พลิกชีวิตแม่ค้าจากหน้าโรงงานสู่ตำนานเศรษฐีนีในยุค 80

พลิกชีวิตแม่ค้าจากหน้าโรงงานสู่ตำนานเศรษฐีนีในยุค 80

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-06-12
ภาษา: Thai
goodnovel16goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
41บท
905views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ตื่นมาอีกทีก็ย้อนกลับไปปี 1985 ในร่างสาวกำพร้าถังแตก! หลินเสี่ยวเวยคนนี้ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากหนี้สินและแหวนมิติวิเศษวงหนึ่ง! ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาสที่สองให้ เธอจะใช้น้ำพุสวรรค์และฟาร์มในมิติปรุงอาหารรสเลิศ พลิกชีวิตจากแม่ค้าขายแกงถุงหน้าโรงงานสู่เจ้าแม่ธุรกิจระดับประเทศ! ใครจะดูถูกก็เชิญ แต่ระวังไว้เถอะวันนี้ฉันเข็นรถขายของ แต่วันหน้าฉันจะขับรถเก๋งมาซื้อที่ดินพวกคุณ! แต่เดี๋ยวนะ! ท่านผู้พันเซียวเจิ้งเฉิงคนนั้นน่ะ ทำไมถึงชอบแวะมาที่ร้านทุกวัน? แถมยังชอบทำตาหวานใส่ แล้วบอกว่า "ผมไม่ได้มาเพราะติดใจรสชาติอาหาร แต่ติดใจคนทำ" ฮึ! คิดจะจีบแม่ค้าหน้าเลือดอย่างฉัน สินสอดต้องหนักหน่อยนะคุณทหาร!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ลืมตาในร่างใหม่ 1

ปี ค.ศ. 1985 ณ มณฑลหนึ่งทางตอนใต้ของจีนสายลมหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิยังคงพัดกรรโชก หอบเอาไอเย็นยะเยือกมุดลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ เข้ามากัดกินผิวหนังของผู้ที่นอนซมอยู่บนเตียงเตาเก่าคร่ำคร่า ในยุคสมัยที่มังกรจีนกำลังเริ่มขยับตัวตื่นจากหลับใหล นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศนำพาความหวังและโอกาสใหม่ๆ มาสู่ผู้คน

ทว่าสำหรับหลินเสี่ยวเวยในเวลานี้แสงสว่างแห่งความหวังนั้นช่างดูเลือนรางและหรูหราเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้า

“อึก”

เสียงครางต่ำแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของเธอให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด เปลือกตาที่หนักอึ้งพยายามขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก

สิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อไม้ ผสมปนเปกับกลิ่นถ่านหินคุณภาพต่ำที่เผาไหม้ไม่หมดจนฉุนจมูก

ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเพดานไม้สีคล้ำที่มีรอยคราบน้ำฝนวงใหญ่ด่างดวงหยดลงมาเป็นทาง ผนังห้องที่บุด้วยดินเหนียวและฟางถูกแปะทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ สีเหลืองซีดเพื่อกันลมหนาว พาดหัวข่าวบนหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งเขียนว่า ‘การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติครั้งที่ 6’

“ที่นี่ที่ไหนกัน”

เสี่ยวเวยพึมพำเสียงแหบพร่าพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับไร้เรี่ยวแรงราวกับตุ๊กตาผ้าที่นุ่นหลุดลุ่ย ความทรงจำสุดท้ายที่เธอนึกออกคือแสงไฟหน้ารถบรรทุกคันมหึมาที่พุ่งเข้าใส่ร่างของเธอบนถนนในยุคศตวรรษที่ 21 เสียงเบรกที่กรีดแทงแก้วหู และแรงกระแทกมหาศาลที่พรากวิญญาณของเธอออกจากร่าง

ทว่าวินาทีต่อมาความทรงจำสายหนึ่งที่ไม่ใช่ของเธอก็ไหลบ่าเข้ามาในสมองราวกับน้ำป่าที่ทำนบแตก ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ฉายชัดขึ้นม้วนแล้วม้วนเล่า

