Beranda / รักโบราณ / ชะตาเกี่ยวพัน / พนันหรือไม่ ว่าข้าไม่มีทางตาย

Share

พนันหรือไม่ ว่าข้าไม่มีทางตาย

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2026-01-09 17:30:11

ตัวหลี่หมิงฮวนเองก็กัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ถึงแม้มิได้มีเลือดไหลออก ผิวหนังปริแตกเช่นเฟยจูที่อยู่บนพื้น แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ต่างจากนางเลยสักนิด

“เจ้าทำอันใดกับข้า” เขากระชากนางขึ้นมาถามอย่างเจ็บแค้น

เฟยจูแทบจะหมดสติไปแล้ว ร่างกายของนางถึงจะอยู่ภายในมิติหลายวัน แต่พอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็กลับไปอ่อนแอเปราะบางเช่นเดิม มาถึงยังจะถูกเขาทรมานจะให้นางทนรับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร

“หากท่านอ๋องไม่โง่พอ คงจะมองออกว่ามีแต่ข้าที่ถูกท่านทำร้าย” เสียงของนางเบาราวกับยุงบินผ่าน แต่องครักษ์ที่อยู่ไกลล้วนได้ยิน ต่างก็ตกใจไม่น้อยที่เฟยจูยังคงปากกล้าไม่เปลี่ยน ทุกคนคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วลมหายใจต่อมาจะต้องเห็นศีรษะของนางหล่นลงพื้นเป็นแน่

แต่ทุกคนล้วนคาดเดาผิด หลี่หมิงฮวนสะบัดตัวนางออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะสั่งให้องครักษ์ลากเฟยจูไปขังไว้ที่คุกมืดที่หนาวเหน็บแทน “พานางไปขังไว้ หากครั้งนี้ปล่อยให้นางหนีหายออกไปได้ พวกเจ้าก็นำหัวของเจ้ามามอบให้เปิ่นหวางแทน

หลี่หมิงฮวนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที เขาต้องทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียก่อน ด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดยามที่ลงมือทำร้ายนาง มิใช่มีเพียงตัวนางที่เจ็บปวด แต่เป็นตัวเขาเองด้วย

องครักษ์สือเป็นผู้คุมตัวเฟยจูไปขังตามคำสั่ง ถึงแม้นางยังไม่สลบแต่ก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเสียแล้ว เฟยจูถูกองครักษ์ลากแขนทั้งสองข้างไปกับพื้นอย่างไม่ไยดี นางได้แต่ลอบสาปแช่งพวกคนชั่วอยู่ในใจ

พวกเขาทำราวกับว่านางลอบสังหารชินอ๋อง หรือลักขโมยข้าวของเสียอย่างนั้น เพียงแค่คำพูดตำหนิชินอ๋องลับหลังไม่กี่ประโยคนางต้องถูกทรมานเพียงนี้เลยหรือ ความแค้นใจที่ไม่อาจตอบโต้สิ่งใดกลับได้ ความเจ็บปวดจากรอยแส้ที่เขาฟาดลงมาอย่างไม่ปรานี เฟยจูร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น นางมิได้ปล่อยโฮออกมาเสียงดัง แต่การร้องไห้โดยไร้เสียงและอดกลั้นเพื่อจะไม่ให้เสียงหลุดรอดออกมา ช่างชวนให้ผู้คนที่พบเห็นเวทนายิ่งนัก

“ข้าขอเตือนเจ้าสักคำ ครั้งหน้าหากท่านอ๋องตรัสถามสิ่งใดเจ้าอย่าได้ปากกล้าอีก ยังดีที่ท่านอ๋องยังเมตตาไม่เอาชีวิตของเจ้า” องครักษ์สือเอ่ยออกมาจากใจจริง ด้วยเห็นว่านางอายุยังน้อย และแตกต่างจากสาวใช้ที่เคยพบเห็นมาทั้งหมด

“หึ นี่คือความเมตตาที่มอบให้ข้าหรือ เช่นนั้นอย่าให้เลยจะดีกว่า มิใช่ว่าท่านอ๋องไม่อยากจะฆ่าข้า แต่ทำไม่ได้ต่างหาก” เสียงของนางยังคงแผ่วเบา แทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ แต่แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวให้เห็นเลยสักนิด

“บังอาจ!!! สาวใช้ไร้ค่าเช่นเจ้า หากจะเอาชีวิตง่ายเสียยิ่งกว่าผายลมเสียอีก”

เฟยจูเงยหน้าขึ้นมององครักษ์สือด้วยแววตาเรียบเฉย “ชีวิตคนหนึ่งคนจะไร้ค่าได้อย่างไร ท่านพนันกับข้าหรือไม่ ว่าข้าไม่มีทางตาย หากท่านกล้า...ข้ามีเพียงสิ่งเดียวที่จะขอจากท่าน”

“จะตายอยู่แล้วยังปากเก่ง แผลบนตัวของเจ้ากับความเป็นอยู่ในคุกมืดเจ้าก็ไร้หนทางรอดแล้ว ข้าชนะตั้งแต่ยังไม่วางเดิมพันกับเจ้า”

เฟยจูหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น “หึหึ ท่านอ๋องต้องปล่อยตัวข้าในวันพรุ่งนี้ ท่านเชื่อหรือไม่ หากข้าเดาถูก ท่านต้องช่วยเหลือข้าหนึ่งเรื่อง แต่หากข้าเดาผิด...ข้าจะมอบของขวัญล้ำค่าให้ท่านก่อนข้าตาย” นางจะใช้น้ำวิเศษในมิติเป็นเดิมพัน

อาสือถูกนางจ้องมองอย่างไม่เกรงกลัว ก็อดคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่นางพูดจะถูกต้องหรือไม่ แต่สาวใช้เช่นนางจะไปหาของขวัญล้ำค่ามาให้เขาจากที่ไหน “ได้” แต่ก็ยอมรับปากนางด้วยอยากรู้ว่าผู้ใดจะชนะเดิมพันนี้กันแน่

เฟยจูทิ้งตัวลงนอนขดตัวบนพื้นอย่างน่าเวทนา อากาศภายในหนาวเย็นจนปวดกระดูกไปหมด นางไม่มีเรี่ยวแรงมาสนใจว่าเลือดบนแผลจะหยุดไหลไปหรือยัง สติของนางค่อยๆ เลื่อนราง ก่อนจะได้ยินประโยคสุดท้ายของอาสือ “ครอบครัวของเจ้าถูกคุมตัวเอาไว้ในตำหนัก หากไม่อยากให้พวกเขาเกิดเรื่องร้ายขึ้น เจ้าเลิกโอหังกับท่านอ๋องได้แล้ว”

เฟยจูส่งเสียงตอบรับเบาๆ ไปคำ ก่อนที่นางจะหมดสติไป

หลี่หมิงฮวนหลังจากที่กลับมาถึงเรือนพัก ก็โยนแส้ในมือทิ้งไว้ที่พื้นอย่างไม่ไยดี เขาเอาแต่นั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ดีๆ นางก็ปรากฏตัวกลับมาอยู่ภายในคุกใต้ดินเช่นเดิม ที่แปลกไปกว่านั้นคือนางจำไม่ได้ว่าหายไปกี่วัน อีกเรื่องที่เขาคิดอย่างไรก็ไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้างได้ เขาทำนางเจ็บตัวเขาเองก็ได้รับความเจ็บปวดไม่ต่างกัน

ตอนนี้ อาการเจ็บปวดยังคงไม่ทุเลาลง เพียงแต่ไม่มีร่องรอยว่าเขาได้รับบาดเจ็บมันออกจะประหลาดเกินไปแล้ว ทั้งแผ่นหลังและลำคอดูเหมือนความเจ็บจะฝั่งลึกว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นจริง

หลังจากที่อาสือกลับมารายงานเรื่องจับตัวเฟยจูไปกักขังไว้เรียบร้อยแล้ว และยังจัดเวรยามเฝ้าจับตาดูนางอยู่ไม่ห่าง เขาก็ยังไม่ได้ถอยออกไป แต่สังเกตสีหน้าที่แปลกประหลาดของผู้เป็นนายแทน

บนหน้าผากของหลี่หมิงฮวนมีเหงื่อซึมออกมา ทั้งสีหน้าของเขาราวกับว่ากำลังจับไข้ “ท่านอ๋อง พระองค์เป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” รับใช้มาตั้งแต่เล็กน้อยครั้งนักที่จะเห็นเทพสังหารล้มป่วย

“ไม่ เปิ่นหวางจะพักผ่อนแล้ว เจ้าเองก็ไปพักเถิด” เขาโบกมือไล่อย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกออกโยนทิ้งแล้วเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง

แต่อาการปวดร้าวไปทั้งตัวยังคงไม่หายไปไหน เหงื่อเริ่มออกเต็มแผ่นหลัง คล้ายว่าอีกไม่นานเขาจะต้องเกิดพิษไข้ขึ้นมาอย่างแน่นอน

“ประเดี๋ยวก่อน อาสือ...เจ้าไปเฝ้านางไว้ หากเกิดเรื่องใดมาแจ้งได้ทันที ต่อให้นางเป็นไข้เจ้าก็ต้องมาแจ้ง”

อาสือเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ แต่ก็รับคำสั่งทันที หลี่หมิงฮวนกุมหน้าผากที่ปวดหนึบเอาไว้อย่างหงุดหงิดใจ เขาหัวเราะเย้ยหยันออกมา “หึหึ เปิ่นหวางเองก็อยากจะรู้ หากเจ้าตาย เปิ่นหวางจะต้องตายไปด้วยหรือไม่” เขายิ้มเหี้ยมออกมา ไม่มีทางเชื่อได้อย่างสนิทใจว่าเรื่องราวจะลงเอ่ยเช่นนี้

