Mag-log inการต่อสู้ชุลมุนด้านนอกทำให้ถานชิงหรูตื่นตระหนก จังหวะนั้นเองที่คนแบกเกี้ยวทิ้งเกี้ยวลงจากไหล่ ทุกคนล้วนหันหลังและวิ่งหนีเอาตัวรอดไปจนสิ้น
ถานชิงหรูกรีดร้องด้วยความตกใจ นางพยายามตะโกนเรียกแม่สื่อและสาวใช้ ทุกคนล้วนหันหลังและวิ่งหนีไม่คิดชีวิต มีเพียงคนของทางการไม่กี่คนที่กำลังต่อสู้กับบางอย่างที่นางเองก็มองไม่ชัด
มันคล้ายเป็นเงาวูบหนึ่งแต่ก็คล้ายไม่ใช่ เพราะทันทีที่เงานั้นวูบผ่านคนของทางการ ร่างของคนเหล่านั้นก็ล้มลงพร้อมกับเสียงคำรามร้องด้วยความเจ็บปวด
ถานชิงหรูตระหนักแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ ระหว่างที่นางเปิดม่านประตูเกี้ยวก้าวลงมา เจ้าหน้าที่ทางการคนหนึ่งก็คว้าข้อมือของนางเอาไว้
“คุณหนูถานไปกับข้าน้อย ที่นี่ไม่ปลอดภัย”
“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ”
“ปิศาจ มันสังหารคนคุ้มกันของนายท่านถานไปแล้ว เราต้องหนี”
นางตื่นตะลึงจนตัวสั่น หวาดกลัวจนไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง เพียงออกวิ่งตามแรงลากของเจ้าหน้าที่ผู้นั้น รับรู้ว่าเบื้องหลังมีคนอีกสองคนคุ้มกันให้
เสียงกู่ร้องน่าขนลุกดังขึ้นจากด้านหลัง มือปราบที่พาหญิงสาวหลบหนีมาจากขบวนเจ้าสาว เพียงบอกให้นางวิ่งอย่าได้หันหลังกลับไปมอง นางเองก็หวาดกลัวจนไม่กล้าหันหลัง
เพียงแต่...เงาสายหนึ่งกลับวูบมาดักด้านหน้า
เสียงบางอย่างกรีดผ่านเนื้อหนัง ของเหลวกลิ่นคาวคลุ้งสาดกระเด็นลงบนใบหน้าซึ่งตบแต่งเอาไว้อย่างงดงาม เจ้าสาวที่สมควรถูกส่งตัวเข้าห้องหอ บัดนี้นางกลับได้แต่ยืนนิ่งด้วยความหวาดผวา
เลือด...แดงฉานเปรอะเปื้อนใบหน้าของนาง
ก้มลงมองมือที่เกาะกุมข้อมือของตน เจ้าของมือล้มลงไปตรงหน้า แต่ปลายนิ้วของเขายังคงไม่ปล่อยข้อมือหญิงสาว ปลายนิ้วที่หลงเหลือเพียงส่วนของฝ่ามือ...
กรี๊ด!!!!
เงานั้นวูบผ่านตรงหน้านาง ไม่นานทุกสิ่งวูบดับมืดมิดหลังจากเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก เจ้าสาวผู้งดงามล้มพับไปท่ามกลางเสียงของสายลมซึ่งพัดกระหน่ำ
ไม่นานสายฝนก็สาดซัด ชะล้างกลิ่นคาวของเลือดและความตาย รวมไปถึงร่องรอยการเข่นฆ่าอันโหดเหี้ยม หลงเหลือเอาไว้เพียงศพของคนตาย และข้าวของมากมายที่ยังคงมีกลิ่นไอของความเป็นมงคล...
แรกลืมตาถานชิงหรูงุนงงจนไม่อาจเรียบเรียงความคิด ร่างกายอ่อนแรง ศีรษะปวดจนแทบระเบิด กระทั่งความร้อนตามร่างกายที่เป็นสัญญาณของการเป็นไข้ ทำให้กระบวนการความคิดของหญิงสาวเชื่องช้าจนมึนงงสับสน
มองไปรอบกายที่เต็มไปด้วยผนังหินและแสงวูบวาบจากกองเพลิง ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้าง ตื่นตระหนกจนเผลอตัวขยับ
เพียงแต่...ชั่วขณะที่กำลังคิดจะขยับตัว กลางอกกลับรู้สึกตึงแน่นแสบร้อน เจ็บปวดจนนิ่วหน้าคิ้วขมวด
ข้างกองไฟนั่นเองร่างสูงใหญ่ของบุรุษซึ่งปล่อยผมยาวรุงรัง กำลังนั่งจ้องมองตรงมายังหญิงสาว เพราะร่างกายอ่อนล้าบวกกับไข้สูง การขยับรวดเร็วทำให้ถานชิงหรูหน้ามืด นางหลับตาลงพร้อมกับอาการเวียนศีรษะรุนแรง ถึงอย่างนั้นทันทีที่ลืมตาขึ้นก็มีอันต้องกรีดร้องด้วยความตกใจกลัว
บุรุษที่สมควรจะนั่งห่างออกไปถึงเจ็ดก้าว บัดนี้กลับนั่งจ้องมองนางในระยะประชิด
“กรี๊ด!!!” หญิงสาวยื่นสองมือออกไปผลักเขา แต่คนที่ล้มลงนอนหงายจนศีรษะด้านหลังชนผนังหินกลับเป็นตัวนางเอง
แม้เจ็บจนน้ำตาเล็ดแต่ถานชิงหรูยังคงตะเกียกตะกายขยับตัวหนี เพียงแต่เพิ่งเบี่ยงตัวมือใหญ่กลับคว้าข้อมือของนางเอาไว้ได้
แรงบีบไม่เบานัก ถานชิงหรูพยายามสะบัดและกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ที่ได้รับกลับเป็นเรี่ยวแรงที่ลากนางเข้าหาตัว หาใช่อิสรภาพไม่...
เขา...มีดวงตาแดงก่ำดุดันน่ากลัว กึ่งกลางหน้าผากมีขีดสีแดงยาวรีคล้ายรอยกรีดแต่กลับไม่มีเลือด ใบหน้าสกปรกมอมแมมยังคงมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรังเกาะติด
หลี่เหวินฉีเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูทางเข้าบ้าน วันนี้เขาไม่ต้องสอนหนังสือเด็กๆ จึงว่างงาน ถามว่าเพราะอะไร? ก็เพราะศิษย์น้องของเขาเพิ่งมาถึงเมื่อวานอย่างไรเล่าวันนี้เขาอาสาไปช่วยซ่อมหลังคาบ้านให้ผู้เฒ่าไป๋ หลังจากเสร็จก็เลยไปรับไข่ไก่จากท่านป้าจาง แวะรับผักดองจากท่านยายจี้ นำของทั้งหมดนั้นกลับมาเก็บที่บ้าน จากนั้นนำฟืนที่ตัดไว้ไปส่งให้ท่านป้าจาง ท่านยายจี้ ก่อนจะได้หนังจิ้งจอกจากเหล่าจงกลับมาเป็นการแลกเปลี่ยน‘หนังจิ้งจอกนี่เหมาะที่จะนำไปทำรองเท้า อาจารย์หลี่ท่านนำไปให้ฮูหยินเย็บรองเท้า นางจะได้มีรองเท้าดีๆ สวม’ยืนมองฮูหยินของเขากำลังก้มหน้าก้มตาเย็บเสื้อที่ขาดเป็นรูของตน เสี้ยวหน้าด้านข้างของถานชิงหรูอ่อนโยนงดงาม นางยกตัวเสื้อขึ้นสูงมองดูฝีมือการเย็บอันไร้ที่ติของตน จากนั้นยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจชั่วชีวิตของเขาไม่เคยคาดหวังว่าจะมีวันนี้ วันที่เขาเห็นรอยยิ้มของสตรีผู้หนึ่ง กระทั่งสามารถทำให้เขาที่กลับมาถึงบ้าน รู้สึกอบอุ่นใจหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งบ้าน...คำสั้นๆ ที่ให้ความหมายยิ่งใหญ่สำหรับเขา“ฮูหยิน” หลี่เหวินฉีเดินเข้าไปนั่งลงตรงหน้านาง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว ยกมือขึ้นทัดผมให้นาง“