เจ้าของร่างนี้มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอ หลินเสี่ยวเวยหญิงสาววัย 19 ปี เด็กสาวกำพร้าจากหมู่บ้านชนบทอันห่างไกลที่ตัดสินใจหอบหิ้วความฝันและเงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิต กระโดดขึ้นรถไฟสายมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเพื่อมาตายเอาดาบหน้า หวังเพียงจะได้งานทำในโรงงานทอผ้าเพื่อแลกกับชามข้าวเหล็กที่มั่นคง

แต่ทว่าความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่านิยาย ร่างกายที่บอบบางและขาดสารอาหารมาตั้งแต่เด็ก ไม่อาจทนทานต่อความตรากตรำและการกินอยู่ที่อดอยากได้ ในคืนที่พายุหิมะหลงฤดูพัดผ่านมา เธอจึงล้มป่วยลงและจากไปอย่างโดดเดี่ยวในห้องเช่ารูหนูแห่งนี้ โดยไม่มีใครรู้เห็น

“สวรรค์ท่านเล่นตลกอะไรกับฉัน ให้เกิดใหม่ทั้งทีทำไมต้องมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังจะอดตายในยุค 80 ด้วย!”

เสี่ยวเวยก้มลงสำรวจตัวเองเสื้อนวมตัวเก่าที่สวมใส่อยู่นั้นเนื้อผ้าหยาบกระด้างสีน้ำเงินตุ่นๆ ที่ผ่านการซักจนซีดจาง มีรอยปะชุนด้วยเศษผ้าต่างสีอยู่หลายแห่งสองมือของเธอหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเล็กๆ จากการทำงานหนักเกินวัย

เธอฝืนสังขารลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะไม้ขาเกที่มุมห้อง หยิบกระจกเงาบานเล็กที่แตกร้าวขึ้นมาส่องดู

ภาพที่สะท้อนกลับมาทำให้เธอต้องชะงักลมหายใจ

แม้ใบหน้าจะซูบตอบจนเห็นโหนกแก้ม และผิวพรรณจะเหลืองซีดเซียวจากการขาดอาหาร แต่โครงหน้ากลับงดงามหมดจดราวกับภาพวาดพู่กันจีน คิ้วเรียวงามดั่งใบหลิว ดวงตากลมโตสุกใสดั่งหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้า จมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงนิสัยที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร และริมฝีปากรูปกระจับที่แม้จะซีดขาวแต่ก็ได้รูปสวยงาม

นี่คือเพชรในตมอย่างแท้จริง! หากได้รับการบำรุงเสียหน่อยหญิงสาวผู้นี้คงงามล่มเมืองจนบุรุษทั่วหล้าต้องเหลียวหลัง

ขณะที่กำลังตกตะลึงกับรูปโฉมของเจ้าของร่างเดิม มือข้างซ้ายของเธอก็ยกขึ้นมาลูบหน้าอกโดยไม่รู้ตัวปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุเย็นเยียบที่สวมอยู่บนนิ้วนาง

มันคือ แหวนหยก วงหนึ่ง

หยกสีเขียวเข้มเนื้อดีลวดลายแกะสลักเป็นรูปเถาวัลย์โบราณพันเกี่ยวกันอย่างวิจิตรบรรจง ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ของที่เด็กสาวบ้านนอกยากจนจะมีไว้ในครอบครองได้ ความทรงจำบอกเธอว่า นี่คือสมบัติชิ้นเดียวที่ยายทิ้งไว้ให้ก่อนตาย กำชับหนักหนาว่าห้ามถอดและห้ามขายเด็ดขาด

ทันใดนั้นเองเมื่อเลือดจากบาดแผลที่นิ้วมือซึ่งเกิดจากไม้เสี้ยนตำเมื่อครู่ซึมลงไปสัมผัสกับตัวแหวน ความรู้สึกอุ่นวาบประหลาดสายหนึ่งก็แล่นพล่านผ่านปลายนิ้วพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจราวกับกระแสไฟฟ้า

วูบ!

โลกทั้งใบหมุนคว้างทัศนียภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวและเปลี่ยนไปในพริบตา!

