مشاركة

บทที่ 2

last update تاريخ النشر: 2025-02-17 12:54:17

ช่วงเวลานี้ที่เรือนหลัก สวีเพ่ยเอนกายพูดคุยกับบุตรสาวที่มาเยี่ยมเยือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หวังหรูเยว่รินชาให้มารดาแล้วพูดขึ้น “ในเมื่อนางใฝ่ต่ำอยากจะเป็นอนุ...ถึงกลับใช้ความตายเข้าแลก ท่านแม่ก็ควรให้นางสมปราถนา”

สวีเพ่ยรู้ว่าบุตรสาวเอ่ยถึงผู้ใดก็แค่นเสียงกล่าวอย่างเย็นชา

“แต่งออกไปเป็นอนุ แม้กระทั่งสินเดิมก็ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมแล้วเหตุใดแม่จะไม่ยินดี ทว่าตระกูลหวังเป็นตระกูลเก่าแก่มีรากฐานมาหลายปีหากแม่ยินยอมให้นางแต่งออกเป็นอนุจะถูกผู้อาวุโสตำหนิได้”

หวังหรูเยว่หัวเราะร่าขึ้นมา “ท่านแม่ปกครองเรือนด้วยความเมตตา แม้กระทั่งบุตรของอนุก็จัดหาคู่ให้อย่างเหมาะสม แต่ครั้งนี้ก็นับว่าจนใจ...ท่านแม่ไม่มีทางเลือกแล้ว”

สวีเพ่ยยิ้มตอบ “พ่อเจ้ากลับมาเย็นนี้ ข้าจะพูดเรื่องการยกเลิกการหมั้นหมายของหวังชิงหว่านที่ได้ตกลงไปก่อนหน้านี้”

หวังหรูเยว่กุมมือมารดาขึ้นมา “ท่านแม่อย่าเสียใจไปเลยนะเจ้าค่ะ ยังเหลืองานแต่งของน้องอีกหลายคนที่ยังต้องให้ท่านแม่ไปจัดการ ยิ่งพี่ใหญ่ก็ยิ่งเห็นความหวังดีของท่านแม่อย่างแน่นอน”

สวีเพ่ยตบมือบุตรสาวเบา ๆ เพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสมจากตระกูลที่ดีให้บุตรชาย นางจำต้องสร้างภาพเป็นฮูหยินที่ใจกว้างและมีเมตตา หากนางจัดการให้บุตรสาวอนุตบแต่งออกไปเป็นอนุจะต้องถูกหาว่าจิตใจคับแคบริษยา บุตรสาวจากตระกูลขุนนางสูงศักดิ์ย่อมต้องไตร่ตรองให้มากหากจะมาเป็นสะใภ้ซึ่งอาจจะทำให้บุตรชายของนางพลาดคู่ครองดี ๆ ไป

นางจัดการคู่หมั้นหมายให้หวังชิงหว่านเป็นขุนนางชั้น 9 แม้จะตำแหน่งไม่สูงนักแต่ก็นับว่าเหมาะสมกับเด็กสาวที่เป็นอนุ ตกแต่งนั่งเกี้ยวออกไปอย่างสมศักดิ์พิธีการไม่ขาดตกบกพร่อง โชคดีที่การเลี้ยงดูที่มาผ่านมาของนางได้ผล เด็กคนนี้จึงเติบโตมาด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา ไม่รู้ผิดรู้ชั่ว กลับไม่พอใจหวังอยากจะเป็นอนุผู้อื่น สวีเพ่ยหัวเราะเสียงต่ำในใจ

พอมองออกไปข้างนอกหน้าต่างเห็นแสงแดดเริ่มเบาบางจึงเอ่ยขึ้น “เจ้าออกมาจากจวนหลายชั่วยามแล้ว...สมควรจะกลับได้แล้ว”

หวังหรูเยว่หน้างอพูดขึ้น “ท่านแม่...ไม่ทันไรท่านก็เอ่ยปากไล่ข้าแล้วหรือ”

