Masukอานนท์ไม่แปลกใจว่าทำไมพ่อของเขาถึงได้ชอบผู้หญิงคนนี้ จนกระทั่งเลี้ยงต้อยกันมานานหลายปี
เขาไม่แปลกใจแล้ว
ขนาดเขาเจอกับเธอแค่วันนี้วันเดียว เขายังอดใจเอาไว้ไม่ได้
ทั้งที่เขาเคยควบคุมตัวตนได้เป็นอย่างดีมาตลอด ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่สามารถดึงอารมณ์ดิบของเขาออกมาได้ แต่กับเธอคนนี้กลับทำได้
เธอกำลังทำให้เขาสติหลุด
อานนท์ยังคงก้มหน้ากดจูบผู้หญิงหน้าด้านที่สุดในชีวิตของเขาด้วยอารมณ์ตามธรรมชาติของผู้ชายผสมผสานกับอาการเมามายจากฤทธิ์ของเหล้า
เขากำลังมึนๆ แล้วเธอก็เข้ามายั่วได้จังหวะ เขาก็เลยจัดให้อย่าได้เสีย
เขาอยากจะรู้นักว่าถ้าพ่อของเขารู้เข้าว่าถูกสวมเขาให้อย่างนี้ พ่อของเขาจะเป็นยังไง
อานนท์คิดในใจอย่างชั่วร้ายได้อย่างนั้นจึงไม่คิดที่จะหยุดการกระทำในเวลานี้ เขายิ่งกดริมฝีปากดูดดันผู้หญิงตรงหน้าอย่างได้อารมณ์ ก่อนจับยกกระชับเอวบางให้หมุนเคว้งตามแรงของเขา จนลำตัวด้านหน้าของอิงอิงแนบกับแผงอกของเขา ส่วนแผ่นหลังของเธอก็แนบกับกำแพงใกล้ๆ กับประตูห้อง
และด้วยชั้นเชิงของความเป็นผู้ชายแบบเต็มตัว อานนท์จึงใช้เวลาแค่เพียงไม่นานก็พาร่างของอิงอิงให้เดินแนบชิดกับเขาด้วยริมฝีปากยังคงสอดประสานปลายลิ้นยังคงพันกันเข้ามาในห้องได้ในที่สุด
อิงอิงที่เวลานี้ไม่คิดที่จะยับยั้งชั่งใจอะไรทำได้แค่พาร่างของตนเองหมุนเคว้งตามลำแขนแน่นๆ ของอานนท์เข้าห้องมา
ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ด้วยอายุยี่สิบสองปี ด้วยความคิดถึงที่ท่วมท้นล้นปรี่ ด้วยกาลก่อนเคยกระทำมาแล้วหลายครั้งหลายครา ถึงแม้ว่าร่างของอิงอิงในตอนนี้จะยังไม่เคยแม้กระทั่งจูบกับใคร
แต่ขอเถอะ! ไป๋กุ้ยอิงทนไม่ไหวแล้ว…
อิงอิงคิดอย่างนั้นในใจพร้อมทั้งจูบตอบอานนท์ไปอย่างดูดดื่ม เธอตวัดปลายลิ้นอย่างมีชั้นเชิงสอดประสานกับปลายลิ้นของเขาอย่างเร่งเร้าและเร่าร้อน แม้ไม่เคยทำกับใครมาก่อนในภพชาตินี้แต่กลับเก่งมาก ด้วยเพราะว่าจ้าวหยางหมิงเซียนเคยสอนไป๋กุ้ยอิงมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง การจูบครั้งแรกของพวกเขาจึงร้อนแรงคล้ายกับจะกลืนกินริมฝีปากของกันและกันเข้าไป
หญิงสาวจูบตอบชายหนุ่มกลับไปอย่างได้อารมณ์เหนือชั้นพร้อมทั้งเอื้อมวงแขนขึ้นโอบกระชับรอบไหล่รอบคอของคนตัวสูงก่อนจะลูบไล้หนักๆ ไปตามลาดไหล่ แล้วเคลื่อนปลายนิ้วเข้าที่ท้ายทอยของเขาก่อนจะค่อยๆ สอดปลายนิ้วเข้าที่กลุ่มผมนุ่มเพื่อรั้งใบหน้าคมสันของเขาเข้าแนบชิดกับใบหน้าและริมฝีปากของเธอให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น