กลิ่นอับชื้นและกลิ่นถ่านหินจางหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยอากาศบริสุทธิ์สดชื่นที่สูดดมเข้าไปแล้วรู้สึกชุ่มปอด กลิ่นหอมของดินร่วนซุยและกลิ่นอายของพลังธรรมชาติอันเข้มข้นโชยมาแตะจมูก

หลินเสี่ยวเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอไม่ได้ยืนอยู่ในห้องเช่าซอมซ่ออีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีภายใต้ท้องฟ้าสีครามสดใสที่ไร้เมฆหมอก

“นี่มันหรือว่าจะเป็นมิติวิเศษ”

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
41
ลืมตาในร่างใหม่ 1
ปี ค.ศ. 1985 ณ มณฑลหนึ่งทางตอนใต้ของจีนสายลมหนาวเหน็บช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิยังคงพัดกรรโชก หอบเอาไอเย็นยะเยือกมุดลอดผ่านรอยแตกของผนังไม้ผุๆ เข้ามากัดกินผิวหนังของผู้ที่นอนซมอยู่บนเตียงเตาเก่าคร่ำคร่า ในยุคสมัยที่มังกรจีนกำลังเริ่มขยับตัวตื่นจากหลับใหล นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศนำพาความหวังและโอกาสใหม่ๆ มาสู่ผู้คนทว่าสำหรับหลินเสี่ยวเวยในเวลานี้แสงสว่างแห่งความหวังนั้นช่างดูเลือนรางและหรูหราเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้า“อึก”เสียงครางต่ำแผ่วเบาเล็ดลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผากจนแตกเป็นขุย ความเจ็บปวดรวดร้าวราวกับศีรษะกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ปลุกสติของเธอให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด เปลือกตาที่หนักอึ้งพยายามขยับเปิดขึ้นอย่างยากลำบากสิ่งแรกที่ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่คุ้นเคย แต่เป็นกลิ่นอับชื้นของเชื้อราที่ฝังแน่นอยู่ในเนื้อไม้ ผสมปนเปกับกลิ่นถ่านหินคุณภาพต่ำที่เผาไหม้ไม่หมดจนฉุนจมูกภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเพดานไม้สีคล้ำที่มีรอยคราบน้ำฝนวงใหญ่ด่างดวงหยดลงมาเป็นทาง ผนังห้องที่บุด้วยดินเหนียวและฟางถูกแปะทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ สีเหลืองซีดเพื่อกันลมหนาว พาดหั
อ่านเพิ่มเติม
ลืมตาในร่างใหม่ 2
นิยายทะลุมิติที่เธอเคยอ่านในชาติก่อนผุดขึ้นมาในหัว เบื้องหน้าของเธอคือผืนดินสีดำสนิทเนื้อละเอียดราวกับกำมะหยี่ กินพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ดินดำเช่นนี้แค่มองด้วยตาก็รู้ว่าเป็นสุดยอดดินที่อุดมสมบูรณ์ปลูกอะไรก็ย่อมงอกงามถัดไปไม่ไกล มีกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กตั้งอยู่อย่างสงบเงียบ และที่ข้างกระท่อมนั้นมีบ่อน้ำขนาดเล็กที่ก่อขอบด้วยหินหยกสีขาวนวลตา ไอหมอกจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำน้ำในบ่อนั้นใสสะอาดจนมองเห็นก้นบ่อ ประกายระยิบระยับของมันยามต้องแสงอาทิตย์ดูราวกับมีเพชรนับหมื่นเม็ดร่วงหล่นลงไป ความกระหายน้ำอย่างรุนแรงเข้าจู่โจม เสี่ยวเวยเดินตรงไปที่บ่อน้ำนั้นราวกับต้องมนต์สะกด สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่านี่คือของล้ำค่าที่สวรรค์ประทานให้มือเรียววักน้ำขึ้นมาดื่มเพียงอึกเล็กๆ“หวาน”รสชาติของมันช่างหวานล้ำและสดชื่นยิ่งนักไม่เหมือนน้ำแร่ยี่ห้อดังใดๆ ในโลกอนาคตแต่มันคือรสชาติของความบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ทันทีที่น้ำทิพย์ไหลลงสู่ลำคอความอบอุ่นสายหนึ่งพลันระเบิดออกกลางอกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายราวกับกระแสน้ำอุ่นที่ชะล้างไปตามเส้นเลือด ความปวดร้าวที่ขมับหายไปเป็นปลิดทิ้งความหนักอึ้งและอาการระบมไปทุกส่วนของร่
อ่านเพิ่มเติม
อาหารเลิศรสหน้าโรงงานทอผ้า 1
แสงแดดตอนเช้าสาดส่องลงมาอาบไล้หลังคาบ้านเรือนที่มุงด้วยกระเบื้องสีเทาในตรอกซอยเก่าๆ ขับไล่ความมืดมิดของรัตติกาลให้จางหายไป กลิ่นอายของยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความหวังใหม่ๆ อบอวลอยู่ในอากาศยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ ปี 1985หลินเสี่ยวเวยตื่นขึ้นมาพร้อมกับพละกำลังที่เอ่อล้นอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในร่างเดิม ความรู้สึกหนักอึ้งและปวดร้าวตามข้อต่อมลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายของเธอได้รับการชำระล้างจากน้ำพุวิเศษจนเบาสบายราวกับขนนก ความอ่อนแอที่เคยเป็นดั่งโซ่ตรวนผูกมัดชีวิตอันน่าเวทนาของเจ้าของร่างเก่า ตอนนี้ถูกปลดพันธนาการออกไปจนสิ้นเธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับชื้นในห้องเช่าดูเหมือนจะเจือจางลงด้วยพลังใจที่ฮึกเหิม เสี่ยวเวยหยิบถุงผ้าใบเล็กเก่าๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้หมอนออกมาเทดูเศษเงินที่เหลืออยู่“หนึ่งหยวนห้าเหมาสามเฟิน”มีเพียงไม่กี่หยวนกับเศษเงินอีกไม่กี่เหมา มันคือเงินก้อนสุดท้ายที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของหลินเสี่ยวเวยคนเก่า หากเธอไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างในวันนี้ วันหน้าแม้แต่น้ำข้าวต้มเจือจางใสๆ ก็คงไม่มีให้ตกถึงท้อง และจุดจบของเธอก็คงไม่ต่างจากเดิมคือการหนาวตายและอดตายอย่างโ
อ่านเพิ่มเติม
อาหารเลิศรสหน้าโรงงานทอผ้า 2
ทันทีที่เสี่ยวเวยเปิดฝาหม้อน้ำแกง ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาม้วนตัวขึ้นสู่อากาศ พร้อมกับกลิ่นหอมที่ระเบิดออกมาราวกับดอกไม้บานสะพรั่ง!มันไม่ใช่กลิ่นฉุนของเครื่องเทศราคาถูกที่ชวนเวียนหัว แต่มันคือกลิ่นหอมสะอาด บริสุทธิ์และสดชื่นอย่างน่าประหลาด กลิ่นของผักกาดขาวที่ต้มจนเปื่อยได้ที่ผสมผสานกับไอระเหยของน้ำพุวิเศษ สร้างอานุภาพทำลายล้างที่ทำให้ใครก็ตามที่ได้กลิ่นต้องรู้สึกน้ำลายสอ ลำไส้บิดเกลียวด้วยความหิวโหย“ฮัดชิ้ว! หอมจังแม่สาวน้อยนี่เธอขายอะไรน่ะ กลิ่นหอมเหลือเกิน!”หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมผ้ากันเปื้อนเปื้อนฝุ่นฝ้ายหยุดชะงักฝีเท้าเป็นคนแรก เธอสูดจมูกฟุดฟิดทนต่อแรงดึงดูดของกลิ่นนี้ไม่ไหว เดินตรงดิ่งเข้ามาที่รถเข็นด้วยความสนใจเสี่ยวเวยเงยหน้าขึ้นยิ้มละไมภายใต้ใบหน้าที่ถูกพรางด้วยเขม่าถ่านจางๆ แม้จะดูมอมแมม แต่ดวงตากลับพราวระยับดั่งดวงดาวในคืนมืดมิด“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่สาว นี่คือน้ำแกงผักกาดขาวสูตรลับของตระกูลฉันเองค่ะ ทานคู่กับหัวไชเท้าดองกรอบๆ สามรสช่วยขับลมแก้หนาวและทำให้สดชื่นมีแรงทำงานไปทั้งวัน ราคาเพียงชามละ 2 เหมาเท่านั้นค่ะ”“2 เหมาเชียวหรือแพงกว่าซาลาเปาลูกใหญ่เสียอีกผักกาดขาวต้มเนี
