Share

ชะตารักซ่อนเล่ห์
ชะตารักซ่อนเล่ห์
Penulis: หรงเย่า / นาย่า

บทที่ 1.1

last update Tanggal publikasi: 2026-04-03 08:57:23

แคว้นเฉียน รัชสมัยจักรพรรดิโจวเซวียน

เหตุการณ์ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเพิ่งผ่านพ้น บ้านเมืองยังคงไม่นับว่าสงบดี เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดสงครามการแย่งชิงอำนาจ ระหว่างองค์ชายรองและองค์ชายสาม ซึ่งล้วนต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้ในครอบครอง

ว่ากันว่ามีกุนซือมากฝีมืออยู่ข้างกาย ทุกอย่างที่หมายปองล้วนได้มาไว้ในครอบครอง

ประโยคนี้ไม่นับว่าผิด เพราะแต่แรกผู้ใดเล่าจะคาดว่าบัลลังก์นี้จะตกเป็นขององค์ชายห้า ซึ่งแต่แรกไม่มีใครเห็นอยู่ในสายตา

หลังบัลลังก์เปลี่ยนมือแน่นอนความสนใจของประชาชนและขุนนางฝ่ายต่างๆ ย่อมตกไปอยู่ยังคนข้างตัวจักรพรรดิพระองค์ใหม่

เซี่ยเฉิงอวี่...

มหาเสนาบดีแคว้นเฉียน บุคคลสำคัญที่ทำให้องค์ชายห้า หรือก็คือจักรพรรดิโจวเซวียน ขึ้นครองบัลลังก์ได้อย่างราบรื่น

กระนั้นเรื่องที่ทำเอาขุนนางน้อยใหญ่ปวดเศียรเวียนเกล้าในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องที่วังหลังของจักรพรรดิยังคงว่างเปล่า กระทั่งทำให้เกิดข่าวลือถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อน ระหว่างเซี่ยเฉิงอวี่และองค์จักรพรรดิขึ้น

“เพราะเหตุใดท่านยังดูเยือกเย็นอยู่ได้”

“เพราะข้าไม่เห็นสาเหตุที่ต้องโวยวาย”

“แต่นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!”

“หากตาแก่พวกนั้นอยากให้แต่ง ก็แค่แต่งๆ ไป”

“ท่านก็พูดได้สิเพราะไม่ใช่เรื่องของท่านนี่!”

“ก็ใช่”

บุรุษที่กำลังโกรธกรุ่นถึงกับพูดไม่ออก เขาก้าวฉับๆ เข้าไปนั่งลงยังโต๊ะหิน ท่าทียังคงขัดใจอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้กล่าววาจาร้ายกาจออกมา แม้เรื่องการคัดเลือกฮองเฮายังคงเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่เขารู้ดีว่าต้องเป็นความจริงถึงแปดในสิบส่วน

เซี่ยเฉิงอวี่เห็นเช่นนั้นก็ส่ายหน้า เขารับปากอาจารย์จะช่วยให้เฉียนซีหลิวครองบัลลังก์อย่างราบรื่น ดังนั้นหลังจากผลัดเปลี่ยนแผ่นดินจึงไม่อาจจากไป ด้วยตระหนักดีว่าภายในราชสำนักยังคงวุ่นวาย

“หากยังหนีออกจากวังหลวงทุกครั้งที่คิดไม่ตก เช่นนี้จะเป็นจักรพรรดิที่ดีได้อย่างไร”

“อาจารย์อา ท่านก็เห็นแล้วว่าตาแก่พวกนั้นร้ายกาจเพียงใด”

เซี่ยเฉิงอวี่มองชายหนุ่มซึ่งด้อยอาวุโสกว่าจากนั้นได้แต่ถอนหายใจ แม้ตัวเขาเพิ่งย่างเข้าวัยยี่สิบแปด หากแต่เมื่ออีกฝ่ายที่มีอายุยี่สิบสามเรียกเขาว่าอาจารย์อา ในใจก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นชายชราศีรษะขาวโพลน