อารมณ์ดิบของอานนท์กำลังสูงขึ้นพรวดๆ แล้วในเวลานี้ เขาจึงยิ่งโอบกระชับร่างเล็กตรงหน้าให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้นไม่แตกต่างกันพร้อมทั้งริมฝีปากของเขาก็บดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปลายลิ้นดุดันสอดแทรกตวัดหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น
เขาใช้เวลาดูดกลืนความหวานของคนตรงหน้าอย่างนึกหมั่นไส้มากยิ่งขึ้นโดยไม่มีเหตุผล เธอคนนี้ทำเป็นใสซื่อแต่งตัวเชยๆ เฉิ่มๆ แต่จูบได้ขยี้ใจ ร้ายกาจจริงๆ
อานนท์ถอนริมฝีปากของเขาออกเพียงนิดเพื่อปล่อยให้คนตรงหน้าและตัวของเขาได้ปล่อยลมหายใจหอบหนักออกจากปากและสูดเอาอากาศเข้าทางปากก่อนจะประกบริมฝีปากเข้าหากันอีก
เขาจูบอิงอิงอย่างเร่าร้อนรุนแรงไม่คิดจะถนอมเธอเลยสักนิด กับผู้หญิงช่างยั่ว กับเมียน้อยของพ่อ จะทะนุถนอมไปทำไม จับกินให้สาแก่ใจเพื่อที่จะได้ดูหน้าของพ่อตอนที่รู้เรื่องนี้
แค่คิดก็สนุกจนพูดไม่ออก
อิงอิงที่ตอนนี้ไม่คิดที่จะเป็นผู้หญิงที่ดีในแบบปกติที่ควรจะเป็นอีกต่อไป เธอยังคงตอบสนองตอบรับทั้งยังตอบกลับอานนท์ได้อย่างถึงใจและหนักหน่วงดุดันไม่แตกต่างด้วยใจที่เป็นไป๋กุ้ยอิงแบบเต็มขั้น
มันนานมาแล้วตั้งแต่ภพชาตินั้นกระทั่งภพชาตินี้ เธอต้องมาอยู่ที่นี่ถึงเก้าปี ต้องทนคิดถึงเขามานานจนเกินไป ใครปล่อยโอกาสงามๆ แบบนี้ไปก็คงโง่เต็มที เธอเคยโง่มาแล้วเมื่อชาติก่อนนั้น แทนที่เธอจะได้นอนคุยกันกับเขาที่เป็นจ้าวหยางหมิงเซียน แต่เธอกลับต้องทิ้งเขาไปแล้วระหกระเหินเร่ร่อนอยู่เป็นนาน
อิงอิงคิดไปจูบไปอย่างหนักหน่วงลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้นพรวดๆ พลางลดฝ่ามือของตนลงแล้วพยายามปลดเสื้อสูทของอานนท์ออกจากลำตัวของเขา
คนอะไรดื่มเหล้ายังใส่สูท?
หญิงสาวนึกบ่นในใจขณะช่วยถอดสูทออกจากลำตัวช่วงบนของอานนท์ตามด้วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวในของเขาออกอย่างร้อนรน
บนหอคอยสูงชันหน้าป้อมปราการแห่งแคว้นฉู่ เรือนร่างของบุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีทอง เจ้าแห่งแผ่นดิน ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนี้เป็นประจำในระยะเวลาหลายปีมาแล้วบนหอคอยสูงเสียดฟ้า เขายืนอยู่ตรงนั้น ยืนที่เดิมเหมือนดังเช่นทุกวัน รอนางอย่างหนักแน่นมั่นคงมิแปรผันตั้งแต่เมื่อวันนั้น วันที่สตรีนางเดียวในดวงใจของเขาต้องเดินทางไปปราบกบฏตามหน้าที่อันสลักสำคัญของนางวันนั้นเขาเป็นเพียงองค์รัชทายาทที่อ่อนแอไร้กำลัง วันนั้นเขาทำได้เพียงแอบยืนส่งนางเดินทางจากไปอยู่ตรงนี้ เขาได้เห็นไป๋กุ้ยอิงในวันนั้นอยู่ในอาภรณ์ของแม่ทัพหญิง นางสวมเครื่องแบบเต็มยศ ใส่เกราะหนัก แผ่นหลังตั้งตรง นั่งนิ่งๆ อย่างสง่างามอยู่บนหลังม้า นำพาขบวนทหารเดินทางจากไปเพื่อทำการศึกแดนไกลเขาส่งนางอย่างปวดใจ มองนางค่อยๆ หายไป ไกลลับตาและหลังจากนั้น ผ่านมาแล้วหลายปี เขาก็ยังคงยืนรอนางอยู่ตรงนี้รอนางอยู่ด้วยความเจ็บปวดในหัวใจที่มีเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ วัน ทนทุกข์ทรมานเพื่อรอนางอันเป็นที่รักกลับมาแต่นางก็ไม่เคยกลับมา...ทั้งๆ ที่เขาเฝ้ารอนางอยู่ นางก็ยังคงไม่คิดจะกลับมานางไม่กลับมาอีกเลย...หลายปีผ่านพ้น จักรพรรดิแคว
