Masukอาสือได้แต่หยุดนิ่งมองร่างของนางอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่จะเข้าไปช้อนตัวของนางมาอุ้มเอาไว้ แล้วพาไปที่เรือนพักของหลี่หมิงฮวน
“อื้อออ” เฟยจูเจ็บจนต้องร้องออกมา
อาสือพยายามอุ้มนางให้เบามือที่สุด แต่ก็ยังทำให้นางเจ็บจนร้องครางราวกับลูกแมวที่ถูกตีไปตลอดทางเดิน
หลี่หมิงฮวนนอนพิงหัวเตียงรอให้อาสือพาตัวคนมา เมื่อมาถึงเขาสั่งให้วางตัวนางลงบนพื้นห้อง
“ไปพาสาวใช้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง”
“ขอรับ” อาสือรับคำด้วยความมึนงง ก่อนจะไปหาสาวใช้มาจัดการตามคำสั่ง
สาวใช้ในตำหนักต่างก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเข้าไปภายในเรือนพักของหลี่หมิงฮวน นางก้าวเดินให้เบาที่สุด ถึงอย่างไรก็ยังลนลานอยู่ไม่น้อย เมื่อต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูถึงในห้องนอนของหลี่หมิงฮวน แม้ว่าที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวนจะปล่อยผ้าม่านลงมาจนแทบจะมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านใน สาวใช้ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงที่มองมา จนมือไม้ของนางสั่นเทาไปหมด
สาวใช้เห็นว่าเฟยจูเองก็เป็นสาวใช้เช่นเดียวกับนาง ทั้งยังมีตำแหน่งในตำหนักต่ำกว่านางเสียอีก จึงมิได้ถอดเสื้อผ้าให้นางอย่างเบามือ แผลที่แห้งกรังแนบติดกับชุดไปแล้ว เมื่อใช้แรงดึงเนื้อบางส่วนก็หลุดติดออกมา จนเฟยจูร้องออกมาเสียงดัง “ซี๊ดดด จะ เจ็บ” มิใช่ว่าเพียงเฟยจูเท่านั้นที่เจ็บ หลี่หมิงฮวนเองก็เจ็บราวกับถูกฉีกเนื้อเช่นกัน
“ตัดมือของนางทิ้งเสีย” เสียงลอดไรฟันที่เจือไปด้วยโทสะ ส่งให้สาวใช้รีบคุกเข่าโขกศีรษะเสียงดัง
สาวใช้ผู้เคราะห์ร้ายยังไม่รู้ตัวว่านางทำผิดต่อหลี่หมิงฮวนที่ใด ที่นางทำให้เจ็บเป็นเฟยจูต่างหาก “บ่าวมิได้ตั้งใจเพคะ ไว้ชีวิตของบ่าวด้วย” นางร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร
“อ๋องชั่ว” เสียงแผ่วเบาที่ดังขัดขึ้นมา ทำให้ภายในห้องนอนเงียบสนิท แม้แต่สาวใช้เองก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องขอความเมตตา ได้แต่ตัวสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว
“เหอะ ไปเปลี่ยนคนมาใหม่” หลี่หมิงฮวนกัดฟันแน่น เขามิใช่ว่าไม่อยากลงโทษเฟยจู แต่หากทำมิใช่ว่าทำให้ตนเองเจ็บตัวอีกหรือ
อาสือยังไม่ทันหายตกใจ ก็ลากสาวใช้ออกไป พร้อมทั้งให้พ่อบ้านเถาจัดหาคนที่มือเท้าเขาเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูแทน ผู้ที่มาใหม่เป็นป้าเมี่ยว ที่เคยทำงานร่วมกับเฟยจูมาก่อน นางได้รับคำเตือนจากพ่อบ้านเถามาก่อนแล้ว จึงทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้เฟยจูจะสูดปากด้วยความเจ็บหลายครั้ง แต่หลี่หมิงฮวนเองที่รับรู้ได้เช่นกัน ก็รู้ดีว่านางมิได้เจ็บเช่นที่สาวใช้คนแรกทำกับนาง
