Share

ชะตารักใต้เงาแค้น
ชะตารักใต้เงาแค้น
Penulis: คุณยายจิ้งจอก

ตอนที่1

last update Tanggal publikasi: 2026-08-30 17:09:30

ตอนที่ 1 แม่ทัพไป๋เฟิงห่าว่า

เมืองหลวง

ขบวนรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนมาหยุดอยู่เบื้องหน้าประตูใหญ่ของจวนตระกูลไป๋ ประตูไม้สลักลายเก่าแก่ยังคงตั้งตระหง่านแม้กาลเวลาจะผ่านไปเนินนาน

ไป๋เฟิงห่าวก้าวลงจากรถม้า ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าจวน ดวงตาทอดมองเรือนกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ครั้นยังเยาว์เขาเคยวิ่งเล่นโลดเต้นไปทั่วลาน กับเหล่าพี่น้องร่วมตระกูล ในเรือนโถงยังมีบิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ล้อมวงโต๊ะชา เสียงหัวร่อดังก้องไม่รู้ว่าสิ้นสุดเมื่อใด ภาพครั้งยังเยาว์วัยย้อนคืนกลับมาดังเงาในม่านหมอก

“ท่านแม่ทัพ”

เสียงขององครักษ์ประจำกายดังขึ้น ปลุกเขาให้ตื่นจากห้วงความคิด ไป๋เฟิงห่าวหันไปตามเสียงนั้น เห็นองครักษ์ประจำกายยืนอยู่ ข้างกายเขาคือชายชราผู้หนึ่งที่เขาคุ้นตาเป็นอย่างดี ชายชราผู้นั้นเมื่อสบตาเขาก็รีบทรุดกายลงคุกเข่า ประสานมือคารวะ เอ่ยด้วยเสียงสั่นสะท้าน

“นายน้อย…”

ไป๋เฟิงห่าวเร่งเข้าไปพยุง พลางเอ่ยเสียงอ่อนลง

“เหล่าหวัง ลุกขึ้นเถิด ข้าห่างจากที่นี่ไปเนิ่นนานนัก เจ้ายังดูแข็งแรงไม่ต่างจากเมื่อก่อน”

ชายชรายิ้มบาง สายตาเต็มไปด้วยความปีติ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“นายน้อยอย่าได้ล้อตาแก่เช่นข้าเลย…

เชิญด้านในเถิดขอรับ”

ไป๋เฟิงห่าวพยักหน้ารับ เพียงเอื้อนเอ่ยสั้น ๆ

“อืม”

แล้วก้าวย่างเข้าสู่จวนใหญ่อย่างสง่างาม

เบื้องหลังขบวนรถม้า เหล่าบ่าวไพร่ต่างรีบก้าวลงมาชนหีบสัมภาระและห่อผ้าจำนวนมากอย่างคล่องแคล่ว เสียงพูดคุยสลับเสียงฝีเท้าวุ่นวายสะท้อนก้องไปทั่วลานกว้างหน้าจวนใหญ่

รถม้าคันกลางพลันหยุดนิ่ง สาวใช้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าหันไปเปิดม่านพร้อมเอ่ยเสียงใส

“คุณหนู… ถึงแล้วเจ้าค่ะ”

ม่านแพถูกรั้งขึ้นอย่างแผ่วเบา ร่างบางของมู่ถิงถิงในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนก้าวลงมาอย่างสงบนิ่ง สาวใช้คนสนิทรีบประคองด้วยความระมัดระวัง ทั้งสองก้าวเคียงกันไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าจวนใหญ่ ทอดสายตาไปยังจวนที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า

สาวใช้พลันเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง

“ที่นี่ช่างใหญ่โตนักเจ้าค่ะ…”

มู่ถิงถิงเพียงยกยิ้มบาง มุมปากประดับรอยยิ้มที่สงบเยือกเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปด้านในด้วยท่าทางสง่างาม ท่ามกลางเสียงบ่าวไพร่ที่กำลังวุ่นวายกับการเคลื่อนย้ายข้าวของ

….