สวีเพ่ยปัดปอยผมหน้าบุตรสาวเบา ๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าพึ่งตกแต่งเข้าไป...จะต้องระวังการวางตัวให้มาก”

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ....เอาไว้ข้าจะมาเยี่ยมท่านแม่ใหม่นะเจ้าค่ะ” ขณะนั้นม่านกั้นห้องก็ถูกเลิกขึ้นมา บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อม

“ฮูหยินเจ้าคะ...คุณหนูเจ็ดมาขอคารวะเจ้าค่ะ”

สวีเพ่ยขมวดคิ้ว หวังหรูเยว่ยิ้มเยาะเอ่ยขึ้น “ข้ากำลังจะไปเยี่ยมน้องเจ็ดอยู่พอดี เช่นนั้นท่านแม่ข้าจะออกไปคุยกับน้องสักหน่อยนะเจ้าค่ะ”

สวีเพ่ยพยักหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน หวังชิงหว่านเห็นคนที่ออกมาเป็นหวังหรูเยว่ก็รีบยอบกายคารวะทักทาย หวังหรูเยว่พินิจดูสีหน้าของน้องสาว ทั้งที่ซีดไร้สีแต่ไม่ได้ลดความงามของอีกฝ่าย กลับยิ่งขับให้ดูเปราะบางน่าสงสารยิ่งขึ้น ความเกลียดริษยาอีกฝ่ายผุดขึ้นมาผ่านแววตาแวบหนึ่งนางกระพริบตาครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มผิวเผินแล้วพูดขึ้น

“น้องเจ็ด...ได้ยินว่าเจ้าไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือเหตุใดจึงได้ออกจากเรือนมาเล่า”

หวังชิงหว่านรีบตอบ “พี่รอง...ข้ารู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว จึงได้มาคารวะท่านแม่”

หวังหรูเยว่เย้นหยันในใจ พูดขึ้น “เจ้าคงจะมาพูดเรื่องแต่งงาน วางใจเถอะท่านแม่รับปากแล้ว...จะให้เจ้าสมปรารถนา”

หวังชิงหว่านก้มหน้าปิดแววตาตนเอง ทบทวนจากความทรงจำพี่สาวตรงหน้า คนคนนี้ไม่เคยมีความจริงใจต่อนางแม้แต่น้อย แต่ตอนนี้ไม่อาจจะโต้ตอบอีกฝ่ายจึงได้กลั้นใจเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ตอนนี้..ข้าสำนึกผิดแล้ว...ต่อไปจะเชื่อฟังท่านแม่แต่งงานอย่างว่าง่าย”

หวังหรูเยว่เลิกคิ้วขึ้นไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน นางยิ้มมุมปากแววตาเย็นชาพูดขึ้น “เจ้าคงยอมรับเรือนเก่า ๆ ของตระกูลเซียวได้แล้วสินะ ข้านึกว่าเจ้ายังอยากจะอยู่ในจวนแม่ทัพเสียอีก แต่เอาเถอะในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วช่วงนี้ก็อยู่ที่จวนเก็บช่วงเวลานี้ให้ดี ๆ หลังจากแต่งออกไปแล้วจะกลับมาไม่ได้แล้วนะ”

หวังชิงหว่านข่มอารมณ์เอาไว้ นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งแผนยุยงของอีกฝ่าย หลอกให้สาวใช้พานางไปดูเรือนของตระกูลเซียวที่ค่อนข้างทรุดโทรม และหากนำมาเทียบกับจวนแม่ทัพยิ่งเห็นความแตกต่างกัน ส่วนตัวหวังชิงหว่านที่เติบโตในจวนเสนาบดีในฐานะบุตรของอนุ นางก็ไม่เห็นว่าการอยู่ในฐานะนี้จะลำบากอะไร อย่างไรก็อยู่กินก็ยังดีกว่าการเป็นฮูหยินของตระกูลเล็ก ๆ อยู่มาก

