Home / รักโบราณ / ชะตารักคุณหนูตัวร้าย / ตอนที่17 เราคงต้องแปลงร่างก่อน

Share

ตอนที่17 เราคงต้องแปลงร่างก่อน

last update publish date: 2026-10-29 17:47:20

อันฉีและองค์หญิงหมิงเย่วนั่งพิงผนังหินแล้วพากันหลับไป ส่วนตรงด้านหน้าคือกองไฟขนาดใหญ่ที่ยังคงลุกโชน พอรู้สึกตัวตื่นก็รีบเติมฟืนลงไปเพิ่มจากนั้นก็กลับไปนอนต่อ พวกนางทำแบบนั้นอยู่ทั้งคืนจนกระทั่งเช้าวันใหม่มาเยือน

เมื่อท้องฟ้าสว่างเต็มที่อันฉีก็สำรวจไปรอบ ๆ อีกครั้ง ที่นี่งดงามมากน้ำตกไหลลงมาอย่างแรงกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ฝูงปลามากมายแหวกว่ายไปมาอย่างอิสระ บนพื้นดินรอบ ๆ บริเวณก็มีดอกไม้กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ผีเสื้อหลากหลายสีสันบินไปบินมาอย่างสวยงาม

“เราคงต้องออกเดินทางแล้ว แต่ว่าเราคงต้องแปลงร่างก่อนเพคะ”

“แปลงร่าง?”

“ใช่แล้วเพคะ” อันฉีเขี่ยถ่านออกมาจากกองไฟ จากนั้นก็ไปเด็ดใบไม้ แล้วนำไปตักน้ำมาราดถ่านร้อน ๆ ให้ดับ จากนั้นก็ปล่อยให้เย็นแล้วนำไปบดให้แหลกบนโขดหินเรียบ ๆ

“หน้าตาของพวกเรางดงามเกินไปต้องอำพรางตัวตนก่อนเพคะ เพื่อป้องกันคนชั่วที่คิดไม่ดีและคนร้ายที่อาจจำพวกเราได้เพคะ”

“ข้าละนับถือในความฉลาดและรอบคอบของเจ้าจริง ๆ ข้าอยู่กับเจ้าแล้วได้เรียนรู้หลายอย่างเลย”

อันฉีช่วยองค์หญิงทำผมเป็นมวยสูงปักด้วยกิ่งไม้ จากนั้นก็นำผงถ่านมาทาใบหน้าลำคอและแขน เมื่อเสร็จจากองค์หญิง อันฉีก็แปลงร่างตัวเองบ้าง พอทั้งสองหันมามองหน้ากัน ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“เราเดินตามลำธารสายนี้ไปอย่างน้อยถึงไม่มีอาหารแต่เรามีน้ำดื่มเพคะ” องค์หญิงพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ บางทีการมาติดอยู่ในป่าก็ไม่แย่จนเกินไปนัก เพราะว่ามันทำให้นางได้เรียนรู้การใช้ชีวิตมากขึ้น และยังได้ความรู้จากอันฉีที่ค่อยสอนสิ่งต่าง ๆ รอบตัวไปด้วย

พอเดินไปตามลำธารไปได้สักพัก อันฉีก็มองเห็นกล้วยป่าที่ลูกกำลังสุกเหลืองง่อม นางฉีกยิ้มออกมาอย่างดีใจ “พี่หญิงเรามีของกินแล้วเพคะ”เอ่ยจบอันฉีก็พุ่งไปที่กล้วยป่าที่ต้นไม่สูงมากนัก

นางรีบเด็ดแล้วส่งมาให้องค์หญิง องค์หญิงจึงรับมากินอย่างรวดเร็ว “อร่อย”

“กินให้อิ่มเลยเพคะ”

“อืม” องค์หญิงพยักหน้ากัดกินกล้วยป่าจนแก้มตุ่ย

เมื่อกินจนอิ่มอันฉีก็ฉีกชายกระโปรงอีกครั้ง แล้วนำมาทำเป็นห่อผ้า แล้วเก็บกล้วยป่าใส่ลงไป จากนั้นก็นำมาสะพายบนบ่าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะพากันออกเดินทางอีกครั้ง

พวกนางพากันเดินแบบไม่พักเพราะต้องการให้ผ่านพ้นป่าทึบเร็ว ๆ ผ่านไปราว ๆ 3 ชั่วยาม(6ชั่วโมง) พวกนางก็เดินมาพ้นเขตป่าที่รกทึบกลายเป็นป่าทั่วไป พวกนางยังคงเดินลัดเลาะไปตามลำธารสายเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็พ้นเขตป่ามาเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี พวกนางหันมายิ้มให้กันอย่างดีใจ