ป้าเมี่ยวยังคงอยู่เช็ดตัวในห้องให้เฟยจูตามคำสั่ง นางไม่กล้ามองไปที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวน ได้แต่มองเนื้อตัวของเฟยจูที่มีร่องรอยถูกสัตว์กัด รอยแส้ และรอยนิ้วมือที่ลำคออย่างเห็นใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เข้าใจเหมือนทุกคนคือ ท่านอ๋องพาตัวเฟยจูมาในห้องเพื่ออันใด แต่ไม่นานก็สิ้นความสงสัย เมื่อหมอหลวงมาถึง
หมอหลวงที่ถูกตามตัวมาอย่างรีบร้อน ก็ต้องแปลกใจอีกครั้ง เมื่อหลี่หมิงฮวนที่นอนพิงอยู่บนเตียงมิได้ให้เขาตรวจดูอาการของตนก่อน แต่กลับให้รักษาอาการสาวใช้ที่นอนอยู่บนพื้นห้องก่อน
จะเอ่ยถามก็ไม่กล้าด้วยสายตากดดันที่หลี่หมิงฮวนมองจ้องมา ทำได้เพียงรีบตรวจและรักษาบาดแผลให้เฟยจูอย่างไม่เต็มใจ ตนเป็นถึงหมอหลวงแต่ให้ตรวจให้สาวใช้ดูจะเสียเกียรติไปเสียหน่อย
“เบามือของเจ้าหน่อย มิเช่นนั้นเปิ่นหวางจะตัดมือของเจ้าเสีย”
“พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงตื่นตกใจไม่น้อย ทั้งๆ ที่หลี่หมิงฮวนแทบจะไม่ได้มองมาทางเขาเลยสักนิด รู้ได้อย่างไรว่าเขาทำแผลให้นางอย่างหนักมือ หรือว่ามีตาหลัง ยิ่งทำให้หมอหลวงหวาดกลัวชื่อเสียงที่ผ่านมาของเขา จำต้องค่อยๆ ทำแผลให้เฟยจูอย่างเบามือที่สุด ราวกับว่านางเป็นองค์หญิงนางหนึ่งก็ไม่ปาน
หลังจากสั่งให้ป้าเมี่ยวต้มยา ดูแลเฟยจูเช่นใดแล้ว หมอกลวงก็ไปตรวจร่างกายให้หลี่หมิงฮวน ตัวเขาเองก็มีไข้ไม่ต่างจากเฟยจู เมื่อจัดเทียบยาให้แล้วหมอหลวงก็กลับออกไป แต่ก่อนที่ตัวจะพ้นห้องนอน เสียงเย็นก็ขู่เตือนเขาไว้เสียก่อน
“เรื่องในคืนนี้ หากมีคนนอกล่วงรู้ เปิ่นหวางจะไปเยือนจวนหลิวของเจ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ ถึงตายกระหม่อมก็ไม่มีทางพูดออกมาพ่ะย่ะค่ะ” หมองหลวงรับคำด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะรีบถอยออกไป ไม่ต้องสั่งก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยนามของชินอ๋องออกมาอยู่แล้ว ผู้ใดอยากจะให้เทพสังหารไปเยือนถึงจวนเล่า เป็นความซวยของเขาเองที่อยู่ใกล้ตำหนักชินอ๋องถึงต้องมารักษาอาการป่วยให้
อาสือถือถ้วยยามาให้หลี่หมิงฮวน เมื่อเห็นว่าเขาล้มตัวจะนอนพักแล้วจึงได้ถามเรื่องเฟยจู
“จะให้กระหม่อม พานางออกไปขังหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง เจ้าไปพักได้แล้ว ส่วนเจ้า...นอนเฝ้านาง อย่าให้นางเพ้อจนรบกวนการนอนของเปิ่นหวาง”
ป้าเมี่ยวรู้ดีว่าคงหมายถึงนาง จึงได้รีบตอบรับ “เพคะ”
แต่จะเอาอะไรกับคนป่วย เฟยจูเพ้อเพราะพิษไข้อยู่หลายหน แต่ป้าเมี่ยวก็รีบร้อนทำให้ตัวนางเย็นลง ด้วยกลัวว่าตนเองจะถูกท่านอ๋องลงโทษ
