หน้าหลัก / อื่น ๆ / ชะตารักนายหัวจอมทัพ / ตอนที่45 เรื่องน่ายินดี

แชร์

ตอนที่45 เรื่องน่ายินดี

ผู้เขียน: อิมอิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-05 12:26:14

ด้านของขวัญตื่นขึ้นมาในช่วงเช้ามืดของวันใหม่ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากบทรักเมื่อคืนที่กว่าอีกคนจะยอมปล่อยให้เธอนอนก็เล่นเอาเขาเสร็จไปถึงห้าน้ำ ทำเธอปวดเอวไปหมด แต่กระนั้นแม้ร่างกายจะอ่อนล้าแค่ไหน ทว่าเธอก็ยังตื่นเร็วตามความเคยชินของร่างกาย ซึ่งอีกด้านคนเป็นแม่ก็สภาพไม่ต่างกันเลย

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จของขวัญก็ลงไปช่วยแม่ทำกับข้าวในครัว โดยปล่อยให้อีกคนนอนไป ซึ่งทุกวันก็จะเป็นเช่นนี้มาตลอด เธอจะมาช่วยแม่ทำกับข้าวก่อนจะไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน แต่วันนี้ไม่มีเรียนจึงไม่รีบอะไร

แต่เมื่อลงมาในครัวก็เห็นคนเป็นแม่จับๆนวดๆบริเวณเอวของตัวเองคล้ายกับคนปวดเอว ซึ่งไม่ต่างจากเธอในตอนนี้เลย เพราะเธอก็ปวดเอวจากบทรักเมื่อคืน แต่อาการของแม่คงไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกับเธอ เธอจึงไม่รอช้าเดินเข้าไปถามแม่ด้วยความเป็นห่วง

“แม่ปวดเอวเหรอคะ ให้หนูนวดให้ไหม”

ด้านเข็มมุกเมื่อได้ยินคำถามของลูกสาวที่ดังมาจากด้านหลังก็ตกใจชะงักนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะทำตัวให้ปกติแล้วหันไปตอบลูก

“ไม่เป็นไรหรอก แม่อายุเยอะแล้วก็แบบนี้แหละ ปวดๆเมื่อยๆเป็นเรื่องปกติ”

สิ้นคำพูดของคนเป็นแม่ ของขวัญก็เข้าไปกอดแม่แล้วเอ่ยพูดออกไปด้วยท่าทีฉอเลาะ ทำเอาคนเป็นแม่เอ็นดูเธอไม่น้อย

“สามสิบแปดเองไม่เห็นจะเยอะเลยค่ะ แม่หนูยังสาวยังสวยอยู่เลย”

“ปากหวานแต่เช้าเลยนะเราเนี่ย”

“ก็แม่หนูสวยจริงๆนี่หน่า”

“เอาล่ะหยุดชมแม่ได้แล้ว อย่ามัวแต่พูดเล่นกันอยู่เลย มาช่วยกันทำกับข้าวให้เสร็จดีกว่า” เมื่อเห็นว่าอีกประเดี๋ยวคนในบ้านจะตื่นแล้ว จึงไม่อยากชวนลูกสาวคุยนานเพราะจะเสียเวลาในการทำกับข้าว ก่อนที่ลูกสาวจะผละกอดออกแล้วพูดอย่างว่าง่าย

“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูช่วยหั่นผักนะคะ ว่าแต่เช้านี้แม่จะทำเมนูอะไรบ้างเหรอคะ”

จากนั้นเข็มมุกก็ตอบคำถามของลูกสาวไป ก่อนจะช่วยกันทำกับข้าว ระหว่างนั้นก็พูดคุยสนทนากันไปเรื่อยตามประสาแม่ลูก

กระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบๆชั่วโมง คนรักของเด็กสาวและพ่อผู้ให้กำเนิดของเธอเดินเข้ามาในครัวพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย สองหนุ่มใหญ่จึงหันมองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนที่ราเชนทร์จะยักคิ้วกวนๆใส่จอมทัพแล้วเดินเข้าไปหาลูกกับเมีย ส่วนจอมทัพก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจกับความกวนบาทาของเพื่อน ก่อนจะเดินไปหาเมียเด็กของตัวเอง แต่แล้วก็ได้เห็นอะไรที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น

“เช้านี้ทำอะไรกินเหรอครับคนดี” ราเชนทร์ถามพร้อมกับเข้าไปสวมกอดเข็มมุกจากด้านหลัง ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจไม่น้อย ก่อนจะตั้งสติแล้วหันไปตำหนิเขาทันที แต่เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาให้พอได้ยินกันแค่สองคน

“นายทำบ้าอะไรเนี่ย ลูกอยู่ไม่เห็นหรือไง”

