Share

หนังสือแยกบ้าน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-07 10:01:25

บาดแผลที่เพิ่งจะตกสะเก็ดตรงบริเวณท้ายทอยของเด็กสาวทำให้ทุกคนที่ได้เห็นบาดแผลนั้นเริ่มที่จะเชื่อคำพูดของจ้าวโม่ขึ้นมามากกว่าเดิมในทันที

แต่จ้าวโม่กลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางยังถลกแขนเสื้อของตนเองขึ้นเพื่อเผยให้เห็นรอยแผลฟกช้ำจากการถูกทำร้ายให้กับเหล่าชาวบ้าน

รวมไปถึงคนบ้านใหญ่ให้ได้เห็นกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากัน เมื่อทุกคนได้เห็นรอยบาดแผลและรอยฟกช้ำเต็มตัวของเด็กสาวต่างก็เบนสายตากลับไปจ้องมองยังคนบ้านใหญ่จ้าวกันอย่างตำหนิและต่อว่าอยู่ภายในใจ

“เหลวไหล! บุตรสาวของข้าไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างแน่นอนต้องเป็นบุตรสาวของเจ้าใช่หรือไม่นางหมี่ซื่อที่เป็นคนยุยงลูกสาวของข้า!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของนางหลิวซื่อดังขึ้นอย่างไม่เชื่อในคำพูดของเด็กสาวพร้อมทั้งยังเอ่ยปัดความผิดไปให้กับบุตรสาวของสะใภ้คนรองอย่างนางหมี่ซื่อที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ ของผู้เป็นสามีในทันที

“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจะมาโยนความผิดให้กับหนิงเอ๋อร์ของข้าเพียงคนเดียวเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะเจ้าคะ เพราะนางก็เอ่ยบอกอยู่ว่าเป็นทั้งสองคนหาใช่เพียงคนเดียว”

นางหมี่ซื่อเองก็ไม่ยินยอมที่จะให้ลูกสาวของตนเองต้องแบกรับความผิดที่ร้ายแรงเช่นนี้เอาไว้เพียงคนเดียวอย่างแน่นอน

ดังนั้นนางจึงได้เอ่ยคัดค้านคำพูดของนางหลิวซื่อออกไปอย่างไม่เกรงกลัวอีกฝ่ายอีกเช่นเดียวกัน

“เจ้า! นี่เจ้ากล้าใส่ความถงเอ๋อร์ของข้าเช่นนั้นรึหมี่ซื่อ!”

นางหลิวซื่อหันไปตะคอกเสียงดังใส่นางหมี่ซื่อที่ในตอนนี้อีกฝ่ายเองก็กำลังยืนหันมาเผชิญหน้ากับตนเองอยู่เช่นกัน

“ใช่แล้วจะทำไม ขะ...”

“พอได้แล้วทั้งคู่นั้นแหละ!”

ในขณะที่สะใภ้ทั้งสองของตนเองกำลังถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น จ้าวเห้อก็ตะคอกห้ามทั้งสองคนขึ้นอย่างหมดความอดทน

ก่อนที่เขาจะปรายตามองไปยังร่างของจ้าวโม่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ของน้องชายตนเองด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด จากนั้นชายชราจึงได้เอ่ยตอบตกลงเรื่องการแยกบ้านขึ้นด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน

“ก็ได้ เอาเป็นว่าข้าตกลงให้พวกเจ้าแยกบ้านกันออกไปได้ แต่ส่วนแบ่งของมรดกนั้นข้าคงจะแบ่งให้ได้ไม่มาก มีเพียงแค่ที่ดินที่พวกเจ้าใช้ปลูกบ้านเท่านั้นที่ข้าจะยกให้”

“ส่วนเงินกับข้าวสารนั้นคงจะให้ไม่ได้ พวกเจ้าก็เห็นว่าบ้านของข้านั้นมีคนเยอะแค่ไหน เกรงว่าถ้าเกิดแบ่งมันให้กับพวกเจ้าบ้านข้าคงจะต้องลำบากเช่นเดียวกัน”

“แต่ถ้าพวกเจ้าไม่รับเงื่อนไขนี้ของข้า เช่นนั้นเรื่องแยกบ้านก็ถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น ว่าอย่างไรเจ้าเล็ก?”

