Share

หนังสือแยกบ้าน

last update Last Updated: 2026-03-07 10:01:25

บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันที

แต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้าน

รวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน เมื่อทุกคนได้เห็นรอยบาดแผลและรอยฟกช้ำเต็มตัวของเด็กสาวต่างก็เบนสายตากลับไปจ้องมองยังคนบ้านใหญ่จ้าวกันอย่างตำหนิและต่อว่าอยู่ภายในใจ

“เหลวไหล! บุตรสาวของข้าไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างแน่นอนต้องเป็นบุตรสาวของเจ้าใช่หรือไม่นางหมี่ซื่อที่เป็นคนยุยงลูกสาวของข้า!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของนางหลิวซื่อดังขึ้นอย่างไม่เชื่อในคำพูดของเด็กสาวพร้อมทั้งยังเอ่ยปัดความผิดไปให้กับบุตรสาวของสะใภ้คนรองอย่างนางหมี่ซื่อที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ของผู้เป็นสามีในทันที

“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะมาโยนความผิดให้กับหนิงเอ๋อร์ของข้าเพียงคนเดียวเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเจ้าคะ เพราะนางก็เอ่ยบอกอยู่ว่าเป็นทั้งสองคนหาใช่เพียงคนเดียว”

นางหมี่ซื่อเองก็ไม่ยินยอมที่จะให้ลูกสาวของตนเองต้องแบกรับความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้เอาไว้เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน

ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยคัดค้านคำพูดของนางหลิวซื่อออกไปอย่างไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายอีกเช่นเดียวกัน

“เจ้า! นี่เจ้ากล้าใส่ความถงเอ๋อร์ของข้าเช่นนั้นรึหมี่ซื่อ!”

นางหลิวซื่อหันไปตะคอกเสียงดังใส่นางหมี่ซื่อที่ในตอนนี้อีกฝ่ายเองก็กำลังยืนหันมาเผชิญหน้ากับตนเองอยู่เช่นกัน

“ใช่แล้วจะทำไม ขะ...”

“พอได้แล้วทั้งคู่นั้นแหละ!”

ในขณะที่สะใภ้ทั้งสองของตนเองกำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น จ้าวเห้อก็ตะคอกห้ามทั้งสองคนขึ้นอย่างหมดความอดทน

ก่อนที่เขาจะปรายตามองไปยังร่างของจ้าวโม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ของน้องชายตนเองด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด จากนั้นชายชราจึงได้เอ่ยตอบตกลงเรื่องการแยกบ้านขึ้นด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน

“ก็ได้ เอาเป็นว่าข้าตกลงให้พวกเจ้าแยกบ้านกันออกไปได้ แต่ส่วนแบ่งของมรดกนั้นข้าคงจะแบ่งให้ได้ไม่มาก มีเพียงแค่ที่ดินที่พวกเจ้าใช้ปลูกบ้านเท่านั้นที่ข้าจะยกให้”

“ส่วนเงินกับข้าวสารนั้นคงจะให้ไม่ได้ พวกเจ้าก็เห็นว่าบ้านของข้านั้นมีคนเยอะแค่ไหน เกรงว่าถ้าเกิดแบ่งมันให้กับพวกเจ้าบ้านข้าคงจะต้องลำบากเช่นเดียวกัน”

“แต่ถ้าพวกเจ้าไม่รับเงื่อนไขนี้ของข้า เช่นนั้นเรื่องแยกบ้านก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ว่าอย่างไรเจ้าเล็ก?”

เงื่อนไขของจ้าวเห้อที่เอ่ยออกมาเมื่อสักครู่นี้ทำเอาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความยากลำบากแทนคนสกุลจ้าวบ้านรอง

“ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าเองก็มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน ข้าขอให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านทำหนังสือตัดขาดให้กับพวกข้าด้วยเลย”

“เพราะข้าคิดว่าถ้ามีญาติเช่นนี้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า”

“นี่เจ้า!”

