Masukอาเชอร์หัวเราะเบาๆ เขาดีดนิ้ว ใบหน้าของโดโนแวนก็แปลเปลี่ยนมาเป็นใบหน้าของอาเชอร์ “เพี๊ยะ!!” เบลล่าตบหน้าของอาเชอร์เต็มแรง จนมีเลือดซึมออกมาที่มุมปากของเขา “ข้าอยากจะทำมากกว่าตบด้วยซ้ำ!! แต่ตอนนี้ข้าต้องคุยกับเจ้าให้รู้เรื่องก่อน!!” เบลล่าเงยหน้าขึ้นไปก็พบโดโนแวนตัวจริงวิ่งมาพอดี “โดโนแวนเฝ้าหม้อต้มยานี่เอาไว้ หากสงสัยเรื่องการต้มยาก็ไปถามที่คนของเคนเนดี้ได้เลย” โดโนแวนพยักหน้า “ไปสิ พาข้าไปคุยกับเจ้าให้มันรู้เรื่อง!!” เธอหันมาบอกกล่าวกับอาเชอร์ เขายกมือขึ้นมาร่ายเวทย์เพื่อพาเธอไปยังบ้านพักของเขาบนภูเขา “โจลี่อยู่ไหน? ลูกของเจ้าล่ะ?” อาเชอร์ส่งยิ้มให้เธอ “เดี๋ยวข้าจะบอกเจ้าเอง เอาเป็นว่าตอนนี้เจ้าถามเรื่องที่เจ้าอยากรู้มาเถอะ…” เบลล่ากลืนน้ำลายลงคอ เธอสูดหายใจเข้าปอดก่อนจะเอ่ยถามทุกเรื่องที่เธอสงสัย “เจ้าหนีมาทำไม แล้วโพชั่นที่ทิ้งเอาไว้ให้ข้าคืออะไร การวางยาให้ข้านอนหลับหนึ่งเดือนนั้นเพื่อที่เจ้าจะได้มีเวลาวางแผนเรื่องต่างๆ งั้นเหรอ? แล้วเมเบโล่คือแม่มด เจ้าเกี่ยวข้องอะไรกับเมเบโล่ ละ แล้วขวดโพชั่น นั่น อึก!!” อาเชอร์ลุกขึ้นก่อนที่เขาจะโอบกอดเบลล่าเอาไว้พร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธอ “ถามช้าๆ ทีละเรื่องสิ วันนี้ข้าจะยังไม่หนีไปไหน ตกลงไหม?” เธอมองหน้าเขาก่อนจะทุบที่อกของอาเชอร์แรงๆ อย่างโมโห “เจ้าทำให้ข้าเป็นคนโง่ ” “ข้าจำเป็น ที่ต้องเดินออกมา” “บอกความจำเป็นของเจ้ามาสิ! เจ้าก็รู้ว่าข้ามีเจ้าเป็นเพื่อนคนที่สองนอกจากคิร่าแล้วข้าก็มีเพียงแค่เจ้า!! ตำแหน่งพระคาดินันมันไม่พอรึไงถึงได้หนีออกมา เจ้าต้องการอะไรกันแน่อาเชอร์ ต้องการอะไรกัน!!!” “ ใครบอก ว่าข้าอยากเป็นเพื่อนกับเจ้า ข้าหนีออกมาก็เพราะข้าไม่อยากเป็นเพื่อนกับเจ้าอีกแล้ว!! ข้าอยากเป็นมากกว่านั้น!! และข้าก็ไม่อาจหักห้ามใจได้การหนีออกมาคือการหักห้ามใจที่ดีที่สุด!!!” เบลล่าถึงกับชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เจ็บปวดของอาเชอร์ด้วยความตกใจ “อาเชอร์ แต่ว่าเจ้ามีครอบครัวอยู่แล้ว!! ให้ตายเถอะเจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ บ้าไปแล้ว!!!” “เบล โจลี่ตายแล้ว นางตายไปตั้งนานแล้ว!!” เธอขมวดคิ้วมองหน้าของอาเชอร์ มือที่กุมเสื้อของเขา ตอนนี้กำลังสั่นเทา “เจ้าล้อเล่นอะไรอยู่?” “เจ้าคิดว่านางจะตัดใจจากแกรนด์ดยุคโอเว่นได้จริงๆ งั้นหรือ นางฆ่าตัวตายหลังจากวันที่มิลาด้าถูกประหารได้หนึ่งวัน…” “แต่ข้ายังเห็นนาง วันที่คิร่าแต่งงาน ” เธอปล่อยมือจากเสื้อของอาเชอร์ นั่นคือเวทมนตร์ที่เขาสร้างขึ้นมางั้นหรือ? “แล้วเหตุใดเจ้าไม่บอกเรื่องนี้กับข้า อาเชอร์ทำไมเจ้าไม่บอกข้า!!!” เขาโอบกอดเธอแน่น อาเชอร์โอบกอดเบลล่าที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก เขารู้ว่าเธอกำลังร้องไห้เพราะว่าเธอผิดหวังในตัวเขา “ขอโทษ หากว่าข้าบอกเจ้าว่าโจลี่ฆ่าตัวตาย เจ้าก็จะต้องมาเป็นห่วงข้าอีก ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นห่วง และอีกอย่างหากข้าบอกไป ข้าจะเข้าหาเจ้าได้ยากขึ้น แกรนด์ดยุคคงจะไม่ยอมให้ข้าเข้าใกล้เจ้าอีก เบลขอโทษที่ข้ามันเห็นแก่ตัวแต่ว่าข้านำศพของโจลี่และลูกไปฝังอย่างเอาไว้อย่างดีที่สุสานด้านหลังวิหาร ” เธอยกมือขึ้นมากุมหน้าของอาเชอร์เอาไว้ “ที่ข้าโกรธเจ้า เพราะว่าเจ้าไม่ยอมบอกข้าในตอนที่เจ้าเจ็บปวด นั่นมันหมายความว่าเจ้าไม่ได้เชื่อใจข้าเลย ทั้งที่ทุกครั้งที่ข้ามีปัญหาข้าจะบอกกล่าวและปรึกษากับเจ้า แล้วเราก็มาช่วยกันแก้ไขปัญหาของข้า แต่ในตอนที่เจ้าเจ็บปวดและมีปัญหา ข้าไม่ดีพอที่จะช่วยเจ้าแบ่งเบาความเจ็บปวดเลยหรืออาเชอร์ เจ้าจะดูถูกข้าเกินไปแล้ว!!” “ไม่ใช่เบล ไม่ใช่แบบนั้น!!” อาเชอร์ก้มหน้าลงไปจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยนและแผ่วเบา “เพี๊ยะ!!” “ใครอนุญาตให้เจ้าจูบข้า!!” “ขะ ขอโทษ!!” อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมหน้าของตัวเองเอาไว้ ตอนนี้แก้มทั้งสองข้างของเขามันเป็นรอยแดงรูปฝ่ามืออย่างเห็นได้ชัด “ข้าในตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ!!” เบลล่ากล่าวพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่มันกำลังไหลลงมา อาเชอร์เดินหายไปพักหนึ่ง เขาเดินออกมาพร้อมกับกาน้ำชาและขนมเค้ก “กินนี่ก่อน เจ้าชอบกินเค้กนี่ บางทีของหวานอาจจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมา” เธอมองกาน้ำชาและขนมมากมายเบื้องหน้าพร้อมกับถอนหายใจ “อาเชอร์ข้าจะถามเจ้าครั้งนี้เป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย เราจะเป็นเพื่อนกันต่อไปได้รึเปล่า ข้าบอกตามตรงว่าข้าไม่อาจจะตอบรับความรู้สึกเกินเลยกว่านั้นได้ในตอนนี้ ข้าอยากจะรู้แค่นี้ หากว่าเราไม่สามารถที่จะเป็นเพื่อนกันได้แล้วเจ้าก็แค่ส่งข้ากลับไปที่เดเลี่ยนแล้วให้ข้าแทงเจ้าสักแผลแค่นั้นพอ แล้วหลังจากนี้เรามาสู้กันแบบซึ่งๆ หน้าเอาให้ตายกันไปข้างหนึ่ง!!” “กินเค้กนี่ก่อนแล้วข้าจะตอบทุกอย่าง ทุกคำถามรวมทั้งคำถามที่เจ้าอยากรู้ก่อนหน้านี้ด้วย ” เบลล่ารู้สึกว่าเธอกำลังโกรธ ความเสียใจและผิดหวังในตอนแรกมันแปลเปลี่ยนมาเป็นความโกรธแค้นไปแล้ว เธอหยิบเค้กขึ้นมากินอย่างรวดเร็ว “ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะวางยาพิษในเค้กรึไง” “หากว่าเจ้าวางยาพิษ อย่างน้อยข้าก็จะได้ยินคำตอบของเจ้าก่อนที่ข้าจะตาย ตอบมาเร็วๆ สิ!!” อาเชอร์ถอนหายใจ “ขอเพียงได้อยู่ข้างเจ้าจะฐานะไหนก็ได้ทั้งนั้น ” เบลล่าหยิบมือปอกผลไม้ขึ้นมา “ข้ารับปากแล้ว เหตุใดถึงยังจะต้องแทงข้าอีก!! โอ๊ย!!” เธอใช้มีดปอกผลไม้แทงที่ท้องของอาเชอร์อย่างแรง พร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมา “อย่ามาทำเป็นเจ็บ ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถรักษาได้เพียงแค่ดีดนิ้ว ” อาเชอร์ยกยิ้ม “ครั้งนี้ข้าจะไม่ใช้เวทย์รักษา เพราะมันคือเครื่องยืนยันว่าเจ้าให้อภัยข้าแล้ว” “ใครบอกเจ้าเช่นนั้น หากจะให้ข้าอภัยให้เจ้าต้องเอาขวานมาจามหัวของเจ้าสักที ถึงจะเพียงพอกับความโกรธของข้า!!” เขายกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธออีกครั้ง “วันนี้งอแงจังนะ ปกติไม่เคยเห็นเจ้าร้องไห้เลย ” เบลล่าถอนหายใจ “ขวดโพชั่นที่ห้องทำงานเจ้าคืออะไร?” “ข้าตั้งใจว่าจะจากเจ้าไปสักสามปี ก็เลยบอกกล่าวเรื่องราวเกี่ยวกับอนาคตเอาไว้ในขวดโพชั่นพวกนั้น” “อาเชอร์แล้วโรคระบาดล่ะ เจ้าเป็นคนสั่งให้ท่านพ่อกับแม่รองของข้าทำรึเปล่า?” เขายกยิ้ม “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางฆ่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์ มีคนต้องการทำให้เจ้าและข้าแตกคอกัน ” “ใคร?” “อ่า นั่นมันเกินความสามารถที่ข้าจะบอกเจ้าได้ เจ้าก็รู้ว่าทุกครั้งที่ข้าบอกกล่าวอนาคตกับเจ้าพลังมองเห็นอนาคตของข้าก็จะน้อยลง และมันก็จะหายไปในที่สุด” เบลล่าเม้มปากแน่น คนที่ทำให้เธอและอาเชอร์แตกคอกัน ต้องเป็นคนใกล้ตัวอย่างแน่นอนเพราะเรื่องที่เธอได้กุญแจมาจากอาเชอร์และเรื่องที่เธอไปที่วิหารมีไม่กี่คนที่รู้ เลโอ โคลด์ เอซ? ให้ตายเถอะหากว่าเป็นพวกเขาเธอคงจะเจ็บปวดจนขาดใจตายแน่ๆ “ที่น่าดีใจคือไม่ใช่คนรักของเจ้าอย่างแน่นอน