ทางด้านของขวัญที่ยืนหน้าเหวอด้วยความตกใจราวกับคนเห็นผี เพียงเพราะเช้านี้คนเป็นพ่อเป็นแม่ปฏิบัติต่อกันไม่เหมือนเดิม ที่ผ่านมาแทบจะไม่พูดกันด้วยซ้ำ แต่วันนี้คนเป็นพ่อกลับกอดแม่ อีกทั้งเมื่อครู่ถ้าเธอได้ยินไม่ผิดคือพ่อเรียกแม่ว่าคนดี งานนี้คนดีก็มาเห็นท่ามีลุ้น ปากบางจึงระบายยิ้มน้อยๆให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนที่คนเป็นแม่จะหันมาพูดกับเธอ

“ขวัญนายหัวมาแล้วไปตักข้าวเถอะลูก เดี๋ยวแม่ยกกับข้าวเอง”

สิ้นคำพูดของแม่ แทนที่ของขวัญจะทำตามกลับถามถึงเรื่องเมื่อครู่แทนด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“ทำไมพ่อถึงกอดแม่ แล้วแม่ก็ยอมให้พ่อกอดด้วย แล้วเมื่อกี้หนูยังได้ยินพ่อเรียกแม่ว่าคนดีอีก ตกลงมันยังไงกันคะ พ่อกับแม่คืนดีกันแล้วเหรอคะ” 

“บอกลูกไปเถอะเข็มว่าเรากลับมาคบกันแล้ว ไม่เห็นต้องปิดบังลูกเลย” ราเชนทร์หันไปพูดกับเข็มมุก ก่อนที่เธอจะหันมาแว้ดใส่เขาทันที

“นายพูดมาขนาดนี้ไม่ต้องให้ฉันบอกแล้วมั้ง”

แต่ไม่ทันที่จะได้มีปากเสียงกันไปมากกว่านี้ ก็ได้ยินลูกสาวถามต่อ ทั้งคู่จึงหันไปมองลูกสาวของพวกเขาทันที

“จริงเหรอคะ พ่อกับแม่คืนดีกันแล้วจริงๆใช่ไหมคะ”

สิ้นคำถามของลูกสาว ก็เป็นเข็มมุกที่เอ่ยตอบ

“จริงลูก แม่กับพ่อเรากลับมาคบกันแล้ว”

ของขวัญได้ยินเช่นนั้นก็กระโดดโลดเต้นเป็นลิงทันทีด้วยความดีใจเป็นที่สุด

“เย้~ พ่อกับแม่คืนดีกันแล้วหนูดีใจที่สุดเลยค่ะ นายหัวพ่อกับแม่หนูดีกันแล้วค่ะ นายหัวดีใจกับหนูไหมคะ” ไม่วายหันไปพูดกับคนรักที่ยืนอยู่ข้างกันพลางเขย่าแขนแกร่งของเขาไปด้วย เธอดีใจจนไม่อยู่นิ่งเลย และตอนนี้ก็เข้าใจได้ทันทีว่าอาการปวดเอวของแม่ สาเหตุคงไม่ต่างจากเธอแน่นอน

ด้านจอมทัพที่ยืนเงียบอยู่นานก็รู้สึกยินดีกับเด็กสาวที่ครอบครัวของเธอกลับมาสมบูรณ์อย่างที่มันควรจะเป็นแล้ว เขาจึงยิ้มให้เธอก่อนจะพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน

“ฉันต้องดีใจกับยัยหนูอยู่แล้วครับ” ไม่พูดเปล่า เลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาลูบศีรษะเล็กเบาๆ มองเด็กสาวด้วยสายตารักใคร่เอ็นดู ก่อนจะหันไปมองเพื่อนแล้วยักคิ้วให้เพื่อนหนึ่งทีเป็นการยินดีกับเพื่อนโดยไม่มีคำพูดใดๆออกจากปากเขา

ทางด้านราเชนทร์จึงยักคิ้วกลับไป ก่อนที่ทุกคนในห้องครัวจะได้ยินเสียงคุณนายจันทร์ทิพย์กับนายใหญ่ศรพูดขึ้น

“วันนี้มีเรื่องน่ายินดีอีกแล้วค่ะคุณ”

“นั่นสิ อย่างนี้ต้องฉลอง”

หญิงชายชราพูดกันอย่างรู้สึกยินดีกับเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะพวกเขาได้ยืนฟังอยู่สักพักใหญ่แล้ว แต่เลือกที่จะมองอยู่เงียบๆ กระทั่งเห็นว่าเหตุการณ์คลี่คลาย จึงส่งเสียงออกไปให้ลูกๆได้ยินว่าพวกเขายืนอยู่ตรงนี้ด้วย

และหลังจากนั้นมื้ออาหารเช้าในวันนี้ก็ครึกครื้นเป็นพิเศษ อบอวนไปด้วยความสุขของทุกคน...