จ้าวโม่ที่เห็นว่าผู้เป็นตาของตนนั้นพูดไม่ออกตั้งแต่ได้ฟังเงื่อนไขของพี่ชายจบลงไปแล้ว นางจึงถือโอกาสในครั้งนี้เป็นคนตัดสินใจแทนเองเสีย

และยังไม่ลืมที่จะเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างความปลอดภัยให้กับครอบครัวของตนเองในอนาคตข้างหน้าอีกอย่างด้วยเลย

ซึ่งเงื่อนไขของเด็กสาวกลับสร้างความไม่พอใจให้กับจ้าวเห้อมากขึ้นไปอีก จนชายชราเผลอตัวตะคอกเสียงใส่หลานสาวนอกคอกของตนเองด้วยความโมโห

“เอาตามที่โม่เอ๋อร์เอ่ยมาเมื่อครู่เลยก็ดี ข้าเองก็คิดว่าในเมื่อพี่ใหญ่ยื่นเงื่อนไขเช่นนี้ให้กับข้า ก็เท่ากับว่าในใจของท่านเองก็ไม่ได้มีพวกข้าเป็นญาติอีกต่อไปแล้วเช่นเดียวกัน”

“เมื่อเป็นแบบนั้น พวกเราก็ควรจบจบกันไปด้วยดีเสีย รบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านดำเนินการตามนี้ให้กับพวกข้าด้วยขอรับ”

จ้าวเหว่ยเป็นฝ่ายเอ่ยออกหน้าแทนหลานสาวของตนเองอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้สติกลับคืนมาและคิดเห็นเช่นเดียวกับผู้เป็นหลานสาว

ดังนั้นจ้าวเหว่ยจึงไม่คิดจะลังเลใจอีกต่อไปแล้ว เขาถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อเป็นข้อสรุปของเรื่องราวในวันนี้

“หึ! อวดดี ข้าจะรอดูสิว่าน้ำหน้าอย่างพวกเจ้าจะอวดดีไปได้อีกสักเท่าไหร่กัน แล้วอย่างซมซานกลับมาขอให้ข้าช่วยเหลืออีกก็แล้วกัน!”

ในตอนแรกที่จ้าวเห้อได้ยินคำพูดของน้องชายเพียงคนเดียวก็รู้สึกใจเสียขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อได้ฟังอีกฝ่ายเอ่ยจบกลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกโมโหน้องชายของตนเองขึ้นมาแทนเสียอย่างนั้น

นั่นจึงทำให้จ้าวเห้อเอ่ยตัดจบอีกฝ่ายอย่างดูแคลน ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ขอรับ ขอให้พี่ใหญ่รักษาตัวด้วย”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบกลับอีกฝ่ายเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเงียบเสียงลงไปอย่างไม่มีอะไรจะเอ่ยอีก

“ในเมื่อพวกท่านตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย เช่นนั้นท่านอาทั้งสองก็ตามข้าไปที่บ้านเพื่อทำเรื่องให้เสร็จเรียบร้อยเลยก็แล้วกัน”

“เอาละ ๆ เรื่องจบแล้วพวกเจ้าเองก็แยกย้ายกันกลับบ้านตนเองได้แล้ว”

กู้เชาเอ่ยยุติเรื่องวุ่นวายในวันนี้ลงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยบอกชายชราทั้งสองคนให้ตามตนเองไปดำเนินเรื่องในวันนี้ให้เสร็จสิ้นไป

ก่อนจะหันไปเอ่ยบอกกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องราวในวันนี้ให้พากันแยกย้ายกันไปได้แล้ว

ซึ่งหลังจากหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยจบพวกชาวบ้านทั้งหลายต่างก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานของตนเอง

ส่วนจ้าวเห้อกับจ้าวเหว่ยนั้นได้เดินตามกู้เชาไปที่บ้านแล้ว ในตอนนี้ที่หน้าบ้านสกุลจ้าวบ้านใหญ่จึงเหลือเพียงคนบ้านใหญ่กับจ้าวโม่และมารดาของตน