เงื่อนไขของจ้าวเห้อที่เอ่ยออกมาเมื่อสักครู่นี้ทำเอาผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องสูดลมหายใจเข้าออกด้วยความยากลำบากแทนคนสกุลจ้าวบ้านรอง

“ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าเองก็มีเงื่อนไขเช่นเดียวกัน ข้าขอให้ท่านหัวหน้าหมู่บ้านทำหนังสือตัดขาดให้กับพวกข้าด้วยเลย”

“เพราะข้าคิดว่าถ้ามีญาติเช่นนี้ไม่มีเสียยังจะดีกว่า”

“นี่เจ้า!”

จ้าวโม่ที่เห็นว่าผู้เป็นตาของตนนั้นพูดไม่ออกตั้งแต่ได้ฟังเงื่อนไขของพี่ชายจบลงไปแล้ว นางจึงถือโอกาสในครั้งนี้เป็นคนตัดสินใจแทนเองเสีย

และยังไม่ลืมที่จะเพิ่มเงื่อนไขอีกข้อที่จะเป็นเครื่องมือในการสร้างความปลอดภัยให้กับครอบครัวของตนเองในอนาคตข้างหน้าอีกอย่างด้วยเลย

ซึ่งเงื่อนไขของเด็กสาวกลับสร้างความไม่พอใจให้กับจ้าวเห้อมากขึ้นไปอีก จนชายชราเผลอตัวตะคอกเสียงใส่หลานสาวนอกคอกของตนเองด้วยความโมโห

“เอาตามที่โม่เอ๋อร์เอ่ยมาเมื่อครู่เลยก็ดี ข้าเองก็คิดว่าในเมื่อพี่ใหญ่ยื่นเงื่อนไขเช่นนี้ให้กับข้า ก็เท่ากับว่าในใจของท่านเองก็ไม่ได้มีพวกข้าเป็นญาติอีกต่อไปแล้วเช่นเดียวกัน”

“เมื่อเป็นแบบนั้น พวกเราก็ควรจบจบกันไปด้วยดีเสีย รบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านดำเนินการตามนี้ให้กับพวกข้าด้วยขอรับ”

จ้าวเหว่ยเป็นฝ่ายเอ่ยออกหน้าแทนหลานสาวของตนเองอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้สติกลับคืนมาและคิดเห็นเช่นเดียวกับผู้เป็นหลานสาว

ดังนั้นจ้าวเหว่ยจึงไม่คิดจะลังเลใจอีกต่อไปแล้ว เขาถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งเพื่อเป็นข้อสรุปของเรื่องราวในวันนี้

“หึ! อวดดี ข้าจะรอดูสิว่าน้ำหน้าอย่างพวกเจ้าจะอวดดีไปได้อีกสักเท่าไหร่กัน แล้วอย่างซมซานกลับมาขอให้ข้าช่วยเหลืออีกก็แล้วกัน!”

ในตอนแรกที่จ้าวเห้อได้ยินคำพูดของน้องชายเพียงคนเดียวก็รู้สึกใจเสียขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อได้ฟังอีกฝ่ายเอ่ยจบกลับกลายเป็นว่าเขารู้สึกโมโหน้องชายของตนเองขึ้นมาแทนเสียอย่างนั้น

นั่นจึงทำให้จ้าวเห้อเอ่ยตัดจบอีกฝ่ายอย่างดูแคลน ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ขอรับ ขอให้พี่ใหญ่รักษาตัวด้วย”

จ้าวเหว่ยเอ่ยตอบกลับอีกฝ่ายเพียงสั้น ๆ ก่อนจะเงียบเสียงลงไปอย่างไม่มีอะไรจะเอ่ยอีก