โรงน้ำชาเสี่ยวฮวา

ภายในโรงน้ำชา แสงแดดยามบ่ายส่องลอดเข้ามา ควันชาลอยกรุ่นคลุ้ง บรรดาแขกเหรื่อมากมายคลายความเมื่อยล้าด้วยถ้วยชาอุ่นหอมกรุ่น เสียงนักเล่าผู้มากฝีปากเปล่งเสียงก้องกังวานกลางห้องโถงใหญ่ของโรงน้ำชา

“ปีหงอู่ที่ห้า… ตระกูลไป๋ซึ่งรักษาการอยู่ชายแดนใต้ ต้องเผชิญศึกใหญ่ กองศัตรูบุกทะลวงดุจพายุ ตระกูลไป๋สู้จนสิ้นเกือบทั้งตระกูล เหลือเพียงบุตรชายคนเล็ก ไป๋เฟิงห่าว ที่รอดชีวิตมาได้”

เสียงผู้ฟังพึมพำฮือฮา นักเล่าเว้นวรรค ยกกาน้ำชารินชาลงถ้วยก่อนซดคลายคอแห้งแล้วจึงเอ่ยต่อ

“ต่อมา ปีหงอู่ที่เจ็ด ครั้นเขาอายุได้สิบเจ็ดปี ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นแววกล้า จึงพระราชทานโอกาสให้นำกองทัพออกรบ และครานั้นเองเขาได้สร้างผลงานเกรียงไกรจนได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ ทั้งที่ยังเยาว์วัยยิ่งนัก”

บุรุษผู้หนึ่งที่นั่งไม่ไกลเอ่ยถามขึ้นอย่างสนใจ

“แล้วภายหลังเล่า?”

นักเล่าแย้มยิ้ม พลางยกมือสยบเสียงกระซิบของเหล่าแขกในโรงน้ำชา ก่อนจะเล่าต่อเสียงหนักแน่น

“ต่อมา ปีหงอู่ที่สิบห้า ไป๋เฟิงห่าวในวัยยี่สิบห้าปีได้รับบัญชานำทัพออกศึกชายแดนใต้อีกครั้ง แต่ครานี้ศัตรูมีกำลังมหาศาล เขาจึงทูลขอพระบรมราชนุญาตเสริมทัพอย่างเร่งด่วน

ฮ่องเต้จึงโปรดให้แม่ทัพอาวุโสแห่งราชสำนัก ฮันอวิ๋นหง ยกทัพหนึ่งแสนนายไปสมทบ… แต่ทว่า…”

เขาก้มหน้าลง ถอนหายใจแผ่วเบา น้ำเสียงเจือโศกเศร้า

“กองหนุนกลับมาช้าเกินไป เหล่าทหารตระกูลไป๋ต้องต้านทัพอย่างเดียวดาย ต่างบาดเจ็บล้มตายเป็นอันมาก แม้ท้ายที่สุดไป๋เฟิงห่าวจะพลิกชะตาชนะศึก แต่ก็สูญสิ้นเหล่าทหารที่เป็นดั่งพี่น้องและญาติผู้ใหญ่ที่เขาเคารพจนเกือบสิ้น… หลังจากจบศึก เรื่องนี้ถูกทูลเกล้าถวายขึ้นเบื้องบนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่ฮ่องเต้นั้นทรงเพียงแค่ ลงโทษลดเบี้ยหวัดตระกูลฮันเล็กน้อยเท่านั้น”

เสียงอื้ออึงดังขึ้น แขกเหรื่อพากันส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ

นักเล่ากระแอมเบา แล้วเอื้อนเอ่ยวาจาต่อ

“และเมื่อไป๋เฟิงห่าวถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงของรางวัลที่ได้รับ… หาใช่เกียรติยศศักดิ์ศรีหรือทรัพย์สมบัติ แต่กลับเป็นราชโองการประทานสมรส ให้อภิเษกกับบุตรสาวแม่ทัพฮันอวิ๋นหงในทันที… ”

“โถ่! เช่นนี้หาใช่รางวัลไม่!”

บุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงหนัก

“น่าสงสารแม่นางฮันผู้อาภัพนั้น หากแต่งเข้าไป คงต้องเผชิญความแค้นและการทารุณจากแม่ทัพไป๋เป็นแน่”

สตรีผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงสั่นสะท้านอย่างเห็นอกเห็นใจ

“จริงดังว่า ข้าเคยได้ยินมาเช่นกัน ว่าแม่ทัพไป๋นั้นโหดเหี้ยมยิ่งนัก ฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเลยเชียว น่ากลัวยิ่งนัก”

“ใช่แล้ว ๆ !”

“ใช่แล้วมิเช่นนั้นเขาจักปราบศัตรูนับหมื่นนับแสนได้หรือ!”

“ใช่ ๆ !”

แขกหลายคนเออออเห็นพ้องเสียงซุบซิบลั่นโรงน้ำชา ความอยุติธรรมกับโศกชะตานี้ถูกเล่าขานจนกลายเป็นเรื่องราวครึกโครมไปทั้งเมืองหลวง

ในมุมหนึ่งของโรงน้ำชา บุรุษในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะน้ำชา มือใหญ่กำถ้วยชาแน่น แววตาคมกริบทอดต่ำ พยายามปกปิดพายุอารมณ์ที่กำลังสั่นสะท้านภายใน

องครักษ์ในอาภรณ์สีดำสนิทผู้ยืนประกบเคียงข้างเหลือบมองด้วยความกังวล ก่อนก้มศีรษะเปล่งเสียงแผ่วเบา

“ท่านแม่ทัพ”

ไป๋เฟิงห่าวเพียงส่ายศีรษะช้า ๆ ดุจบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร หากแต่แววตาเย็นล้ำลึกกลับสะท้อนร่องรอยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น เขายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย รสขมปร่าไหลลึกลงลำคอ ราวกับกำลังบังคับกลืนความคับแค้นลงไปในอก

ครู่หนึ่ง เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้เสียงแผ่วเบา แล้วร่างสูงสง่านั้นก็ลุกขึ้นโดยไร้สุ้มเสียง

บุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มก้าวเดินผ่านหมู่แขกที่ยังคงพร่ำเล่าซุบซิบถึงนามของเขา องครักษ์ประจำกายรีบก้าวติดตามไปในทันที

…..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่40

    ตอนที่ 40วันสุดท้ายหมู่บ้านผานชานยามค่ำคืนปกคลุมทั่วลานเรือน สายลมหนาวพัดผ่านมาอย่างแผ่วเบา ไป๋เฟิงห่าวขยับกายลุกขึ้น จากเตียงอย่างเงียบ ๆ ก่อนก้าวไปเปิดประตูออกสายตาคมของเขากวาดมองรอบเรือนหลังเล็กอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบเงาร่างบางที่เขาตามหาอยู่ ความเงียบของลานเรือนยิ่งทำให้หัวใจเขาไม่สงบ ทว่าแสงตะเกียงที่ส่องไหวจากเรือนครัวปลายลานเรือนกลับดึงสายตาของเขาทันทีไป๋เฟิงห่าวรีบก้าวเท้าเข้าไปยังเรือนครัว เมื่อผลักประตูเข้าไป ก็พบ ฮันเม่ยหลิง นั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ร่างบางสั่นเล็กน้อยเพราะลมเย็นที่พัดลอดเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดค้างไว้เขามองภาพตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไปใกล้นางอย่างนุ่มนวล จากนางจึงช้อนร่างของนางขึ้นในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมนางลอยแตะปลายจมูก กลิ่นหอมอันคุ้นเคยทำให้ริมฝีปากหยักได้รูปนั้นเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุขร่างสูงก้าวออกจากเรือนครัวอย่างเงียบงัน ลมหนาวยังโชยมาสัมผัสผิว แต่เขากลับรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขามุ่งหน้าไปยังห้องนอนร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องนอนที่ส่องสว่างด้วยตะเกียงอุ่น ๆ เขาอุ้มร่างบอบบางในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ก่อนจะค่อย