เขาแค่นยิ้มไม่ได้หันหลังกลับไปต่อปากต่อคำ เพราะในใจตระหนักดีว่าคุณค่าของความเป็นคน ไม่ได้วัดกันที่ชาติตระกูล ชื่อเสียง หรือเกียรติยศ แต่กลับวัดกันที่คุณงามความดีในใจเมื่อก่อนเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมศิษย์น้อง ทั้งยังมีใจเข้าข้างนางกระทั่งยอมช่วยปิดบังหลายๆ เรื่อง ถึงอย่างนั้นตนนี้เขากลับตระหนักเมื่อได้เห็นความดีของถานชิงหรูแม้เป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่อีกฝ่ายกลับยังคงสามารถรักษาความดีในใจแม้ถูกทำร้าย แต่นางกลับเข้าใจและมองอย่างใจกว้าง ไม่ถือโทษโกรธแค้น กระทั่งไม่มีจิตขุ่นเคืองตรงกันข้ามนางให้อภัยได้ทั้งนั้น ทั้งยังพร้อมจะให้โอกาสคนอื่นเสมอ ผิดกับหลายๆ คนที่แม้ปากจะบอกว่าตนเองเป็นคนดี เป็นคนสูงส่งมีคุณธรรม แต่การกระทำกลับตรงกันข้ามทั้งสิ้น...“สักวันเขาต้องสำนึกได้ มีเพียงข้าที่เหมาะสมกับเขา เขาไม่มีทางเลือกคนชั้นต่ำเป็นฮูหยิน ข้าเป็นถึงบุตรสาวเจ้าสำนัก เป็นผู้ฝึกยุทธ์ซึ่งยึดมั่นในคุณธรรม!”“หุบปาก!!!”เสียงของผู้เป็นอาจารย์ดังขึ้นหลังจากเสียงฝ่ามือซึ่งกระทบแก้มนวลหย่งเหิงถอนใจพร้อมเร่งฝีเท้าเดินออกไปให้ห่าง ไม่อยากทำให้อาจารย์ขายหน้าที่เขาได้เห็นและได้ยินบางครั้งการถูกตามใจมากไปก็เ
นางยิ้มเมื่อเขาก้าวเดินเข้ามาใกล้ กระทั่งนางและเขาถูกกั้นเอาไว้ด้วยขอบหน้าต่างถานชิงหรูก้มลงมองเขาที่อยู่ยังจุดต่ำกว่า “เหตุใดข้าต้องเสียใจ เพราะหากท่านไม่ใช่รองเจ้าสำนักเมฆหวน นั่นย่อมหมายความว่าท่านเป็นของข้าเพียงคนเดียวอย่างแท้จริง”ไม่มีหน้าที่ที่ต้องแบกรับ ไม่มีเกียรติยศของผู้คนมากมายให้ต้องคำนึง ไม่ใช่เซียนผู้สูงส่งที่ทุกคนคาดหวัง แต่เขาจะเป็นเพียงสามี เป็นบิดาของบุตรในครรภ์ของนางหลี่เหวินฉียิ้ม สองมือของเขายื่นออกไปข้างหน้า ประคองใบหน้าของถานชิงหรู จุมพิตเบาๆ ยังริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยน“ถานชิงหรู ข้ารักเจ้า...”นางลดสองแขนกอดลำคอของเขาเอาไว้ เอนตัวไปด้านหน้า กอดเขาเอาไว้ “ข้าก็รักท่านหลี่เหวินฉี ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ใดท่านก็คือโชคชะตาของข้า คือผู้ที่ชั่วชีวิตนี้ข้าจะร่วมทุกข์ร่วมสุข จนกว่าความตายจะพรากข้าไปจากท่าน”“ได้ จนกว่าความตายจะพรากข้าและเจ้าไปจากกัน”เขากอดนางแนบอก รู้สึกถึงความรักที่ต่างคนต่างก็มอบให้กัน รับรู้ว่าบางครั้งโชคชะตาก็เล่นตลก ก่อนจะมอบความกระจ่างให้ในท้ายที่สุดเขา...ตระหนักว่าสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่ผู้อื่นบอกว่าดีและเหมาะสม แต่เป็นสิ่งที่เขาเ