“ในเมื่อพวกท่านตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย เช่นนั้นท่านอาทั้งสองก็ตามข้าไปที่บ้านเพื่อทำเรื่องให้เสร็จเรียบร้อยเลยก็แล้วกัน”

“เอาละ ๆ เรื่องจบแล้วพวกเจ้าเองก็แยกย้ายกันกลับบ้านตนเองได้แล้ว”

กู้เชาเอ่ยยุติเรื่องวุ่นวายในวันนี้ลงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยบอกชายชราทั้งสองคนให้ตามตนเองไปดำเนินเรื่องในวันนี้ให้เสร็จสิ้นไป

ก่อนจะหันไปเอ่ยบอกกับเหล่าชาวบ้านที่มามุงดูเรื่องราวในวันนี้ให้พากันแยกย้ายกันไปได้แล้ว

ซึ่งหลังจากหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยจบพวกชาวบ้านทั้งหลายต่างก็แยกย้ายกันกลับไปทำงานของตนเอง

ส่วนจ้าวเห้อกับจ้าวเหว่ยนั้นได้เดินตามกู้เชาไปที่บ้านแล้ว ในตอนนี้ที่หน้าบ้านสกุลจ้าวบ้านใหญ่จึงเหลือเพียงคนบ้านใหญ่กับจ้าวโม่และมารดาของตน

“ฟานเอ๋อร์ เรื่องที่เกิดขึ้นใหญ่โตในวันนี้ล้วนเป็นเพราะเจ้าไม่สั่งสอนบุตรสาวของตนเองให้ดี จึงทำให้ท่านอาเหว่ยต้องลงเอยเช่นนี้”

เป็นคำพูดของจ้าวหัวหนานที่เอ่ยตำหนินางฟานซื่อด้วยความไม่พอใจที่บุตรสาวของน้องสาวนั้นสร้างเรื่องราวขึ้นเสียใหญ่โตจนถึงกับต้องตัดขาดกันเช่นในวันนี้

“เจ้าค่ะพี่ใหญ่หนานเป็นข้าที่ทำหน้าที่มารดาไม่ดีมาตั้งแต่แรก จึงทำให้บุตรสาวของข้าต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายเช่นนั้นมาโดยตลอด”

“ถ้าข้าเข้มแข็งกว่านี้ลูก ๆ ของข้าก็คงจะไม่ต้องเป็นเช่นนี้ แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันหาใช่ความผิดของโม่เอ๋อร์”

“หากพวกท่านยังมีสติอยู่บ้างลองกลับไปคิดไตร่ตรองกันดูดี ๆ ก็คงจะเห็นถึงความจริงในเรื่องวันนี้อย่างแน่นอน ไปกันเถิดโม่เอ๋อร์พวกเรากลับบ้านกัน”

นางฟานซื่อเอ่ยตอบกลับพี่ชายที่นางนับถือเหมือนเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของตนเองอย่างหมดใจ จากนั้นนางก็หันไปเอ่ยกับบุตรสาวของตนเองแล้วเดินจากไปอย่างไม่สนใจคนสกุลจ้าวบ้านใหญ่อีกต่อไป

พร้อมกับภายในใจของนางฟานซื่อที่รู้สึกเบาสบายขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อในที่สุดครอบครัวของนางก็ได้เป็นอิสระแล้ว

ข่าวเรื่องบ้านสกุลจ้าวทั้งสองได้ตัดขาดกันแล้วแพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านหานไห่และยังเลยไปถึงหมู่บ้านใกล้เคียง

ผู้คนต่างก็พูดคุยกันอย่างสนุกปาก แต่ละบ้านต่างก็คิดว่าบ้านสกุลจ้าวของจ้าวโม่นั้นสิ้นคิดเป็นอย่างมากที่ขอแยกบ้านออกไปลำบากกัน

เพราะที่ดินของคนสกุลจ้านนั้นมีมากเกือบสามสิบหมู่ แต่พอแยกบ้านออกไปกลับได้เพียงแค่สี่หมู่เท่านั้น แถมเงินทอง ข้าวของก็ไม่ได้ติดไปด้วยแม้แต่อีแปะเดียว