พวกเขารักและเทิดทูนเจ้ามากทีเดียว” “อย่าบอกนะว่าเจ้าสามารถอ่านใจได้ด้วย!” “เบล หน้าเจ้ามันฟ้องทุกอย่างขนาดนั้น!” เบลล่าถอนหายใจอย่างโล่งอก “เหตุใดถึงวางยาให้ข้าหลับไปถึงหนึ่งเดือน?” อาเชอร์ส่งแก้วน้ำชาให้เบลล่าดื่ม “ทุกอย่างมีเหตุและมีผล โพชั่นพวกนั้นเป็นยาประสานพลังของข้ากับเจ้าเข้าด้วยกัน และนั่นคือคำขอร้องของแกรนด์ดยุคโอเว่นเขาอยากให้เจ้าพักผ่อนสักเดือน เพราะว่าเขารู้ ว่าเจ้าจะต้องสืบหาคนร้ายทันทีที่ฟื้นขึ้นมา ” เธอก้มหน้าลงมองในถ้วยชาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ถึงอยากจะโกรธแต่เธอก็ไม่สามารถโกรธเลโอได้จริงๆ “แล้วเรื่องเมเบโล่? “ “ตระกูลแม่มดที่สืบทอดและเก่าแก่หลายร้อยปี ที่น่าเศร้าคือการถือกำเนิดของเด็กหญิงที่มีพลังแม่มดอย่างเต็มตัว ” เบลล่าขมวดคิ้ว “ใครกันอาเชอร์? แกรนด์ดัชเชสงั้นหรือ?” “คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้ยังไงล่ะ…” ใบหน้าของเบลล่ากำลังชา หัวใจของเธอกำลังเต้นแรงเมื่อได้ยินชื่อที่กล่าวออกมาจากปากของอาเชอร์ “หากนี่คือความฝัน ข้าก็ควรจะรีบตื่น ” อาเชอร์ลุกขึ้น เขาเดินมาคุกเข่าลงข้างๆ เบลล่าก่อนจะลูบผมนางอย่างอ่อนโยน “มันคือความจริงเบลล่า และเจ้าต้องหยุดมัน” น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาของเธออีกครั้ง และในครั้งนี้มันเจ็บปวดกว่าทุกครั้ง เจ็บปวดเจียนจะขาดใจ อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมหน้าของเธอเอาไว้ “จะตบข้าอีกก็ได้ ” เขาเงยหน้าขึ้นไปบดขยี้ริมฝีปากของเบลล่าอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
เลโอก้มหน้าลงไปจุมพิตที่หน้าผากของเบลล่าอย่างแผ่วเบา เธอคลอดลูกชายสามคนให้เขาเมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้เจ้าเด็กแสบพวกนั้นกำลังซนเลยทีเดียวความเจ็บปวดจากการคลอดลูกของเบลล่ายังคงตราตรึงในหัวใจของเลโอ เขาไม่คิดให้นางท้องอีกแล้วจึงได้ให้อาเชอร์ทำโพชั่นห้ามตั้งครรภ์ขึ้นมา“เช้าแล้วหรือคะ?”“ยัง แต่เจ้าควรจะลุกขึ้นเตรียมตัว….”งานเลี้ยงที่มีแค่พวกเรา อาเชอร์ยกมือขึ้นมากุมที่หัวใจของตัวเอง เขากำลังประหม่าและตื่นเต้น เราอยู่ในวิหารศักดิ์สิทธิ์ดยุคเอเซล่ากำลังอุ้มบีเรียสอยู่ ส่วนมาร์ควิสเคนเนดี้กำลังเล่นกับบาเรีย และเบียเร่กำลังปีนป่ายอยู่บนตัวของเขาเจ้าแสบทั้งสามซนมากเลยทีเดียว…ไบรอันมองดอกกุหลาบสีขาวในมือด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข ตอนนี้เขาเป็นพ่อค้า ที่ขายทั้งสมุนไพรของเคนเนดี้และข้าวโอ๊ตของเอเซล่า ถึงจะไร้ยศศักดิ์แต่ทว่าสุขใจยิ่งนักการได้อยู่กับเบลล่ามันคือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ คุ้มค่าแล้วที่เขาละทิ้งทุกอย่างมาอยู่กับเธอเลโอมาถึงคนสุดท้าย เขาส่งยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวของเบียเร่อย่างมันเขี้ยวทางเดินที่ทอดยาวของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ท่านลุงเจคอปยื่นแขนให้เบลล่าควง เธอส่งยิ
สามี ภรรยา?“ข้าจะเข้าไปคอยจับตาดูสตรีผู้นั้นเอง หากว่านางมีความเคลื่อนไหวอะไรที่แปลกประหลาดข้าจะได้หยุดยั้งมันได้ทัน!!”เจคอปกล่าวพร้อมทั้งมองออกไปที่ด้านนอกกิลข้อมูล“ขอบคุณมากครับท่านพ่อบุญธรรม เบลล่าน่าสงสารมากนะครับ ข้าไม่อยากจะให้ท่านไปเสี่ยงเลย..”“ข้าเอ็นดูนังหนูนั่นอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เองข้ายินดี ข้าจะถือโอกาสพักผ่อนด้วย ข้าทำงานเป็นหัวหน้ากิลข้อมูลมาครึ่งชีวิตแล้ว ข้าเลี้ยงเจ้ามาจนโตขนาดนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนข้าบ้างแล้ว!!”อาเชอร์หัวเราะ“ท่านรวยมากกว่าข้าอีกนะครับ ทรัพย์สินในชื่อของท่านสามารถซื้ออาณาจักรได้เลยด้วยซ้ำ!!”เจคอปยกมือขึ้นมาตบไหล่อาเชอร์เบาๆ“ปกป้องความรักของเจ้าให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องฮันน่าข้าจะจัดการเอง!”มันควรจะเป็นอย่างนั้น เขาแค่มาจับตาดูฮันน่าเฉยๆ แต่กลับกลายเป็นว่านางอ่อนโยนกว่าที่เขาคิดเอาไว้นิสัยที่เผยออกมามันไม่ใช่การแสดงแต่มันคือนิสัยจริงๆ ของนาง…และสตรีผู้นี้ก็รักนังหนูเบลจริงๆ“ไม่เจ็บมืองั้นหรือ ข้าเห็นเจ้าเย็บชุดนี้มาทั้งคืนแล้ว”ฮันน่ายกยิ้ม“ข้าคิดว่าจะเย็บชุดนี้เอาไว้ให้เบลใส่ในงานพิธีบรรลุนิติภาวะ เลยต้องพิถีพิถันหน่อยค่ะ”“ปกตินัง
แกรนด์ดัชเชสฮาเดียน่ายกแก้วชาขึ้นมาดื่ม เธอปรายตามองสวนดอกไม้ด้านหน้าคฤหาสน์ เธอรู้มาสักพักแล้วว่าแกรนด์ดยุคโอเว่นกำลังวางแผนจะมาทำลายเมเบโล่รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของหญิงชราไปเอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเขาจะชนะเมเบโล่ได้!! เธอส่งคนไปขอความช่วยเหลือจากเทรย์เวอร์แล้ว เขาจะต้องส่งทหารฝีมือดีมาช่วยเมเบโล่อย่างแน่นอน!