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่39

    “ไปเราต้องไปจากที่นี่”ฮันเม่ยหลิงพยักหน้าตอบ ประคองร่างชราของท่านย่าค่อย ๆ ก้าวออกจากเรือนที่เปลวไฟกำลังแผดเผาทันใดนั้น เสียงตะโกนจากด้านนอกดังขึ้น“คุณหนู! คุณหนูขอรับ!”พร้อมร่าง องครักษ์ในอาภรณ์สีดำสนิท สองนายที่กำลังจะวิ่งเข้ามา ฮันเม่ยหลิงเงยหน้ามองพวกเขา ก่อนจะรีบประคองท่านย่าก้าวตรงไปหา พวกเขา แต่เพลิงและโครงสร้างไม้เก่ากลับไม่ยอมให้ผ่านไปได้ทัน คานไม้ใหญ่หล่นลงมา ท่านย่าพลันผลักร่างบางของ ฮันเม่ยหลิงให้ล้มลง“อาก ๆ!”ท่อนไม้ที่ลุกลามด้วยเปลวเพลิงพุ่งลงทับร่างของหญิงชราจนล้มลงกองกับพื้น ฮันเม่ยหลิงเบิกตากว้างใจสลาย รีบวิ่งเข้าหา ท่านย่ามือเล็กพยายามดึงร่างของท่านย่าออกจากท่อนไม้ใหญ่ เสียงหายใจแผ่วราวลมหอบแรง เผลอสำลักควันหนาจนแทบสิ้นแรง ท่านย่าโดนท่อนไม้ทับจนไร้เรี่ยวแรง นางเอื้อมมือสั่น ๆ ส่งหยกชิ้นเล็กให้ฮันเม่ยหลิง“หมู่บ้านผานชาน… ที่นั่นมีแต่ความสงบสุข… บ้านข้า… อยู่ที่… นั่น…”น้ำเสียงแผ่วพลันขาดหาย ก่อนหญิงชราสิ้นใจลง“ท่านย่า!!”ฮันเม่ยหลิงร้องคร่ำครวญด้วยความเสียใจ น้ำตาไหลรินจนเปียกทั้งใบหน้า ดวงตาพร่ามัว หอบหายใจเหนื่อยดวงตานางเห็นเพียง องครักษ์ทั้งสองที่คุ้นเคยพลั