รัตติกาลทอดยาว ในเรือนยิ่งดึกยิ่งเหน็บหนาว กระทั่งล่วงเช้าของอีกวัน ไป๋ฮองเฮาก็ได้รับสุราหนึ่งจอก พร้อมข้อหาร้ายแรงอิจฉาริษยา ใจแคบอำมหิต ไร้จิตเมตตา ปองร้ายสายเลือดมังกรใช่แล้ว! ไป๋หนิงไม่มีบุตรกับจ้าวหยางหมิงเซียน เพราะเขาเลือกมอบโอรสให้สตรีคนอื่นและตอนนี้เขาต้องการยกใครอีกคนขึ้นเป็นฮองเฮาแผนการร้ายอันแยบยลของเขาทำให้นางพลั้งพลาดตกบ่วงจนร่างตกจากฟ้าในพริบตานางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพระสนมนางใดกำลังตั้งครรภ์ เพียงกลั่นแกล้งใช้อำนาจตามประสาหมายกำราบให้อยู่หมัดแต่กลายเป็นว่ามีพระสนมจากตระกูลใหญ่คนหนึ่งถึงขั้นตกเลือดและตายอย่างง่ายดายพร้อมลูกในท้องหลักฐานเอาผิดทุกอย่างล้วนชี้มาที่นางอย่างชัดเจน จนตระกูลฝั่งมารดาของสนมคนนั้นถึงปลุกระดมผู้คนลุกฮือ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย“ด้วยโอรสสวรรค์รักความยุติธรรม จึงมิอาจเพิกเฉย ละเลยเหล่าชาวประชา ทว่าเพราะทรงมีเมตตาที่เปี่ยมล้น พระองค์จึงมิทรงแขวนคอเสียบร่างประจานหน้าประตูเมือง เพราะอาจมีภาพไม่น่ามอง เพียงปลดจากตำแหน่งฮองเฮาและประทานเหล้าพิษถึงตำหนักชั้นใน” ขันทีกล่าวเสียงเนิบไป๋หนิงก้มหน้ามองจอกเหล้าในมือผ่านม่านน
เลือกที่จะจากไปพร้อมกับลูกในครรภ์นี่ย่อมเป็นทางเลือกที่ดี เพื่อเขา...ต่อให้ไม่ตายนางก็ไม่มีทางกลับไปหาเขาคำสัญญาที่ให้ไว้จำต้องตระบัดสัตย์แล้วแววตาไป๋กุ้ยอิงพลันลุกโชนด้วยขุมพลังครั้งสุดท้าย หากองค์ชายรองยังไม่ตาย นางไม่มีทางตาย...สงครามปราบกบฏพลันปะทุขึ้นอย่างรุนแรงอีกครั้ง พื้นพสุธาเต็มไปด้วยทะเลโลหิตไหลนองท้ายที่สุด ไป๋กุ้ยอิงก็สู้จนตัวตายหลายเดือนต่อมา บนหอคอยสูงเฉียดฟ้า ภายในพระราชวังอันวิจิตรตระการตาของแคว้นฉู่ จ้าวหยางหมิงเซียนยืนนิ่งเงียบงัน ท่วงท่าสูงส่งเย็นชา รอบกายแผ่ซ่านความสูงศักดิ์เปี่ยมบารมีไม่แปรเปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนไปก็คือจิตใจของเขาที่กลายเป็นด้านชา ไร้ความรู้สึกเฉกเช่นมนุษย์ที่เป็นบุรุษทั่วไปหากย้อนเวลากลับไปได้เขาจักแปรเปลี่ยนชะตาลิขิตเขาจะทำทุกอย่างไม่ให้คนสำคัญเช่นไป๋กุ้ยอิงต้องหายไปกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำคืนนั้น แม้เขาปรารถนารั้งนางไว้ข้างกายไม่ห่างหาย แต่ทว่าภารกิจและหน้าที่ย่อมสำคัญไม่อาจเปลี่ยนไป นางยังคงต้องเดินทางไกลไปทำตามหน้าที่อันสลักสำคัญยิ่งตามคำสั่งประกาศิตขององค์ฮ่องเต