หลายปีก่อนมีข่าวอดีตจักรพรรดิทรงประชวร เขาเพิ่งรับรู้ฐานะแท้จริงของผู้เป็นศิษย์พี่ที่เขาไม่เคยพบหน้าว่าเป็นถึงจักรพรรดิแคว้นเฉียน

ครานั้นเขายังนึกค่อนขอดอาจารย์ว่าอีกฝ่ายคงจะเพียงนึกสนุก จึงได้รับเชื้อพระวงศ์มาเป็นศิษย์ เรื่องวุ่นวายในวังหลวงเขาได้ยินมามาก ดังนั้นจึงเคยพูดทีเล่นทีจริงว่าจะไม่พาตัวเองเข้ามายุ่งเกี่ยว

ถึงอย่างนั้นไม่เพียงแต่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ศิษย์พี่จักรพรรดิยังให้เขามาอยู่ข้างกายคอยปกป้องดูแลเฉียนซีหลิว คอยสอนสั่ง แนะนำ และปกป้องอยู่ข้างกายเงียบๆ

ที่สำคัญไปกว่านั้นเฉียนซีหลิวก็นับเป็นหลานศิษย์คนหนึ่งของเขา เพราะอีกฝ่ายนับว่าเติบโตในสำนักหลงซาน ทั้งยังเป็นศิษย์ของหนึ่งในศิษย์น้องของเขาอีกด้วย

ตอนแรกที่พบเฉียนซีหลิวเขาโกรธมาก โกรธที่ตัวเขาไม่รับรู้ถึงฐานะของทั้งศิษย์พี่และหลานศิษย์ แต่มานึกๆ ดูแล้วเรื่องทั้งหมดก็นับว่าสมเหตุสมผล ดังนั้นโกรธไปก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนอะไรได้

ในระหว่างศิษย์พี่หรือก็คืออดีตจักรพรรดิทรงประชวร องค์ชายหลายพระองค์กำลังยื้อแย่งราชบัลลังก์ โดยไม่สนใจว่าชาวบ้านมากมายต้องมาสังเวยชีวิต เซี่ยเฉิงอวี่จึงยิ่งตระหนักถึงจุดประสงค์ของผู้เป็นศิษย์พี่

เฉียนซีหลิว องค์ชายห้าพระองค์นี้มีความแตกต่าง

เขาไม่มีความทะเยอทะยาน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่ถือตนว่าเหนือกว่าผู้อื่น เข้าอกเข้าใจความยากลำบากของประชาชน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงมีความทระนงตน สมกับเป็นเชื้อพระวงศ์โดยแท้

“ฝ่าบาท ทรงเป็นถึงจักรพรรดิผู้ครองแคว้น หากเรื่องเพียงเท่านี้ยังไม่อาจจัดการ เช่นนี้วันหน้าหากมีเรื่องที่ไม่อาจทรงตัดสินพระทัย ถึงเวลานั้นจะทรงหนีออกจากวังหลวงอีกหรือไม่”

“ข้าแค่อยากมีเวลาคิดใคร่ครวญ ไม่ได้ตั้งใจจะหนีจริงๆ เสียหน่อย อีกอย่างข้าพาองครักษ์มาด้วยตั้งหลายคน”

“ถึงอย่างนั้นทรงทราบหรือไม่ว่าองครักษ์เหล่านั้นจะได้รับโทษอย่างไร หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น ยังมีคนในครอบครัวของพวกเขา”

“ข้า...”

