Se connecterอาสือได้แต่หยุดนิ่งมองร่างของนางอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่จะเข้าไปช้อนตัวของนางมาอุ้มเอาไว้ แล้วพาไปที่เรือนพักของหลี่หมิงฮวน
“อื้อออ” เฟยจูเจ็บจนต้องร้องออกมา
อาสือพยายามอุ้มนางให้เบามือที่สุด แต่ก็ยังทำให้นางเจ็บจนร้องครางราวกับลูกแมวที่ถูกตีไปตลอดทางเดิน
หลี่หมิงฮวนนอนพิงหัวเตียงรอให้อาสือพาตัวคนมา เมื่อมาถึงเขาสั่งให้วางตัวนางลงบนพื้นห้อง
“ไปพาสาวใช้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง”
“ขอรับ” อาสือรับคำด้วยความมึนงง ก่อนจะไปหาสาวใช้มาจัดการตามคำสั่ง
สาวใช้ในตำหนักต่างก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเข้าไปภายในเรือนพักของหลี่หมิงฮวน นางก้าวเดินให้เบาที่สุด ถึงอย่างไรก็ยังลนลานอยู่ไม่น้อย เมื่อต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูถึงในห้องนอนของหลี่หมิงฮวน แม้ว่าที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวนจะปล่อยผ้าม่านลงมาจนแทบจะมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านใน สาวใช้ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงที่มองมา จนมือไม้ของนางสั่นเทาไปหมด
สาวใช้เห็นว่าเฟยจูเองก็เป็นสาวใช้เช่นเดียวกับนาง ทั้งยังมีตำแหน่งในตำหนักต่ำกว่านางเสียอีก จึงมิได้ถอดเสื้อผ้าให้นางอย่างเบามือ แผลที่แห้งกรังแนบติดกับชุดไปแล้ว เมื่อใช้แรงดึงเนื้อบางส่วนก็หลุดติดออกมา จนเฟยจูร้องออกมาเสียงดัง “ซี๊ดดด จะ เจ็บ” มิใช่ว่าเพียงเฟยจูเท่านั้นที่เจ็บ หลี่หมิงฮวนเองก็เจ็บราวกับถูกฉีกเนื้อเช่นกัน
“ตัดมือของนางทิ้งเสีย” เสียงลอดไรฟันที่เจือไปด้วยโทสะ ส่งให้สาวใช้รีบคุกเข่าโขกศีรษะเสียงดัง
สาวใช้ผู้เคราะห์ร้ายยังไม่รู้ตัวว่านางทำผิดต่อหลี่หมิงฮวนที่ใด ที่นางทำให้เจ็บเป็นเฟยจูต่างหาก “บ่าวมิได้ตั้งใจเพคะ ไว้ชีวิตของบ่าวด้วย” นางร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“อ๋องชั่ว” เสียงแผ่วเบาที่ดังขัดขึ้นมา ทำให้ภายในห้องนอนเงียบสนิท แม้แต่สาวใช้เองก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องขอความเมตตา ได้แต่ตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
“เหอะ ไปเปลี่ยนคนมาใหม่” หลี่หมิงฮวนกัดฟันแน่น เขามิใช่ว่าไม่อยากลงโทษเฟยจู แต่หากทำมิใช่ว่าทำให้ตนเองเจ็บตัวอีกหรือ
อาสือยังไม่ทันหายตกใจ ก็ลากสาวใช้ออกไป พร้อมทั้งให้พ่อบ้านเถาจัดหาคนที่มือเท้าเขาเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูแทน ผู้ที่มาใหม่เป็นป้าเมี่ยว ที่เคยทำงานร่วมกับเฟยจูมาก่อน นางได้รับคำเตือนจากพ่อบ้านเถามาก่อนแล้ว จึงทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้เฟยจูจะสูดปากด้วยความเจ็บหลายครั้ง แต่หลี่หมิงฮวนเองที่รับรู้ได้เช่นกัน ก็รู้ดีว่านางมิได้เจ็บเช่นที่สาวใช้คนแรกทำกับนาง
ป้าเมี่ยวยังคงอยู่เช็ดตัวในห้องให้เฟยจูตามคำสั่ง นางไม่กล้ามองไปที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวน ได้แต่มองเนื้อตัวของเฟยจูที่มีร่องรอยถูกสัตว์กัด รอยแส้ และรอยนิ้วมือที่ลำคออย่างเห็นใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจเหมือนทุกคนคือ ท่านอ๋องพาตัวเฟยจูมาในห้องเพื่ออันใด แต่ไม่นานก็สิ้นความสงสัย เมื่อหมอหลวงมาถึง
