Se connecterเฟยจูกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคุกเข่าลงเช่นเดียวกับป้าเมี่ยวแล้วก้มหน้าลงไม่เงยหน้าสนใจเขาอีก กลัวว่าหากเห็นหน้าเขา นางจะเผยความเกลียดชังออกมาทางแววตา
“เจ้าออกไปก่อน”
“เพคะ” ป้าเมี่ยวลุกขึ้นถอยออกไป เฟยจูเองก็ทำท่าจะลุกตาม
“เปิ่นหวางสั่งเจ้าหรือ” เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างเย็นชา
“...” เฟยจูคุกเข่าก้มหน้าลงเช่นเดิม
“ตอบทุกสิ่งที่เปิ่นหวางถาม มิเช่นนั้น...เปิ่นหวางก็ไม่รังเกียจหากต้องเพิ่มรอยแส้บนตัวเจ้าอีกสักสองสามรอย”
เฟยจูถอนหายใจออกมา “เชิญท่านอ๋องสอบสวนหม่อมฉันได้เลยเพคะ”
“ดี อ้อ...ก่อนที่จะสอบสวน ครอบครัวของเจ้าอยู่ในเงื้อมมือของเปิ่นหวาง เจ้าควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูด”
เฟยจูเงยหน้าขึ้นมองหลี่หมิงฮวนอย่างไม่พอใจ นางไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายถึงขั้นจับตัวคนในครอบครัวมาต่อรองกับนาง สิ่งที่อาสือเคยบอกนางไว้ นางล้วนแต่จำไม่ได้แล้วทั้งสิ้น จึงไม่แปลกใจที่พอได้ยินนางจะตกใจเพียงนี้
“เจ้าหายออกจากคุกใต้ดินไปได้เช่นใด”
“หม่อมฉันเองก็ไม่รู้เพคะว่าหายออกไปได้เช่นใด” ก็นางไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งใดที่ทำให้นางไปโผล่ในห้วงมิติของเทพแห่งการสร้างได้
หลี่หมิงฮวนหรี่ตามองนางราวกับอสรพิษร้าย “แล้วเจ้ากลับมาได้อย่างไร” เขาพยายามใจเย็นถึงที่สุดแล้ว
“หม่อมฉันก็ไม่รู้เช่นกันเพคะ มารู้ตัวอีกครั้งก็พบท่านอ๋องที่หน้าห้องขังแล้ว”
“เจ้าอยากทดสอบความอดทนของเปิ่นหวาง” เขาเริ่มคุมตนเองไม่อยู่ ก้าวเดินเข้ามาหานางช้าๆ
“มิใช่เพคะ” นางถอยหลังด้วยความหวาดกลัว “แต่หม่อมฉันไม่รู้จริงๆ”
“หึหึ ดีดี” เขาบีบต้นแขนของนางแน่น ราวกับอยากจะกระชากให้มันหลุดติดมือของเขาออกมา
“จะ เจ็บ เจ็บเพคะ” นางถลึงตามองเขา แต่ก็เห็นหลี่หมิงฮวนไม่ได้สนใจมองนางเลย เขากำลังจ้องมองแขนของตนเอง และเพิ่มน้ำหนักมืออีกครั้ง ก่อนจะปล่อยออก
“ไปให้พ้นหน้าเปิ่นหวางเสีย” เขาเอ่ยเสียงเย็นลอดไรฟันออกมา
“เออ...ท่านอ๋อง หมายถึง ยอมให้บ่าวไถ่ถอนตัวได้แล้วใช่หรือไม่เพคะ” หากเป็นเช่นนั้น นางจะไปหาครอบครัวแล้วนำของมีค่าให้พวกเขาไปขายเพื่อมาไถ่ถอนตัวนางออกไป
“เปิ่นหวางพูดเช่นนั้นหรือ” เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ ดูจากสภาพครอบครัวของนางคงไม่อาจหาเงินมาไถ่ถอนตัวนางได้ในเร็ววัน
“เมื่อครู่ ท่านอ๋องพูดเองว่าให้บ่าวไสหัวไป” นางมองเขาอย่างไม่เข้าใจ ดูเหมือนผีเข้าผีออกเสียจริง
“อ้อ...เปิ่นหวางเปลี่ยนใจเสียแล้ว นับจากนี้เจ้าย้ายมาเป็นสาวใช้ในเรือนของเปิ่นหวาง หากไม่มีคำสั่งใด ห้ามก้าวเท้าออกไปจากเรือนพักเป็นอันขาด”