ทว่า...คล้ายวิบากกรรมของถานชิงหรูกับหลี่เหวินฉียังคงไม่จบสิ้นก่อนงานมงคลเพียงสองวัน กลับมีข่าวลือใหม่เกิดขึ้น หลี่เหวินฉีรองเจ้าสำนักเมฆหวนถูกปลดจากตำแหน่งรองเจ้าสำนักเมฆหวน นับจากนี้เขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักเมฆหวนอีก!!!ถานชิงหรูนั่งเหม่อมองกลางสวน สายตาของนางจ้องเขม็งไปยังทางเข้าสวนเรือนหลัง ในใจห่วงกังวลไม่รู้ว่าหลี่เหวินฉีเป็นเช่นไรบ้างสาวใช้วิ่งเข้ามาในสวนทำให้หญิงสาวลุกขึ้นยืน “คุณหนูใหญ่ ด้านนอกเจ้าค่ะด้านนอก!”“เกิดอะไรขึ้น!”“อดีตเจ้าสำนักเมฆหวนเจ้าค่ะ มะ...มาด้วยตัวเองเลย เขาบอกว่าจะเป็นญาติฝ่ายเจ้าบ่าวจัดงานแต่งงานของท่านกับคุณชายหลี่จนลุล่วง ทั้งยังบอกว่าจะเป็นคนออกค่าสินสอดทั้งหมดด้วย”“อดีตเจ้าสำนักเมฆหวน”“ใช่เจ้าค่ะ ท่านเซียนชราผู้นั้น ท่านเซียนหลิ่วจื้อ!” สาวใช้ผู้นั้นตกตะลึงจนมือไม้สั่นเพียงแต่แม้หญิงสาวประหลาดใจแต่คนที่นางต้องการรู้ข่าวที่สุดก็คือหลี่เหวินฉี “เขาเล่า”“คุณชายหลี่ไม่ได้มาเจ้าค่ะ ท่านเซียนหลิ่วจื้อบอกนายท่านกับฮูหยินว่าเขาเดินทางไปที่หมู่บ้านสักแห่งกับคุณชายเจิ้งเจ้าค่ะ”“เขาไปที่หมู่บ้าน?”นางคิดถึงที่นั่น...หมู่บ้านหลานอวี่ค่ำคืนนั้นถานชิ
“พี่ใหญ่” ถานเฟิงเดินตรงเข้ามาหานาง มองนางขึ้นๆ ลงๆ กระทั่งหยุดลงยังหน้าท้องนูนป่องของพี่สาวความจริงตรงหน้าทำให้เขาตระหนักว่าทุกเรื่องที่หย่งเหิงพูดเป็นความจริง“คุณชายถาน” เบื้องหลังหลี่เหวินฉีเดินมาหยุดข้างๆ หญิงสาว เขายิ้มให้ถานเฟิง “สบายดีหรือ”“ข้า...” ถานเฟิงหลบสายตาหลี่เหวินฉี “ขอบคุณท่านสำหรับทุกเรื่อง”หากไม่ใช่เพราะหลี่เหวินฉีออกจากสำนักเมฆหวนมาตามหาพี่สาวของเขา ตัวเขาก็จะถูกปิดหูปิดตาไม่รับรู้เรื่องอะไรเลย“พี่ใหญ่ ข้ามารับท่านกลับจวน” ถานเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือน้ำตาของหญิงสาวไหลรินออกมาอาบสองข้างแก้ม นาง...กลับจวนตระกูลถานได้จริงๆ หรือ?ใต้ต้นหูกวางภายในสวนผักหลังกระท่อม ถานชิงหรูนั่งเหม่อมองอย่างใจลอย เบื้องหลังมีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ถึงอย่างนั้นดูเหมือนหญิงสาวไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย“ชิงชิง” หลี่เหวินฉีนั่งลงข้างกายนาง โอบนางให้ซบใบหน้าลงกับไหล่ถึงตอนนี้ถานชิงหรูจึงตระหนักว่าตัวนางกำลังร้องไห้ นางร้องไห้จนตัวสั่นเทา ยอมให้เขากอดแนบอก ปลดปล่อยทุกความรู้สึกในใจออกมาจนสิ้นตลอดมาไม่ใช่นางไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น นางเจ็บปวด แต่กลับไม่กล้าแม้แต่จ