อึดใจต่อมา ฝนธนูถี่ยิบราวกับพายุลูกน้องของนางที่เคลื่อนพลกันมาร่วมรบกับนางแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่ายหนึ่งคือผู้ภักดีต่อนางสองคือผู้ที่ภักดีต่อคนที่นางรักแลเคารพฝ่ายหนึ่งที่เป็นผู้ภักดีได้ตายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงฝ่ายสองพวกเขารอเวลากลับไปเพื่อแจ้งข่าวเรื่องราวของนางไป๋กุ้ยอิงค่อยๆ หลับตา หัวเราะหยันในลำคอเบาๆ ให้กับดินฟ้าที่ไร้ความยุติธรรม นางเป็นตัวแทนออกศึกครานี้เพื่อหมายปราบกลุ่มกบฏนอกเขตเมืองหลวงและไล่ล่ากันมาจนถึงเขตชายแดนแห่งแคว้นฉู่แห่งนี้เพราะอะไรการศึกครั้งนี้นางรู้แล้วว่ามันเป็นแผนการของใครพวกเขาพร้อมใจกันไล่ล่าที่หมายมาดให้นางมาตายด้วยความปราชัยนอกเขตเมืองหลวงอันแสนไกลนางผิดเองที่เกิดมาเป็นสตรีไร้ศักดิ์ไร้ฐานะฐานันดร ไม่มีอำนาจต่อกรที่มากพอจะเคียงคู่กับมังกรสูงศักดิ์เช่นเขาแต่แล้วอย่างไร อุตส่าห์หลีกทางให้กลับไม่เพียงพอ ขอให้บุตรสาวของตัวได้เป็นชายาของจ้าวหยางหมิงเซียนนางก็ยอมแล้วให้แล้วปะไร เช่นนั้นแล้ว ศึกครานี้ก็ถือเสียว่านางได้ทดแทนบุญคุณให้กับทุกคนก็แล้วกัน!ไป๋กุ้ยอิงคิดอย่างนั้นพลางจ้องมองไปรอบทิศทาง สายตาดุดันข่มขวัญนางถลันขึ้นหน้า คว้าหมับที่ก
เขาสอดแทรกแก่นกายร้อนผ่าวเข้าผสานร่องกลีบของร่างบางแล้วเริ่มบอกรักนางด้วยจังหวะเนิบนาบเข้าออกนุ่มนวล ขยับเน้นๆ ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเพิ่มจังหวะจากเคลื่อนที่เบาๆ เป็นกระแทกแรงขึ้นพาเอาสตรีใต้ร่างต้องส่งเสียงครวญครางอย่างรัญจวนนางยกฝ่ามือขึ้นจับขยุ้มตรงช่วงไหล่เพื่อหาหลักยึดเมื่อจังหวะของเขาเริ่มกระชั้นถี่ กระแทกเข้าออกขึ้นลงรุนแรง “อาหมิง...” นางหายใจหอบหนักครางเรียกชื่อเขา“ข้ารักเจ้า...อาอิง...” เขาครางเสียงแหบต่ำสั่นพร่าพร้อมจังหวะกระแทกกระทั้นหนักขึ้น “ข้ารักท่าน...”“ข้ารักเจ้า...”“ข้าจะกลับมา...”“ข้าจะรอ...”และตามด้วยประโยคคำเดิมซ้ำๆ พร้อมเสียงของเนื้อกระทบกันดังสอดประสานอย่างเร่าร้อน“ข้ารักเจ้า อาอิง...รักเจ้าเหลือเกิน”จ้าวหยางหมิงเซียนยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดังกระเส่าขณะกำลังขยับเรือนร่างกำยำเข้าออกอย่างเป็นจังหวะอยู่บนเรือนร่างของไป๋กุ้ยอิงเขาพาช่วงกลางลำตัวขับเคลื่อนพายุอารมณ์กับนางจนคลายความคิดถึงและโหยหาอย่างรู้ใจกันและกันไป๋กุ้ยอิงหลับตาแหงนหงายใบหน้าที่แดงก่ำและตอบรับด้วยเสียงครวญครางแสนหวาน นางยินดีมอบสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตให้จ้าวหยางหมิงเซียนแบบทั้งตัวแล