พวกนางยังคงเดินต่อไปจนมาพบกับบ้านหลังหนึ่งที่ปลูกอยู่ริมลำธาร สภาพบ้านเก่าจนแทบพังลงมา อันฉีรีบเดินไปสำรวจดูรอบ ๆ ว่ามีใครอยู่หรือไม่ แต่ก็ไม่พบใครสักคน

อันฉีตัดสินใจร้องถามออกไป “มีใครอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”

เงียบไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ อันฉีจึงเดินไปเปิดประตูบ้านออกดู กลิ่นอับโชยมากระทบจมูกจนนางต้องยกมือมาปิดจมูก ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นสตรีร่างผายผอมนอนอยู่บนเตียง

อันฉีรีบตรงเข้าไปแล้วใช้มืออังที่จมูกนาง ยังมีชีวิต แต่ดูเหมือนว่านางกำลังป่วยอย่างหนัก ถึงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ อันฉีใช้มือแตะที่หน้าผากของนาง ก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจ ตัวร้อนมากและกำลังมีไข้สูง

อันฉีรีบออกไปหาที่ใส่น้ำและหาผ้ามาเช็ดตัวให้นางอย่างเร่งรีบ “พี่หญิงช่วยนางเช็ดตัวทีเจ้าค่ะ”อันฉีคิดว่าควรเปลี่ยนวิธีการพูด เพราะมาอยู่ข้างนอกเช่นนี้อาจจะไม่ปลอดภัย หากว่าคนรู้สถานะที่แท้จริง

“ได้ ๆ ข้าช่วยเจ้าเอง”

“อันฉีรีบไปที่ครัวที่แทบไม่มีอะไรเลย ก่อนจะก่อเตาเพื่อต้มน้ำ จากนั้นก็ออกไปเดินสำรวจรอบบ้านอีกครั้ง บ้านหลังนี้แทบไม่มีอะไรเลยสตรีผู้นี้อยู่ได้อย่างไรกันนะน่าสงสารเสียจริง

แต่แล้วสายตาของอันฉีก็เหลือบไปเห็นต้นมันเทศ ไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้นเป็นคนปลูกเอาไว้หรือไม่ แต่ว่านางขอถือวิสาสะขุดมันขึ้นมาทำกินก่อนละกัน

ไวเท่าความคิดอันฉีวิ่งกลับมาที่ห้องครัว เพราะนางจำได้ว่ามีจอบและเสียมวางอยู่มุมหนึ่ง นางรีบคว้าเสียมแล้ววิ่งกลับไปที่ต้นมันเทศอย่างรวดเร็ว นางเริ่มขุดและดึงต้นมันเทศออกมา

หัวมันเทศใหญ่บ้างเล็กบ้างติดออกมาพร้อมต้นมันเทศ อันฉียกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเดินสำรวจให้ละเอียดอีกครั้งแต่ก็ไม่พบอะไร กินมันต้มกับกล้วยป่าไปก่อนแล้วกัน

อันฉีนำมันเทศไปล้างที่ลำธารจากนั้นก็นำไปต้ม ระหว่างที่รอก็ตรวจดูของในครัวว่ามีอะไรบ้าง ก่อนจะพบว่ามีข้าวสารอยู่ก้นถังนอกจากนั้นไม่มีอะไรเลย

“อันฉีนางเริ่มรู้สึกตัวแล้วและดูเหมือนนางมีอะไรจะพูด”

อันฉีรีบตรงเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือสัมผัสบริเวณหน้าผากว่าไข้ลดลงไปแล้วหรือไม่ ปรากฏว่าความร้อนดูเหมือนจะลดลงแล้ว สตรีผู้นั้นทำท่าจะลุกขึ้นมานั่ง อันฉีจึงช่วยประคองอย่างระมัดระวัง

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“พี่สาวอยู่ที่นี่คนเดียวหรือเจ้าคะ?”

“ข้าอยู่คนเดียวเจ้าค่ะ” สตรีผู้นั้นตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย อันฉีเอื้อมมือไปจับมือของนางแล้วบีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ

“ที่จริงข้าเป็นบ่าวรับใช้อยู่ที่จวนนายอำเภอลั่วหยางที่อยู่ห่างจากที่นี่ราว2ลี้(1กิโลเมตร) ครอบครัวข้าเป็นหนี้ตระกูลลั่วหลายร้อยตำลึง ลั่วฮูหยินที่ไม่สามารถมีบุตรได้จึงให้ข้าเป็นแม่อุ้มบุญชดใช้หนี้สิน ข้าจึงตกลงยอมเป็นแม่อุ้มบุญ”