“ฮึก...ข้าผิดอันใด ฮึก...ถึงได้ทำร้ายข้าเช่นนี้ อ๋องชั่ว ฮึก...ข้าอยากกลับบ้าน ฮึก...” นางสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร แต่คนที่ได้ยินอย่างป้าเมี่ยวตกใจจนแทบอยากจะปิดปากของนางทันที
หลี่หมิงฮวนโมโหจนหน้าเขียวคล้ำ พิษไข้ของเขาก็ยังไม่ทุเลา ยังต้องมาฟังเสียงของร้องไห้ของนางอีก เขาลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะเดินไปนอนพักที่ห้องปีกข้าง ยกห้องนอนของตนเองให้นางไปเสีย ถึงแม้จะนอนกับพื้นก็ตาม
อาสือที่เห็นผู้เป็นนายออกมาก็รีบเข้าไปถามว่าต้องการสิ่งใด แต่หลี่หมิงฮวนไม่ตอบเดินเข้าไปล้มตัวลงนอนที่ห้องปีกข้างแทน เขาจึงต้องเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความง่วงนอนหายเป็นปลิดทิ้ง มีแต่ความสงสัยเต็มหัวไปหมด ท่านอ๋องจะไล่สาวใช้เช่นเฟยจูไปนอนที่อื่นย่อมได้ แต่เหตุใดถึงได้เป็นฝ่ายยอมออกมานอนห้องปีกข้างเสียเอง
หลี่หมิงฮวนมิได้คิดหนักเช่นอาสือหรือองครักษ์คนอื่น เขาต้องการเพียงพักผ่อนเท่านั้น พอไม่ได้ยินเสียงตัดพ้อของนาง เขาก็หลับสนิทไปทันที
เฟยจูนอนไม่ได้สติถึงสามวันเต็มๆ นางล้วนแต่อยู่ภายในห้องของหลี่หมิงฮวน โดยที่เจ้าของห้องออกไปพักที่ห้องตำราแทน แม้บ่าวไพร่ในตำหนักจะสงสัยใคร่รู้ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถามหรือพูดลับหลังสักคน กลัวว่าตนจะมีชะตาชีวิตเช่นที่เฟยจูโดนทรมาน แต่กลับกันพวกนางจะโชคดีที่รอดชีวิตเช่นเฟยจูหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เช่นนั้นอย่าหาเรื่องใส่ตัวเสียดีกว่า
เฟยจู ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ร่างกายของนางไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดเช่นที่โดนแส้ในวันนั้นแล้ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ด้วยคิดว่าตนเองได้ไปอยู่ในร่างของคนใหม่แล้ว ด้วยห้องนอนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม แต่แล้วความฝันก็เหมือนจะสลายหายไปกับสายลม เมื่อมีเสียงของป้าเมี่ยวเอ่ยขึ้นเรียกสตินาง
“เจ้าตื่นได้เสียที เป็นเช่นใดบ้าง” ป้าเมี่ยวถอนหายใจออกมา ใต้ตาของนางคล้ำเกิดจากที่แทบจะไม่ได้หลับตาพักผ่อนเช่นกัน
“ป้าเมี่ยว? ข้าอยู่ที่ใด หรือว่า...เรือนท่านหรือ” นางยังเพ้อฝันว่าได้ออกจากตำหนักอ๋องชั่วแล้ว
“ห้องนอนท่านอ๋อง”
“ห๊า!!! นางดีดตัวลุกขึ้นจนบาดแผลที่เริ่มจะสมานปริแตกออกอีกครั้ง ยังไม่ทันที่ป้าเมี่ยวจะเอ่ยสิ่งใดออกมา เสียงเย็นก็ดังมาแทรกเข้ามาเสียก่อน
“เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าตายแล้วเสียอีก”
