LOGINชะตารักนายหัวจอมทัพ
เมื่อจูบจนพอใจก็ผละจูบออกจากกัน จอมทัพจึงหยัดกายขึ้นแล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเอง เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็นขณะดวงตาคู่คมสบกับดวงตากลมโตที่มองเขาอย่างออดอ้อนไม่ละสายตา เห็นแล้วก็น่าเอ็นดูปนหมั่นเขี้ยวจนเขาอยากจะจับเด็กสาวกระแทกแรงๆให้จมเตียงเสียตอนนี้ แต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อนเพราะทุกอย่างมันต้องเป็นไปตามขั้นตอน
และเมื่อร่างกายกำยำเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆปกปิด จึงประจักษ์แก่สายตาคู่สวยทันที แต่เมื่อเธอมองต่ำลงไปก็ทำเอาตกใจไม่น้อยกับสิ่งแปลกตาตรงหน้าที่เพิ่งจะเคยเห็นมันจริงๆเป็นครั้งแรก อีกทั้งขนาดของมันทั้งใหญ่และยาวทำเอาใจดวงน้อยเต้นสั่นระรัว รู้สึกหวั่นกลัวขึ้นมาทันที จนไม่อาจทนเก็บความกลัวเอาไว้ได้ จึงเอ่ยบอกอีกคนไปตรงๆน้ำเสียงติดขัด
"นะ นายหัวคะ หนูกลัว" แม้ปากจะบอกว่ากลัว แต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากมันเลย จนอีกคนที่มองอยู่อดเอ็นดูไม่ได้จึงโน้มตัวลงไปหาเธอ ก่อนจะจูบซับหน้าผากมนอย่างปลอบประโลม แล้วพูดปลอบเธอน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่ต้องกลัวมันครับ มันอาจจะทำให้ยัยหนูเจ็บแค่ตอนแรก แต่หลังๆมันจะทำให้หนูรู้สึกดีครับ มันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย เชื่อฉันนะเด็กดี" ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ข้างหนึ่งคอยลูบศีรษะเล็กอย่างทะนุถนอม มืออีกข้างก็ชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองที่มันแข็งโด่พร้อมสู้รบทุกเมื่อ
"จริงนะคะ"
"จริงครับ"
เมื่อปลอบประโลมเด็กสาวจนเห็นว่าสีหน้าของเธอคลายความกังวลลงแล้ว จอมทัพจึงถูไถ่หัวหยักตรงปากทางรูรักเบาๆก่อนจะกดมันเข้าไปข้างใน ทว่าพยายามดันเข้าไปเท่าไหร่ก็ดันไม่เข้าสักที ท่ามกลางเสียงร้องครางด้วยความเจ็บของเด็กสาวจนเขารู้สึกสงสารเธอจับใจแต่ก็ไม่อาจหยุดการกระทำนี้ได้
"อื้อ! นะ นายหัวหนูเจ็บค่ะ"
"ฉันรู้ ยัยหนูของฉันอดทนหน่อยนะ อีกเดี๋ยวก็จะไม่เจ็บแล้ว"
สิ้นเสียงทุ้ม เด็กสาวจึงพยักหน้าหงึกๆอย่างเชื่อฟัง เธอพยายามอดทนต่อความเจ็บสุดฤทธิ์
ขณะเดียวกันจอมทัพก็พยายามดันความเป็นชายเข้าไปในรูรักของเด็กสาวให้เบาที่สุดเท่าที่เขาจะเบาได้เพราะกลัวจะทำเธอเจ็บไปมากกว่าที่เจ็บอยู่ จนกระทั่งมันสามารถเข้าไปในตัวเด็กสาวได้จนสุดลำ เขาสัมผัสได้ทันทีถึงเยื่อบางๆภายในที่มันขาดวิ้วด้วยน้ำมือเขา
กึก!