“หลังจากข้าคลอดบุตรออกมาเป็นบุตรชายฝาแฝด พวกเขาก็ห้ามให้ข้าเข้าใกล้คุณชายและห้ามแสดงตัวโดยเด็ดขาด มีอยู่วันหนึ่งคุณชายที่อายุครบห้าขวบได้วิ่งเล่นจนมาถึงเรือนของบ่าวรับใช้”

“และสะดุดล้มได้รับบาดเจ็บข้าเห็นจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย พอบ่าวที่ดูแลองค์ชายเห็นก็รีบไปฟ้องลั่วฮูหยินว่าข้าทำให้คุณชายได้รับบาดเจ็บ ข้าจึงถูกเรียกไปโบยและถูกส่งให้มาอยู่ที่นี่เจ้าคะ ที่ข้าทนอยู่เพราะไม่อยากจากลูกไปไหนถึงแม้ว่าข้าจะไม่มีสิทธิ์เป็นแม่ของพวกเขาก็ตาม” เอ่ยจบนางก็ร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ องค์หญิงจับมืออีกข้างแล้วบีบเพื่อให้กำลังใจ

อันฉีได้ฟังแล้วก็นึกถึงละครหลังข่าวเรื่องอีเย็น เป็นมารดาที่คลอดบุตรออกมาแต่ไม่มีสิทธิ์แสดงตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่42 ตอนจบ

    อันฉีมองบรรดาคุณหนูทั้งหลาย ที่ต่างพากันมาหานาง เพื่อมอบขนมเป็นของฝากและเป็นการแนะนำตัวเองว่าพวกนางเป็นใคร สาเหตุคือหมายตาพ่อหม้ายรูปงามนามว่าฟู่อันเฉิง เสนาบดีกรมยุติธรรมบิดาของพระราชายาหมิงอ๋อง อันฉีมองขนมมากมายวางเรียงอยู่บนโต๊ะอย่างขบขัน ถึงคราวท่านพ่อถูกสตรีรุมรักดูบ้างแล้ว จะว่าไปแล้วเขาก็รูปงามและหล่อเหล่ามาก ไม่แปลกใจที่ร่างนี้จะงดงามมากถึงเพียงนี้ เพราะได้ถอดแบบมาจากมารดาและบิดารวมกัน แต่ว่าคุณหนูเหล่านี้เล่นข้ามรุ่นเกินไปหรือไม่ ดู ๆ ไปแล้วพวกนางน่าจะ 16-17ปี สตรีวัยเยาว์ชอบของเก่าเอ้ย! ชอบคนมีอายุกันหรือนี่ แต่ว่านั้นก็มีส่วนแต่สิ่งสำคัญที่ทำให้พวกนาง หันมาสนใจบิดาของนาง ก็คงเป็นเพราะว่าเงินและทรัพย์สมบัติ อันฉีจะไม่ใช้คำนี้เลยหากว่า พวกนางไม่ได้มาจากตระกูลที่เป็นลูกหนี้ของนาง แผนส่งบุตรสาวมาตีสนิทและยั่วยวนเสนาบดีฟู่ หากว่าเขาพึงใจผู้ใดผู้หนึ่งขึ้นมา ตระกูลนั้นก็จะโชคดีไปด้วย“โอ้โห! ขนมมากมายขนาดนี้ อันฉีน้อยเจ้าจะเปิดร้านขายขนมหรือ” องค์หญิงหมิงเยว่ก้าวเข้าพร้อมแม่ทัพจ้าวซีฮั่นและหมิงอ๋อง นางมองเห็นกล่องขนมถูกวางเรียงเอาไว้มากมายจึงเอ่ยเย้าขึ้นมาทันที ที่จริงองค์หญิงพอ