อ่านเพิ่มเติม
เงาทะมึนจากอิทธิพลมืด 1
เขามองฝ่าฝูงชนเข้าไปสิ่งแรกที่ดวงตาคมกริบของเขาสังเกตเห็น ไม่ใช่หม้อน้ำแกงที่ส่งควันโขมง แต่เป็นร่างบางของหญิงสาวในชุดปะชุนเก่าๆ ที่กำลังยืนหยัดอยู่กลางวงล้อมอย่างไม่เกรงกลัวแม้ใบหน้าของเธอจะดูสกปรกมอมแมมจากการจงใจพรางตัว แต่รัศมีบางอย่างในตัวเธอกลับเจิดจรัสออกมาอย่างปิดไม่มิดท่าทางการตักอาหารที่มั่นคง ดวงตาที่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว และรอยยิ้มที่สว่างไสวราวกับดวงตะวันยามเช้า มันช่างขัดแย้งกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนข้นแค้นของเธออย่างสิ้นเชิงเขายืนกอดอกพิงกำแพงมองดูเธอจัดการกับลูกค้าขี้โมโหคนหนึ่งที่พยายามจะแซงคิวได้อย่างใจเย็นและชาญฉลาด โดยใช้คำพูดที่นุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนอีกฝ่ายต้องยอมถอยไปต่อแถวด้วยความละอาย“แม่สาวน้อยคนนี้ไม่ธรรมดา”เซียวเจิ้งเฉิงพึมพำกับตัวเองมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยาก เขาชื่นชมในความใจสู้ของหญิงสาวตัวคนเดียวที่กล้าออกมาเผชิญหน้าทำมาหากินท่ามกลางสังคมที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กเช่นนี้“ผู้พันจะเข้าไปตรวจไหมครับ” ลูกน้องถาม“ไม่ต้องปล่อยเธอไปก่อน วันนี้เรามีภารกิจสำคัญ” เซียวเจิ้งเฉิงตัดบท แต่ก่อนจะหันหลังเดินจากไป สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองร่างเล็กๆ
อ่านเพิ่มเติม
เงาทะมึนจากอิทธิพลมืด 2
“เหอะ! ปากคอเราะร้ายใช้ได้นี่หว่า” ต้าหู่แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พลางถ่มน้ำลายลงพื้นเฉียดรองเท้าของเสี่ยวเวยไปนิดเดียว “ที่ทางของรัฐก็จริง แต่ถนนเส้นนี้พวกข้าเป็นคนดูแล ใครหน้าไหนจะมาวางแผงขายของที่นี่ก็ต้องจ่ายค่าคุ้มครองมาซะดีๆ”มันยื่นมือที่ดำสกปรกออกมาข้างหน้ากระดิกนิ้วยิกๆ “จ่ายมา 5 หยวน! แล้วฉันจะรับรองความปลอดภัยให้เอ็งขายของได้ตลอดยันลูกบวช”5 หยวน!เสี่ยวเวยเบิกตากว้างด้วยความโกรธ เงิน 5 หยวนในยุคนี้สามารถซื้อข้าวสารได้เป็นกระสอบ มันมากกว่ากำไรทั้งหมดที่เธอหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงในวันนี้เสียอีก นี่มันไม่ใช่ค่าคุ้มครองแต่มันคือการปล้นกันซึ่งๆ หน้า!“5 หยวนนั่นมันมากเกินไปแล้วค่ะ ฉันเป็นแค่แม่ค้าขายน้ำแกงเล็กๆ กำไรวันหนึ่งยังไม่ถึง 5 หยวนเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่มีให้หรอกค่ะ” เสี่ยวเวยตอบกลับเสียงแข็ง มือข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปกำด้ามทัพพีเหล็กในหม้อไว้แน่น หากต้องสู้เธอก็พร้อมจะสู้ แม้แรงกายจะน้อยกว่าแต่เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ“ไม่มีงั้นเหรอ” ต้าหู่หรี่ตามองแววตาเปลี่ยนจากความโลภเป็นความหยาบโลน มันก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนเสี่ยวเวยต้องถอยหลังไปชนรถเข็น “ไม่มีเงินงั้นก็เอาตัวเธอ