ดวงตาดื้อดึงฉายแววรู้สึกผิดขึ้น ในยามที่มองไปยังองครักษ์ข้างกาย เซี่ยเฉิงอวี่ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

เฉียนซีหลิวเติบโตนอกวังหลวง กฎระเบียบอันเคร่งครัด บวกกับเรื่องราวการเปลี่ยนแปลง รวมไปถึงภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ทำให้แม้จะมีความทระนงในสายเลือด แต่อย่างไรก็ยังคงมีความวู่วามและคึกคะนองตามวัย ถึงอย่างนั้นก็มิใช่สิ้นคิดเสียทีเดียว

แม้เอาแต่ใจบ้างแต่ก็ไม่ใช่ไม่อาจรับมือ…

“เรื่องการคัดเลือกฮองเฮาอย่างไรเสียก็ต้องเกิดขึ้น วังหลังจะไร้ซึ่งผู้ปกครองไม่ได้ ทรงตระหนักเรื่องนี้ดีมิใช่หรือ”

เฉียนซีหลิวถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง “อาจารย์อา ท่านว่าหากข้าตัดสินใจตามท่านกลับหวงซานตั้งแต่วันนั้น ข้าจะเสียใจในภายหลังหรือไม่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.2 จบ

    “หวังว่าในบ้านจะครึกครื้นขึ้นมามากกว่านี้ เจ้าคลอดตัวอวบอ้วนน้อยให้ข้าสักสามสี่คนเป็นอย่างไร”ใบหน้าของหลินหรงอวี่แดงก่ำ “เซี่ยเฉิงอวี่ ท่านนี่จริงๆ เลย!!”สาวใช้ที่เพิ่งออกมาต่างพากันสะดุ้งเฮือก พวกนางต่างมองหน้ากันเพราะคิดว่าแต่งงานวันแรกคู่แต่งงานใหม่ก็ทะเลาะกันเลยหรือ มิใช่เมื่อครู่ท่านมหาเสนาบดีจ้องมองฮูหยินราวกับจะกลืนกินหรือไรกระทั่งเสียงหัวเราะของท่านมหาเสนาบดีดังขึ้น พวกนางต่างก็พากันลูบอก ดูเหมือนเพียงหยอกล้อกันเท่านั้น“ท่านมหาเสนาบดีคงรักฮูหยินมาก ข้าไม่เคยได้ยินผู้ใดเรียกท่านมหาเสนาบดีด้วยชื่อและแซ่เช่นนั้นมาก่อน”“นั่นสิ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยิน”“ข้าเห็นด้วย เมื่อครู่เห็นสายตาที่ท่านมหาเสนาบดีมองฮูหยินหรือไม่” กล่าวจบพวกนางก็หัวเราะใบหน้าแดงก่ำเวลาผ่านไปข่าวลือต่างๆ เกี่ยวกับมหาเสนาบดีก็แพร่ออกไป บ้างก็ว่ามหาเสนาบดีรักใคร่ฮูหยินมาก กระทั่งไม่ว่านางทำอะไรล้วนเห็นด้วยทั้งสิ้นบางคนกล่าวว่าฮูหยินมหาเสนาบดีเป็นสตรีที่ดุร้ายราวแม่เสือ แต่งเข้าจวนหลายปีท่านมหาเสนาบดีกลับไม่รับอนุสักคนบางข่าวลือรุนแรงถึงขึ้นที่ว่าทุกอย่างในจวนมหาเสนาบดี ถูกฮูหยินกุมเอาไว้ในมือจนสิ้น กระท