หมอหลวงที่ถูกตามตัวมาอย่างรีบร้อน ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อหลี่หมิงฮวนที่นอนพิงอยู่บนเตียงมิได้ให้เขาตรวจดูอาการของตนก่อน แต่กลับให้รักษาอาการสาวใช้ที่นอนอยู่บนพื้นห้องก่อน
จะเอ่ยถามก็ไม่กล้าด้วยสายตากดดันที่หลี่หมิงฮวนมองจ้องมา ทำได้เพียงรีบตรวจและรักษาบาดแผลให้เฟยจูอย่างไม่เต็มใจ ตนเป็นถึงหมอหลวงแต่ให้ตรวจให้สาวใช้ดูจะเสียเกียรติไปเสียหน่อย
“เบามือของเจ้าหน่อย มิเช่นนั้นเปิ่นหวางจะตัดมือของเจ้าเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงตื่นตกใจไม่น้อย ทั้งๆ ที่หลี่หมิงฮวนแทบจะไม่ได้มองมาทางเขาเลยสักนิด รู้ได้อย่างไรว่าเขาทำแผลให้นางอย่างหนักมือ หรือว่ามีตาหลัง ยิ่งทำให้หมอหลวงหวาดกลัวชื่อเสียงที่ผ่านมาของเขา จำต้องค่อยๆ ทำแผลให้เฟยจูอย่างเบามือที่สุด ราวกับว่านางเป็นองค์หญิงนางหนึ่งก็ไม่ปาน
หลังจากสั่งให้ป้าเมี่ยวต้มยา ดูแลเฟยจูเช่นใดแล้ว หมอกลวงก็ไปตรวจร่างกายให้หลี่หมิงฮวน ตัวเขาเองก็มีไข้ไม่ต่างจากเฟยจู เมื่อจัดเทียบยาให้แล้วหมอหลวงก็กลับออกไป แต่ก่อนที่ตัวจะพ้นห้องนอน เสียงเย็นก็ขู่เตือนเขาไว้เสียก่อน
“เรื่องในคืนนี้ หากมีคนนอกล่วงรู้ เปิ่นหวางจะไปเยือนจวนหลิวของเจ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ ถึงตายกระหม่อมก็ไม่มีทางพูดออกมาพ่ะย่ะค่ะ” หมองหลวงรับคำด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบถอยออกไป ไม่ต้องสั่งก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยนามของชินอ๋องออกมาอยู่แล้ว ผู้ใดอยากจะให้เทพสังหารไปเยือนถึงจวนเล่า เป็นความซวยของเขาเองที่อยู่ใกล้ตำหนักชินอ๋องถึงต้องมารักษาอาการป่วยให้
อาสือถือถ้วยยามาให้หลี่หมิงฮวน เมื่อเห็นว่าเขาล้มตัวจะนอนพักแล้วจึงได้ถามเรื่องเฟยจู
“จะให้กระหม่อม พานางออกไปขังหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง เจ้าไปพักได้แล้ว ส่วนเจ้า...นอนเฝ้านาง อย่าให้นางเพ้อจนรบกวนการนอนของเปิ่นหวาง”
ป้าเมี่ยวรู้ดีว่าคงหมายถึงนาง จึงได้รีบตอบรับ “เพคะ”
แต่จะเอาอะไรกับคนป่วย เฟยจูเพ้อเพราะพิษไข้อยู่หลายหน แต่ป้าเมี่ยวก็รีบร้อนทำให้ตัวนางเย็นลง ด้วยกลัวว่าตนเองจะถูกท่านอ๋องลงโทษ
“ฮึก...ข้าผิดอันใด ฮึก...ถึงได้ทำร้ายข้าเช่นนี้ อ๋องชั่ว ฮึก...ข้าอยากกลับบ้าน ฮึก...” นางสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร แต่คนที่ได้ยินอย่างป้าเมี่ยวตกใจจนแทบอยากจะปิดปากของนางทันที
หลี่หมิงฮวนโมโหจนหน้าเขียวคล้ำ พิษไข้ของเขาก็ยังไม่ทุเลา ยังต้องมาฟังเสียงของร้องไห้ของนางอีก เขาลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินไปนอนพักที่ห้องปีกข้าง ยกห้องนอนของตนเองให้นางไปเสีย ถึงแม้จะนอนกับพื้นก็ตาม
อาสือที่เห็นผู้เป็นนายออกมาก็รีบเข้าไปถามว่าต้องการสิ่งใด แต่หลี่หมิงฮวนไม่ตอบเดินเข้าไปล้มตัวลงนอนที่ห้องปีกข้างแทน เขาจึงต้องเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความง่วงนอนหายเป็นปลิดทิ้ง มีแต่ความสงสัยเต็มหัวไปหมด ท่านอ๋องจะไล่สาวใช้เช่นเฟยจูไปนอนที่อื่นย่อมได้ แต่เหตุใดถึงได้เป็นฝ่ายยอมออกมานอนห้องปีกข้างเสียเอง
หลี่หมิงฮวนมิได้คิดหนักเช่นอาสือหรือองครักษ์คนอื่น เขาต้องการเพียงพักผ่อนเท่านั้น พอไม่ได้ยินเสียงตัดพ้อของนาง เขาก็หลับสนิทไปทันที