“ฟานเอ๋อร์ เรื่องที่เกิดขึ้นใหญ่โตในวันนี้ล้วนเป็นเพราะเจ้าไม่สั่งสอนบุตรสาวของตนเองให้ดี จึงทำให้ท่านอาเหว่ยต้องลงเอยเช่นนี้”

เป็นคำพูดของจ้าวหัวหนานที่เอ่ยตำหนินางฟานซื่อด้วยความไม่พอใจที่บุตรสาวของน้องสาวนั้นสร้างเรื่องราวขึ้นเสียใหญ่โตจนถึงกับต้องตัดขาดกันเช่นในวันนี้

“เจ้าค่ะพี่ใหญ่หนานเป็นข้าที่ทำหน้าที่มารดาไม่ดีมาตั้งแต่แรก จึงทำให้บุตรสาวของข้าต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นมาโดยตลอด”

“ถ้าข้าเข้มแข็งกว่านี้ลูก ๆ ของข้าก็คงจะไม่ต้องเป็นเช่นนี้ แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันหาใช่ความผิดของโม่เอ๋อร์”

“หากพวกท่านยังมีสติอยู่บ้างลองกลับไปคิดไตร่ตรองกันดูดี ๆ ก็คงจะเห็นถึงความจริงในเรื่องวันนี้อย่างแน่นอน ไปกันเถิดโม่เอ๋อร์พวกเรากลับบ้านกัน”

นางฟานซื่อเอ่ยตอบกลับพี่ชายที่นางนับถือเหมือนเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของตนเองอย่างหมดใจ จากนั้นนางก็หันไปเอ่ยกับบุตรสาวของตนเองแล้วเดินจากไปอย่างไม่สนใจคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่อีกต่อไป

พร้อมกับภายในใจของนางฟานซื่อที่รู้สึกเบาสบายขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อในที่สุดครอบครัวของนางก็ได้เป็นอิสระแล้ว

ข่าวเรื่องบ้านสกุลจ้าวทั้งสองได้ตัดขาดกันแล้วแพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านหานไห่และยังเลยไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง

ผู้คนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกปาก แต่ละบ้านต่างก็คิดว่าบ้านสกุลจ้าวของจ้าวโม่นั้นสิ้นคิดเป็นอย่างมากที่ขอแยกบ้านออกไปลำบากกัน

เพราะที่ดินของคนสกุลจ้านนั้นมีมากเกือบสามสิบหมู่ แต่พอแยกบ้านออกไปกลับได้เพียงแค่สี่หมู่เท่านั้น แถมเงินทอง ข้าวของก็ไม่ได้ติดไปด้วยแม้แต่อีแปะเดียว

ไม่เรียกว่าเป็นการฆ่าตัวตายแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไรกันได้อีก แต่จ้าวโม่กลับไม่ได้สนใจถึงความคิดที่ตื้นเขินพวกนั้นของชาวบ้าน

ในตอนนี้เด็กสาวยังคงช่วยมารดาเก็บกวาดบ้านอย่างขยันขันแข็ง และคิดหาทางสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของตนเองไปด้วย

ในเมื่อนางพาครอบครัวหลุดพ้นออกมาจากนรกขุมนั้นได้แล้ว นางย่อมต้องมีความสุขและมีความหวังที่จะร่ำรวยขึ้นในภายภาคหน้า

ไม่มีเวลาให้มานั่งขบคิดถึงเรื่องไร้สาระเช่นที่พวกชาวบ้านกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกปากในช่วงนี้นั่นเอง

==========================================================================================

สมน้ำหน้าบ้านใหญ่ สรุปยัยน้องเล่นให้แล้วยังดีที่ท่านตาสนับสนุนยัยน้องเต็มที่จนได้แยกบ้านแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ที่ดินแปลงที่ดีที่สุด