อ่านเพิ่มเติม
เงาทะมึนจากอิทธิพลมืด 3
ตั้งแต่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ เธอต้องต่อสู้ดิ้นรนวางแผนเพียงลำพังมาตลอด ท่ามกลางยุค 80 ที่แห้งแล้งและโหดร้าย ชายตรงหน้าคือคนแรกที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและปกป้องเธอด้วยความจริงใจ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ แผ่นหลังกว้างของเขาที่ยืนบังเธอจากอันธพาลเมื่อครู่ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน“ฉันไม่เป็นไรค่ะขอบคุณท่านผู้พันมากที่ช่วยชีวิตฉันไว้” เสี่ยวเวยก้มศีรษะขอบคุณอย่างสุภาพและจริงใจเซียวเจิ้งเฉิงกวาดตามองร่างบางที่ยืนท้าลมฝน “คราวหน้าคราวหลังหาทำเลที่ปลอดภัยกว่านี้หน่อยหรือไม่ก็มาขายให้สายกว่านี้ ยุคสมัยนี้คนดีมีน้อยคนร้ายมีมาก เงินทองเป็นของนอกกายอย่าเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเงินไม่กี่หยวนเลยมันไม่คุ้ม”เสี่ยวเวยเงยหน้าขึ้นสบตาเขารอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเธอผุดขึ้น เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยแต่ทว่าเข้มแข็ง จนทำให้หัวใจแกร่งของเซียวเจิ้งเฉิงถึงกับสั่นคลอน“สำหรับคนที่มีพร้อมอย่างท่าน เงินไม่กี่หยวนอาจเป็นแค่เศษเงินแต่สำหรับคนตัวเล็กๆ อย่างฉันเงินเหล่านี้คือลมหายใจที่จะต่อชีวิตให้รอดไปได้ในวันพรุ่งนี้ค่ะ”คำพูดของเธอเสียดแทงเข้าไปในใจของนายทหารหนุ่ม เขานิ่งอึ้งไปไม่คิดว่าจะได
อ่านเพิ่มเติม
ความลับในมิติวิเศษ 1
 “ในยุคสมัยนี้สมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้เปรียบเสมือนทองคำแท่งที่มีชีวิต หากฉันสามารถปลูกมันให้เติบโตได้ คุณภาพของมันย่อมเป็นที่ต้องการของเหล่าข้าราชการระดับสูงและเศรษฐีเก่าที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อแลกกับอายุขัย”เสี่ยวเวยนำจอบอันเล็กขุดหลุมลงบนดินสีดำที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด บริเวณใกล้กับบ่อน้ำพุวิเศษค่อยๆ บรรจงฝังเมล็ดพันธุ์ที่ดูไร้ค่าลงไปอย่างเบามือ จากนั้นจึงเดินไปที่บ่อหยก วักน้ำพุวิเศษขึ้นมาหนึ่งกำมือพึมพำอธิษฐานเบาๆ แล้วพรมน้ำทิพย์ลงบนหน้าดินวิ้ง...ทันทีที่หยาดน้ำใสกระทบผิวดินปาฏิหาริย์แห่งชีวิตพลันบังเกิด!ดินสีดำบริเวณนั้นเริ่มขยับไหวเบาๆ ราวกับมีสิ่งมีชีวิตดิ้นรนอยู่ข้างใต้ ยอดอ่อนสีเขียวเข้มแทงทะลุขึ้นมาอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตา มันยืดตัวเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกาลเวลาถูกเร่งให้ผ่านไปนับสิบปีในชั่วอึดใจเดียว โสมคนเริ่มแตกกิ่งก้านใบสีเขียวสดใสขยายตัวแผ่กว้าง ขณะที่สปอร์ของเห็ดหลินจือเริ่มก่อตัวและผลิบานเป็นดอกเห็ดรูปพัดสีน้ำตาลแดงแวววาวราวกับทาด้วยน้ำมันวานิช ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรโบราณอบอวลไปทั่วบริเวณเสี่ยวเวยยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เ