ถึงแม้หลี่หมิงฮวนจะไม่ได้เอ่ยถามว่าทั้งสองมีความลับเรื่องใดกัน แต่จากสายตาของเขา อาซานที่อยู่ด้วยมามากกว่าอีกสองคนย่อมรู้ได้ทันที“อาสือ เจ้าส่งคนไปจัดการเรื่องใดให้แม่นางจู”อาสือลุกขึ้นหันมามองทางหลี่หมิงฮวนที่จ้องมองตนอย่างรอคำตอบเช่นกัน จึงได้เอ่ยออกมาตามตรง“เจ้ากล้าขโมยของในตำหนักเลยหรือ!!!” อาซานชี้หน้าเฟยจูอย่างมีโทสะ“ข้าไม่ได้ขโมยเสียหน่อย” นางแทบจะกระโดดเพราะความร้อนใจแล้ว ด้วยไม่รู้จะอธิบายที่มาของโสมพันปีเช่นใดหลี่หมิงฮวนพอจะมองออกว่ามีความลับที่ไม่อาจพูดออกมาได้ นางคงได้มาตอนที่หายไปห้าวันเป็นแน่ เป็นช่วงเวลาดี ที่เขาจะรีดความจริงออกมาจากปากของนาง จึงไล่คนทั้งสามให้ออกไปเฝ้าอยู่หน้าห้องตำรา และให้พาคนทั้งหมดถอยห่างออกไป เพื่อจะไม่ต้องได้ยินในสิ่งที่เฟยจูนางจะสารภาพออกมา"พูดความจริงออกมา เช่นนั้น...เปิ่นหวางลงมือกับเจ้าไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับครอบครัวของเจ้า”เฟยจู อ้าปากเม้มปากลงอยู่หลายหน ดูเหมือนหลี่หมิงฮวนเองก็เริ่มไม่พอใจแล้ว นางถึงได้ยอมเปิดปากพูดออกมา“ท่านอ๋อง รับปากบ่าวก่อนเพคะ ท่านอ๋องจะไม่จับบ่าวไปเผาหรือฝังทั้งเป็น”“นี่...เจ้าโง่เพียงใดกัน” เขาเลิกคิ้วมองเยาะเย้
นางโวยวายไปตลอดทาง ทั้งยังบอกเขาอยู่หลายหนว่าหลี่หมิงฮวนสั่งให้นางอยู่ภายในเรือน แต่องครักษ์ไม่ยอมที่จะฟังนาง ก่อนที่เฟยจูจะถูกโยนทิ้งที่หน้าเรือนพัก อาสือก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ“ทำอันใดของเจ้าปล่อยแม่นางจูประเดี๋ยวนี้!!!”องครักษ์ตกใจเสียงของอาสือจึงรีบปล่อยมือออกจากเฟยจู อาสือนึกถึงหลี่หมิงฮวนที่นั่งพูดคุยเรื่องงานกับที่ปรึกษาและขุนนางอีกสองสามคน อยู่ดีๆ เขาก็หงายหลังล้มลงจากเก้าอี้ ก่อนจะตะโกนก้องเรียกชื่อของ อู่เฟยจูออกมา ทั้งยังสั่งให้อาสือรีบไปพาตัวนางมาพบที่ห้องตำรา แม้จะไม่เข้าใจ ทั้งที่ล้มลงไปเองแท้ๆ แต่กลับนึกถึงสาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ภายในจวนพออาสือเร่งรีบมาที่เรือนพักก็เห็นว่าเฟยจูกำลังถูกฉุดกระชากลากถูกอยู่ เขามิใช่คนโง่จึงพอจะมองออกว่า ทั้งสองต้องมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่คิดได้ในใจไม่ควรจะเอ่ยถามออกท่านอ๋องออกมา หากยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อความร้อนใจทำให้อาสือถีบองครักษ์ที่รังแกเฟยจูไปเต็มแรง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตั้งใจที่จะลากเฟยจูให้เจ็บตัวไปด้วยกันหรือไม่ องครักษ์นายนั้นจึงทิ้งน้ำหนักตัวมาทางเฟยจูและล้มกลิ้งไปกองอยู่กับพื้นอีกครั้ง“โอ๊ยยย เจ็บ...ท่านช่