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่38

    ตอนที่ 38หัวใจอุ่นอีกครั้งหมู่บ้านผานชานใต้ชายคาเรือนเล็กกลางหมู่บ้านผานชาน สายลมหนาวพัดลอดเข้ามาแทรกผ่านช่องหน้าต่าง ม่านบางพลิ้วไหวตามแรงลมฮันเม่ยหลิงพยายามประคองร่างสูงใหญ่ของไป๋เฟิงห่าวตรงไปยังเตียง นางออกแรงทั้งหมดที่มีพลิกร่างเขาลงนอนอย่างระมัดระวัง เสียงหายใจแผ่วของเขาทำให้นางชะงัก มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าเย็นเฉียบของเขา“อย่า… อย่าตายต่อหน้าข้าอีกคน…”เสียงสั่นพร่าเหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยง ๆฮันเม่ยหลิงรีบลุกขึ้น คว้าถังน้ำอุ่น ผ้าสะอาด และกล่องสมุนไพร ก่อนกลับมานั่งข้างเตียง นางมือสั่นจนแทบเปิดกล่องไม่ออก แต่ก็ฝืนทำต่อไป นางเอื้อมมือไปปลดชุดเกาะและอาภรณ์ท่อนบนของเขาออกเมื่อเสื้อถูกเปิดออก เผยให้เห็นรอยแผลมากมายบนตัวเขา นางถึงกับชะงัก หัวใจนางราวถูกบีบจนแทบหายใจไม่ออกน้ำตารินไหลไม่หยุด นางยกผ้าขึ้นเช็ดเลือดรอบรอยแผลออกอย่างแผ่วเบา แล้วทายาลงบนแผลเขาอย่างระมัดระวังราวกับกลัวจะทำเขาเจ็บไปมากกว่านี้……แสงอรุณแรกแห่งยามเฉินทอประกายลอดช่องหน้าต่างไม้ สายลมหนาวพัดโชยเข้ามาต้องม่านบางให้ปลิวไหว ลมหนาวโชยมาแตะใบหน้าคมของ ไป๋เฟิงห่าวที่นอนอยู่บนเตียง เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่37

    ตอนที่ 37ชีวิตที่ตายไปแล้วหนึ่งปีต่อมา ไป๋เฟิงห่าวขอราชโองการไปป้องกันชายแดนเหนือลมเหนือหวีดหวิวราวเสียงปีศาจคร่ำครวญ พัดพาหิมะขาวโพลนให้ฟุ้งกระจายปกคลุมผืนดินจนไม่อาจเห็นสีอื่น นอกจากสีขาว… และสีแดงฉานที่โปรยปรายอยู่ทั่วสนามรบท้องฟ้าเหนือศีรษะหม่นทึบราวถูกหมึกดำสาดใส่ เสียงโล่กระทบอาวุธ เสียงม้าร้องโหยหวนและเสียงครวญของเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บดังระงมทัพชายแดนเหนือของ ไป๋เฟิงห่าว กำลังตรึงแนวรบไว้เบื้องหน้าภูผาสูงชัน สายลมเย็นจัดบาดผิวราวคมมีด แม้กระทั่งลมหายใจยังกลายเป็นไอสีขาวที่หายวับไปก่อนจะก่อตัวได้หมด แต่ความทุกข์นี้หรือจะเทียบเท่ากับความคิดถึงที่มีต่อนาง เขาเลือกมาสละชีพที่นี่ และหวังจะได้พบนางอีกครั้งในชาติหน้าไป๋เฟิงห่าวในชุดเกาะเหล็กที่เปื้อนเลือดทั้งของตนเองและศัตรู เขาควบมานำทัพ ดวงตาคมราวเหยี่ยวฝ่าเม็ดหิมะที่ซัดหน้าอย่างไม่ยี่หระ“ดึงแนวปีกซ้ายขึ้น! อย่าให้พวกมันโอบเรา!!”เสียงคำรามของเขาตะโกนฝ่าพายุหิมะ เหล่าทหารติดตามที่ได้ยินต่างชูหอกดาบฟาดฟันอย่างสุดกำลังศัตรูจากแดนเหนือกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ชุดหนังขนสัตว์ของพวกมันปลิวสะบัดลู่ลม เสียงโห่ร้องชวนให้เลือดในอกเ