อ่านเพิ่มเติม
ความลับในมิติวิเศษ 2
 เขาคือเถ้าแก่จางหัวหน้าเครือข่ายค้าส่งรายใหญ่ที่มีเส้นสายโยงใยไปทั้งในกองทัพและรัฐบาลท้องถิ่น บนโต๊ะตรงหน้าเขามีลูกพีชของเสี่ยวเวยที่ถูกหั่นเป็นชิ้นวางอยู่“นั่งลงก่อนสิแม่หนู” เถ้าแก่จางผายมือ “ฉันค้าขายของป่าและของหายากมาค่อนชีวิตไม่เคยเห็นพืชพรรณที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตขนาดนี้มาก่อน เธอไปได้ของพวกนี้มาจากไหน”เสี่ยวเวยนั่งลงอย่างสง่าผ่าเผยไม่มีความประหม่าแม้แต่น้อย “แหล่งที่มาเป็นความลับทางการค้าค่ะเถ้าแก่ แต่ฉันรับรองได้ว่าสินค้าของฉันจะมีคุณภาพสม่ำเสมอและยังมีของดียิ่งกว่านี้อีกหากเราตกลงกันได้”เถ้าแก่จางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจในความใจถึงของเด็กสาวตรงหน้า “ของดีกว่านี้เช่นอะไร”เสี่ยวเวยไม่พูดเปล่าเธอล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ซึ่งแกล้งทำเป็นหยิบของแต่จริงๆ คือดึงออกจากมิติเธอหยิบห่อผ้าไหมเล็กๆ ออกมาวางบนโต๊ะ เมื่อคลี่ออกเถ้าแก่จางถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึงจนทำถ้วยชาหกมันคือโสมคนขนาดเท่าฝ่ามือที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ รากฝอยแตกแขนงอย่างงดงามดั่งหนวดมังกร และมีกลิ่นหอมของดินป่า
อ่านเพิ่มเติม
อาหารเลิศรสท่ามกลางการใส่ร้าย 1
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยแสงตะวันอ่อนๆ ที่สาดส่องข้ามกำแพงอิฐสูงของโรงงานทอผ้า ไล่ความหนาวเหน็บยามรุ่งสางให้จางหายไปหลินเสี่ยวเวยเข็นรถไม้คู่ใจออกมาประจำที่เดิมใต้ต้นการบูรใหญ่ แต่ในวันนี้รถเข็นของเธอได้รับการปรับปรุงใหม่จนดูผิดหูผิดตา มีแผ่นเหล็กกันลมที่ดูมั่นคงขึ้น เตาถ่านที่ไฟลุกโชนสม่ำเสมอส่งความร้อนระอุ และบนเตานั้นหม้อเหล็กใบใหญ่กำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ พร้อมกับไอควันที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณน้ำซุปในหม้อวันนี้ไม่ใช่เพียงน้ำแกงผักธรรมดา แต่เสี่ยวเวยได้ทุ่มทุนนำกระดูกหมูท่อนใหญ่ที่เธอแอบไปซื้อมาจากตลาดมืดเมื่อวาน ผ่านการล้างชำระด้วยน้ำพุวิเศษจนหมดกลิ่นคาวเลือด เคี่ยวรวมกับหัวไชเท้าหยกจากมิติและสมุนไพรพื้นบ้านอย่างโป๊ยกั๊กและอบเชยเป็นเวลานานกว่าสี่ชั่วโมงกลิ่นหอมของมันช่างเย้ายวนใจยิ่งนักมันไม่ได้หอมฉุนจนแสบจมูกเหมือนร้านทั่วไป แต่เป็นความหอมหวานล้ำลึกที่โชยมากับสายลมเย็นๆ ราวกับกลิ่นของทุ่งหญ้าหลังฝนตก ผสมผสานกับความเข้มข้นของไขกระดูกที่ละลายออกมาจนน้ำซุปกลายเป็นสีน้ำนมข้นคลั่ก“โอ้โห! วันนี้แม่หนูเสี่ยวเวยทำอะไรขายกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงประตูโรงงานเชียว! พยาธิตื่นตัวหมดแล้วเนี่ย!” คน
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status