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่41 ชะตากรรมของลี่จู

    สองวันต่อมาอันฉีก็นัดทุกคนมาพบอีกครั้ง ในห้องโถงใหญ่โดยมีอันฉีและหมิงอ๋องนั่งเป็นประธาน ถัดรองลงมาก็เป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมฟู่อันเฉิง อันฉีให้พ่อบ้านและบ่าวในจวนยกเก้าอี้มาให้ทุกคนได้นั่ง จากนั้นก็ยกน้ำชาและของว่างมาให้ทุกคน ในวันนี้ทุกคนมีท่าทีประหม่าและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่รู้ว่าพระชายาจะตัดสินความผิดอย่างไร แต่แล้วองครักษ์หญิงเจียวจูและเลี่ยงหลิง ก็พาสตรีผู้หนึ่งเข้ามาในห้องโถง จากนั้นก็ผลักให้นางนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น ทุกคนมองสตรีผู้นั้นอย่างไม่เข้าใจว่า พระชายาจะพานางเข้ามาในนี้ทำไม นางมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือ “วันก่อนท่านอ๋องจับเสนาบดีเสิ่นและเสิ่นฮูหยินกลับมา เสนาบดีเสิ่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ส่วนเสิ่นฮูหยินที่ข้าไม่เอาเรื่องให้ติดคุกก็เพราะว่า ข้าต้องการให้นางหาเงินมาคืนข้า สามีภรรยากัน…สามีทำผิดภรรยาย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน เสนาบดีเสิ่นจ้างนักฆ่าให้ไปสังหารข้าและบิดา ที่จริงควรตัดสินโทษประหารชีวิต แต่ข้าว่าแบบนั้นมันตายง่ายเกินไป เลยเปลี่ยนเป็นให้ติดคุกตลอดชีวิตแทน”อันฉีเอ่ยอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ทุกคนนั่งฟังด้วยร่างกายที่เริ่มสั่นขึ้นมาทีละนิด เหงื่อ

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่40 อยู่ในเงื้อมมือพระชายา

    “การเปลี่ยนตัวรัชทายาทเสด็จพ่ออย่าทรงได้กังวลว่าจะไม่มีใครสนับสนุนองค์ชายสาม ยามนี้ขุนนางเหล่านั้นอยู่ในเงื้อมมือของพระชายา พวกเขามีความผิดนางยังไม่ได้ตัดสินโทษ พวกเขาจะไม่กล้าลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้ได้ฟังก็ระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจ ให้มันได้อย่างนี้สิลูกสะใภ้ของข้าทางด้านองค์รัชทายาทหมิงเฟยหลง จู่ ๆ ก็ถูกองครักษ์วังหลวงมาล้อมตำหนักนับสิบคน จากนั้นท่านราชเลขาประจำราชสำนักก็ออกมาอ่านราชโองการต่อหน้าทุกคน“ประกาศราชโองการ องค์รัชทายาทหมิงเฟยหลงกระทำความผิดอันใหญ่หลวง ด้วยการสั่งนักฆ่าให้ไปสังหารขบวนเดินทางของหมิงอ๋อง พระชายาหมิงอ๋องและเสนาบดีฟู่กรมยุติธรรม ตลอดระยะเวลาในการเดินทางหลายครั้ง ความผิดในครั้งนี้ไม่อาจให้อภัยได้ จึงขอปลดจากตำแหน่งรัชทายาท เหลือเพียงยศองค์ชายใหญ่หมิงเฟยหลง และจะถูกกักบริเวณจนกว่าจะมีบทลงโทษลงมาอีกครั้ง จบราชโองการ”ราวกับฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางใจ หมิงเฟยหลงตกตะลึงตัวแข็งทื่อ เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้! แข้งขาของเขาอ่อนแรงทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้วไท่จื่อเฟยตกตะลึงไม่ต่างกัน ร่างกายของนางเย

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่39 ขุดหลุมฝังตัวเอง

    เช้าวันต่อมาบ่าวในจวนตระกูลเสิ่นต่างตกใจและไม่เข้าใจว่า เหตุใดนายของจวนถึงหายไปกันหมดทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเสนาบดีเสิ่น เสิ่นฮูหยิน คุณหนูเสิ่นเยว่ซิน ทำเอาบ่าวในจวนไม่รู้จะทำอย่างไรกันต่อดี คงต้องรอดูสักวันสองวันหากว่าพวกเขาหายไปจริง ๆ คงต้องไปแจ้งกับทางการ บ่าวในจวนต่างพูดคุยกันถึงการหายตัวไปของพวกเขาอย่างแปลกใจและสงสัย ทำให้บรรดาตระกูลต่าง ๆ ที่ยามนี้ต่างคอยจับผิดกันและกันอยู่ต่างหูผึ่ง เสนาบดีเสิ่นหายตัวไปพร้อมเสิ่นฮูหยินและคุณหนูเสิ่นเยว่ซินก็หายไปด้วย ทำให้ตระกูลต่าง ๆ ต้องรีบนัดเจอกันเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วน“ข้าคิดว่าเขาอาจจะพาครอบครัวหนีไปแล้ว” เสนาบดีจางเอ่ยขึ้นอย่างวิเคราห์ เพราะหลังจากไปพบพระชายามา เขาก็หายตัวไปทั้งครอบครัว และเขาคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากหลบหนีความผิด“เป็นเขาจริง ๆ หรือนี่ไม่น่าเชื่อเลย ข้าว่าพวกเราต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับพระชายา เพราะหากเป็นเขาจริง ๆ พวกเราจะได้รอดพ้นโทษประหารชีวิต” เสนาบดีถังเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“ข้าเห็นด้วยกับเสนาบดีถัง ลำพังจ้างลี่จูเผาบัญชีกู้เงินโทษคงไม่ถึงกับประหารชีวิต” เสนาบดีกู้เอ่ยขึ้น เขานอนไม่หลับทั