แต่การเมียน้อยกับฮูหยินเอก ศักดิ์ศรีมันแตกต่างกันมาก

ทว่าโต้เถียงตอบโต้ไปก็ไร้ประโยชน์ หวังชิงหว่านทำเพียงก้มหน้ายืนนิ่งอยู่เงียบ ๆ หวังหรูเยว่เห็นว่าไม่อาจจะยุแยงอีกฝ่ายได้อีกก็เชิดหน้าเดินออกไป บ่าวที่อยู่หน้าเรือนเห็นหวังหรูเยว่ออกไปแล้วจึงเอ่ยขึ้น

“คุณหนูเจ็ด ฮูหยินรู้สึกไม่สบายวันหลังท่านค่อยมาเถอะ”

นี้เป็นการบอกปัด หวังชิงหว่านก้มหน้าครุ่นคิดจากนั้นก็เงยหน้าขึ้น “ถ้าเช่นนั้น ข้าไม่รบกวนท่านแม่แล้ว”

ในขณะที่หวังชิงหว่านกำลังเดินกลับออกไป นางเห็นบ่าวคนหนึ่งวิ่งเข้าไปในเรือนหลักด้วยท่าทีเร่งรีบแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม นางครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็ทำทีรู้สึกเหนื่อยใจฝีเท้าช้าลงเรื่อย ๆ ในที่สุดก็เจอกับเสนาบดีหวังลู่หาน กำลังเดินเข้ามาในเรือนนางรีบเดินไปคุกเข่าหน้าอีกฝ่ายทันที

หวังลู่หานรู้เรื่องที่บุตรสาวกระโดนน้ำแล้ว เขาปรายตามองด้วยสายตาเอือมระอากล่าวน้ำเสียงเย็นชา “เหตุใดเจ้าเป็นคนไม่รู้ความเช่นนี้”

หวังชิงหว่านรีบหมอบกายลงเงยหน้าขึ้นมองบิดากล่าวเสียงสะอื้น “ท่านพ่อได้โปรดลงโทษลูกเถิด ... ต่อไปข้าจะเชื่อฟังไม่ดื้อดึงเด็ดขาด วันนี้ข้าตั้งใจมาขอรับโทษจากท่านแม่...ดูเหมือนว่าท่านแม่เองก็โกรธเคืองข้าเสียแล้ว ฮื้อ”

เสียงร้องประสานกับแววตาอ้อนวอน ด้วยหวังชิงหว่านมีใบหน้าคล้ายคลึงกับฮูหยินผู้เฒ่าอยู่หลายส่วนอีกทั้งยังงดงามบอบบางช่างเอาใจ เดิมหวังลู่หานก็ลำเอียงเข้าข้างนางมาโดยตลอด ครั้งเห็นนางร้องไห้กล่าวสำนึกผิดก็ทำให้ใจของหวังลู่หานอ่อนยวบลงทันทีกล่าว

“แล้วเรื่องแต่งงานของเจ้าเล่า”

“ข้าย่อมเชื่อฟังบิดามารดา ที่ผ่านมาล้วนเป็นข้าไม่รู้ความโง่เขลา ท่านพ่อต่อไปข้าจะไม่ทำอีกแล้ว”

ขณะนั้นสวีเพ่ยก็เดินมายืนเคียงข้างกับหวังลู่หานสีหน้าอ่อนล้ากล่าวโพล้งออกมาอย่างกลุ้มใจ “ท่านพี่...เด็กคนนี้ช่างดื้อยิ่งหนัก”

หวังชิงหว่านหันไปคำนับให้สวีเพ่ยแล้วพูด “ท่านแม่...ท่านได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ข้าผิดไปแล้ว”

สวีเพ่ยเผยสีหน้าจนใจ ทว่าแววตายังเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากล่าว “ลุกขึ้นเถอะ..พื้นเย็นไม่ดีต่อสุขภาพ เจ้าพึ่งฟื้นจากไข้ล้มป่วยไปอีกจะลำบาก ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดแล้วเรื่องแต่งงานข้าก็จัดการตามเดิม...ไป๋ชิงพาคุณหนูเจ็ดกลับเรือนได้แล้ว”

ไป๋ชิงเดินเข้ามาประครองหวังชิงหว่านให้ลุกขึ้น นางย่อกายคารวะทั้งสองคนก่อนจะค่อย ๆ เดินออกไป