ไม่เรียกว่าเป็นการฆ่าตัวตายแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไรกันได้อีก แต่จ้าวโม่กลับไม่ได้สนใจถึงความคิดที่ตื้นเขินพวกนั้นของชาวบ้าน

ในตอนนี้เด็กสาวยังคงช่วยมารดาเก็บกวาดบ้านอย่างขยันขันแข็ง และคิดหาทางสร้างรายได้ให้กับครอบครัวของตนเองไปด้วย

ในเมื่อนางพาครอบครัวหลุดพ้นออกมาจากนรกขุมนั้นได้แล้ว นางย่อมต้องมีความสุขและมีความหวังที่จะร่ำรวยขึ้นในภายภาคหน้า

ไม่มีเวลาให้มานั่งขบคิดถึงเรื่องไร้สาระเช่นที่พวกชาวบ้านกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกปากในช่วงนี้นั่นเอง

==========================================================================================

สมน้ำหน้าบ้านใหญ่ สรุปยัยน้องเล่นให้แล้วยังดีที่ท่านตาสนับสนุนยัยน้องเต็มที่จนได้แยกบ้านแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   กิจการรุ่งเรื่องตามต้องการ

    ผ่านมาแล้วกว่า 3 วัน หลังจากที่จ้าวโม่กลับมาจากจวนท่านเจ้าเมือง จ้าวโม่นั้นเร่งมือจัดการงานต่าง ๆ เป็นอย่างมากเพราะว่าในอีกสองวันนางกับพี่ชายทั้งสองจะต้องออกเดินทางไปยังแคว้นหาน เพื่อพบกับญาติฝั่งบิดาแล้วดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาจ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองของนางจึงได้วุ่นวายกันเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่าพวกเขาทั้งสามจะต้องฝากฝังงานต่าง ๆ ให้กับคนสนิทที่จะมาดูแลเรื่องต่อจากพวกนาง ในช่วงเวลาที่ทั้งสามคนเดินทางไปยังบ้านของท่านย่าแต่ก็ยังถือว่าสามพี่น้องได้จัดการเรื่องราวทุกอย่างลงได้ตามกำหนดการที่วางเอาไว้แล้วเมื่อถึงวันที่ต้องออกเดินทางสามพี่น้องสกุลจ้าวจึงสามารถเดินทางได้อย่างสบายใจไร้กังวลเพราะที่บ้านยังมีคนที่ไว้ใจได้คอยดูแลงานต่อให้ จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสองใช้เวลาในการเดินทางไปยังแคว้นหานและพักอาศัยอยู่ที่จวนโหวเป็นเวลา 1 เดือนจากนั้นครอบครัวจ้าวทั้งหมดก็ได้เร่งเดินทางกลับไปยังบ้านของตนเอง เพื่อจัดการเรื่องราวของโรงงานน้ำตาลที่ใกล้จะได้เวลาเปิดกิจการแล้วโดยตลอดเวลาที่จ้าวโม่ไปพักผ่อนที่บ้านของท่าย่านั้น นางก็ได้รับความเอ็นดูจากทุกคนในตระกูลเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่านางเป็นหลานสาวที่ผู

