เข้าสู่ระบบหลี่ฉินเหลี่ยงเดินเข้ามาใกล้ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนาง “เอาไว้ปลิดชีพตนเอง”
เสียงหัวเราะชอบใจของเขายังดังก้องอยู่ในหูของนาง สติของเฟยจูยังไม่ทันกลับเข้าที่ ก็ถูกลากตัวไปด้านหลังตำหนักที่เงียบสงบเสียแล้ว
เสียงร้องโหยหวนดังเข้าหูเฟยจูช่วยเรียกสติที่เตลิดไปของนางกลับเข้าที่ พื้นที่ห่างไกลจากเรือนพักหลังอื่น ทำให้เสียงที่ดังราวกับถูกเชือดของคนที่โดนทรมานอยู่ด้านใน คนในตำหนักถึงไม่มีผู้ใดได้ยิน
ฝ่าเท้าของเฟยจูดูเหมือนจะหนักอึ้งทันที นางรู้แล้วว่าเหตุใดชินอ๋องถึงไม่ต้องการลิ้นของนางแล้ว เขาต้องการให้นางตายอย่างทรมานที่สุด เพื่อให้สาสมกับความปากดีของนางที่กล้าตำหนิเขาต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน และรู้เหตุผลที่องค์ชายสามส่งมีดสั้นไว้ให้นางปลิดชีพตนเองแล้ว
เสียงร้องของคนจำนวนไม่น้อยด้านใน เป็นนางหากต้องถูกทรมานเช่นนั้นก็คงอยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป นางอยากจะวิ่งหนีไปให้ห่างจากคุกใต้ดินตรงหน้า แต่ไม่รู้จะหาหนทางหนีอย่างไร
องครักษ์สือเหมือนจะรู้ความคิดของเฟยจู เขาลากนางอย่างไม่ปรานีเข้าไปด้านใน ก่อนจะโยนร่างบางของเฟยจูเข้าไปภายในห้องขังที่มีน้ำอยู่มากกว่าครึ่ง
เสียงร้องของนางยังไม่ทันได้เปล่งออกมา ร่างก็จมหายลงไปในน้ำเสียแล้ว
เฮือก เฟยจูตะเกีอกตะกายสูดลมหายใจเข้าเมื่อโผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ ห้องขังที่ถูกขุดลึกลงไปเพื่อเก็บน้ำเอาไว้ด้านล่าง ร่างของเฟยจูมีเพียงส่วนคอขึ้นไปเท่านั้นที่โผล่พ้นผิวน้ำ นางพยายามพยุงตัวไปเกาะกรงขังเพื่อดึงตัวขึ้นจากน้ำ
“อึก...” เฟยจูถูกตัวอะไรไม่รู้ที่อยู่ใต้น้ำกัด นางพยายามพาตัวเองไปให้ถึงเหล็กกรงขังให้ได้ แต่ยิ่งนางขยับตัวมากเพียงใด ก็ยิ่งถูกกัดเพิ่มมากเท่านั้น
เมื่อหันหลังกลับไปมองก็เห็นว่าเหนือผิวน้ำมีงูอยู่ไม่น้อยเลย พอคิดว่าสัตว์ใต้น้ำที่กัดนางคืองู เฟยจูก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง หากมีเพียงหนึ่งตัวนางคงไม่หวาดกลัวเพียงนี้ แต่นี่มัน...มันมากกว่าสิบตัวเสียด้วยซ้ำ
องครักษ์สือที่ยังไม่ไป มองเข้ามาในห้องขังด้วยสายตาเรียบเฉย เขาจ้องมองเฟยจูที่ตะเกียกตะกายเอาตัวรอด นึกถึงสิ่งที่นางพูด ว่าไม่มีผู้ใดสมควรต้องตายก็อดจะบอกเรื่องมีดสั้นกับนางไม่ได้ “มีดสั้นที่องค์ชายสามพระราชทานให้เจ้า คือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เจ้ารอด โชคดี” เขาหมุนตัวเดินจากไป เฟยจูหันไปก็ไม่เห็นเขาเสียแล้ว
มีดสั้นที่ยังกำอยู่ในมือ ถูกตวัดออกไปอย่างไร้ทิศทาง แม้จะบอกว่าฟาดฟันอย่างไม่ตั้งใจ ยังตัดคองูตัวที่กำลังพุ่งเข้ามาฉกนางตายไปได้หนึ่งตัว