หวังลู่หานมองตามหลังบุตรสาวด้วยสายตาอ่อนใจแล้วหันมากุมมือของสวีเพ่ยขึ้นมากล่าว “ขอบใจฮูหยินมาก...หลายวันที่ข้าไม่อยู่จวนลำบากเจ้าแล้ว”

สวีเพ่ยกล่าวตอบ “ย่อมเป็นหน้าที่ของข้าแต่ข้าจัดการไม่ดีนัก ท่านพี่เดินทางอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับต้องมาเจอเรื่องราวให้ต้องกังวลใจอีก”

หวังลู่หานมองฮูหยินด้วยสีหน้าอ่อนโยนกล่าว

“เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น...เข้าเรือนกันเถอะ”

หวังชิงหว่านหันมองกลับมองเห็นทั้งสองคนเคียงคู่กันก็ลอบถอนหายใจ การแต่งงานเช่นนี้นางเองก็ใช่ว่าจะชื่นชอบ แต่หากอยากจะออกไปเริ่มต้นชีวิตแบบไร้ข้อกังวลก็มีเพียงวิธีการนี้

นางเป็นสายลับทุกในสืบข้อมูลบางครั้งก็ไม่มีแผนการให้เลือกมากนัก หนทางนี้นางก็ว่าสะดวกง่ายและปลอดภัย แต่งออกไปแล้วนางก็เป็นคนของตระกูลเซียว ตระกูลเล็ก ๆ ที่ไร้พิษภัยหากอยู่แล้วไม่สบายใจ ก็หาวิธีให้ได้ใบหย่า สตรีที่ถูกหย่าก็เหมือนมียันต์คุ้มกาย ผู้ใดก็ไม่อยากเข้าใกล้ ตอนนั้นนางจะได้โบยบินแบบที่ตนเองต้องการแบบไม่ผิดหลักกฏหมายของแคว้นด้วย

ก็แค่แต่งงาน น่าสนใจดี

นางเองก็ไม่เคยแต่งงานมาก่อน
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 141

    “งดงามยิ่งนัก” จางซูอินพูดขึ้น “ในทุกปี…ฤดูหนาวเราจะมาที่นี่ดีหรือไม่” “ฮืม…” จางซูอินซบลงอกของชายหนุ่มด้วยท่าทางอ่อนคลาย แสดงความรักความสุขล้นออกมา เฉิงอ๋องโอบกอดหญิงสาวด้วยความอ่อนโยนก่อนใบหน้าก้มลงไป จางซูอินปิดเปลือกตาลง เคลิบเคลิ้มไปกับจูบอันอ่อนโยนของชา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 140

    เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมา เฉิงอ๋องก็ยังอดใจไม่ไหวไปเยือนห้องพักของจางซูอิน เมื่อบ่าวไพร่ปิดประตูออกจากห้อง เขาจึงปรากฏกาย แม้เฉิงอ๋องจะมาอย่างไร้สุ่มเสียงแต่คล้ายจางซูอินจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว นางชำเลืองมองชายหนุ่ม ใบหน้าระบายยิ้มบาง ๆ “ข้าเพียงอยากเจอหน้าเจ้าก่อนนอน” เ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 139

    หญิงสาวปรายตามองดูในตะกร้าจึงพูดขึ้น “ข้าซื้อทั้งหมดนี่ ท่านคิดราคามาได้เลย” พ่อค้าเห็นจางซูอินรับทั้งหมดก็ยิ้มหน้าบานดีใจ แต่สักพักใบหน้าชายหนุ่มกลับจืดขึ้นแล้วพูดว่า “คุณหนู ปลาพวกนี้รสชาติทานลำบากอยู่บ้าง ท่านจะลองซื้อไปทำทานดูสักตัวสองตัวก่อนดีหรือไม่” จาง