ตระกูลถานกำลังพลิกแผ่นดินตามหาถานชิงหรู เรื่องนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหานเหอพูดถึงกันไปทั่ว คราแรกบอกหายตัว ต่อมาบอกพบศพและจัดงานศพอย่างเร่งร้อน กระทั่งต่อมารีบแต่งบุตรสาวอนุออกไป บัดนี้กลับบอกว่าคนยังไม่ตายและพลิกเมืองตามหาอีกครั้งถานซงอับอายและหวาดระแวงว่าจะถูกพูดถึงในด้านที่ไม่ดี ดังนั้นจึงไม่กล้าแม้แต่จะออกจากจวน ถึงอย่างนั้นเรื่องที่คู่ค้าตระกูลต่างๆ รวมไปถึงคนจากตระกูลเจ้าที่มาขอเข้าพบ เขาก็ได้แต่อ้างว่าล้มป่วย ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าพบทั้งสิ้นถานเฟิงเป็นทายาทที่จะสืบทอดกิจการตระกูลถาน เขาไม่หวั่นแม้ถูกคู่ค้าบอกยกเลิกสัญญาการค้า กระทั่งเป็นคนรับมือกับการกระทำของบิดามารดาทั้งสิ้นเรื่องนี้กระทบต่อการค้าเป็นวงกว้าง เพราะข่าวลือยิ่งมาก็ยิ่งหนาหู กระทั่งพูดถึงกันปากต่อปากว่าแท้ที่จริงแล้ว เกิดความขัดแย้งกันภายในตระกูลแท้จริงแล้วถานชิงหรูถูกน้องสาวที่ต้องการแต่งงานแทนทำร้าย ถานซงตอนนั้นไม่มีทางเลือกจึงจำใจส่งบุตรสาวอนุออกเรือนไปแทนตระกูลเจ้าเป็นหนึ่งในตระกูลที่ได้รับผลกระทบต่อข่าวลือ ถานซีซีที่แต่งให้เจ้าเหิง ถูกคนในตระกูลเจ้าส่งกลับตระกูลถานพร้อมหนังสือหย่าอนุหลิ่ว มารดาของถานซีซีไม่พอใ
เช้ามืดอากาศเริ่มหนาวเหน็บขึ้นเพราะกำลังย่างเข้าสู่หน้าหนาว ถานชิงหรูตื่นขึ้นเพราะความรู้สึกแปลกๆ นางลืมตาขึ้นอย่างงัวเงียกระทั่งเกือบหลุดเสียงหวีดร้องบนแคร่เล็กที่ต่อเติมและถูกนำเข้ามาวางในห้องนอน บัดนี้กลับมีคนมาแย่งพื้นที่ไปกว่าครึ่ง หลี่เหวินฉีที่สมควรนอนอยู่บนเตียงห่างออกไป บัดนี้กลับนอนโอบกอ
...อาจเพราะหัวใจของนางเอง ที่ไม่รู้ว่ามอบให้เขาไปตั้งแต่เมื่อไร มอบให้เขาได้อย่างไร เพราะอะไรจึงมอบให้เขานางเฝ้าถามตัวเองว่าแท้ที่จริงนางมอบใจให้ผู้ใดหลี่เหวินฉี...หรือ...บุรุษประหลาดที่ถูกจิตมารเข้าแทรกผู้นั้นเพียงแต่เมื่อมองชายตรงหน้า...ทั้งสองคนก็คือคนคนเดียวกันร่างกายของหลี่เหวินฉีฟื้นตัวเ
“ข้ามีเรื่องมากมายอยากสนทนากับเจ้าอย่างที่หย่งเหิงบอกจริงๆ แต่ข้ากลับไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่ใดก่อน”ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวเพราะเสียเลือดไปมาก เขามุ่นคิ้วลงเมื่อตึงหัวไหล่จึงลองขยับ“ท่านขยับมากๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ แผลที่ไหลลึกมาก กว่าจะสมานตัวดีคงใช้เวลานาน” นางกล่าวเสียงเบานึกถึงตอนที่รากไม้แหลมคมแทงเข้
โจวหยวนหยวนสะอื้น “เขาไม่มีทางจำได้ ไม่มีทาง...นั่นไม่ใช่เขาแต่เป็นจิตมาร ใช่แล้ว นั่นไม่ใช่ศิษย์พี่ใหญ่สักนิด ขนาดนางยืนอยู่ตรงหน้าเขาเขายังจำนางไม่ได้ ข้า...”เห็นสายตาของหย่งเหิงนางทำได้เพียงตีหน้าเศร้าและสะอื้นออกมา“ศิษย์น้องห้า เห็นแก่ที่เราเติบโตมาด้วยกันข้าจะไม่บอกศิษย์พี่ใหญ่ แต่ข้าขอเตือน





![ลำนำรักเคียงใจ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