“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าจะปกป้องเมเบโล่เองครับ อีกอย่างองค์รัชทายาทมาเดลีนก็อยู่ที่นี่ ยังไงพวกโอเว่นก็ไม่น่าจะทำอะไรรุนแรง…”“แม่ก็ว่าอย่างนั้น หากจับตัวแกรนด์ดยุคโอเว่นได้ เรื่องราวก็จะจบเพราะเราจะยัดเยียดทุกข้อหาให้เขา รวมถึงข้อหากบฏเพราะว่าเขากล้าบุกเข้ามาทำร้ายองค์รัชทายาทมาเดลีน แม่อยากจะรู้เหมือนกันว่าองค์จักรพรรดิวัลโด้จะช่วยเหลือเขายังไง!”แบรฮาร์ทยกยิ้ม เขามั่นใจว่าครั้งนี้จะต้องชนะโอเว่นได้อย่างแน่นอนไบรอันมองไปที่โซ่ขนาดใหญ่สนิมเขรอะที่ใช้ปิดตายประตูลงไปยังชั้นใต้ดิน เรื่องการสร้างความวุ่นวายถือเป็นงานถนัดของเขาอยู่แล้ว…แค่ระเบิดมันออกซะก็สิ้นเรื่อง!!“ตู้ม!!!”แกรนด์ดัชเชสมองหน้าแบรฮาร์ทอย่างตกใจ“พวกโอเว่นบุกมาแล้วงั้นหรือครับ!!”“ไปจัดการพวกมันซะ!!”ไบรอันยกมื
อาเชอร์จับผมของเบลล่าขึ้นมาจูบเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เธอนอนหลับในอ้อมกอดของเรานี่ถือเป็นฝันที่ไม่กล้าฝันเลยก็ว่าได้…ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมานอนเคียงข้างเขาและเราจะมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งขนาดนี้ ถึงแม้พรุ่งนี้เธอจะตื่นขึ้นมาตบหน้าเขาอีกสักกี่รอบ หรือว่าจะแทงเขากี่แผล อาเชอร์ก็จะยอมรับผลของการกระทำทั้งหมดวันนี้อากาศเย็น หิมะตกลงมาอย่างหนักราวกับว่าจะมีพายุหิมะถล่มเบลล่าลืมตาขึ้นมาก็พบอาเชอร์ที่นอนกอดเธออยู่ เธอถอนหายใจก่อนจะถีบเขาออก ชุดที่เธอสวมคือเสื้อผ้าของเขาเมื่อคืนเขาคงจะพาเธอไปอาบน้ำมาสินะผ้าปูเตียงก็เปลี่ยนผืนใหม่…เบลล่าลุกขึ้นเธอเปิดผ้าม่านออก ด้านนอกบ้านขาวโพลนไปด้วยหิมะที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ อากาศหนาวเย็นมากทีเดียวเธอเดินไปที่เตาผิงเพื่อเติมฟืนลงไป เบลล่าดึงผ้าขึ้นมาห่มให้อาเชอร์เธอเดินเข้ามาในครัวก็พบว่ามีขนมปังและนมอยู่ ที่สำคัญมันยังอุ่นๆ แสดงว่าอาเชอร์ตื่นมาทำตั้งแต่เช้าสินะสกิลการทำอาหารของเบลล่านั้นติดลบอย่างแรง เธอไม่เคยทำอาหารและไม่คิดจะทำด้วยเบลล่ากัดที่ขนมปังเบาๆ รสชาติดีสมกับเป็นฝีมือของอาเชอร์“ตื่นแล้วเหรอ?”เธอพยักหน้าพร้อมทั้งมองไปที่อาเ