"อื้อ! เจ็บ"
"ซี้ด อา~"
เด็กสาวเจ็บ เขาเองก็เจ็บไม่แพ้เธอเลย เขาหลุบตามองยังจุดเชื่อมต่อที่ตอนนี้ความเป็นสาวของเธอมีเลือดพรหมจรรย์ออกมาเคลือบท่อนเอ็นของเขาอยู่ เห็นเช่นนั้นความภาคภมูิใจก็ปะทะเข้ามากลางอกแกร่งที่ตนเองได้เป็นคนแรกของเด็กสาว ขณะเดียวกันความหวงแหนก็แล่นกรูเข้ามาเกาะกินใจ เมื่อได้ครอบครองเธอแล้วก็ยิ่งหวงแหนมากขึ้น อยากจะเก็บเธอไว้คนเดียว ไม่อยากให้เธอไปไหน ไม่อยากให้ใครได้เห็นความน่ารักของเธอเลย
จากนั้นเขาก็เริ่มขยับท่อนเอ็นเข้าออกรูรักอย่างเนิบนาบ แล้วจูบปากบางอีกครั้งอย่างดูดดื่ม โดยที่กลางกายก็ทำหน้าที่ของมันไป กระทั่งความเจ็บจากตอนแรกลดน้อยลง กลับกลายเป็นความเสียวซาบซ่านเข้ามาแทนที่ จนเสียงครางหวานๆดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินอีกครั้ง
"อ๊ะ อื้อ~"
จากนั้นจอมทัพจึงจับเด็กสาวให้นอนตะแคงข้าง ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนซ้อนหลังเธอ โดยประคองไม่ให้จุดเชื่อมต่อหลุดออกจากกัน แล้วกระแทกท่อนเอ็นใส่รูรักต่อเป็นจังหวะถี่ๆด้วยแรงที่มากขึ้น จนเกิดเป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั้งห้องแข็งกับเสียงครางของเธอและเขา
"โอ๊ย อื้อ"
"ซี้ด อา~ ยัยหนู~"
หลังจากทำรักในท่าซ้อนหลังจนพอใจแล้ว จอมทัพก็ดึงท่อนเอ็นออกจากรูรัก แล้วจับเด็กสาวพลิกคว่ำให้อยู่ในท่าคลานเข่า จัดท่าจัดทางให้เธอเสร็จสรรพก็จับท่อนเอ็นยัดใส่รูรักอีกครั้งแล้วตะบี้ตะบันกระแทกกระทำเด็กสาวต่อไม่ยั้ง แต่ทว่าทุกการกระทำของเขาก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยน แม้จะดูรุนแรงไปหน่อยก็ตาม แต่เขาจะพยายามทำให้เบาเท่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้
ด้านของขวัญตัวโยกสั่นคลอนตามแรงกระแทกของอีกคนที่คราแรงบอกจะทำเธอเบาๆ แต่นี่เหรอที่บอกว่าจะทำเบาๆกับเธอ ทำเอาเธอจุกท้องน้อยไปหมด แต่ทว่ามันก็รู้สึกดีและเสียวด้วย เธอจึงไม่อาจให้เขาหยุดได้ ยังคงอยากให้เขากระแทกต่อไปเรื่อยๆ หากเขาจะทำแรงๆนาทีนี้เธอก็พร้อมสู้ไปกับเขา
แต่แล้วเมื่ออีกคนถอดถอนท่อนเอ็นของเขาออกจากรูรักของเธอแล้วไปนั่งพิงหัวเตียงก็ทำเอาเธองุนงงไม่น้อย ไม่นานก็ได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยบอกน้ำเสียงกระเส่า
"ยัยหนูขึ้นมานั่งบนตักฉันเร็ว"
สิ้นเสียงทุ้ม ของขวัญจึงทำตามอย่างว่าง่ายแม้จะไม่รู้ว่าต่อจากนี้เขาจะทำอะไรก็ตาม เมื่อเธอขึ้นมานั่งคร่อมบนตักแกร่งของเขา เขาจึงจับยกก้นเธอขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจับยัดท่อนเอ็นใส่เข้ามาในรูรักของเธอเบาๆ ขณะเดียวกันมือใหญ่อีกข้างก็จับกดเอวของเธอลง จนความเป็นสาวครอบครองท่อนเอ็นของเขาจนมิดลำ ก็ทำเอาเธอจุกไม่น้อยในท่านี้ ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยบอกน้ำเสียงกระเส่าขณะมองเธอด้วยสายตาหวานเยิ้ม