...

เวลาต่อมา

19:15 น.

เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปจนมืดค่ำ วันนี้มีเรื่องน่ายินดีก็ต้องมีเหล้าเบียร์มาแจม ทางด้านจอมทัพจึงอาสาเป็นคนไปซื้อเหล้าเบียร์ที่ร้านขายของชำเล็กๆตรงหน้าปากซอย เนื่องจากจะพาเมียเด็กออกไปซื้อขนมด้วย จึงถือโอกาสนี้ไปซื้อเหล้าเบียร์เอง ซึ่งร้านค้าที่ว่ายังคงเปิดอยู่แม้ว่าเวลานี้จะค่ำแล้ว และกว่าจะปิดก็ดึกดื่น ไม่ต่างอะไรกับร้านค้าใหญ่ๆทั่วไป

เมื่อมาถึงร้านจอมทัพก็เดินจับมือเมียเด็กของตนเข้าไปในร้าน ท่ามกลางสายตาของยายนิ่มเจ้าของร้านค้าดังกล่าวและลูกค้าอีกสองสามคนที่มาซื้อของต่างมองพวกเขาทั้งสองคนเป็นตาเดียวกัน เจ้าของร้านอย่างยายนิ่มจึงเอ่ยทักทายทั้งสองออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามประสาแม่ค้าที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี

“อ้าวนายหัวพาของขวัญมาซื้อหนมเนาะ” (อ้าวนายหัวพาของขวัญมาซื้อขนมเหรอ)

เนื่องจากทั้งคู่พากันมาซื้อขนมบ่อย จนชาวบ้านต่างเห็นกันจนชินตาแล้ว อีกทั้งข่าวลือที่ว่าทั้งคู่คบกัน ชาวบ้านที่รู้ข่าวบ้างก็ยินดีกับพวกเขา บ้างก็ไม่ยินดีละคนอิจฉาจึงนินทาว่าร้ายพวกเขาไปต่างๆนาๆ ทว่าจอมทัพที่ได้ยินเข้าหูมาบ้างว่ามีชาวบ้านบางกลุ่มเอาเขากับเด็กสาวไปนินทาเสียๆหายๆ บ้างก็ว่าเขาเป็นสมพานกินไก่วัด บ้างก็ว่าเด็กสาวอ่อยเขา แต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจคำพูดพล่อยๆเหล่านั้น ให้การกระทำเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขากับเด็กสาวรักกันอย่างจริงใจ ส่วนเด็กสาวแรกๆเธอก็มีความกังวลกับเรื่องนี้อยู่บ้าง แต่พอเวลาผ่านไปก็เลือกไม่สนใจและปล่อยผ่าน เพราะถือเสียว่าคนเรามีปากก็พูดไปเรื่อย ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ในเมื่อตอนนี้เธอมีความสุขดี แล้วเรื่องอะไรจะเก็บคำพูดไม่ดีพวกนั้นมาให้บั่นทอนจิตใจตัวเองเปล่าๆ

“อือ เอาเหล้าเบียร์แล้วก็กับแกล้มพวกถั่วกินเล่นอะไรเอามาให้หมด” เมื่อสั่งของที่ต้องการเสร็จ จอมทัพก็หันไปพูดกับเด็กสาวข้างกายน้ำเสียงอ่อนโยน

“ยัยหนูอยากกินอะไรไปหยิบมาเลยครับ” ท่ามกลางลูกค้าในร้านที่มองอยู่ขณะพูดซุบซิบกันไม่หยุดปาก ทว่าเขาก็ไม่ได้สนใจใครนอกจากเด็กสาวข้างกายของเขาคนเดียว

“ค่ะ” ของขวัญพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆก่อนที่อีกคนจะปล่อยมือเธอแล้วปล่อยให้เธอเดินไปเลือกขนมในร้านที่อยากกิน ระหว่างที่เดินเลือกขนมอยู่ก็ถูกสายตาคู่คมของเขามองมาตลอด ทำเอาเธอเขินไม่น้อยแต่ก็ชำเลืองมองเขากลับเป็นระยะๆ โดยเลือกที่จะไม่สนใจสายตาอีกด้านของชาวบ้านที่มาซื้อของ เพราะเธอชินกับอะไรแบบนี้เสียแล้ว

กระทั่งเลือกขนมเสร็จ ของขวัญจึงเดินหอบเอาขนมที่เลือกมาไปวางบนโต๊ะคิดเงินหน้าร้านที่มียายนิ่มกำลังคิดเงินค่าเหล้าเบียร์และกับแกล้มกินเล่นจำพวกถั่วต่างๆอยู่ โดยมีคนรักของเธอยืนอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนจะได้ยินยายนิ่มเอ่ยถามเธอ