เฟยจูนอนไม่ได้สติถึงสามวันเต็มๆ นางล้วนแต่อยู่ภายในห้องของหลี่หมิงฮวน โดยที่เจ้าของห้องออกไปพักที่ห้องตำราแทน แม้บ่าวไพร่ในตำหนักจะสงสัยใคร่รู้ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถามหรือพูดลับหลังสักคน กลัวว่าตนจะมีชะตาชีวิตเช่นที่เฟยจูโดนทรมาน แต่กลับกันพวกนางจะโชคดีที่รอดชีวิตเช่นเฟยจูหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เช่นนั้นอย่าหาเรื่องใส่ตัวเสียดีกว่า
เฟยจู ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ร่างกายของนางไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเช่นที่โดนแส้ในวันนั้นแล้ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ด้วยคิดว่าตนเองได้ไปอยู่ในร่างของคนใหม่แล้ว ด้วยห้องนอนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม แต่แล้วความฝันก็เหมือนจะสลายหายไปกับสายลม เมื่อมีเสียงของป้าเมี่ยวเอ่ยขึ้นเรียกสตินาง
“เจ้าตื่นได้เสียที เป็นเช่นใดบ้าง” ป้าเมี่ยวถอนหายใจออกมา ใต้ตาของนางคล้ำเกิดจากที่แทบจะไม่ได้หลับตาพักผ่อนเช่นกัน
“ป้าเมี่ยว? ข้าอยู่ที่ใด หรือว่า...เรือนท่านหรือ” นางยังเพ้อฝันว่าได้ออกจากตำหนักอ๋องชั่วแล้ว
“ห้องนอนท่านอ๋อง”
“ห๊า!!! นางดีดตัวลุกขึ้นจนบาดแผลที่เริ่มจะสมานปริแตกออกอีกครั้ง ยังไม่ทันที่ป้าเมี่ยวจะเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงเย็นก็ดังมาแทรกเข้ามาเสียก่อน
“เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าตายแล้วเสียอีก”
หลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ
เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ
อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด
ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท
อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื
รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ
เมื่อได้ผลผลิตดีเช่นนี้ อีกทั้งยังใช้เวลาเพาะปลูกไม่นาน หลี่หมิงฮวนจึงรีบเข้าวังเพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้รับทราบ จะได้แบ่งเมล็ดพันธุ์ไปเพาะปลูกพื้นที่หลวง เพื่อจะได้มอบให้ชาวบ้านต่อไปความดีย่อมตกลงมาไม่ถึงเฟยจู ด้วยไม่อาจหาข้ออ้างเรื่องที่นางเป็นเพียงสาวใช้ในตำหนัก แต่มีพันธุ์ข้าวที่วิเศษเช่น
ที่ดินที่อู่เถียนซื้อเอาไว้ ย่อมได้รับคำชี้แนะจากคนที่อาสือส่งมา ที่ดินทั้งหมดจึงอยู่ใกล้ริมแม่น้ำ แม้จะมีราคาสูงหน่อยแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องเพาะปลูก เฟยจูไม่อาจออกไปสำรวจพื้นที่ได้เอง ด้วยใกล้จะมืดแล้ว นางทำได้เพียงฟังบิดาพูดเรื่องสภาพที่ดิน แล้วเริ่มวางแผนว่าจะเพาะปลูกสิ่งใด โดยเขียนแบบแผนเอาไว้ให้อ
หลี่หมิงฮวนเบ้ปากมองตามแผ่นหลังของนางไปอย่างไม่สบอารมณ์ นอกจากเรื่องค้นเจอชายชู้ที่ตำหนักของพระสนมแล้ว หลี่หมิงฮวนยังเจอสิ่งที่น่าสนใจอีกด้วย เพียงแต่เขายังมิได้รายงานเรื่องนี้ให้ฮ่องเต้รับทราบจดหมายติดต่อระหว่างสองแคว้นที่อยู่ในมือ ทำให้หลี่หมิงฮวนไม่อาจสงบใจกลับไปล้างตัวหรือพักผ่อนได้ เขาจำต้องส
ชุดบุรุษมิได้ใส่ยุ่งยากเช่นสตรี เพียงแต่นางไม่อาจรวบผมขึ้นเองได้ จึงต้องให้ป้าเมี่ยวช่วยแต่งตัวให้“เจ้ายังโตไม่เต็มที่ ผู้อื่นคงดูไม่ออกว่าเจ้าเป็นสตรี”เฟยจูไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ที่นางปลอมตัวให้แนบเนียนเช่นนี้ แต่ก็จริงเช่นที่ป้าเมี่ยวพูด ร่างนี้ยังไม่สิบสี่เต็ม สิ่งที่ควรจะมีก็มิได้ใหญ่ขึ้นม