“ห๊า!!! แต่ว่า...สัญญาขายตัวของบ่าวไม่ขายขาด หากครอบครัวบ่าวหาเงินมาไถ่ถอนตัวได้ บ่าวก็ได้กลับไปหาครอบครัวใช่หรือไม่เพคะ” นางกำลังถูกเขาควบคุมตัวอยู่
“ผู้ใดบอกเจ้าว่าสัญญาของเจ้าเป็นเช่นนั้น พ่อบ้านเถา ไปเอาสัญญาขายตัวของนางมาให้นางดู”
เฟยจูเริ่มกลัวเสียแล้ว จากความทรงจำเดิม ตระกูลอู่มิได้ขายขาดตัวนาง หรือว่าอู่เฟยจูนางจะเข้าใจผิด เฟยจูเริ่มกระสับกระส่ายมองไปทางประตูห้องอยู่ตลอด เมื่อเห็นพ่อบ้านเถากลับมา นางก็รีบเดินไปหาเขาทันที
“เป็นไปไม่ได้ ท่านหลอกข้า!!! ข้าจำได้ สัญญาขายตัวของข้ามิได้ขายขาด” นางเดินไปหาหลี่หมิงฮวนแล้วยื่นกระดาษไปตรงหน้าของเขา
“เจ้าอ่านออก?”
เฟยจูนิ่งอึ้งไปทันที ใช่...นางอ่านออก ภพก่อนนางเรียนรู้ตัวอักษรโบราณมาไม่น้อย ด้วยงานวิจัยบางตัวต้องหาข้อมูลจากตำราโบราณ นางไม่ต้องการวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่แปลตัวอักษรให้ จึงเริ่มเรียนรู้จนอ่านออกเขียนได้ แต่ก็ไม่ได้นับว่าเก่งกาจอันใด
“ครอบครัวเจ้าอยู่ในตำหนัก เจ้าไปสอบถามพวกเขาได้ ว่าในกระดาษที่ประทับนิ้วมือใช่นิ้วมือของบิดาเจ้าหรือไม่”
หลี่หมิงฮวนมมองนางอย่างพิจารณา เดิมทีนางเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านครอบครัวยากจน ไม่มีทางจะอ่านหนังสือออกแน่นอน ไหนจะคำพูดประหลาดของนาง จริงทำให้สงสัยความเป็นมาของนางมากกว่าเดิม
เฟยจูต้องมองหลี่หมิงฮวนอย่างโกรธแค้น ก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องนอนของเขาทันที เนื่องจากเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ นางเดินไปได้ไม่ไกลก็เริ่มเหนื่อยหอบแล้ว จนป้าเมี่ยวที่อยู่ด้านนอกต้องเข้ามาช่วยประคองนางไปที่เรือนพักของครอบครัวนาง และเอ่ยเตือนให้นางอย่าได้แข็งข้อกับท่านอ๋อง
“จูจู เจ้าเปลี่ยนเป็นใจกล้าเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด แม้แต่รับสั่งของท่านอ๋องเจ้าก็กล้าที่จะขัดหรือ”
“คงเป็นตั้งแต่ตอนที่ข้าถูกโยนเข้าไปคุกใต้ดินกระมัง ท่านป้า...ท่านจำได้หรือไม่ ว่าข้าถูกขายขาดเข้ามาในตำหนักอ๋องหรือไม่”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้ ต่อให้รู้ข้าเองก็ไม่อาจพูดออกมาได้ เจ้าอย่าได้ทำให้ข้าต้องลำบากไปด้วย”
เฟยจูถอนหายใจออกมา นางรู้ดีว่าทุกคนก็ต้องรักตัวกลัวตายทั้งสิ้น แต่นางยอมไม่ได้ที่ต้องถูกรังแกมากเพียงนี้
เรือนพักที่ตระกูลอู่ถูกคุมตัวเอาไว้ พวกเขามิได้อยู่อย่างลำบาก เพียงแต่ไม่อาจออกไปที่ใดได้ เมื่อเห็นเฟยจูปลอดภัย แต่ร่างกายซูบผอมลงไปไม่น้อย ก็เดินเข้ามาหาอย่างยินดี