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 11.1

    บทส่งท้ายแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาในม่านหน้าเตียง ปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น เซี่ยเฉิงอวี่ไม่เคยตื่นสายขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะทุกเช้าก่อนฟ้าสางเขาต้องออกจากจวนเพื่อเข้าร่วมการประชุมเช้ากระนั้นวันนี้กลับต่างออกไป เขาตื่นสายและไม่จำเป็นต้องรีบร้อนลงจากเตียง เพราะนี่คือเช้าวันแรกหลังจากผ่านงานแต่งงานอันยิ่งใหญ่และเป็นค่ำคืนแรกที่เขามีสตรีร่วมเรียงเคียงหมอน สตรีที่เขาเลือกให้อยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตเมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าสตรีก็เหมือนกันทั้งนั้น พวกนางจิตใจซับซ้อนเข้าใจยาก และตัวเขาก็มีเรื่องให้ต้องทำ มากกว่าพยายามเข้าใจกระบวนการความคิดของพวกนาง เขาไม่อยากสร้างความยุ่งยากให้กับตัวเอง ด้วยการพาตัวเองเข้าไปผูกพันหลินหรงอวี่แตกต่างออกไปจากสตรีที่เขารู้จัก นางมีความคิด รู้จักแยกแยะ ไม่ตีโพยตีพายน่ารำคาญ ที่สำคัญไปกว่านั้นต่อหน้านางเขาไม่จำเป็นต้องปั้นหน้าเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ แต่เขาคือเซี่ยเฉิงอวี่นางเชื่อใจเขาอย่างไร้กังขา ไม่สงสัย ไม่ถามให้มากความ และเขาก็ไม่ต้องอธิบายเพราะนางเข้าใจได้หลังจากใคร่ครวญเพียงเล็กน้อยมองดูใบหน้างดงามหลับใหลอยู่จนชิด เซี่ยเฉิงอวี่อมยิ้ม เขารู้สึกอย

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.4

    “แม่ทัพเสิ่นคิดว่าเขาควบคุมทุกอย่างเอาไว้ แต่หารู้ไม่ว่ามิใช่ทุกคนจะมักใหญ่ใฝ่สูงเช่นกันกับเขา คนตระกูลเสิ่นที่จงรักภักดีต่อบ้านเมืองก็ยังมีอยู่”“หรือว่าเขาคิดช่วงชิงบัลลังก์จริงๆ!”เฮยโม่ถอนหายใจแต่ไม่ตอบ “หากเขาเพียงคิดควบคุมอำนาจทางการเมือง ไม่แน่ว่าเรื่องในวันนี้ตระกูลเสิ่นอาจเป็นฝ่ายชนะ แต่นี่เขาคิดจะตั้งตนเป็นใหญ่ ล้มล้างราชวงศ์” เฮยโม่ส่ายหน้าหลินหรงอวี่คิดถึงสีหน้าของเสิ่นฉงในวันนั้น “หรือว่า...” นางหวนนึกไปถึงสิ่งที่สหายเยาว์ยังกว่ากล่าวในวันนั้น กระทั่งขมวดคิ้ว “เสิ่นซูเฟยกับคุณชายห้าตระกูลเสิ่น...”“เห็นเฮยโม่มองนางด้วยสายตาประหลาดใจ นางก็ได้แต่มั่นใจในความคิดของตนก่อนหน้านี้เสิ่นฉงบอกนางว่ามีนางกำนัลซึ่งเป็นคนของเสิ่นจ้งมาหา กระทั่งกล่าวถึงราชโองการที่ถูกเขียนขึ้นก่อนหน้ามีประกาศออกมา ในวันนี้ที่เกิดการก่อกบฏของเสิ่นฉวน เสิ่นจ้งผู้เป็นบุตรชายกลับถูกบิดาส่งออกไปยังชายแดน“จักรพรรดิเล่า”“ทรงปลอดภัยดี อีกไม่นานคงได้บทสรุปแล้ว ท่านมหาเสนาบดีวางแผนนี้เอาไว้อย่างรอบคอบ เลือกคนที่เหมาะสมและไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตา คาดว่าเสิ่นจ้งเองก็คงตระหนักดีว่าไม่มีทางเลือก หากไม่อาจห้าม