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 138

    ผู้ที่ตื่นเต้นในการเดินทางครั้งนี้มากกว่าผู้ใดก็คือ เฉิงอ๋องเทพแห่งสงครามของแคว้นต้าเว่ย หลังจากนี้ทุกวันคืนเขาจะได้อยู่ร่วมกับซูซู เขาสั่งให้จงถังจัดเตรียมทุกอย่างด้วยตนเอง จนเมื่อถึงออกเดินทาง รถม้าหรูหราคันใหญ่มาจอดรอรับจางซูอินหน้าสกุลจางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 137

    ตอนที่ 50 โกรธเป็นโง่ โมโหเป็นบ้า หลังราชโองการออกมา ผู้ที่ได้รับคำสั่งก็ต่างเตรียมตัวออกเดินทาง บรรยาศครื้นเครงต่างจากตำหนักบูรพาที่แม้กระทั่งเงาของก้อนเฆมก็ดูอึ้มครึมมากกว่าปกติ พระชายาเสิ่นจือ บีบผ้าในมือปิดจนเป็นเกลียวนางกัดริมฝีปากจนแทบจะเป็นแผล องค์รัชทายาทไม่ได้รับราชโ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 136

    หลังจากมื้อเที่ยงต้าเหยาก็เข้าวังทันที เมื่อไปถึงนางก็ไปคารวะพระสนมลู่ผินก่อน “พระมารดา ข้าคิดถึงท่านจังเลย” พระสนมลู่ลูบศรีษะต้าเหยาเบา ๆ พลางเอ่ยถามไถ่ เห็นสีหน้าแววตาของต้าเหยาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความสุข ก็วางใจอย่างอบอุ่น หลังจากพูดคุยกัน ต้าเหยาก็บอกเล่าว่านางจะมา

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 8

    ลี่อินลากรถลากตามหลังหวังชิงหว่านที่คล้ายกำลังมองหาบางอย่าง นางจึงเอ่ยถาม “พวกเราจะไปไหนต่อหรือเปล่าเจ้าคะ” “ข้าจำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ ไปดูร้านผ้าตรงหน้าเถอะ” เอ่ยเสร็จนางก็เดินนำหน้าไปร้านแพรพรรณ หลงจู้เห็นคนเดินเข้ามาก็รีบออกมาต้อนรับ แต่ก็ต้องชะงักในความงามของหวังชิ

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 4

    ตะวันทอแสงอ่อนเข้าผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนหวังชิงหว่านรู้สึกตัว นางลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ร่างกายเหมือนสูบเรี่ยวแรง เห็นเซียวอี้หยางเปลือยกายนอนอยู่ด้านข้าง เหม่อมองอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยล้าพลางเอือมมือไปสะกิดอีกฝ่าย“ท่านพี่” ด้วยเนื้อเสียงของหญิงสาว เสียงที่เปล่งออกมาดูออดอ้อนด้วยความคำหวาน

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 3

    แม้หวังชิงหว่านจะเป็นที่เอ็นดูของบิดาทว่ากลับไร้อิสระอย่างสิ้นเชิง ตอนเช้าต้องไปคารวะฮูหยินที่เรือนใหญ่ ตกบ่ายนั่งปักผ้าอยู่ภายในเรือน ร่างกายของนางอ่อนแอแค่เดินก็เหนื่อยแล้ว อยู่ในจวนใหญ่นางไม่รู้กำลังป้องกันของที่นี่เป็นอย่างไร จึงยังไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม นางทั้งเสแสร้งโง่เขลา เสแสร้างจำใจ เสแสร้ง

  • ชาตินี้ ขอใช้ชีวิตในแบบง่าย ๆ    บทที่ 1

    ภารกิจครั้งนี้ไม่สำเร็จ!! เสียงระเบิดดังสนั่นต่อเนื่อง เรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง ถังชิงหว่านไม่ทันได้ไตร่ตรองหาวิธีเอาตัวรอด แรงกระแทกทำให้ร่างของเธอตกลงไปท้องทะเล แม้เธอจะว่ายน้ำเก่งแค่ไหนน้ำแต่อาการบาดเจ็บที่ขาทำให้เธอไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองได้หลังจากประเมินสถานการณ์ ถังชิงหว่านก็ไม่หาค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status