    “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านนั้นมีความจำเป็น อย่างไรพวกเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีหรือไม่เจ้าคะ”หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วถึงทำให้จ้าวโม่เริ่มใจเย็นลง จากนั้นนางจึงได้เอ่ยถึงเรื่องที่ตนเองกับท่านตามาที่บ้านของอีกฝ่ายในวันนี้ทันที“ได้สิ ท่านน้าจ้าวเหว่ยเชิญนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ ประเดี๋ยวข้าจะเข้าไปหยิบแผนภาพที่ดินของหมู่บ้านออกมาให้ท่านได้ลองเลือกดู”“ได้ ๆ”หลังจากที่ชายชราเอ่ยตอบรับคำของเขาแล้ว กู้เชาจึงได้เดินกลับเข้าไปภายในบ้านอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับม้วนกระดาษที่ด้านในเป็นแผนภาพของที่ดินทั้งหมดในหมู่บ้านและตามหลังของเขาออกมาก็คือกู้เป้ยเป้ยที่ทำหน้าที่เอาน้ำออกมาต้อนรับแขกของบ้าน“น้ำเจ้าค่ะ”“ขอบใจมากนะเป้ยเอ๋อร์”จ้าวเหว่ยเอ่ยขอบใจเด็กสาวที่เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของผู้นำหมู่บ้านด้วยความเอ็นดู กู้เป้ยเป้ยยิ้มรับด้วยความดีใจก่อนที่เด็กสาวจะผละตัวออกไป“นี่คือที่ดินที่ยังว่างอยู่ทั้งหมดภายในหมู่บ้าน ท่านอาจ้าวลองเลือกดูก่อนว่าถูกใจที่ดินแปลงไหน แล้วเดี๋ยวข้าจะได้แจ้งราคาของที่ดินแปลงนั้น ๆ ให้ท่าน”กู้เชากางม้วนกระดาษลงตรงหน้าของสองตาหลานบ้

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   จัดการเรื่องที่ดิน

    “เป็นจริงตามที่โม่เอ๋อร์พูดมา ขอบคุณท่านเทพที่เมตตาครอบครัวของพวกเรา”นางฟานซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเห็นด้วยกับคำพูดที่จ้าวโม่เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้อย่างจริงจังส่วนคนอื่น ๆ เองก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำของเด็กสาว เมื่อจ้าวโม่เห็นว่าทุกคนได้คล้อยตามคำพูดของตนเองแล้วจึงได้เอ่ยเรื่องสำคัญต่อไปขึ้นมาอีกครั้ง“เอาเป็นว่าเงินที่ฝากไว้ในร้านรับฝากเงินทุกคนสามารถใช้ได้นะเจ้าคะ”“เพียงแต่ข้าต้องการที่ดินเพิ่มสำหรับการปลูกผักเพื่อนำไปขายและยังมีบางสิ่งที่ข้าต้องการจะปลูกเพราะมันจะทำเงินให้กับบ้านของเราอย่างมากมายในอนาคตข้างหน้าเจ้าค่ะ”“แล้วเจ้าต้องการที่ดินตรงไหนกันหรือ?”เป็นจ้าวเหยียนที่เป็นคนเอ่ยถามบุตรสาวขึ้นมาเผื่อว่าบุตรสาวของเขาจะมีที่ดินที่ต้องการอยู่ในใจแล้ว“ความจริงแล้วข้าต้องการซื้อที่ดินแล้วสร้างบ้านใหม่ของพวกเราไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ส่วนที่ดินผืนนี้ก็เก็บเอาไว้ปลูกข้าวเพียงอย่างเดียว”“ส่วนที่ดินที่ข้าต้องการนั้นข้าขอไปดูแผนภาพกับท่านหัวหน้าหมู่บ้านอีกทีเจ้าค่ะ พวกท่านคิดเห็นว่าอย่างไร”จ้าวโม่เอ่ยบอกเล่าถึงแผนการที่นางคิดขึ้นมาได้เป็นสิ่งแรกหลังจากที่ได้เงินมากขึ้น เพราะนางไม่ต้องการให้ทุกคนต้องท