อู่ซิ่วเองก็เพิ่งจะรู้เรื่อง เขาต่อว่าบิดาเสียยกใหญ่ ทั้งยังกอดปลอบน้องสาวที่ดูจะเสียใจจนเสียสติไปแล้วเอาไว้ด้วย“จูจู เจ้าร่ำลาครอบครัวเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านอ๋องส่งคนมาตามเจ้าแล้ว”เฟยจูปาดน้ำตาทิ้งอย่างไม่ไยดี ในเมื่อนางหนีเรื่องเลวร้ายไม่พ้นแล้ว ต่อให้โวยวายก็ไม่เกิดประโยชน์ใดอีก“ป้าเมี่ยว ข้าขอเวลาสักครู่เถิด มีอีกสองสามประโยคที่ข้าจะพูดกับครอบครัว” นางสงบเยือกเย็นขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าอยู่ตามลำพังแล้ว สภาพของครอบครัวใหม่ของนางในยามนี้ก็คงไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ จะโทษพวกเขาไปทั้งหมดก็ไม่ถูก ใครให้ครอบครัวคนจีนไม่ว่าจะยุคสมัยไหนเห็นบุตรชายดีกว่าบุตรสาวเล่านางเรียกโสมพันปีในมิติของเทพแห่งการสร้างออกมามอบให้พวกเขา ถือว่าเป็นค่าร่างอู่เฟยจูที่ให้นางมาอาศัยอยู่“พวกท่านเก็บเอาไว้ให้ดี นำไปขาย เงินที่ได้ พวกท่านนำไปตั้งตัว ส่งพี่ชายไปเรียนที่สำนักศึกษา เพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่มีผู้ใดหลอกพวกท่านได้อีก”ทั้งสามเบิกตากว้างจ้องมองโสมหัวใหญ่อย่างตื่นตกใจ“อย่าได้พูดสิ่งใดออกมา” นางเตือนเมื่อเห็นพวกเขากำลังอ้าปากจะพูด “รู้ไว้ว่าข้ามิได้ขโมยมา พวกท่านไม่ต้องกลัวว่าจะนำออกไปไม่ได้ เพียงอย
เฟยจูกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคุกเข่าลงเช่นเดียวกับป้าเมี่ยวแล้วก้มหน้าลงไม่เงยหน้าสนใจเขาอีก กลัวว่าหากเห็นหน้าเขา นางจะเผยความเกลียดชังออกมาทางแววตา“เจ้าออกไปก่อน”“เพคะ” ป้าเมี่ยวลุกขึ้นถอยออกไป เฟยจูเองก็ทำท่าจะลุกตาม“เปิ่นหวางสั่งเจ้าหรือ” เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างเย็นชา“...” เฟยจูคุกเข่าก้มหน้าลงเช่นเดิม“ตอบทุกสิ่งที่เปิ่นหวางถาม มิเช่นนั้น...เปิ่นหวางก็ไม่รังเกียจหากต้องเพิ่มรอยแส้บนตัวเจ้าอีกสักสองสามรอย”เฟยจูถอนหายใจออกมา “เชิญท่านอ๋องสอบสวนหม่อมฉันได้เลยเพคะ”“ดี อ้อ...ก่อนที่จะสอบสวน ครอบครัวของเจ้าอยู่ในเงื้อมมือของเปิ่นหวาง เจ้าควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูด”เฟยจูเงยหน้าขึ้นมองหลี่หมิงฮวนอย่างไม่พอใจ นางไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายถึงขั้นจับตัวคนในครอบครัวมาต่อรองกับนาง สิ่งที่อาสือเคยบอกนางไว้ นางล้วนแต่จำไม่ได้แล้วทั้งสิ้น จึงไม่แปลกใจที่พอได้ยินนางจะตกใจเพียงนี้“เจ้าหายออกจากคุกใต้ดินไปได้เช่นใด”“หม่อมฉันเองก็ไม่รู้เพคะว่าหายออกไปได้เช่นใด” ก็นางไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งใดที่ทำให้นางไปโผล่ในห้วงมิติของเทพแห่งการสร้างได้หลี่หมิงฮวนหรี่ตามองนางราวกับอสรพิษร้าย “แล้วเจ้ากลับมาได้อย
