบไม้แห้งปกคลุมอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ จ้าวโม่จึงได้ก้มลงไปหยิบกิ่งไม้แห้งตรงข้าง ๆ ร่างของตนเองขึ้นมาแล้วลงมือเขี่ยพวกใบไม้แห้งที่อยู่รอบ ๆ โคนต้นไม้ออกเพื่อหาดูอีกครั้ง

จ้าวโม่เขี่ยใบไม้จนเกือบจะรอบโคนต้นไม้ใหญ่แล้วและกำลังคิดว่าจะหยุดมือลงเสียเพราะคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดอยู่แถวนี้ตามที่ตนเองคาดเดาเอาไว้

แต่เมื่อเขี่ยไปถึงจุดเชื่อมของต้นไม้นางกลับพบบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ใบไม้แห้งพวกนั้น แต่ด้วยตัวของนางไม่ค่อยจะมีความรู้ในด้านนี้ เด็กสาวจึงได้ร้องเรียกผู้เป็นตาที่อยู่ห่างออกไปให้มาดูแทนตนเสีย

“ท่านตาเจ้าคะ ช่วยมาดูตรงนี้กับข้าหน่อยเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ เจ้าระวังตัวด้วยอย่างเพิ่งเข้าใกล้มันเล่า”

ชายชราร้องตอบกลับมาพร้อมกับเอ่ยกำชับหลานสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะรีบเดินตรงกลับมาหาร่างของหลานสาวที่อยู่ไม่ไกล

“ไหนรึสิ่งที่เจ้าจะให้ตาดู”

เมื่อมาถึงตัวของเด็กสาวแล้วจ้าวเหว่ยจึงได้เอ่ยถามอีกฝ่ายถึงสิ่งที่ค้นพบเมื่อสักครู่ในทันที

“อยู่นั่นเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วชี้ของตนเองไปยังสิ่งของที่หาพบเมื่อสักครู่ให้กับชายชรา และทันทีที่ดวงตาของจ้าวเหว่ยสบเขากับสิ่งที่ผู้เป็นหลานสาวหาเจอก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจจนแทบหมดสติ

“นั่นมัน!”

ชายชราเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนจะนิ่งเงียบไปจนจ้าวโม่รู้สึกตกใจตามอีกฝ่ายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองพบเจอนั้นคือสิ่งใดกันแน่

==========================================================================================

ยัยน้องกับท่านตาเจออะไรกันนะ อิอิ ของดีแน่เลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status