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เงินที่ขายสมุนไพรได้

    ตลอดเวลาที่สองตาหลานบ้านจ้าวนั่งวัวเทียมเกวียนกลับหมู่บ้าน พวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นที่สนใจจากชาวบ้านที่นั่งอยู่บนเกวียนด้วยโดยเฉพาะสองแม่ลูกบ้านจ้าวสายหลัก ที่คอยมองข้าวของที่นางกับชายชราถือกันขึ้นเกวียนไปนั้นจนถึงลงจากเกวียนดวงตาของสองแม่ลูกก็ยังคงมองตามอย่างไม่วางตาซึ่งจ้าวโม่ก็ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วพยายามเร่งฝีเท้าเดินกลับบ้านของตนกับผู้เป็นตาด้วยความรวดเร็ว กว่าที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางจะกลับถึงบ้านของตนเองก็เป็นเวลาต้นยามโหย่ว (17.00-18.59) แล้วดังนั้นในตอนที่ทั้งสองเดินกลับไปถึงบ้านสมาชิกคนอื่น ๆ จึงได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าแล้วนั่นเองเมื่อคนสกุลจ้าวทั้งสี่เห็นว่าสองตาหลานได้เดินทางกลับมาพร้อมกับมือที่ถือข้าวของมากมายก็รีบพากันเดินออกไปรับทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันถือของช่วยเด็กสาวกับชายชราแล้วพากันเดินกลับเข้าบ้านไป ถึงแม้ว่าภายในใจของทุกคนจะมีคำถามอยู่มากมาย แต่ก็ยังอดทนรอที่จะเอ่ยถามออกไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่จ้าวโม่กลับมาถึงบ้านแล้วนั้นเด็กสาวก็รีบปลีกตัวเข้าครัวไปช่วยมารดาหุงหาอาหารในทันทีทิ้งให้ชายชรารับหน้าที่ตอบคำถามของผู้เป็นบิดาและพี่ชายทั้งสองของตนอย

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ได้เวลาใช้เงินแล้วเจ้าค่ะ

    “ถ้าท่านตาคิดเช่นนี้จริงก็ต้องไม่เอ่ยว่าเงินทั้งหมดนั้นเป็นของข้านะเจ้าคะ แต่มันคือเงินของบ้านเราเจ้าค่ะท่านตา พวกเราทุกคนสามารถใช้มันได้”จ้าวโม่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างมาก เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนคิดว่าเงินที่ได้มานั้นเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้อีก“ตาเข้าใจแล้ว เป็นตาที่เลอะเลือนไป เจ้าอย่าโกรธตาเลยนะโม่เอ๋อร์”จ้าวเหว่ยรีบเอ่ยยอมรับผิดและยังเอ่ยงอนง้อหลานสาวที่น่ารักของตนเองอย่างไม่คิดจะอายต่อสายตาผู้คนแม้แต่น้อย“หลานหรือจะโกรธท่านตา หลานก็เพียงแค่น้อยใจเท่านั้นเจ้าค่ะ แต่ในเมื่อพวกเราพูดคุยกันเข้าใจแล้ว หลานก็ไม่ติดใจเรื่องนี้แล้ว พวกเรารีบไปหาซื้อข้าวของกลับบ้านกันดีกว่านะเจ้าคะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับชายชราอีกครั้ง จากนั้นเด็กสาวจึงได้เอ่ยชวนอีกฝ่ายให้รีบไปหาซื้อข้าวของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกันได้แล้วซึ่งชายชราก็ทำเพียงพยักหน้ารับคำแล้วรีบออกเดินไปตามถนนที่มีจุดหมายคือตลาดกลางเมืองที่เป็นที่สำหรับจับจ่ายซื้อข้าวของต่าง ๆจ้าวโม่กับท่านตาของนางพากันเดินไปตามถนนเรื่อย ๆ พร้อมกับที่เด็กสาวเองก็กำลังคิดไปด้วยว่าตนเองจะซื้อสิ่งใดเป็นอันดับแรกจนในที่สุดนางก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   พวกเราร่ำรวยแล้วเจ้าค่ะ