อาสือได้แต่หยุดนิ่งมองร่างของนางอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่จะเข้าไปช้อนตัวของนางมาอุ้มเอาไว้ แล้วพาไปที่เรือนพักของหลี่หมิงฮวน“อื้อออ” เฟยจูเจ็บจนต้องร้องออกมาอาสือพยายามอุ้มนางให้เบามือที่สุด แต่ก็ยังทำให้นางเจ็บจนร้องครางราวกับลูกแมวที่ถูกตีไปตลอดทางเดินหลี่หมิงฮวนนอนพิงหัวเตียงรอให้อาสือพาตัวคนมา เมื่อมาถึงเขาสั่งให้วางตัวนางลงบนพื้นห้อง“ไปพาสาวใช้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง”“ขอรับ” อาสือรับคำด้วยความมึนงง ก่อนจะไปหาสาวใช้มาจัดการตามคำสั่งสาวใช้ในตำหนักต่างก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเข้าไปภายในเรือนพักของหลี่หมิงฮวน นางก้าวเดินให้เบาที่สุด ถึงอย่างไรก็ยังลนลานอยู่ไม่น้อย เมื่อต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูถึงในห้องนอนของหลี่หมิงฮวน แม้ว่าที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวนจะปล่อยผ้าม่านลงมาจนแทบจะมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านใน สาวใช้ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงที่มองมา จนมือไม้ของนางสั่นเทาไปหมดสาวใช้เห็นว่าเฟยจูเองก็เป็นสาวใช้เช่นเดียวกับนาง ทั้งยังมีตำแหน่งในตำหนักต่ำกว่านางเสียอีก จึงมิได้ถอดเสื้อผ้าให้นางอย่างเบามือ แผลที่แห้งกรังแนบติดกับชุดไปแล้ว เมื่อใช้แรงดึงเนื้อบางส่วนก็หลุดติดออกมา จนเฟยจูร้อง
ตัวหลี่หมิงฮวนเองก็กัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ถึงแม้มิได้มีเลือดไหลออก ผิวหนังปริแตกเช่นเฟยจูที่อยู่บนพื้น แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ต่างจากนางเลยสักนิด“เจ้าทำอันใดกับข้า” เขากระชากนางขึ้นมาถามอย่างเจ็บแค้นเฟยจูแทบจะหมดสติไปแล้ว ร่างกายของนางถึงจะอยู่ภายในมิติหลายวัน แต่พอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็กลับไปอ่อนแอเปราะบางเช่นเดิม มาถึงยังจะถูกเขาทรมานจะให้นางทนรับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร“หากท่านอ๋องไม่โง่พอ คงจะมองออกว่ามีแต่ข้าที่ถูกท่านทำร้าย” เสียงของนางเบาราวกับยุงบินผ่าน แต่องครักษ์ที่อยู่ไกลล้วนได้ยิน ต่างก็ตกใจไม่น้อยที่เฟยจูยังคงปากกล้าไม่เปลี่ยน ทุกคนคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วลมหายใจต่อมาจะต้องเห็นศีรษะของนางหล่นลงพื้นเป็นแน่แต่ทุกคนล้วนคาดเดาผิด หลี่หมิงฮวนสะบัดตัวนางออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะสั่งให้องครักษ์ลากเฟยจูไปขังไว้ที่คุกมืดที่หนาวเหน็บแทน “พานางไปขังไว้ หากครั้งนี้ปล่อยให้นางหนีหายออกไปได้ พวกเจ้าก็นำหัวของเจ้ามามอบให้เปิ่นหวางแทนหลี่หมิงฮวนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที เขาต้องทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียก่อน ด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดยามที่ลงมือทำร้ายนาง มิใช่มีเพียง