"ทำให้ฉันหน่อยเด็กดี ขย่มฉันเร็ว" ไม่พูดเปล่า สองแขนแกร่งจับยกเอวคอดกิวขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบเพื่อให้ความเป็นสาวขยับครอบครองท่อนเอ็นของเขาตามจังหวะที่เขานำพา
ของขวัญจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบ แม้จะเขินอายที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายกระทำเขาแต่ก็ทำตามอย่างว่าง่าย มือเล็กทั้งสองข้างจับบ่าแกร่งไว้มั่นก่อนจะออกแรงขยับเอวขึ้นลงครอบครองความเป็นชายของเขาเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาชักนำ จากที่ขยับเป็นจังหวะเนิบนาบก็แปรเปลี่ยนเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆตามที่เขานำพาบวกกับความต้องการของเธอเอง จนกระทั่งเกิดเป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วทั้งห้องแข็งกับเสียงครางหวานๆของเธอและเขาไม่ว่างเว้น
"อ๊ะ อื้อ~ นายหัวหนูเสียวค่ะ"
"อา~ เด็กดีฉันก็เสียวเหมือนกัน แต่ยัยหนูขย่มฉันแรงขนาดนี้ไม่เจ็บเหรอหื้ม" ขณะปากถามมือใหญ่ก็ยังคงจับเอวคอดนำพาเด็กสาวขย่มตอรักไม่หยุด พลางบีบขย้ำเต้าอวบอิ่มไปด้วยอย่างมันมือ โดยที่เด็กสาวก็แรงดีใช่ย่อย เธอขย่มใส่เขาอย่างเอาเป็นเอาตาย จนเขาชักจะติดใจกับทุกท่วงท่าทำรักของเธอเข้าแล้ว แม้จะดูเงอะงะไปบ้างในบางจังหวะแต่เธอก็มีความพยายามที่จะทำ ซึ่งเขาก็ชอบมากกับทุกอย่างที่เป็นเธอ
ด้านของขวัญยังคงขย่มตอรักไม่หยุดราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะเธอเองก็ชักจะติดใจกับความรู้สึกเสียวปนจุกแบบนี้ กระทั่งความเสียวซ่านพุ่งทะยานขึ้นสุด เธอจึงแตกซ่านสุขสมไปอีกครั้งพร้อมกับกรีดร้องออกมาเสียงหลง
"อ๊าย~"
ก่อนจะทิ้งตัวกอดซบกายแกร่งพร้อมกับเสียงหอบหายใจที่ดังออกมา จนอีกคนอดเอ็นดูไม่ได้ ปากหนาจึงระบายยิ้มออกมาแล้วพูดหยอกเย้าเธอพลางลูบหัวเธอไปด้วย
"เป็นไง เหนื่อยแล้วเหรอ หื้ม"
ของขวัญไม่ตอบอะไรกลับไป เอาแต่ซบอกแกร่งหอบหายใจอยู่อย่างนั้น ทว่าไม่นานก็โดนอีกคนจับให้นอนลงบนที่นอนนุ่มพร้อมกับเขาที่ขึ้นคร่อมร่างของเธอ โดยที่จุดเชื่อมต่อกลางกายไม่ได้หลุดออกจากกัน
จากนั้นจอมทัพก็เริ่มขยับเอวสอบอีกครั้งเพื่อส่งตัวเองให้สุขสมบ้าง จากขยับอย่างเนิบนาบก็แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะถี่ๆ ยิ่งพอความเสียวเริ่มพุ่งทะยานเขาก็ยิ่งกระแทกกระทำเด็กสาวแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่งแทบจะไม่หลงเหลือความอ่อนโยนเอาไว้เลย แม้จะพยายามอ่อนโยนแล้วแต่มันก็ทำยากมากเหลือเกินในช่วงวินาทีนี้ กระทั่งเสียวจนเกินจะทนไหว เขาจึงกระแทกเด็กสาวแรงขึ้นกว่าเดิมเป็นจังหวะถี่ยิบ เมื่อกระแทกสุดในจังหวะสุดท้ายก็จับดึงท่อนเอ็นออกจากรูรัก แล้วชักสาวด้วยมืออีกสองสามครั้งน้ำรักสีขาวเหนียวหนืดข้นก็พุ่งออกมาใส่หน้าท้องแบนราบขาวเนียนของเด็กสาว