เฟยจู ดันตัวขึ้นไปยืนบนพื้นดินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดอย่างยากลำบาก มือข้างซ้ายจับยึดเหล็กเอาไว้ มืออีกข้างกุมมีดเอาไว้แน่น ใต้น้ำมิได้มีเพียงแค่งูเท่านั้น สัตว์มีพิษหลายชนิด แม้แต่หนูตัวใหญ่ที่แอบหลบอยู่ตรงผนัง ก็กระโดดออกมาพุ่งกัดเฟยจูหลังจากที่มันถูกนางทำให้ตกใจ
“ฮึกกก...มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ไออ๋องชั่ววววว” นางกรีดร้องออกมาเสียงดัง มือก็ตวัดมีดใส่สัตว์ที่พุ่งเข้ามากัดนาง
องครักษ์ที่เฝ้าคุกใต้ดิน ต่างสะดุ้งตกใจ มิใช่จากเสียงร้องของเฟยจู แต่เสียงด่าชินอ๋องที่นางตะโกนด่าไม่ขาดปาก
เรี่ยวแรงของนางเริ่มถดถอย แต่ไม่อาจหยุดมือที่ตวัดมีดสั้นได้ มันหมายถึงชีวิตของนางที่จะเสียไปเช่นกัน บนตัวเฟยจูมีร่องรอยถูกกัดอยู่ไม่น้อย
ความหนาวเย็นภายในคุกใต้ดินเริ่มกัดกินผิวกายของนาง มือเท้าเริ่มแข็งจนไม่อยากจะขยับมีดในมือแล้ว ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่หัวใจ นางรับรู้ได้ทันทีว่าพิษกำลังเล่นงานนางแล้ว
“ชินอ๋อง ฉันจะจดจำชื่อของนายและใบหน้าที่เลวร้ายเอาไว้ ชาติหน้าค่อยหาทางแก้แค้นก็แล้วกัน” นางยิ้มเยาะตนเองออกมา มือที่จับกรงขังถูกปล่อยออก ร่างของเฟยจูตกลงไปในน้ำ และค่อยๆ จมลง พร้อมกับสัตว์พิษที่เข้ามารุมกัดร่างกายของนาง “เด็กน้อย ข้าทำเจ้าผิดหวังเสียแล้ว ร่างกายของเจ้า ข้าไม่อาจดูแลได้ บิดา มารดา พี่ชายของเจ้าจะเสียใจมากเพียงใด” นางปวดใจแทนครอบครัวของอู่เฟยจู ไม่รู้ว่าหากพวกเขารู้ว่าบุตรสาวเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้จะรู้สึกเช่นใด
องครักษ์ด้านนอก ได้ยินเสียงเฟยจูตกลงไปในน้ำ และไม่ได้ยินเสียงใดอีกเลย ก็รีบไปรายงานชินอ๋องทันที
หลี่ฉินเหลี่ยง โยนหยกพกเบิกเงินที่ร้านรับแลกเงินให้ชินอ๋องอย่างไม่พอใจนัก “เสด็จอา พระองค์ชนะแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็นเจ้าเองที่ต้องการจะพนันกับข้า เหตุใดถึงได้ไม่พอใจเสียเล่า” ชินอ๋องยังมีใบหน้าเรียบเฉย แต่ฟังจากน้ำเสียงก็พอจะรู้ว่ากำลังพอใจมากเพียงใด
“ว่าแต่...เสด็จอารู้ได้อย่างไรว่านางจะต้องตายในหนึ่งก้านธูป”
“สัตว์พิษใต้น้ำ ข้าเสียเวลาไม่น้อยกว่าจะเสาะหามาได้” เขาพูดด้วยความภูมิใจ “ไปงมร่างของนางขึ้นมา ส่งกลับบ้านเดิมไป แล้วมอบเงินให้ครอบครัวของนางมากเสียหน่อย”
องครักษ์ทั้งหมดต่างตกตะลึงไม่น้อย ที่ชินอ๋องมีเมตตามากเพียงนี้ นอกจากจะส่งร่างคืนแล้วยังมอบเงินปลอบขวัญให้ครอบครัวเดิมของสาวใช้อีก ที่ผ่านมาร่างของบ่าวในตำหนักหรือคนที่ถูกพาตัวมาสอบสวนล้วนแต่ถูกทิ้งไว้ในสุสานไร้ญาติทั้งหมด