“จูจู แม่คิดว่าเจ้าเป็นอันใดไปแล้วเสียอีก”
“เกิดเรื่องใดขึ้นแน่ พ่อ แม่กับพี่ชายเจ้า ถูกพาตัวมาได้หลายวันแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าทำสิ่งใดผิด ท่านอ๋องมีโทสะคิดจะลงโทษทั้งครอบครัวเสียอีก”
“เหตุใดน้องถึงได้ซูบผอมเช่นนี้เล่า หรือว่าเจ้าอยู่อย่างลำบาก อีกไม่นาน พี่จะต้องหาเงินมาไถ่ถอนตัวเจ้าอย่างแน่นอน”
เฟยจูเม้มปากแน่น มองหน้าทั้งสามสลับไปมา แววตาของนางสับสนอย่างบอกไม่ถูก รู้ดีว่าทั้งสามห่วงใยนางอย่างแท้จริง แต่ว่า...ใบหน้าของทั้งสามช่างคล้ายกับครอบครัวของนางในโลกก่อนเสียจริง
“โฮ....ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ชาย” นางโผเข้ากอดทั้งสามเอาไว้แน่น แล้วปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ
หลี่หมิงฮวนที่กลับไปที่ห้องตำรา กำลังนั่งกุมหน้าอกใบหน้าซีดขาวอยู่ เขากัดฟันแน่น ร้องตะโกนสั่งให้คนไปดูว่าทางด้านเฟยจูเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่
“ห่างเปิ่นหวางไม่ถึงจิบถ้วยชา เจ้าสร้างเรื่องอีกแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนได้แต่คิดว่าเป็นเวรกรรมอะไรที่ทำให้เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดร่วมไปกับนางด้วย
เฟยจูหยุดร้องไห้แล้ว นางกำลังนั่งมองหน้าครอบครัวของนางที่ตื่นตกใจอยู่ อู่เถียนผู้เป็นบิดาเองก็ดูจะปวดใจไม่น้อย ด้วยรู้ดีว่าต่อให้เฟยจูเต็มใจที่จะขายตัวเข้ามาเป็นสาวใช้ แต่นางคงต้องปวดใจที่ต้องจากครอบครัว ไห่ฉีผู้เป็นมารดาก็ร่ำไห้ไม่ต่างจากบุตรสาว อู่ซิ่วผู้เป็นพี่ชายได้แต่แค้นใจที่ตนเองต้องล้มป่วยจนน้องสาวต้องถูกชายเพื่อยื้อชีวิตของเขาเอาไว้
“พวกท่าน รู้หรือไม่ว่าตอนที่ขายข้าเป็นสาวใช้ ขายขาดหรือว่า...ไถ่ถอนตัวได้” นางมองพวกเขาอย่างมีความหวัง
“เออ...” อู่เถียนดูจะอึกอักพูดอะไรไม่ออก จนใจของเฟยจูอดกระตุกไม่ได้
“ท่าน ท่านขายขาดหรือ” เสียงของนางเบาราวกับจะเปล่งออกมาไม่ได้
“พ่อขอโทษ แต่เงินที่จะใช้รักษาพี่ชายเจ้าไม่พอ ข้าต้องหายืมคนไปทั่ว พอหายดีคิดจะให้พี่ชายเจ้าทำงานเพื่อใช้หนี้ แต่ถูกพาตัวมาที่นี่เสียก่อน ท่านอ๋องรู้ปัญหาเข้าจึงมอบเงินให้ข้าไปใช้หนี้จนหมด เพื่อแลกกับเจ้าให้ทำงานรับใช้อยู่ในตำหนัก จูจู ท่านอ๋องเมตตาเจ้าไม่น้อย ต่อไปเจ้าจะได้ไม่ต้องลำบาก ทำไร่ทำนากับพวกข้าอีก”
เฟยจูทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างไร้สติ ความหวังของนางดับสิ้นลงทันที สัญญาที่กำแน่นอยู่ในมือ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าคือของจริง นางถูกขายขาดไปเสียแล้ว
