Share

ขึ้นเขากับท่านตา

last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 10:01:57

ช่วงปลายยามซื่อ (09.00-10.59) หลังจากที่จ้าวเหว่ยกลับมาจากบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้วนั้น

ชายชราก็เตรียมตัวขึ้นเขาเพื่อหาสมุนไพรตามปกติ เพียงแต่วันนี้ขึ้นเขาสายกว่าทุกวันเพราะติดเรื่องการแยกบ้านในช่วงเช้าอยู่

ในขณะที่ชายชราเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะเดินออกจากบ้านไปนั่นจู่ ๆ เสียงเรียกของหลานสาวคนเล็กของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน

“ท่านตาข้าขอไปด้วยเจ้าค่ะ ข้าอยากขึ้นเขาด้วยจะได้หรือไม่ ข้าอยากไปเปิดหูเปิดตาบ้างเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่ที่รีบเร่งเตรียมตัวเพื่อจะขอขึ้นเขาไปกับผู้เป็นตาจนเกือบจะไม่ทันอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย

“ได้สิ แต่ว่าเจ้าห้ามอยู่ห่างจากตาเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่?”

คำตอบจากชายชราที่เอ่ยอนุญาตอย่างง่ายดายทำให้เด็กสาวถึงกับงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่นานจ้าวโม่ก็เผยยิ้มสดใสออกมาอย่างดีใจ

ก่อนที่นางจะเอ่ยรับปากกับชายชราด้วยน้ำเสียงแข็งขันด้วยความดีใจ

“ได้เลยเจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเราก็ไปกันเลยดีหรือไม่?”

“แล้วเจ้าได้บอกมารดาของเจ้าเอาไว้หรือยังเล่า”

จ้าวเหว่ยเอ่ยถามกับหลานสาวหลังจากที่เห็นท่าทางดีอกดีใจเป็นอย่างมากที่เขาอนุญาตให้อีกฝ่ายตามขึ้นเขาไปด้วยจนอาจจะหลงลืมเรื่องของมารดาตนเองได้

“ข้าได้แจ้งท่านแม่เอาไว้แล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่บอกว่าถ้าท่านตาอนุญาตท่านเองก็ไม่มีปัญหาเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่รีบเอ่ยบอกผู้เป็นตาขึ้นหลังจากที่อีกฝ่ายได้เอ่ยถามถึงมารดาของตน

“เช่นนั้นก็ไปกันเถิดประเดี๋ยวจะกลับมามืดค่ำ”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อชายชราเห็นว่าทุกอย่างไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงได้เอ่ยบอกกับหลานสาวของตนเองให้ออกเดินทางกันได้หลังจากจบคำตอบรับของเด็กสาว จากนั้นสองตาหลานต่างก็พากันเดินไปตามเส้นทางขึ้นเขาที่ใช้อยู่เป็นประจำทุกวันในทันที

ตลอดการเดินทางขึ้นเขาจ้าวโม่จะคอยมองสำรวจไปรอบ ๆ ตัวของตนเองไปด้วย เพื่อดูว่ามีอะไรที่พอจะนำไปขายทำเงินให้กับครอบครัวของนางได้บ้างหรือไม่

เส้นทางขึ้นเขาที่ชายชราพานางเดินไปนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้เล็กใหญ่บ้างปะปนกันไป สองข้างทางมีทั้งช่วงที่มีต้นหญ้าขึ้นสูง แต่บางจุดกลับไม่มีต้นหญ้าขึ้นแม้แต่น้อย

โดยเส้นทางที่ทั้งสองคนใช้อยู่ในตอนนี้เหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้เดินอยู่เป็นประจำเช่นเดียวกัน

เดินไปได้ราว ๆ ครึ่งชั่วยามสองตาหลานบ้านจ้าวก็ได้มาหยุดลงตรงทางแยกสองสาย

เป็นทางแยกซ้ายกับขวา โดยแยกทางซ้ายนั้นเป็นเส้นทางที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีผู้คนเดินใช้งานสักเท่าไหร่เพราะร่องรอยการเดินสัญจรค่อนข้างน้อย

ผิดกับทางแยกด้านขวาที่มองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าคงจะเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้เดินทางกันอยู่ตลอดอย่างแน่นอน ด้วยความสงสัยจ้าวโม่จึงได้เอ่ยถามท่านตาของตนเองขึ้นมา

“ท่านตาเจ้าคะ ทำไมเส้นทางสองเส้นนี้ถึงได้ดูต่างกันเช่นนี้ละเจ้าคะ”

“นั่นก็เพราะว่าเส้นทางด้านซ้ายของพวกเราเป็นเส้นทางที่พวกบิดาของเจ้าใช้สำหรับเข้าไปล่าสัตว์ป่าอย่างไรเล่า”

“ส่วนเส้นทางฝั่งขวานั้นเป็นเส้นทางที่พวกชาวบ้านใช้สำหรับขึ้นไปหาของป่าและเก็บฟืน”

“ทางแยกตรงนี้ก็คือเส้นทางแบ่งเขตของภูเขาลูกนี้นั่นเอง”

เมื่อจ้าวเหว่ยได้ยินคำถามของหลานสาวเขาจึงได้เอ่ยบอกเล่ารายละเอียดต่าง ๆ ของสองเส้นทางนี้ให้กับเด็กสาวขี้สงสัยตรงหน้าอย่างใจเย็น

“เอาละพวกเราต้องไปทางขวาเจ้าเดินตามหลังตามาอย่าได้ห่างกายเป็นอันขาด”

หลังจากเอ่ยอธิบายเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางเสร็จเรียบร้อยชายชราก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมทั้งยังเอ่ยย้ำถึงเรื่องสำคัญกับหลานสาวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

“เจ้าค่ะ”

จ้าวโม้เองก็เอ่ยตอบรับคำพูดของผู้เป็นตาด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นมา ก่อนที่สองตาหลานจะได้ออกเดินอีกครั้งจู่ ๆ จมูกของจ้าวโม่ก็ได้กลิ่นหอมเย็น ๆ บางอย่างลอยมาจากอีกด้านของเส้นทางที่ตนเองกำลังจะไป

ด้วยความสงสัยเด็กสาวจึงได้เอ่ยรั้งผู้เป็นตาเอาไว้ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายขึ้นมาถึงกลิ่นที่ตนเองได้รับมา

“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะท่านตา ข้าได้กลิ่นหอมเย็นบางอย่างลอยมาจากทางด้านนั้นเจ้าค่ะ ข้าอยากไปสำรวจดูสักหน่อยได้หรือไม่?”

“กลิ่นอะไรกันตาไม่เห็นจะได้กลิ่นเลย อีกอย่างทางที่เจ้าว่ามามันคือทางเข้าป่าที่มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ อันตรายไม่น้อยนะ”

จ้าวเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยความมึนงงเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นหอมที่หลานสาวของเขาได้รับมา พร้อมกับเอ่ยบอกถึงความจริงเรื่องเส้นทางด้านซ้ายที่หลานสาวของเขาต้องการจะเข้าไปสำรวจดู

“หลานว่าต้นตอของกลิ่นคงจะอยู่ไม่ไกลจากพวกเรามากนักเจ้าค่ะ เพราะกลิ่นมันชัดเจนมาก เราน่าจะไม่ต้องเข้าไปลึกมานะเจ้าคะ”

จ้าวโม้ที่ยังคงติดใจกับกลิ่นที่ตนเองได้รับอยู่ในตอนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้เอ่ยโน้มน้าวท่านตาให้พาไปสำรวจดู

“ก็ได้ ๆ แต่เข้าไปไม่ไกลนะ ถ้ายังไม่พบพวกเราจะออกมากันทันทีตกลงไหม”

ในที่สุดจ้าวเหว่ยก็ไม่สามารถคัดค้านความต้องการของหลานสาวได้ ชายชราจึงได้เอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนจะพาเด็กสาวเดินไปอีกทางตามที่อีกฝ่ายต้องการแทน

“เจ้าค่ะท่านตา ท่านตาดีที่สุด”

จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบตกลงของผู้เป็นตาก็ร้องตอบรับด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบเดินตามหลังของอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็ว

จ้าวโม่เดินไปตามเส้นทางที่ได้กลิ่นไปไม่นานก็ได้ไปหยุดลงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง รอบ ๆ ต้นไม้ใหญ่ก็ยังมีเหล่าต้นไม้เล็กอยู่รอบ ๆ

แต่ที่เด็กสาวต้องเดินมาแล้วหยุดลงตรงต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็เป็นเพราะว่ากลิ่นที่นางได้รับนั้นมันสิ้นสุดลงตรงนี้พอดี

นางลองเดินผ่านไปแล้วก็ไม่ได้กลิ่น ดังนั้นจึงทำให้จ้าวโม่มั่นใจว่าที่มาของกลิ่นหอมเย็น ๆ จะต้องมาจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นนางจึงได้เดินมาหยุดลงที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ต้นนี้

“ต้นไม้นี้มีสิ่งใดอย่างนั้นหรือโม่เอ๋อร์?”

เมื่อชายชราเห็นว่าหลานสาวของตนได้เดินไปหยุดลงตรงหน้าต้นไม้ใหญ่จึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“กลิ่นมันหยุดลงตรงนี้เจ้าค่ะท่านตา ข้าคิดว่ามันน่าจะมีบางอย่างอยู่แถว ๆ นี้อย่างแน่นอน”

จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราไปตามจริง เพราะนางมั่นใจว่าจะต้องมีบางอย่างอยู่รอบ ๆ บริเวณต้นไม้นี้อย่างแน่นอน เพียงแค่ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด

“เช่นนั้นก็ลองมองหาดูก่อนก็แล้วกัน”

หลังจากที่จ้าวเหว่ยได้ยินคำพูดของเด็กสาวจบ เขาก็เอ่ยบอกกับอีกฝ่าย ก่อนจะเริ่มมองสำรวจไปรอบ ๆ ต้นไม้ตามที่หลานสาวเอ่ยมา

ทางด้านจ้าวโม่ก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของชายชรา จากนั้นนางก็เริ่มออกเดินสำรวจตรงบริเวณโคนต้นไม้ที่มีใบไม้แห้งปกคลุมอยู่เป็นจำนวนมาก

แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ จ้าวโม่จึงได้ก้มลงไปหยิบกิ่งไม้แห้งตรงข้าง ๆ ร่างของตนเองขึ้นมาแล้วลงมือเขี่ยพวกใบไม้แห้งที่อยู่รอบ ๆ โคนต้นไม้ออกเพื่อหาดูอีกครั้ง

จ้าวโม่เขี่ยใบไม้จนเกือบจะรอบโคนต้นไม้ใหญ่แล้วและกำลังคิดว่าจะหยุดมือลงเสียเพราะคิดว่าคงไม่มีสิ่งใดอยู่แถวนี้ตามที่ตนเองคาดเดาเอาไว้

แต่เมื่อเขี่ยไปถึงจุดเชื่อมของต้นไม้นางกลับพบบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ใบไม้แห้งพวกนั้น แต่ด้วยตัวของนางไม่ค่อยจะมีความรู้ในด้านนี้ เด็กสาวจึงได้ร้องเรียกผู้เป็นตาที่อยู่ห่างออกไปให้มาดูแทนตนเสีย

“ท่านตาเจ้าคะ ช่วยมาดูตรงนี้กับข้าหน่อยเจ้าค่ะ”

“ได้ ๆ เจ้าระวังตัวด้วยอย่างเพิ่งเข้าใกล้มันเล่า”

ชายชราร้องตอบกลับมาพร้อมกับเอ่ยกำชับหลานสาวด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะรีบเดินตรงกลับมาหาร่างของหลานสาวที่อยู่ไม่ไกล

“ไหนรึสิ่งที่เจ้าจะให้ตาดู”

เมื่อมาถึงตัวของเด็กสาวแล้วจ้าวเหว่ยจึงได้เอ่ยถามอีกฝ่ายถึงสิ่งที่ค้นพบเมื่อสักครู่ในทันที

“อยู่นั่นเจ้าค่ะ”

จ้าวโม่เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วชี้ของตนเองไปยังสิ่งของที่หาพบเมื่อสักครู่ให้กับชายชรา และทันทีที่ดวงตาของจ้าวเหว่ยสบเขากับสิ่งที่ผู้เป็นหลานสาวหาเจอก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจจนแทบหมดสติ

“นั่นมัน!”

ชายชราเอ่ยขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ ก่อนจะนิ่งเงียบไปจนจ้าวโม่รู้สึกตกใจตามอีกฝ่ายและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองพบเจอนั้นคือสิ่งใดกันแน่

==========================================================================================

ยัยน้องกับท่านตาเจออะไรกันนะ อิอิ ของดีแน่เลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หารือเรื่องแยกบ้าน

    ในที่สุดตอนนี้ครอบครัวของจ้าวโม่ก็อยู่กันอย่างพร้อมหน้าในมื้ออาหารเย็นเสียทีเพราะหลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ มากมายกันเสร็จเรียบร้อย ก็ถึงเวลามื้อเย็นแล้ว ดังนั้นในเวลานี้ครอบครัวของจ้าวโม่จึงกำลังกินมื้อเย็นกันอย่างพร้อมหน้าเมื่อจ้าวเหว่ยผู้อาวุโสที่สุดของบ้านเห็นว่าทุกคนในบ้านต่างก็กินข้าวเย็น

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หนังสือแยกบ้าน

    บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันทีแต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้านรวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ใครก็ห้ามแตะต้องหลานสาวของข้า!

    จ้าวโม่ที่ในตอนแรกรู้สึกโมโหป้าปากตลาดตรงหน้าจนอยากจะฟาดอีกฝ่ายด้วยเปลือกทุเรียนเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวแต่เมื่อนางคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนไปเป็นเอ่ยยอกย้อนคำพูดของนางหลิวซื่อกลับไป“นังตัวดี! เจ้าคงจะลืมรสมือของข้าไปแล้วสินะ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะตบเจ้าเพื่อสั่งสอนแทนมารดาไม่เอาไหนของเจ้าเอง”

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   สกุลจ้าวบ้านใหญ่

    ในตอนนี้จ้าวโม่กับท่านตาของนางก็ได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านของคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่แล้ว“พี่ใหญ่ท่านอยู่หรือไม่?”จ้าวเหว่ยเอ่ยเรียกพี่ชายของตนจากหน้าบ้านเพื่อดูว่าอีกฝ่ายได้อยู่ที่บ้านในวันนี้หรือไม่“อ้าวท่านอามาหาท่านพ่อหรือขอรับ”คนที่ออกมาจากตัวบ้านแล้วเอ่ยทักทายชายชรากลับเป็น จ้าวหัวหนาน บุตรชายคนโต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status