    “ว่าอย่างไร หรือว่าราคามันยังต่ำไปเช่นนั้นข้าเพิ่มให้เป็นหกสิบตำลึงทองเป็นอย่างไร พวกเจ้าพอใจหรือไม่?”เมื่อเสิ่นหลางเห็นว่าสองตาหลานเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมเอ่ยตอบตนเองก็รู้สึกเป็นกังวลว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่พอใจกับราคาที่ตนเองเสนอให้เมื่อสักครู่นี้ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจเพิ่มราคาให้กับลูกค้าคนสำคัญเพิ่มอีกสิบตำลึงทองเพื่อให้อีกฝ่ายตกลงขายเห็นหลินจือแดงทั้งหมดให้กับเขาเสียเพราะเขามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันจริง ๆ ด้วยเขาสามารถนำมันไปเพิ่มราคากับคนที่จะมาซื้อกับเขาได้อีกมากนั่นเอง“ตกลงเจ้าค่ะ ข้ากับท่านตาตกลงขายเห็ดหลินจือทั้งหมดให้กับเถ้าแก่เสิ่นในราคาดอกละหกสิบตำลึงทองเจ้าค่ะ”เป็นจ้าวโม่ที่เอ่ยตกปากรับคำตอบรับราคาที่อีกฝ่ายเสนอมาให้ เพราะนางเห็นว่าในตอนนี้ท่านตาของนางนั้นได้สติหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งคำตอบของเด็กสาวก็สร้างความดีใจให้กับเสิ่นหลางเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเพราะว่าเขามีสมุนไพรที่บุคคลสำคัญต้องการมากที่สุดมาอยู่ในมือของเขาแล้วในตอนนี้“ดี เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ใครอยู่ข้างนอกบ้างเข้ามานี่หน่อยสิ”เสิ่นหลางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ จากนั้นเขาจึงได้เอ่ยเรียกเด็กในร้านเพื่อต้องการ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เข้าเมืองขายสมุนไพร

    “ว่าอะไรนะโม่เอ๋อร์?”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามหลานสาวของตนเองขึ้นหลังจากได้ยินเสียงของเด็กสาวเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่าง“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะท่านตา ข้าเพียงแค่กำลังบ่นกับตัวเองเท่านั้น ว่าแต่พวกเราใกล้จะถึงกันหรือยังเจ้าคะ?”จ้าวโม่เอ่ยตอบผู้เป็นตาอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่นางจะเอ่ยถามอีกฝ่ายว่าใกล้จะถึงจุดหมายกันหรือยัง“ใกล้แล้วละ น่าจะอีกไม่นานนี่แหละ”เมื่อได้รับคำตอบจากชายชราจ้าวโม่จึงทำเพียงพยักหน้ารับแทนคำตอบ จากนั้นเด็กสาวก็หันหน้ากลับไปมองวิวสองข้างทางแทนหน้าของสองแม่ลูกบ้านจ้าวที่เอาแต่นั่งมองหน้าของตนเองราวกับจะสิงร่างอยู่ในตอนนี้แทนผ่านไปราว ๆ หนึ่งเค่อในที่สุดวัวเทียมเกวียนที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางนั่งมาก็หยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าของเมืองหานเป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่จ้าวโม่กับท่านตาของนางลงจากวัวเทียมเกวียนกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้จ่ายค่าโดยสารในครั้งนี้คนละสองอีแปะจากนั้นสองตาหลานก็พากันเดินสะพายตะกร้าเดินผ่านประตูเมืองเข้าไปเพื่อไปยังร้านรับซื้อสมุนไพรที่ชายชราคุ้นเคยต่อตลอดสองข้างทางที่จ้าวโม่เดินผ่านจะมีร้านรวงขายของอยู่ตลอด เพราะเส้นทางหลักที่พวกทั้งสองใช้เดินอยู่ในตอนนี้เป็นเส้นทางห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status