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลของสกุลจ้าวเปิดขายแล้ว

    ในตอนนี้จ้าวโม่และพี่ชายทั้งสอง ได้เข้ามาด้านในจวนของท่านเจ้าเมืองแล้ว และกำลังนั่งรอเจ้าของจวนอยู่ที่ห้องรับแขกกันอย่างเงียบ ๆและแล้วถังหมิงก็ได้มาถึงห้องรับแขกตามที่คนรับใช้ได้ไปแจ้งเขาว่าคุณหนูและคุณชายจากบ้านสกุลจ้าวมาขอเข้าพบโดยในครั้งนี้มีถังไท่เหวินติดตามมากับถังหมิงด้วย เพราะพวกเขาต้องการจะเห็นผลงานที่หญิงสาวทำออกมาได้“คารวะท่านเจ้าเมืองขอรับ”“คารวะท่านเจ้าเมือง พี่ไท่เหวินเจ้าค่ะ”คำทักทายจากสามพี่น้องสกุลจ้าวที่ดูจะเหมือนกัน แต่กลับต่างกันตรงท้ายประโยคของหญิงสาวที่เอ่ยทักทายชายหนุ่มอีกคนในห้องทำให้สายตาของบุรุษที่เหลืออีกสามคนต้องหันไปมองยังใบหน้าของถังไท่เหวินอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความสงสัยโดยความสงสัยของถังหมิงนั้น แตกต่างกับพี่ชายทั้งสองของจ้าวโม่อย่างสิ้นเชิง เพราะความสงสัยคงชายวัยกลางคนก็คือว่า เขาทั้งสองไปสนิทกันจนเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ส่วนความสงสัยของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวนั้น คือบุราตรงหน้าผู้นี้เป็นใคร แล้วทำไมน้องสาวของพวกเขาถึงได้เอ่ยทักทายอีกฝ่ายด้วยความสนิทสนมเช่นนั้นได้กันและเหมือนถังไท่เหวินจะอ่านสายตาของพี่ชายทั้งสองของหญิงสาวออ

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   น้ำตาลสกุลจ้าว

    “พี่ใหญ่ พี่รองข้ามีอะไรจะให้พวกท่านได้ดูด้วยเจ้าค่ะ”จ้าวโม่เอ่ยบอกกับพี่ชายทั้งสอง เมื่อนางเดินมาหยุดลงตรงหน้าของชายหนุ่มทั้งสองคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“มีอะไรรึโม่เอ๋อร์”จ้าวจินฮ่าวเอ่ยถามน้องสาวกลับไป หลงจากที่หยุดมือจากการรีดน้ำอ้อยที่ทำอยู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังร่างของน้องสาวตนเอง“นี่อย่างไรเจ้าคะ น้ำตาลสกุลจ้าว ข้าทำมันออกมาสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ”“ว่าอย่างไรนะ!”ทันทีที่เอ่ยจบ จ้าวโม่ก็ได้ยกขวดโหลที่ใส่น้ำตาลก้อนเอาไว้ให้กับพี่ชายทั้งสองได้ดูอย่างชัด ๆส่วนชายหนุ่มทั้งสองเอง เมื่อได้ยินคำพูดบอกของน้องสาว ต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมากและเมื่อพวกเขาได้เห็นโหลแก้ว ที่ภายในมีเจ้าน้ำตาลก้อนที่น้องสาวหยิบออกมาให้ดูดวงตาของพวกเขาทั้งสองก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบจะทะลุออกมาจากเบ้าเสียให้ได้ด้วยความตกใจก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล เพื่อจ้องมองดูเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมขนาดเล็กในโหลแก้วบนมือของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว“นะ นี่นะหรือคือน้ำตาลที่เจ้าทำออกมา ทำไมมันถึงมีรูปร่างที่ดูไม่เหมือนกับน้ำตาลที่พวกเราเคยพบเห็นเลยเล่า?”เมื่อจ้าวหยางได้เห็นน้ำตา