แม้ใจอยากจะปล่อยในตัวเด็กสาวมากแค่ไหน แต่เพราะเธอยังเรียนอยู่เขาจึงไม่อาจทำตามใจตัวเองได้ จากนั้นจึงใช้มือลาน้ำรักของตัวเองไปทั่วหน้าท้องของเด็กสาวลามมาถึงตรงเนินเนื้ออวบอูม มีความคิดอยากจะลาน้ำรักของตัวเองเข้าไปในรูรัก ทว่าก็หยุดยั้งความคิดนั้นเอาไว้ได้ แอบเสียดายที่ไม่ได้ปล่อยใน แต่ก็ใช่ว่าโอกาสต่อไปจะไม่มี เพียงแต่เขาต้องรอให้เด็กสาวพร้อมมากกว่านี้ก่อน เขาถึงจะทำตามใจตัวเองได้
แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง พอเงยหน้ามองเด็กสาวอีกทีก็เห็นว่าเธอนั้นหลับตาพริ้มไปเสียแล้ว ปากหนาจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยนแล้วเอ่ยถามข้างหูเธอเบาๆ
"ยัยหนูหลับแล้วเหรอ หื้ม"
คราแรกคิดว่าเด็กสาวไม่ได้หลับจริง แค่เพียงพักสายตาเฉยๆ แต่พอเขาถามแล้วเห็นว่าเธอนิ่งไม่ไหวติง ได้ยินแค่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอ เขาจึงลองเอ่ยเรียกดูอีกครั้ง
"ยัยหนู"
หลังจากเรียกแล้วก็เห็นว่าเด็กสาวยังนิ่งอยู่ ปากหนาจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กน้อยที่ชิ่งหลับไปเสียดื้อๆ ทั้งที่เขายังกินเธอไม่อิ่มเลย ความคิดที่อยากจะจับเธอทำรักอีกครั้งก็หมดกัน เธอดันชิ่งหลับไปแบบนี้จะให้เขาทำยังไงได้ จะให้ลักหลับเด็กก็ทำไม่ลง เพราะไม่อยากรบกวนการนอนของเธอ อีกทั้งพรุ่งนี้เธอยังมีเรียนอีก ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วจึงต้องล้มเลิกความคิดที่จะกินเธอต่อ
"เด็กหนอเด็ก หึ นี่สินะเมียเด็ก" พึมพำจบก็จูบปากน้อยๆของเธอเบาๆแล้วผละออก มองสำรวจใบหน้าของเด็กสาวไปทั่วด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู ภายในใจรู้สึกสุขล้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมีความสุขอะไรแบบนี้มาก่อนเลย การมีเธอเข้ามาในชีวิตมันทำให้โลกเงียบๆของเขาที่วันๆมีแต่งาน บัดนี้กลับสดใสขึ้นเป็นกองและจะไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
เมื่อมองชื่นชมความน่ารักของเมียเด็กจนพอใจแล้ว ก็เอื้อมมือไปหยิบทิชชู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง นำมาเช็ดทำความสะอาดหน้าท้องแบนราบขาวเนียนของเด็กสาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำรักของเขาอย่างเบามือ เสร็จก็ทิ้งกายแกร่งนอนลงข้างเด็กสาว สอดแขนเข้าใต้ศีรษะเล็กพร้อมกับแขนอีกข้างคว้าตัวเด็กสาวเขามากอดไว้แนบอก ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนหนาที่กระจัดกระจายจากบทรักอันเร่าร้อนเมื่อครู่มาห่มคลุมกายของเขาและเธอ จากนั้นก็หลับตาลงขณะปากหนายิ้มบางๆตลอดเวลาด้วยความรู้สึกสุขล้นในหัวใจ ไม่นานด้วยความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมเสียเหงื่อเมื่อครู่ เขาจึงผล็อยหลับตามเด็กสาวไป...
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