ถึงแม้หลี่หมิงฮวนจะไม่ได้เอ่ยถามว่าทั้งสองมีความลับเรื่องใดกัน แต่จากสายตาของเขา อาซานที่อยู่ด้วยมามากกว่าอีกสองคนย่อมรู้ได้ทันที“อาสือ เจ้าส่งคนไปจัดการเรื่องใดให้แม่นางจู”อาสือลุกขึ้นหันมามองทางหลี่หมิงฮวนที่จ้องมองตนอย่างรอคำตอบเช่นกัน จึงได้เอ่ยออกมาตามตรง“เจ้ากล้าขโมยของในตำหนักเลยหรือ!!!” อาซานชี้หน้าเฟยจูอย่างมีโทสะ“ข้าไม่ได้ขโมยเสียหน่อย” นางแทบจะกระโดดเพราะความร้อนใจแล้ว ด้วยไม่รู้จะอธิบายที่มาของโสมพันปีเช่นใดหลี่หมิงฮวนพอจะมองออกว่ามีความลับที่ไม่อาจพูดออกมาได้ นางคงได้มาตอนที่หายไปห้าวันเป็นแน่ เป็นช่วงเวลาดี ที่เขาจะรีดความจริงออกมาจากปากของนาง จึงไล่คนทั้งสามให้ออกไปเฝ้าอยู่หน้าห้องตำรา และให้พาคนทั้งหมดถอยห่างออกไป เพื่อจะไม่ต้องได้ยินในสิ่งที่เฟยจูนางจะสารภาพออกมา"พูดความจริงออกมา เช่นนั้น...เปิ่นหวางลงมือกับเจ้าไม่ได้ แต่ไม่ใช่กับครอบครัวของเจ้า”เฟยจู อ้าปากเม้มปากลงอยู่หลายหน ดูเหมือนหลี่หมิงฮวนเองก็เริ่มไม่พอใจแล้ว นางถึงได้ยอมเปิดปากพูดออกมา“ท่านอ๋อง รับปากบ่าวก่อนเพคะ ท่านอ๋องจะไม่จับบ่าวไปเผาหรือฝังทั้งเป็น”“นี่...เจ้าโง่เพียงใดกัน” เขาเลิกคิ้วมองเยาะเย้
นางโวยวายไปตลอดทาง ทั้งยังบอกเขาอยู่หลายหนว่าหลี่หมิงฮวนสั่งให้นางอยู่ภายในเรือน แต่องครักษ์ไม่ยอมที่จะฟังนาง ก่อนที่เฟยจูจะถูกโยนทิ้งที่หน้าเรือนพัก อาสือก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนใจ“ทำอันใดของเจ้าปล่อยแม่นางจูประเดี๋ยวนี้!!!”องครักษ์ตกใจเสียงของอาสือจึงรีบปล่อยมือออกจากเฟยจู อาสือนึกถึงหลี่หมิงฮวนที่นั่งพูดคุยเรื่องงานกับที่ปรึกษาและขุนนางอีกสองสามคน อยู่ดีๆ เขาก็หงายหลังล้มลงจากเก้าอี้ ก่อนจะตะโกนก้องเรียกชื่อของ อู่เฟยจูออกมา ทั้งยังสั่งให้อาสือรีบไปพาตัวนางมาพบที่ห้องตำรา แม้จะไม่เข้าใจ ทั้งที่ล้มลงไปเองแท้ๆ แต่กลับนึกถึงสาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ภายในจวนพออาสือเร่งรีบมาที่เรือนพักก็เห็นว่าเฟยจูกำลังถูกฉุดกระชากลากถูกอยู่ เขามิใช่คนโง่จึงพอจะมองออกว่า ทั้งสองต้องมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่คิดได้ในใจไม่ควรจะเอ่ยถามออกท่านอ๋องออกมา หากยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อความร้อนใจทำให้อาสือถีบองครักษ์ที่รังแกเฟยจูไปเต็มแรง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตั้งใจที่จะลากเฟยจูให้เจ็บตัวไปด้วยกันหรือไม่ องครักษ์นายนั้นจึงทิ้งน้ำหนักตัวมาทางเฟยจูและล้มกลิ้งไปกองอยู่กับพื้นอีกครั้ง“โอ๊ยยย เจ็บ...ท่านช่