ทุกวันในตำหนักบูรพา บรรดาชายาของเขามักจะก่อสงครามประสาทและสาดภาษาดอกไม้ฟาดฟันใส่กันไม่ยั้ง ทั้งยังเรียกร้องความสนใจจากเขาไม่เว้นวัน พวกนางพากันสร้างเรื่องสร้างราวช่วงชิงความโปรดปรานกันอยู่ทุกวี่วัน แต่ละคราล้วนปวดเศียรเวียนเกล้าเป็นที่เอือมระอาแต่ด้วยตำแหน่งและอำนาจ รวมถึงมิอาจผิดใจกับตระกูลของพวกนาง เขาจึงจำต้องแบ่งเวลาให้อย่างอดทน แม้จะรำคาญใจแทนทนไม่ไหวในขณะที่ไป๋กุ้ยอิงเพียงยืนมองเขาด้วยความเข้าใจและเป็นห่วงอยู่ห่างๆ นางยังคงอดทนมองเขาอยู่อย่างนั้นไม่เคยปริปากบ่นหรือกล่าวโทษเขาแต่อย่างใด นางเจ็บปวดมากมายปานใดไยเขาจะไม่เข้าใจเขาเองก็เจ็บปวดในหัวใจไม่แพ้กันกับนาง ในห้องหนังสือตำหนักบูรพาเสิ่นหลีเข้ามารายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “ทูลรัชทายาท ไป๋กุ้ยอิงได้ตัดสินใจออกเดินทางไปทำศึกปราบกบฏพ่ะย่ะค่ะ”พู่กันในมือพลันชะงัก จ้าวหยางหมิงเซียนเงยหน้า ละสายตาตำรายุทธการศึกทันที“เจ้าว่าอย่างไรนะ?”นั่นจึงทำให้จ้าวหยางหมิงเซียนได้ตระหนักขึ้นมาว่าเขากับนางกำลังทำเรื่องผิดพลาดไปนางคงไม่อยากทนเห็นเขาอยู่กับสตรีอื่นอีกต่อไปและเขาเองก็ไม่อยากประชดประชันนางอีกต่อไปแล้วเช่นเดี
อิงอิงอมยิ้มน้อยๆ และรอเวลาอีกครู่หนึ่งจึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาเพื่อนำอาหารกลางวันของเขาไปวางเอาไว้ที่โต๊ะรับแขกกลางห้องทำงานก่อนเดินกลับออกมานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตนเองดังเดิม ที่เธอต้องทำอย่างนี้ก็เพราะมีสายตาหลายคู่จ้องมองอยู่ สาวๆ ในออฟฟิศมักจะจ้องมองมาทางห้องทำงานของอานนท์อยู
เสียงติ้งของลิฟต์ตัวเดิมของบริษัทจิวเวอร์รี่อินเทรคเซ็นเตอร์คอนสตรัคอาร์ตดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าได้เวลาเดินออกจากประตูลิฟต์ไป อิงอิงเดินออกจากลิฟต์มาด้วยใบหน้าแดงก่ำทำเอาเพื่อนๆ พนักงานต้องเป็นห่วง“เมื่อวานเลขาอิงไปขี่ม้าตากแดดมาคงเหนื่อยแย่ ดูสิหน้าแดงมากๆ” เพื่อนพนักงานคนหนึ่งเอ่ยทักทายอิงอิง
หญิงสาวถึงกับลืมตาเมื่อรู้สึกและรับรู้ได้ว่าทั้งหมดคืออะไรที่กำลังเต็มไม้เต็มมือของเธอเธอถึงกับตาโตตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วมองเห็นสายตามืดดำของใครบางคน“คุณอานนท์!”“อืม...” อานนท์ส่งเสียงในลำคอได้แค่นั้นอิงอิงรีบลุกขึ้นนั่งอย่างตกอกตกใจหนักกว่าเดิมอานนท์ถึงกับหรี่ตามอง จะตกใจอะไร เห็นได้ชัดว่าต
ในยุคสมัยก่อนนั้นเธอมักจะเอาอยู่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นม้าพยศประเภทไหน จะพยศอย่างไร กราดเกรี้ยวปานใด เธอสามารถจัดการได้ทั้งหมด นับประสาอะไรกับม้าพยศในยุคนี้อิงอิงเดินเข้าไปหาม้าพยศตัวนั้นในทันทีแล้วยืนจ้องตามันอยู่นิ่งๆ อย่างต้องการประเมินเพียงครู่เธอจึงยกฝ่ามือขึ้นตั้งชันกางนิ้วออกเพื่อให้ม้าเห็นฝ่า



![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