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ทำสำเร็จ

    หลังจากที่จ้าวโม่ได้จัดการเรื่องที่ดินใหม่ หนังสือขึ้นทะเบียนและหนังสือสัญญาเสร็จจนครบเรียบร้อยแล้วหลายวันต่อมา จ้าวโม่ก็ได้สั่งงานให้พี่ใหญ่ของนางไปติดต่อนายช่าง ให้เข้าไปสร้างโรงเรือนขนาดใหญ่บนที่ดินผืนใหม่ฝั่งเดียวกันกับบ้านพร้อมทั้งแบบภาพที่นางต้องการจะให้นายช่างสร้างออกมาให้ ส่วนที่ดินอีกผืนนางก็ได้สั่งให้คนงานเข้าไปปรับหน้าดิน และได้ลงมือปลูกต้นอ้อยจนเต็มให้แล้วเสร็จจนในที่สุด วันที่เครื่องรีดน้ำอ้อยที่นางได้สั่งทำในตัวเมืองหานเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ ก็แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยค่าสั่งทำเครื่องรีดน้ำอ้อยของจ้าวโม่ในครั้งนี้ก็ถือว่าราคาแพงพอสมควร แต่เมื่อนางเห็นผลงานที่ได้มาก็แทบจะไม่รู้สึกเสียดายเงินเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าเครื่องรีดน้ำอ้อยของนางที่ได้รับมานั้น เหมือนกับแบบวาดที่นางได้มอบให้กับนายช่างที่รับทำราวกับแกะ แถมเขายังมีบริการนำมาส่งให้ถึงบ้านอีกด้วยวันนี้ก็ครบ 2 อาทิตย์ตามที่จ้าวโม่ให้กับเจ้าเมืองหานพอดี ดังนั้นในวันนี้จ้าวโม่จึงได้วางแผนที่จะทดลองทำน้ำตาลออกมาดูโดยมีลูกมือก็คือเสี่ยวหลาน และพี่ชายทั้งสองของนางนั่นเอง ที่ใช้คนน้อยเพราะนางต้องการทำออกมาในจำนวนที่ไม่มากนั

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ซื้อที่สร้างโรงงานผลิตน้ำตาล

    เอ่ยจบ ร่างสูงของโหวเทียนก็ลุกเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปในที่สุด เมื่อจ้าวโม่เห็นดังนั้น นางจึงได้ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบ้านเพื่อไปนอนพักผ่อนเช่นเดียวกันรุ่งเช้าของวันใหม่มาเยือน จ้าวโม่และคนสนิททั้งสองก็ได้เดินทางเข้าตัวเมืองหานตั้งแต่ทานมื้อเช้าเสร็จ เพื่อไปติดต่อซื้อที่ดินสำหรับการสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลตามที่วางแผนเอาไว้โดยที่จ้าวโม่ ได้กว้านซื้อที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของตนเองทั้งสองฝั่ง ทอดยาวไปจนครบด้านละ 100 หมู่ รวมทั้งสองฝั่งแล้ว จ้าวโม่ได้ซื้อที่ดินว่างเปล่าในวันนี้ทั้งหมด 200 หมู่นางจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไปในวันนี้ถึง 70 ตำลึงทองเลยทีเดียว แต่จ้าวโม่ก็ยังคงยิ้มกว้างออกมาได้อย่างมีความสุข เมื่อคิดถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้จากกิจการที่กำลังลงทุนไปในวันนี้อย่างมากมายหลังจากที่ติดต่อเรื่องที่ดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวโม่ก็ได้พาผู้ติดตามทั้งสองอย่างเสี่ยวหลานและจางติง ไปทานอาหารที่ร้านอาหาร ก่อนที่นางจะเดินทางกลับบ้านของตนเองหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย7 วันต่อมา ในวันนี้เป็นวันที่บิดา มารดาของนางจะออกเดินทางไปยังแคว้นหานเพื่อพบท่านย่าของนางแล้วในตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   แม่ทัพโหวแคว้นหาน