อู่ซิ่วเองก็เพิ่งจะรู้เรื่อง เขาต่อว่าบิดาเสียยกใหญ่ ทั้งยังกอดปลอบน้องสาวที่ดูจะเสียใจจนเสียสติไปแล้วเอาไว้ด้วย“จูจู เจ้าร่ำลาครอบครัวเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านอ๋องส่งคนมาตามเจ้าแล้ว”เฟยจูปาดน้ำตาทิ้งอย่างไม่ไยดี ในเมื่อนางหนีเรื่องเลวร้ายไม่พ้นแล้ว ต่อให้โวยวายก็ไม่เกิดประโยชน์ใดอีก“ป้าเมี่ยว ข้าขอเวลาสักครู่เถิด มีอีกสองสามประโยคที่ข้าจะพูดกับครอบครัว” นางสงบเยือกเย็นขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าอยู่ตามลำพังแล้ว สภาพของครอบครัวใหม่ของนางในยามนี้ก็คงไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ จะโทษพวกเขาไปทั้งหมดก็ไม่ถูก ใครให้ครอบครัวคนจีนไม่ว่าจะยุคสมัยไหนเห็นบุตรชายดีกว่าบุตรสาวเล่านางเรียกโสมพันปีในมิติของเทพแห่งการสร้างออกมามอบให้พวกเขา ถือว่าเป็นค่าร่างอู่เฟยจูที่ให้นางมาอาศัยอยู่“พวกท่านเก็บเอาไว้ให้ดี นำไปขาย เงินที่ได้ พวกท่านนำไปตั้งตัว ส่งพี่ชายไปเรียนที่สำนักศึกษา เพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่มีผู้ใดหลอกพวกท่านได้อีก”ทั้งสามเบิกตากว้างจ้องมองโสมหัวใหญ่อย่างตื่นตกใจ“อย่าได้พูดสิ่งใดออกมา” นางเตือนเมื่อเห็นพวกเขากำลังอ้าปากจะพูด “รู้ไว้ว่าข้ามิได้ขโมยมา พวกท่านไม่ต้องกลัวว่าจะนำออกไปไม่ได้ เพียงอย
เฟยจูกลอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นางคุกเข่าลงเช่นเดียวกับป้าเมี่ยวแล้วก้มหน้าลงไม่เงยหน้าสนใจเขาอีก กลัวว่าหากเห็นหน้าเขา นางจะเผยความเกลียดชังออกมาทางแววตา“เจ้าออกไปก่อน”“เพคะ” ป้าเมี่ยวลุกขึ้นถอยออกไป เฟยจูเองก็ทำท่าจะลุกตาม“เปิ่นหวางสั่งเจ้าหรือ” เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างเย็นชา“...” เฟยจูคุกเข่าก้มหน้าลงเช่นเดิม“ตอบทุกสิ่งที่เปิ่นหวางถาม มิเช่นนั้น...เปิ่นหวางก็ไม่รังเกียจหากต้องเพิ่มรอยแส้บนตัวเจ้าอีกสักสองสามรอย”เฟยจูถอนหายใจออกมา “เชิญท่านอ๋องสอบสวนหม่อมฉันได้เลยเพคะ”“ดี อ้อ...ก่อนที่จะสอบสวน ครอบครัวของเจ้าอยู่ในเงื้อมมือของเปิ่นหวาง เจ้าควรคิดให้ดีก่อนที่จะพูด”เฟยจูเงยหน้าขึ้นมองหลี่หมิงฮวนอย่างไม่พอใจ นางไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายถึงขั้นจับตัวคนในครอบครัวมาต่อรองกับนาง สิ่งที่อาสือเคยบอกนางไว้ นางล้วนแต่จำไม่ได้แล้วทั้งสิ้น จึงไม่แปลกใจที่พอได้ยินนางจะตกใจเพียงนี้“เจ้าหายออกจากคุกใต้ดินไปได้เช่นใด”“หม่อมฉันเองก็ไม่รู้เพคะว่าหายออกไปได้เช่นใด” ก็นางไม่รู้จริงๆ ว่าสิ่งใดที่ทำให้นางไปโผล่ในห้วงมิติของเทพแห่งการสร้างได้หลี่หมิงฮวนหรี่ตามองนางราวกับอสรพิษร้าย “แล้วเจ้ากลับมาได้อย
อาสือได้แต่หยุดนิ่งมองร่างของนางอยู่เนิ่นนาน ก่อนที่จะเข้าไปช้อนตัวของนางมาอุ้มเอาไว้ แล้วพาไปที่เรือนพักของหลี่หมิงฮวน“อื้อออ” เฟยจูเจ็บจนต้องร้องออกมาอาสือพยายามอุ้มนางให้เบามือที่สุด แต่ก็ยังทำให้นางเจ็บจนร้องครางราวกับลูกแมวที่ถูกตีไปตลอดทางเดินหลี่หมิงฮวนนอนพิงหัวเตียงรอให้อาสือพาตัวคนมา เมื่อมาถึงเขาสั่งให้วางตัวนางลงบนพื้นห้อง“ไปพาสาวใช้มาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นาง”“ขอรับ” อาสือรับคำด้วยความมึนงง ก่อนจะไปหาสาวใช้มาจัดการตามคำสั่งสาวใช้ในตำหนักต่างก็ไม่มีผู้ใดอยากจะเข้าไปภายในเรือนพักของหลี่หมิงฮวน นางก้าวเดินให้เบาที่สุด ถึงอย่างไรก็ยังลนลานอยู่ไม่น้อย เมื่อต้องเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เฟยจูถึงในห้องนอนของหลี่หมิงฮวน แม้ว่าที่เตียงนอนของหลี่หมิงฮวนจะปล่อยผ้าม่านลงมาจนแทบจะมองไม่เห็นผู้ที่อยู่ด้านใน สาวใช้ยังคงรู้สึกได้ถึงสายตาทิ่มแทงที่มองมา จนมือไม้ของนางสั่นเทาไปหมดสาวใช้เห็นว่าเฟยจูเองก็เป็นสาวใช้เช่นเดียวกับนาง ทั้งยังมีตำแหน่งในตำหนักต่ำกว่านางเสียอีก จึงมิได้ถอดเสื้อผ้าให้นางอย่างเบามือ แผลที่แห้งกรังแนบติดกับชุดไปแล้ว เมื่อใช้แรงดึงเนื้อบางส่วนก็หลุดติดออกมา จนเฟยจูร้อง
ตัวหลี่หมิงฮวนเองก็กัดฟันแน่นข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ถึงแม้มิได้มีเลือดไหลออก ผิวหนังปริแตกเช่นเฟยจูที่อยู่บนพื้น แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับไม่ต่างจากนางเลยสักนิด“เจ้าทำอันใดกับข้า” เขากระชากนางขึ้นมาถามอย่างเจ็บแค้นเฟยจูแทบจะหมดสติไปแล้ว ร่างกายของนางถึงจะอยู่ภายในมิติหลายวัน แต่พอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ก็กลับไปอ่อนแอเปราะบางเช่นเดิม มาถึงยังจะถูกเขาทรมานจะให้นางทนรับความเจ็บปวดเช่นนี้ได้อย่างไร“หากท่านอ๋องไม่โง่พอ คงจะมองออกว่ามีแต่ข้าที่ถูกท่านทำร้าย” เสียงของนางเบาราวกับยุงบินผ่าน แต่องครักษ์ที่อยู่ไกลล้วนได้ยิน ต่างก็ตกใจไม่น้อยที่เฟยจูยังคงปากกล้าไม่เปลี่ยน ทุกคนคิดว่าอีกไม่กี่ชั่วลมหายใจต่อมาจะต้องเห็นศีรษะของนางหล่นลงพื้นเป็นแน่แต่ทุกคนล้วนคาดเดาผิด หลี่หมิงฮวนสะบัดตัวนางออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะสั่งให้องครักษ์ลากเฟยจูไปขังไว้ที่คุกมืดที่หนาวเหน็บแทน “พานางไปขังไว้ หากครั้งนี้ปล่อยให้นางหนีหายออกไปได้ พวกเจ้าก็นำหัวของเจ้ามามอบให้เปิ่นหวางแทนหลี่หมิงฮวนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไปทันที เขาต้องทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเสียก่อน ด้วยไม่เข้าใจว่าเหตุใดยามที่ลงมือทำร้ายนาง มิใช่มีเพียง