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.3

    “ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่ ข้าไม่มีทางให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน...” คล้ายเสียงเขากระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา แต่นางไหนเลยจะล่วงรู้ว่านั่นคือเสียงเขาจริงๆ หรือเพราะตัวเองตื่นกลัวจนเกินไป ดังนั้นจึงหูแว่วกระทั่งคิดไปเองไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วยาม หลินหรงอวี่ตื่นขึ้นพร้อมกับอาการปวดศีรษะ นางขยับตัวไม่ได้รู้สึกเหมือนร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง อาการเช่นนี้นางคล้ายเคยเผชิญมาก่อน แม้อาการแตกต่างแต่ผลข้างเคียงทิ้งอาการแบบเดียวกัน...นางถูกวางยาห้องที่นางนอนอยู่ทั้งเล็กและแคบแต่ก็สะอาดสะอ้าน กลิ่นกำยานหอมยังคงลอยอวล นี่เป็นกลิ่นเปลือกสนที่นางชอบและมีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ หนึ่งในนั้นก็คือเสิ่นฉงหัวใจของหลินหรงอวี่หล่นวูบ เสียงสนทนาแว่วเข้ามาให้ได้ยิน เป็นเสียงที่อยู่อีกด้านของผนังห้อง“ด้านนอกมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่”“ยังคงวุ่นวายขอรับ ทั่วทั้งเมืองหลวงถูกปิดล้อมด้วยคนของแม่ทัพเสิ่น คาดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามแม่ทัพเสิ่นคงบุกเข้าวังหลวงได้อย่างแน่นอน”“ฉวยโอกาสในคืนงานเลี้ยงลงมือ แม้เสี่ยงแต่เหล่าองครักษ์และทหารรักษาการที่สังสรรค์กันมาทั้งคืน เสิ่นฉวน...เสิ่นฉวน”มีเสียงถอนหายใจออกมาอย่

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.2

    อยากพักผ่อนสักครู่ก็ได้ ที่นี่ท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่”“ที่นี่หรือ” เขาเลิกคิ้วมองนาง“ข้าหมายถึง...” นางครุ่นคิดเล็กน้อย “กับข้าท่านไม่ต้องเสแสร้งเป็นมหาเสนาบดีแค้วนเฉียน”“เช่นนั้นข้าคือใครเล่า”“เซี่ยเฉิงอวี่” นางมองเขานิ่งเขากลับยิ้มเช่นเดิม ยิ้มที่เหมือนกับทุกครั้งที่เขายิ้มให้ขุนนาง หรือแม้กระทั่งยิ้มให้คนทั่วไป เป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกคล้ายสวมหน้ากากคิดได้ดังนั้นหลินหรงอวี่พลันขมวดคิ้วให้ตัวเอง นาง...แยกแยะได้อย่างไรว่าเขายิ้มเช่นไร ที่สำคัญไปกว่านั้นนางแยกแยะออกตั้งแต่เมื่อไรเซี่ยเฉิงอวี่ยังคงจ้องมองทุกความเปลี่ยนแปลงในดวงตาคู่งาม กระทั่งรู้สึกได้ว่านางคล้ายตระหนักถึงความหมายของเรื่องทั้งหมดจุมพิตอ่อนโยนประทับลงยังริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ครั้งนี้ไร้ซึ่งความลังเล มันเนิ่นนานราวกับทั้งสองไม่อยากปล่อยมือจากกันและกัน และนางเองก็ตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจไม่มีประโยคอันหวานล้ำ ไม่มีคำพูดที่แฝงความนัย มีเพียงสัมผัสและการกระทำที่บ่งบอกว่าคนทั้งสองเข้าใจกันและกันเป็นอย่างดี“หวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจในภายหลัง” เขากระซิบ“หากข้าเสียใจในภายหลังเล่า ท่านจะปล่อยข้าไปหรือ