ตกดึกเฟยจูเพ้อเพราะพิษไข้ ตัวของนางสั่นเทาจนน่าสงสาร อาสือที่มาเฝ้าดูอาการของนางตามคำสั่งก็รีบร้อนไปแจ้งหลี่หมิงฮวนที่จวนพักทันที แต่เมื่อเข้าไปพบที่ห้องนอนก็ต้องตกใจ เมื่อหลี่หมิงฮวนเองก็จับไข้หนาวสั่นอยู่บนเตียง เพียงแต่ว่าเขาดีกว่าเฟยจูตรงที่ยังมีสติรับรู้สั่งความได้ ไม่ได้เพ้อเช่นที่นางเป็น

ตำหนักอ๋องวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พ่อบ้านเถาถูกปลุกขึ้นในกลางดึก ให้ส่งคนไปตามหมอหลวงมาดูอาการหลี่หมิงฮวน บ่าวไพร่เองก็รีบจัดเตรียมข้าวของที่จะต้องใช้อย่างเร่งรีบ

แต่สิ่งที่หลี่หมิงฮวนสั่งความอย่างแรกที่เห็นอาสือ มิใช่ให้ไปตามหมอหลวง แต่ให้ไปพาตัวเฟยจูมาที่เรือนพักของเขาทันที

อาสือเองตกตะลึงไปไม่น้อย ก่อนที่นางจะหมดสติพูดกับเขาเอาไว้ว่าหลี่หมิงฮวนจะต้องปล่อยตัวนางในวันพรุ่งนี้ แต่มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่นางคาดเดาเอาไว้ ยามนี้ขนทุกเส้นบนหัวของอาสือลุกตั้งชันอย่างที่เกิดขึ้นได้น้อยครั้ง นางชนะพนันที่วางเอาไว้ หรือนางมีความสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าที่จะเกิดขึ้น เช่นนั้นสิ่งที่นางพูดว่าท่านอ๋องไม่มีทางสังหารนางก็คงจะเป็นจริง ในหัวอาสือคิดวนไปจนเดินมาถึงห้องขัง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ตอบจบ

    หลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ไม่น่าเชื่อ

    เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ

  • ชะตาเกี่ยวพัน   แพ้ท้องแทนเมีย

    อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด

  • ชะตาเกี่ยวพัน   มีความสุขมากๆ นะลูก

    ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท

  • ชะตาเกี่ยวพัน   อาตมาช่วยเจ้าได้

    อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ข้าได้ยินเสียงบิดามารดาร้องเรียกหาข้า

    รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ข้าไม่ได้ขโมยเสียหน่อย

    ถึงแม้หลี่หมิงฮวนจะไม่ได้เอ่ยถามว่าทั้งสองมีความลับเรื่องใดกัน แต่จากสายตาของเขา อาซานที่อยู่ด้วยมามากกว่าอีกสองคนย่อมรู้ได้ทันที“อาสือ เจ้าส่งคนไปจัดการเรื่องใดให้แม่นางจู”อาสือลุกขึ้นหันมามองทางหลี่หมิงฮวนที่จ้องมองตนอย่างรอคำตอบเช่นกัน จึงได้เอ่ยออกมาตามตรง“เจ้ากล้าขโมยของในตำหนักเลยหรือ!!!”

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ทดสอบบางอย่าง

    นางโวยวายไปตลอดทาง ทั้งยังบอกเขาอยู่หลายหนว่าหลี่หมิงฮวนสั่งให้นางอยู่ภายในเรือน แต่องครักษ์ไม่ยอมที่จะฟังนาง ก่อนที่เฟยจูจะถูกโยนทิ้งที่หน้าเรือนพัก อาสือก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ“ทำอันใดของเจ้าปล่อยแม่นางจูประเดี๋ยวนี้!!!”องครักษ์ตกใจเสียงของอาสือจึงรีบปล่อยมือออกจากเฟยจู อาสือนึกถึงหลี่หมิงฮวนที

  • ชะตาเกี่ยวพัน   ขอให้อาสือช่วยเหลือ

    อู่ซิ่วเองก็เพิ่งจะรู้เรื่อง เขาต่อว่าบิดาเสียยกใหญ่ ทั้งยังกอดปลอบน้องสาวที่ดูจะเสียใจจนเสียสติไปแล้วเอาไว้ด้วย“จูจู เจ้าร่ำลาครอบครัวเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านอ๋องส่งคนมาตามเจ้าแล้ว”เฟยจูปาดน้ำตาทิ้งอย่างไม่ไยดี ในเมื่อนางหนีเรื่องเลวร้ายไม่พ้นแล้ว ต่อให้โวยวายก็ไม่เกิดประโยชน์ใดอีก“ป้าเมี่ยว ข้าขอ

  • ชะตาเกี่ยวพัน   พวกท่านขายขาดข้าหรือ

    เฟยจูกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคุกเข่าลงเช่นเดียวกับป้าเมี่ยวแล้วก้มหน้าลงไม่เงยหน้าสนใจเขาอีก กลัวว่าหากเห็นหน้าเขา นางจะเผยความเกลียดชังออกมาทางแววตา“เจ้าออกไปก่อน”“เพคะ” ป้าเมี่ยวลุกขึ้นถอยออกไป เฟยจูเองก็ทำท่าจะลุกตาม“เปิ่นหวางสั่งเจ้าหรือ” เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างเย็นชา“...” เฟยจูคุกเข่าก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status