“ยายเห็นซื้อทีลุยๆ กินเหม็ดเนาะนุ้ย” (ยายเห็นซื้อทีเยอะๆ กินหมดเหรอลูก)

สิ้นคำถามของยายนิ่มที่ของขวัญฟังไม่ค่อยเข้าใจ เธอจึงหันไปมองคนตัวโตข้างๆตาแป๋วเพราะต้องการคำแปลจากเขา ด้านจอมทัพเห็นเช่นนั้นก็เข้าใจได้ทันที ปากหนาจึงระบายยิ้มบางๆออกมาด้วยความเอ็นดูเมียเด็กของตนที่มองมาตาแป๋วราวกับลูกแมวน้อยกำลังสงสัย ก่อนที่เขาจะเอ่ยแปลให้เธอฟัง

“ยายนิ่มถามว่ายัยหนูกินหมดเหรอ เห็นซื้อทีละเยอะๆ”

“อ๋อ~” เมื่อเข้าใจแล้วของขวัญจึงหันไปเอ่ยตอบยายนิ่มทันทีด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“กินหมดค่ะยาย”

ก่อนที่ยายนิ่มจะพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มๆเช่นกัน เพราะรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักของเด็กสาวตัวเล็กตรงหน้า

“เห็นตัวเอียดๆกินเก่งเหมือนกันนะ” (เห็นตัวเล็กๆกินเก่งเหมือนกันนะ)

“ตัวเอียดๆ” ของขวัญพูดทวนคำของยายนิ่มที่เธอฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มของคนตัวโตข้างๆเอ่ยแปลให้เธอเข้าใจ เธอจึงหันไปฟังเขา

“หมายถึงตัวเล็กๆน่ะ”

“อ๋อ~” เมื่อเข้าใจแล้วจึงหันไปพูดกับยายนิ่มต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดิม

“ใครๆก็พูดแบบนี้ค่ะ บอกว่าหนูตัวเล็กแต่กินเก่งมาก”

“กินเก่งแค่ขนมน่ะสิ ข้าวปลาไม่เห็นจะกินเท่าไหร่”

เมื่ออีกคนพูดขัดคอขึ้นมา ของขวัญจึงทำหน้ามุ่ยใส่เขาทันที เพราะมันคือความจริงที่เธอเถียงไม่ออก ทำเอาอีกคนที่มองอยู่เอ็นดูไม่น้อย อยากจะจับเธอฟัดแก้มเสียตรงนี้ให้สมกับความน่ารักของเธอ แต่ทว่าสถานที่มันไม่เหมาะจึงต้องข่มใจเอาไว้ ขณะเดียวกันยายนิ่มก็คิดเงินค่าของทั้งหมดเสร็จพอดี จอมทัพจึงเอ่ยบอกกับเด็กสาวไป

“ยัยหนูไปนั่งรอฉันในรถก่อนเดี๋ยวฉันถือของไปเอง”

“เดี๋ยวหนูช่วยค่ะ”

“อย่าดื้อ ไปนั่งรอในรถ” เพราะไม่อยากให้เธอต้องเหนื่อยจึงพูดย้ำอีกครั้งประหนึ่งเป็นคำสั่ง น้ำเสียงดุเล็กน้อย

ด้านของขวัญที่ไม่อยากให้มากความเพราะเห็นว่าอีกคนเริ่มดุ เธอจึงยอมทำตามแต่โดยดี

“ก็ได้ค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินไปนั่งรอเขาในรถ ด้านจอมทัพจึงจัดการทยอยขนของที่ซื้อไว้ขึ้นท้ายกระบะ เพราะไม่อาจขนไปในคราวเดียวได้ เนื่องจากเบียร์เป็นลังอีกทั้งน้ำแข็งถุงใหญ่ ไหนจะมีเหล้าและขนมของเด็กสาวด้วย ต่อให้แข็งแรงแค่ไหนแต่เขาก็มีเพียงสองมือเท่านั้น กระทั่งขนของเสร็จก็กลับเข้าไปในรถ ก่อนจะขับรถพาเด็กสาวกลับบ้าน ที่ป่านนี้ทุกคนคงเตรียมตั้งวงนั่งรออยู่หน้าบ้านแล้ว...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนพิเศษ 2

    เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนพิเศษ 1

    หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่51 (ตอนจบ)

    เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่50 อยู่กับแม่ แม่ไม่เห็นบังคับ

    สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่49 กินกล้วย

    ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า

  • ชะตารักนายหัวจอมทัพ   ตอนที่48 กล้วยหอมเป็นเหตุ

    ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status