เบลล่าลากอาเชอร์ขึ้นมานอนบนโซฟา เสื้อของเขาตอนนี้เปื้อนไปด้วยไวน์เบลล่าจึงจัดการถอดเสื้อของอาเชอร์ออกเธอตบหน้าอาเชอร์เบาๆ เพื่อเรียกให้เขาตื่นจะตายไหมเนี่ย!!“อาเชอร์!! นี่! รีบตื่นเร็วเข้า!!”“พรวด!!”“โป๊ก!!”อาเชอร์ลืมตาพร้อมกับลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนหน้าผากของเราชนกัน“เจ้าจะลุกขึ้นมาทำไมเร็วนักหนา!!”เบลล่ายกมือขึ้นมาลูบที่หน้าผากของเธอเบาๆ“นี่เจ้าทำโพชั่นสีม่วงแตกงั้นหรือเบล!!”เบลล่าพยักหน้า อาเชอร์ถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับ“มันคือโพชั่นอะไรกัน?”อาเชอร์ยกมือขึ้นมาปิดจมูกเอาไว้ เขาในตอนนี้กำลังได้กลิ่นกายของเบลล่าอย่างชัดเจน“โพชั่น…ชนิดเดียวกันกับขวดสีแดง…”เบลล่ามองอาเชอร์ที่กำลังหน้าแดงด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย โพชั่นสีแดง โพชั่นปลุกอารมณ์งั้นเรอะ!!“แล้วเจ้าจะทำสีม่วงมาเพื่อ!! เจ้าทำโพชั่นชนิดนี้มากเกินไปแล้วนะอาเชอร์!!”“ก็มันขายดีนี่นา อีกอย่างสีแดงหมดข้าก็เลย…ใส่สีม่วงลงไปแทน อึ่ก!!”เบลล่ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะว่าตอนนี้ผิวของอาเชอร์เป็นสีแดงก่ำ เขายกมือขึ้นมาเพื่อปิดจมูกตัวเอง“อย่าบอกนะว่า…นี่เจ้ามีพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่รึไงแล้วทำไมถึงโดยโพชั่นตัวเองเล่นงาน…”
“ขอเชิญอัศวินทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้เลยครับ”อาเชอร์กล่าวพร้อมทั้งส่งยิ้มให้กับอัศวินทั้งสอง พวกเขามองหน้ากันพร้อมกับอึกอักแกรนด์ดัชเชสเมเบโล่หลับตาลง เธอไม่มีทางยอมเสียลูกชายไปง่ายๆ แน่นอน และเธอก็ได้ส่งคนไปเชิญผู้ที่จะมาขัดขวางเรื่องราวพวกนี้“ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ของข้าถูกใส่ร้าย ”ทุกคนในห้องรีบลุกขึ้นยืนเมื่ออดีตองค์จักรพรรดิเดินเข้ามา วัลโด้หลับตาลงอย่างเจ็บปวด สุดท้าย…คนที่คอยช่วยเหลือเมเบโล่มาตลอดก็คือท่านพ่อสินะ!!“เอาล่ะๆ ไม่ต้องมากพิธี เจ้าทั้งสองคนใช่ไหมที่เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกในชนชั้นสูง ทหารนำพวกมันทั้งสองคนไปประหาร โดยการแขวนคอ!!”“ไม่ใช่นะครับ!!! พวกเราถูกว่าจ้างมา ได้โปรด ดยุคแบรฮาร์ทเป็นคนว่าจ้างพวกเรา!!!”“ยังจะกล้าใส่ร้ายดยุคเมเบโล่อีกงั้นเรอะ!! ทหารยังไม่รีบพาพวกมันออกไปให้พ้นจากสายตาของข้าอีก!!”เบลล่าหลับตาลง วันนี้จะชนะก็เรียกได้ไม่เต็มปาก แต่ก็ถือว่าคิร่าได้เกียรติและชื่อเสียงของเธอคืนมา ส่วนดยุคแบรฮาร์ทชนชั้นสูงคนอื่นต่างรู้ดีว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น และใครคือคนที่ถูกและผิดอย่างน้อยที่สุดธุรกิจของเมเบโล่อาจจะเงียบไปสักพักเบลล่าหมุนตัวก่อน