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 10.1

    หลินหรงอวี่โขกศีรษะรับราชโองการ แน่นอนนางย่อมไม่ได้รับเลือกเป็นสนมของจักรพรรดิ เรื่องนี้ไม่ได้ผิดความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะบทบาทของนางในวังหลวงแห่งนี้ได้กำหนดเอาไว้แต่แรกแล้ว เพียงแต่รอว่าวันใดนางจะได้ก้าวออกมาแสดงบทบาทของตัวเองเท่านั้นการแต่งตั้งซึ่งพลิกความคาดหมาย สั่นคลอนราชสำนักกระทั่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้น ไม่มีผู้ใดไม่จับตามองความเคลื่อนไหวของจวนแม่ทัพ เนื่องจากทุกคนล้วนมั่นใจว่าเสิ่นฉงต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮา หรืออย่างน้อยก็ต้องได้เป็นกุ้ยเฟยถึงอย่างนั้นตำแหน่งที่นับว่าเป็นรองท่านหญิงอีกสองคน ล้วนไม่อยู่ในความคาดหมายทั้งสิ้นหลังการแต่งตั้งย่อมมีงานเลี้ยงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หลินหรงอวี่อยู่รับใช้ข้างไทเฮา กระทั่งหลายครั้งที่มองไปยังเซี่ยเฉิงอวี่ แต่เขากลับไม่เคยมองมายังทิศทางที่นางยืนอยู่เลยสักครั้ง มองดูเสิ่นซูเฟยที่มีท่าทีเงียบขรึม แต่กต่างไปจากนิสัยร่าเริงที่อีกฝ่ายเคยเป็น หญิงสาวได้แต่รู้สึกกังวลจักรพรรดิโจวเซวียนหล่อเหลาสง่างาม กระนั้นเขากลับมีนิสัยคล้ายเซี่ยเฉิงอวี่อยู่หลายส่วน นางมองอย่างไรก็ไม่อาจคาดเดาว่าแท้ที่จริงเรื่องราวต่อจากนี้ บทสรุปจะจบลงเช่นไรห

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 2.1

    เซี่ยเฉิงอวี่ไม่กล้าขยับ ได้แต่พยายามนอนนิ่งเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาจริงๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งไปอีกครั้งจึงพยายามดันศีรษะของนางออก เพิ่งจะดึงท่อนแขนออกและขยับเพียงน้อย ดวงตาคู่งามกลับกะพริบเปิดแม้ในใจครุ่นคิดสับสน แต่ทันทีที่เห็นแววตื่นตระหนกวาบผ่าน ร่างใหญ่จึงโถมเข้าไปพันธนาการร่างอรชรเ

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.4

    เสียงตะโกนด้วยความยินดีของมารดา ทำให้หลินชิงเหลียนสะดุ้ง นางมองตรงไปยังมารดาที่ยกถุงปักมงคลขึ้นโบกไปมา ดวงตากระสับกระส่ายกวาดมองไปยังเบื้องหลัง ผืนน้ำในทะเลสาบเริ่มเลือนลาง เนื่องจากความมืดเริ่มปกคลุมบัดนี้แสงแห่งวันกำลังจะลาลับ เช่นกันกับบางอย่างในใจที่ยิ่งมืดมนหม่นหมอง ฝีเท้าที่เดินเข้าไปหามารดา

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.3

    ไต้ซือไป๋เย่พยักหน้าช้าๆ “แทนที่จะถามถึงเรื่องคู่ครองเช่นผู้อื่น อาตมาขอเตือนเรื่องหนึ่งกับประสกท่านนี้ เพราะอย่างไรเสียท่านก็ไม่เชื่อถือในเรื่องนี้อยู่แล้ว”เซี่ยเฉิงอวี่สบตากับไต้ซือไป๋เย่นิ่ง ดวงตาของเขาราบเรียบไม่แสดงอาการใด ถึงอย่างนั้นไต้ซือไป๋เย่ก็ยังคงมีรอยยิ้มเข้าอกเข้าใจ“ดวงชะตาของท่านซั

  • ชะตารักซ่อนเล่ห์   บทที่ 1.2

    เขาให้นึกสงสัยนักว่าในวันนั้นที่เสด็จพ่อให้เขาเลือก ระหว่างรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กับตามเซี่ยเฉิงอวี่กลับหวงซาน หากเขาเลือกอย่างหลังจะเกิดอะไรขึ้น“สายน้ำไม่อาจไหลย้อนกลับฉันใด เรื่องที่ผ่านไปแล้วย่อมไม่อาจเปลี่ยน ทำได้เพียงก้าวเดินไปข้างหน้า”เฉียนซีหลิวหันไปมองทิวทัศน์โดยรอบของวัดหนิงอัน เขาเลือกมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status