    “สามปีที่แล้ว? มันมีเวลาตั้งเท่าไหร่ ที่ท่านพ่อจะเอ่ยเรื่องนี้กับข้า แต่ท่านกลับไม่ทำ มาตอนนี้ท่านพ่อกลับบอกข้าว่าไม่มีเวลาจะบอกนะหรือเจ้าคะ?”จ้าวโม่ที่ได้ยินคำตอบจากบิดาถึงกับรู้สึกโมโหขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่นางจะเอ่ยตัดพ้อต่อบิดาของตนออกไป“พ่อขอโทษนะลูกโม่เอ๋อร์...”“แล้วทำไม่ท่านถึงมีเวลาบอกท่านตา ท่านแม่แล้วก็พี่ใหญ่เล่าเจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจตรงนี้”จ้าวโม่เอ่ยแทรกคำพูดของบิดาขึ้นมาด้วยความอยากรู้ เพราะนางไม่เข้าใจว่าทำไมกับทุกคนบิดาของตนถึงได้มีเวลาบอกเรื่องนี้ได้ แต่กับนางกลับบอกว่าไม่มีเวลากัน“แต่ก็ช่างมันเถิดเจ้าค่ะ คงเป็นเพราะข้าดูไม่น่าจะรับเรื่องพวกนี้ไหวเอง ว่าแต่ที่ท่านแม่ทัพเดินทางมาที่บ้านจ้าวในครั้งนี้ เพราะเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่ายิ่งถามออกไปมากเท่าไหร่ ตนเองจะยิ่งได้รับคำตอบที่เจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้นเพื่อไม่ต้องการจะเจ็บปวดและเสียใจไปมากกว่านี้ นางจึงได้เลือกที่จะตัดบทเรื่องของบิดา แล้วหันไปเอ่ยถามกับแขกที่มาบ้านถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายมาในครั้งนี้แทน“ที่ลุงมาในครั้งนี้ก็เพื่อทวงสัญญาจากบิดาของเจ้า บิดาของเจ้าให้สัญญากับลุงเอาไว้เมื่อสามปีก่อน”“ว่าอีก

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   หมู่บ้านหานไห่

    เมื่อนางฟานซื่อเห็นว่าบุตรสาวไม่เอ่ยโต้แย้งตนเองแล้วเดินจากไป นางจึงได้เงียบเสียงลง ก่อนจะหันไปมองหน้าของผู้เป็นสามีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มาตลอดด้วยความรู้สึกเสียใจ“นางยังเด็ก ย่อมมีความรู้สึกขุ่นเคืองที่ตนเองถูกกระทำมา เจ้าก็อย่าคิดมากไปเลยนะน้องหญิง”จ้าวเหยียนเอ่ยปลอบภรรยาของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ความจริงที่ไม่เคยรู้

    “เพราะอะไรเช่นนั้นรึ? อะไรที่ทำให้เจ้าต้องการจะแยกบ้านกับบ้านใหญ่กันพอจะเอ่ยบอกกับตาได้หรือไม่”จ้าวเหว่ยเอ่ยถามถึงเหตุผลจากหลานสาวอีกครั้ง เพราะการที่เขาจะสามารถตัดสินใจในเรื่องสำคัญเช่นนี้ได้ย่อมต้องมีเหตุผลรองรับที่หนักแน่นพอไม่เช่นนั้นเรื่องการแยกบ้านก็จะยุ่งยากขึ้นและไม่สามารถทำมันได้อย่างง่า

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   ครอบครัวสกุลจ้าวสายรอง

    เด็กสาวยืนทำใจอยู่หน้าบ้านจนเสร็จก็เดินตรงเข้าไปภายในบ้านเพื่อนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนของตนเองในทันทีแต่จ้าวโม่ก็ยังไม่ลืมที่จะค้นหายาทาแผลเพื่อนำไปทาตรงบาดแผลที่ปูดโนขึ้นตรงบริเวณท้ายทอยของตนเองก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนที่นอนแข็ง ๆ ไม่มีสัมผัสของความนุ่มนิ่มจนผล็อยหลับไปในที่สุดเป็นเวลากว่าสองชั่ว

  • จ้าวโม่เถ้าแก่น้อยสกุลจ้าว   เป็นไปไม่ได้!

    กึก กึก กึก ติง ติง ติง!“เรียนท่านผู้โดยสารทุกท่าน ขณะนี้เครื่องบินเกิดตกหลุมอากาศ ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านโปรดรัดเข็มขัดนิรภัยและนั่งประจำอยู่กับที่ของตนเองเพื่อความปลอดภัยดะ...”วูบบยังไม่ทันที่หลินหลินจะได้ฟังคำพูดของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจบประโยค ทุกอย่างก็ดับวูบลงไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status