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่36

    ตอนที่ 36โอกาสจวนแม่ทัพไป๋เฟิงห่าวแสงแดดอ่อนในยามสายลอดผ่านหลังคาสูงของจวนแม่ทัพไป๋ สายลมเย็นพัดต้องชายอาภรณ์ของมู่ถิงถิงเบา ๆ นางก้าวช้า ๆ ตามทางเดินศิลาเรียบ โดยมีอารั่วสาวใช้คนสนิทย่างเท้าอยู่เคียงข้างเมื่อถึงหน้าประตูเรือนใหญ่ มู่ถิงถิงหยุดยืน แววตาคมของนางทอดมองลอดเข้าไปภายในห้องโถงที่เงียบสงบ กลิ่นสุราปนลมอุ่นลอยออกมาจาง ๆ ไป๋เฟิงห่าวนั่งเดียวดายมือใหญ่จับขวดสุราเงินเย็นชืด ดวงตาคมแดงก่ำจ้องมองไปยังฝาขวด ริมฝีปากเม้มแน่น พลางกลืนสุราลงคอด้วยความโหยหาร่างสูงโน้มตัวพิงพนักเก้าอี้ มืออีกข้างยกแก้วขึ้นเทเหล้าใส่คอครั้งแล้วครั้งเล่า“เม่ยหลิง… ข้า…”เสียงทุ้มของเขาสั่นพร่า คล้ายคำเรียกจากหัวใจที่แตกสลายเขาก้มหน้าก้มตาดื่ม น้ำตาไหลเล็ดลอดลงแก้ม มือใหญ่ขยำขวดสุราแน่น ในความมึนเมา ภาพของฮันเม่ยหลิงผุดขึ้นในใจ รอยยิ้ม ใบหน้าขาวนวล กลิ่นอายของนางชัดเจนจนใจเขาสั่น“เจ้า… เจ้าอยู่ที่ใด… เม่ยหลิง…”เสียงเรียกพร่าเลือน ความปวดร้าวแล่นขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม ไป๋เฟิงห่าวล้มตัวลงกับเก้าอี้ ขวดสุราหล่นกระแทกพื้น น้ำสุราไหลริน เขาพิงตัว เงยหน้าขึ้นมองเพดาน แววตาแดงก่ำสะท้อนเพียงภาพของภรรยาอันเป

  • ชะตารักใต้เงาแค้น   ตอนที่35

    ตอนที่ 35ข่าวร้ายใต้แสงอาทิตย์ยามอัสดง ลานหน้าวังหลวงยังคงคลาคล่ำด้วยเหล่าทหารและขุนนาง แต่สำหรับไป๋เฟิงห่าวแล้ว ทุกเสียงทุกผู้คนกลับเรือนหาย เขามุ่งหน้าไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งของแม่ทัพผู้เย็นชา ทว่าแววตากลับแฝงความสุขใจเมื่อคิดถึงใบหน้าของภรรยาที่รอเขาอยู่ รอยยิ้มหวานนั้นยังคงฝังอยู่ในใจเขาขณะที่เขายกเท้าขึ้นหมายจะก้าวขึ้นรถม้า เสียงฝีเท้าม้าเร็วดังฝ่าความวุ่นวายเข้ามา ก่อนที่เสียงตะโกนสั่นเครือจะดังขึ้น“ท่านแม่ทัพ!!”ไป๋เฟิงห่าวขมวดคิ้ว หันกลับไปมอง เห็นทหารผู้น้อยที่คุ้นตา กระโดดลงจากหลังม้าแทบไม่ทัน พอเท้าแตะพื้นก็ทรุดตัวคุกเข่าลงทันที ในมือยังจับสายบังเหียนแน่น ร่างสั่นเทา หน้าแดงก่ำเพราะควบม้าด้วยความเร่งรีบและบกพร่องต่อหน้าที่จนเกิดเรื่องร้าย เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดห้วง แฝงความหวาดหวั่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง“ไฟ… ไฟไหม้เรือนไผ่ขอรับ!”หัวใจของไป๋เฟิงห่าวกระตุกวูบ เสียงสั่นของทหารเอ่ยต่ออย่างสั่นระรัว“ฮูหยิน… กับ ท่านหมอเทวดา… สิ้นใจในกองเพลิงแล้วขอรับ!”วินาทีนั้น เหมือนโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน ร่างกายสูงใหญ่กลับยืนนิ่งราวถูกคมดาบปักกลางอก ลมหายใจของเขาขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status