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่38 ต้องรีบหนีไป

    “พวกท่านพร้อมใจกันมาหาข้า มีธุระอันใดสำคัญหรือเจ้าคะ?” อันฉีหยิบสมุดบัญชีกลับมาเปิดดูอีกครั้ง อย่างไม่ใส่ใจท่าทีกระวนกระวายของพวกเขา หมิงอ๋องรินชาให้พ่อตาอย่างเสนาบดีฟู่ โดยแสร้งไม่ใส่ใจท่าทีของพวกเขาเลยสักนิด“หากว่าพวกท่านไม่พูดข้าจะพูดเองดีหรือไม่เจ้าคะ?”พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ไม่รู้ว่านางรู้เรื่องมากน้อยเพียงใด หากสารภาพผิดตอนนี้จะเป็นการดีหรือไม่นะ หากนางยังไม่รู้เรื่องอะไรก็ไม่ควรเปิดปาก อันฉีหรี่ตามองพวกเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น“บ่าวทรยศของข้า…ลี่จู…นางเพิ่งจะเข้ามาสารภาพผิดก่อนพวกท่านจะมา”“อะไรนะ!!” ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจ แข้งขาของพวกเขาอ่อนยวบอย่างไร้เรี่ยวแรง ตระกูลเสิ่น ตระกูลเซี๊ยะ ตระกูลจาง ตระกูลถัง ตระกูลโจว ตระกูลเจา ตระกูลกู้ และอีกหลายตระกูลต่างพร้อมใจกันคุกเข่าลงทันที “พระชายากระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“พระชายาหม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ”“เป็นเพราะนางไปเสนอบอกว่าจะช่วยเผาบัญชีแลกกับเงินหนึ่งพันตำลึง เป็นเพราะความคิดชั่ววูบหลงผิดไปชั่วขณะ พระชายาโปรดให้อภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีชดใช้เงินที่กู้ยืมไปทั้งหมด” เสนาบดีจางรีบเอ่ยเป็นคนแรก อันฉีได้ยินก็ยิ้มออกออกมาอย่างเยา

  • ชะตารักคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่37 โง่แล้วอวดฉลาดนั้นมีอยู่จริง

    หลังจากวันนั้นการเดินทางก็ดูเหมือนจะราบรื่นปลอดภัยไร้อุปสรรคใด ๆ จนขบวนเดินทางมาถึงประตูเมืองหลวง โดยมีองค์ชายสามหมิงเฟยหยางออกมาต้อนรับพร้อมตระกูลจ้าวและทหารอีกมากมาย“ยินดีต้อนรับกลับเมืองหลวงอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ พระชายา” องค์ชายสามก้มศีรษะให้กับขบวนเดินทางที่วิ่งเข้ามาแล้วหยุดลง “ขอบใจเจ้าสาม ข้าจะแวะพักที่จวนตระกูลฟู่พรุ่งนี้ถึงจะเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ”“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อตามนี้” องค์ชายพยักหน้ารับรู้“อืม” องค์ชายสามรีบกระตุกม้าหันกลับวังหลวง ส่วนขบวนเดินทางก็ตรงไปยังจวนตระกูลฟู่ทันที “องค์หญิงจะตรงไปยังจวนตระกูลจ้าวหรือว่าจะค้างที่จวนหม่อมฉันเพคะ?” องค์หญิงหมิงเยว่ครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจ ตอนนี้นางแต่งงานแล้วก็ควรต้องไปอยู่ที่จวนของตระกูลจ้าว“ข้าคงต้องไปพักที่จวนตระกูลจ้าว แต่ว่าข้าจะแวะมาหาเจ้าบ่อย ๆ หรือไม่ก็เจ้าแวะไปที่นั่นได้ตลอดเวลา” อันฉีพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยบอกคนขับรถม้าให้ไปส่งองค์หญิงที่จวนตระกูลจ้าว จากนั้นก็คอยไปจวนตระกูลฟู่ของนาง แต่เมื่อรถม้ามาถึงหน้าจวน รถม้าก็ต้องหยุดกะทันหัน เมื่อคนขับรถม้ารีบตะโกนบอกอันฉีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“พระชายามีสตรีเป็นลมอยู่ตรงด้านหน้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status