อาสือรับคำสั่งแล้วพาองครักษ์ไปที่คุกใต้ดิน องครักษ์สวมชุดป้องกันสัตว์พิษแล้วลงไปงมร่างสาวใช้ใต้น้ำ เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ห้องขังไม่ได้ใหญ่จนต้องใช้เวลานาน บุรุษร่างใหญ่สองคนที่อยู่ใต้น้ำเริ่มมีสีหน้าที่ไม่ดี เมื่อเท้าและมือที่คว้านหาร่างสาวใช้พบเพียงแค่ความวางเปล่า
“เกิดอันใดขึ้น เหตุใดถึงยังไม่พบร่างนาง” อาสือเดินเข้ามาเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ท่านหัวหน้าสือ ใต้น้ำไม่มีสาวใช้นางนั้นขอรับ” ท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขององครักษ์ที่อยู่ใต้น้ำ อาสือรู้ได้ทันว่าพวกเขาไม่ได้กำลังล้อเล่นอยู่
“หาต่อไป ข้าจะไปถามความเห็นจากท่านอ๋อง” เขาไม่อาจสั่งให้นำน้ำออกได้ ต้องรอฟังความเห็นจากท่านอ๋องเท่านั้น
ฝ่ามือของชินอ๋องที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นดื่มชะงักทันที ดวงตาของเขาหรี่ลงอย่างมุ่งร้าย ก่อนจะวางถ้วยชาลงเสียงดัง
“ปิดล้อมทางเข้าออกทั้งหมดของตำหนัก ระบายน้ำออกจากคุกใต้ดินทั้งหมด ตายต้องเห็นศพ อยู่ต้องเห็นคน” เสียงเย็นของเขาทำให้คนทั้งหมดที่ได้ยินถึงกับเสียวสันหลังวาบ
หากคนหายไปจริง ไม่รู้ชินอ๋องจะมีโทสะมากเพียงใด เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ภายในตำหนักอ๋องวุ่นวายอย่างที่ไม่เคยพบเห็น องครักษ์นับร้อยถูกเกณฑ์มาให้หาเฟยจูที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
องครักษ์ที่เฝ้าหน้าห้องขังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเสียงสุดท้ายที่ได้ยิน สาวใช้ที่ถูกลงโทษตกลงไปในน้ำอย่างแน่นอน ถ้อยคำด่าทอที่นางมอบให้ชินอ๋องไว้ก่อนจะเงียบเสียงถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“พูดใหม่อีกรอบ” ชินอ๋องเอ่ยถามโดยที่ดวงตายังจ้องมองไปที่น้ำในห้องขังที่กำลังลดลงเรื่อยๆ จนเห็นสัตว์พิษทั้งเลื่อยทั้งวิ่งอย่างน่าหวาดเสียว
“นางพูดว่า...เด็กน้อย ข้าทำเจ้าผิดหวังเสียแล้ว ร่างกายของเจ้า ข้าไม่อาจดูแลได้ บิดา มารดา พี่ชายของเจ้าจะเสียใจมากเพียงใด” เสียงขององครักษ์เฝ้าหน้าห้องขังสั่นจนควบคุมไม่อยู่
“ร่างกายของเจ้า” หลี่หมิงฮวนหรี่ตาลงอย่างน่ากลัว
น้ำที่ลดลงจนแทบจะมองทุกสิ่งข้างล่างเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้รู้ว่าไม่มีร่างของเฟยจูอยู่ด้านในอย่างไม่ต้องสงสัย เหลือเพียงแค่ว่านางหลุดรอดออกไปได้อย่างไร เป็นคำตอบที่ไม่มีผู้ใดสามารถตอบได้
หลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ
เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ
อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด
ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท
อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื
รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ







