เข้าสู่ระบบตื่นมาอีกทีก็ย้อนกลับไปปี 1985 ในร่างสาวกำพร้าถังแตก! หลินเสี่ยวเวยคนนี้ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากหนี้สินและแหวนมิติวิเศษวงหนึ่ง! ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาสที่สองให้ เธอจะใช้น้ำพุสวรรค์และฟาร์มในมิติปรุงอาหารรสเลิศ พลิกชีวิตจากแม่ค้าขายแกงถุงหน้าโรงงานสู่เจ้าแม่ธุรกิจระดับประเทศ! ใครจะดูถูกก็เชิญ แต่ระวังไว้เถอะวันนี้ฉันเข็นรถขายของ แต่วันหน้าฉันจะขับรถเก๋งมาซื้อที่ดินพวกคุณ! แต่เดี๋ยวนะ! ท่านผู้พันเซียวเจิ้งเฉิงคนนั้นน่ะ ทำไมถึงชอบแวะมาที่ร้านทุกวัน? แถมยังชอบทำตาหวานใส่ แล้วบอกว่า "ผมไม่ได้มาเพราะติดใจรสชาติอาหาร แต่ติดใจคนทำ" ฮึ! คิดจะจีบแม่ค้าหน้าเลือดอย่างฉัน สินสอดต้องหนักหน่อยนะคุณทหาร!
ดูเพิ่มเติมปี ค.ศ. 1985 ณ มณฑลหนึ่งทางตอนใต้ของจีนสายลมหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิยังคงพัดกรรโชก หอบเอาไอเย็นยะเยือกมุดลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ เข้ามากัดกินผิวหนังของผู้ที่นอนซมอยู่บนเตียงเตาเก่าคร่ำคร่า ในยุคสมัยที่มังกรจีนกำลังเริ่มขยับตัวตื่นจากหลับใหล นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศนำพาความหวังและโอกาสใหม่ๆ มาสู่ผู้คน
ทว่าสำหรับหลินเสี่ยวเวยในเวลานี้แสงสว่างแห่งความหวังนั้นช่างดูเลือนรางและหรูหราเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้า
“อึก”
เสียงครางต่ำแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของเธอให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด เปลือกตาที่หนักอึ้งพยายามขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก
สิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อไม้ ผสมปนเปกับกลิ่นถ่านหินคุณภาพต่ำที่เผาไหม้ไม่หมดจนฉุนจมูก
ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเพดานไม้สีคล้ำที่มีรอยคราบน้ำฝนวงใหญ่ด่างดวงหยดลงมาเป็นทาง ผนังห้องที่บุด้วยดินเหนียวและฟางถูกแปะทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ สีเหลืองซีดเพื่อกันลมหนาว พาดหัวข่าวบนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเขียนว่า ‘การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 6’
“ที่นี่ที่ไหนกัน”
เสี่ยวเวยพึมพำเสียงแหบพร่าพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาผ้าที่นุ่นหลุดลุ่ย ความทรงจำสุดท้ายที่เธอนึกออกคือแสงไฟหน้ารถบรรทุกคันมหึมาที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอบนถนนในยุคศตวรรษที่ 21 เสียงเบรกที่กรีดแทงแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่พรากวิญญาณของเธอออกจากร่าง
ทว่าวินาทีต่อมาความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าที่ทำนบแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดขึ้นม้วนแล้วม้วนเล่า
เจ้าของร่างนี้มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ หลินเสี่ยวเวยหญิงสาววัย 19 ปี เด็กสาวกำพร้าจากหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลที่ตัดสินใจหอบหิ้วความฝันและเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต กระโดดขึ้นรถไฟสายมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเพื่อมาตายเอาดาบหน้า หวังเพียงจะได้งานทำในโรงงานทอผ้าเพื่อแลกกับชามข้าวเหล็กที่มั่นคง
แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่านิยาย ร่างกายที่บอบบางและขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจทนทานต่อความตรากตรำและการกินอยู่ที่อดอยากได้ ในคืนที่พายุหิมะหลงฤดูพัดผ่านมา เธอจึงล้มป่วยลงและจากไปอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ โดยไม่มีใครรู้เห็น
“สวรรค์ท่านเล่นตลกอะไรกับฉัน ให้เกิดใหม่ทั้งทีทำไมต้องมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะอดตายในยุค 80 ด้วย!”
เสี่ยวเวยก้มลงสำรวจตัวเองเสื้อนวมตัวเก่าที่สวมใส่อยู่นั้นเนื้อผ้าหยาบกระด้างสีน้ำเงินตุ่นๆ ที่ผ่านการซักจนซีดจาง มีรอยปะชุนด้วยเศษผ้าต่างสีอยู่หลายแห่งสองมือของเธอหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเล็กๆ จากการทำงานหนักเกินวัย
เธอฝืนสังขารลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะไม้ขาเกที่มุมห้อง หยิบกระจกเงาบานเล็กที่แตกร้าวขึ้นมาส่องดู
ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้เธอต้องชะงักลมหายใจ
แม้ใบหน้าจะซูบตอบจนเห็นโหนกแก้ม และผิวพรรณจะเหลืองซีดเซียวจากการขาดอาหาร แต่โครงหน้ากลับงดงามหมดจดราวกับภาพวาดพู่กันจีน คิ้วเรียวงามดั่งใบหลิว ดวงตากลมโตสุกใสดั่งหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงนิสัยที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และริมฝีปากรูปกระจับที่แม้จะซีดขาวแต่ก็ได้รูปสวยงาม
นี่คือเพชรในตมอย่างแท้จริง! หากได้รับการบำรุงเสียหน่อยหญิงสาวผู้นี้คงงามล่มเมืองจนบุรุษทั่วหล้าต้องเหลียวหลัง
ขณะที่กำลังตกตะลึงกับรูปโฉมของเจ้าของร่างเดิม มือข้างซ้ายของเธอก็ยกขึ้นมาลูบหน้าอกโดยไม่รู้ตัวปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุเย็นเยียบที่สวมอยู่บนนิ้วนาง
มันคือ แหวนหยก วงหนึ่ง
หยกสีเขียวเข้มเนื้อดีลวดลายแกะสลักเป็นรูปเถาวัลย์โบราณพันเกี่ยวกันอย่างวิจิตรบรรจง ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ของที่เด็กสาวบ้านนอกยากจนจะมีไว้ในครอบครองได้ ความทรงจำบอกเธอว่า นี่คือสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้ก่อนตาย กำชับหนักหนาว่าห้ามถอดและห้ามขายเด็ดขาด
ทันใดนั้นเองเมื่อเลือดจากบาดแผลที่นิ้วมือซึ่งเกิดจากไม้เสี้ยนตำเมื่อครู่ซึมลงไปสัมผัสกับตัวแหวน ความรู้สึกอุ่นวาบประหลาดสายหนึ่งก็แล่นพล่านผ่านปลายนิ้วพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจราวกับกระแสไฟฟ้า
วูบ!
โลกทั้งใบหมุนคว้างทัศนียภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวและเปลี่ยนไปในพริบตา!
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นถ่านหินจางหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกชุ่มปอด กลิ่นหอมของดินร่วนซุยและกลิ่นอายของพลังธรรมชาติอันเข้มข้นโชยมาแตะจมูก
หลินเสี่ยวเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่ได้ยืนอยู่ในห้องเช่าซอมซ่ออีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใสที่ไร้เมฆหมอก
“นี่มันหรือว่าจะเป็นมิติวิเศษ”
ปี ค.ศ. 2015มหานครเซี่ยงไฮ้ มุกเม็ดงามแห่งเอเชียตะวันออก ตอนนี้เต็มไปด้วยตึกระฟ้าเสียดฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับยามค่ำคืน ท้องถนนเนืองแน่นไปด้วยรถสปอร์ตหรูและผู้คนสมัยใหม่ ทว่าในวันนี้ สายตาของสื่อมวลชนและวงสังคมไฮโซทั่วประเทศต่างจับจ้องไปที่คฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปริมแม่น้ำหวงผู่ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมงคลสมรสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งทศวรรษงานนี้ไม่ใช่แค่งานแต่งงานธรรมดา แต่เป็นวิวาห์คู่มังกรหงส์ของทายาทฝาแฝดแห่ง ตระกูลเซียว และตระกูลหลินสองตระกูลผู้ทรงอิทธิพลที่กุมบังเหียนเศรษฐกิจและการทหารของประเทศอย่างเงียบเชียบมานานกว่าสามทศวรรษบรรยากาศภายในงานประดับประดาด้วยดอกกุหลาบขาวและดอกลิลลี่นับแสนดอกที่ส่งตรงจากเมืองคุนหมิง กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณพรมแดงทอดยาวตั้งแต่ประตูทางเข้าจนถึงแท่นพิธี แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นบุคคลระดับประเทศทั้งรัฐมนตรี นายพลและประธานบริษัทข้ามชาติหลินเสี่ยวเวย ในวัย 49 ปี ยังคงความงามสะพรั่งราวกับสตรีวัย 30 ต้นๆ ด้วยอานุภาพของน้ำพุวิเศษที่เธอดื่มกินมาตลอดชีวิต ผิวพรรณของเธอเปล่งปลั่งและมีสง่าราศี เธอยืนเคียงข้าง พลโทเซียวเ
เซียวหลงที่เดินตามมาเงียบๆ ก็จ้องมองขวดหยกในมือแม่ด้วยความสงสัยและใคร่รู้เกินวัย "แม่ครับนั่นน้ำอะไรครับทำไมกินแล้วพวกเรารู้สึกร้อนวูบวาบ มีกำลังวังชาขึ้นเยอะเลยครับเหมือนตอนที่พ่อสอนฝึกกังฟูเลย"เสี่ยวเวยมองหน้าลูกทั้งสอ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอสบตากับสามี แล้วตัดสินใจโกหกคำโตเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ เองเธอย่อตัวลง ให้ระดับสายตาเสมอของลูกๆ แล้วยิ้มอ่อนโยน"เจ้าตัวแสบรู้ทันแม่จนได้นะ ใช่จ้ะ นี่คือน้ำวิเศษจริงๆ"ดวงตาของสองแฝดเบิกกว้างเป็นประกายวิบวับ "จริงเหรอ แม่เป็นนางฟ้าเหรอคะ""เปล่าจ้ะ แม่ไม่ใช่นางฟ้า" เสี่ยวเวยชูขวดหยกขึ้นแต่นี่คือน้ำปรุงรสแห่งความรักสูตรลับประจำตระกูลเราจ้ะ""น้ำปรุงรสแห่งความรัก" เด็กทั้งสองทวนคำพร้อมกัน ทำหน้างงๆ"ใช่ลูก" เซียวเจิ้งเฉิงรับลูกต่อทันทีอย่างรู้ใจ "รู้ไหมว่าทำไมอาหารของแม่ถึงอร่อยที่สุดในโลก เพราะแม่เขารักพวกหนูมากเขาเลยกลั่นความรักและความห่วงใยออกมาผสมกับสมุนไพรหายากบนยอดเขา จนได้เป็นน้ำขวดนี้ไงล่ะ มันมีน้อยมากนะ ต้องใช้เวลาทำนานมาก เพื่อให้ลูกๆ ของพ่อกับแม่แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่
ฤดูร้อน ปี ค.ศ. 1993แสงแดดแผดกล้าของฤดูร้อนในกรุงปักกิ่งสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องสีเทาของคฤหาสน์ตระกูลเซียวจนเกิดไอร้อนระอุ เสียงจักจั่นเรไรดังระงมไปทั่วสวนหลังบ้านราวกับกำลังประชันเสียงร้องแข่งกันทว่าภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นท้อใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา กลับมีเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยสองคนที่กำลังโต้เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายจนดังกลบเสียงจักจั่นไปจนหมดสิ้น"พี่รอง! พี่จะกินชิ้นนี้ไม่ได้นะ! นี่มันแอปเปิ้ลของน้อง! น้องจองแล้ว!"เสียงเล็กแหลมที่เปี่ยมไปด้วยพลังและอำนาจในแบบเด็กๆดังมาจากร่างป้อมๆ ของเด็กหญิงวัย 3 ขวบเศษ ผิวของเธอขาวผ่องดุจหิมะแรกฤดู แก้มยุ้ยสีชมพูระเรื่อราวกับซาลาเปาไส้ถั่วแดงที่นึ่งสุกใหม่ๆ น่ากัดผมเปียสองข้างผูกด้วยโบว์สีแดงสดสะบัดไปมาตามแรงอารมณ์ เธอคือเซียวเฟิ่งคุณหนูเล็กจอมแก่นแห่งตระกูลเซียวส่วนคู่กรณีที่ยืนกอดอกทำหน้าเคร่งขรึมเกินวัย คือเด็กชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายถอดแบบมาจากบิดาราวกับแกะ เขาใส่เสื้อกล้ามลายพรางทหารและกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าผ้าใบทะมัดทะแมง เขาคือเซียวหลงพี่ชายฝาแฝดผู้เกิดก่อนเพียงไม่กี่นาที
เสี่ยวเวยลืมตาขึ้นมองสามีอย่างอ่อนล้าแต่แววตาสดใส "ลูกของเราน่าเกลียดไหมคะพี่ตัวแดงเชียว""น่าเกลียดที่ไหนกันนี่คือนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยชัดๆ ดูสิ จมูกโด่งเหมือนแม่ คิ้วเข้มเหมือนพ่อ"เซียวเจิ้งเฉิงมองดูทารกน้อยผิวแดงๆ ที่กำลังหลับพริ้ม เขาแตะนิ้วลงบนแก้มยุ้ยๆ ของลูกชายและลูกสาวอย่างแผ่วเบา"คนพี่ให้ชื่อเซียวหลงส่วนคนน้องชื่อเซียวเฟิ่งดีไหม มังกรผงาด หงส์เหินเวหา คู่บารมีตระกูลเซียว""ดีค่ะมังกรและหงส์ลูกแม่" เสี่ยวเวยยิ้มรับ ก่อนจะผล็อยหลับไปพร้อมกับความอ่อนเพลียแต่เปี่ยมสุขในอ้อมกอดของสามีหนึ่งเดือนต่อมา...หลังจากงานเลี้ยงฉลองครบเดือนของทารกแฝดจบลง แขกเหรื่อแยกย้ายกันกลับไปหมดแล้วเหลือเพียงความเงียบสงบในห้องนอนเสี่ยวเวยยืนอุ้มลูกสาวตัวน้อยเสี่ยวเฟิ่งกล่อมให้นอนหลับที่ริมหน้าต่าง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาอาบไล้ร่างของเธอ ส่วนลูกชายเสี่ยวหลงนอนหลับปุ๋ยอยู่ในเปลไม้สักข้างๆเซียวเจิ้งเฉิงเดินเข้ามาโอบกอดเธอจากด้านหลังวางคางเกยไหล่ภรรยาสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กและกลิ่นกายสาวที่เขาคุ้นเคย"เสี
เขาคือเถ้าแก่จางหัวหน้าเครือข่ายค้าส่งรายใหญ่ที่มีเส้นสายโยงใยไปทั้งในกองทัพและรัฐบาลท้องถิ่น บนโต๊ะตรงหน้าเขามีลูกพีชของเสี่ยวเวยที่ถูกหั่นเป็นชิ้นวางอยู่“นั่งลงก่อนสิแม่หนู” เถ้าแก่จางผายมือ “ฉันค้าขายของป่าและของหายากมาค่อนชีวิตไม่เคยเห็นพืชพรรณที่เปี่ยม
“ในยุคสมัยนี้สมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้เปรียบเสมือนทองคำแท่งที่มีชีวิต หากฉันสามารถปลูกมันให้เติบโตได้ คุณภาพของมันย่อมเป็นที่ต้องการของเหล่าข้าราชการระดับสูงและเศรษฐีเก่าที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับอายุขัย”เสี่ยวเวยนำจอบอันเล็กขุดหลุมลงบนดินสีดำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด บริเวณใกล้กับ
ตั้งแต่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ เธอต้องต่อสู้ดิ้นรนวางแผนเพียงลำพังมาตลอด ท่ามกลางยุค 80 ที่แห้งแล้งและโหดร้าย ชายตรงหน้าคือคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและปกป้องเธอด้วยความจริงใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ แผ่นหลังกว้างของเขาที่ยืนบังเธอจากอันธพาลเมื่อครู่ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึก
“เหอะ! ปากคอเราะร้ายใช้ได้นี่หว่า” ต้าหู่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พลางถ่มน้ำลายลงพื้นเฉียดรองเท้าของเสี่ยวเวยไปนิดเดียว “ที่ทางของรัฐก็จริง แต่ถนนเส้นนี้พวกข้าเป็นคนดูแล ใครหน้าไหนจะมาวางแผงขายของที่นี่ก็ต้องจ่ายค่าคุ้มครองมาซะดีๆ”มันยื่นมือที่ดำสกปรกออกมาข้างหน้ากระดิกนิ้วยิกๆ “จ่ายมา 5 หยวน! แล้วฉ

















