หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 15 พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

แชร์

ตอนที่ 15 พลิกวิกฤตเป็นโอกาส

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 01:03:26

ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและกลิ่นคาวเลือดที่ยังเจือจางอยู่ในอากาศของตำหนักจิ่งเหริน หลินชิงเยียนเดินออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างามทว่าเยือกเย็น แสงแดดยามบ่ายที่ฉาบลงบนอาภรณ์สีขาวของนางทำให้ดูราวกับนางเซียนผู้ไร้ราคี ทว่าในใจของนางกลับกำลังคำนวณหมากกระดานต่อไปอย่างรวดเร็ว

"พระสนมเพคะ... ฉินกุ้ยเฟยพ่ายแพ้แล้ว เหตุใดท่านจึงดูไม่ยินดีเท่าที่ควร?" ชุ่ยเอ๋อร์กระซิบถามขณะประคองแขนเดินเลี่ยงออกมาจากฝูงชน

"การล้มฉินกุ้ยเฟยเป็นเพียงการถอนวัชพืชที่ขวางทาง แต่รากเหง้าของปัญหาคืออำนาจของตระกูลขุนนางเก่า" ชิงเยียนหยุดเดินใกล้สระบัวที่ครั้งหนึ่งนางเคยตกน้ำ "ฝ่าบาททรงพิโรธหนัก และความพิโรธนั้นคือดาบสองคม หากข้าจัดการไม่ดี ความผิดของเยี่ยฉืออาจจะลามมาถึงตระกูลหลินและตัวข้าด้วย"

ณ ห้องทรงอักษรหลวง

เซียวจื่อเซียนประทับอยู่ท่ามกลางกองฎีกาที่ถูกกวาดกระจัดกระจาย แววตาของมังกรบัดนี้เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและรุ่มร้อน พระองค์ทรงรู้สึกเหมือนถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากคนที่พระองค์เคยให้ความไว้วางใจ

"ฝ่าบาท... หลินเหรินขอเข้าเฝ้าเพคะ" เสียงขันทีประกาศ

"ให้นางเข้ามา"

ชิงเยียนก้าวเข้ามาในห้อง นางไม่ได้แสดงท่าทีผู้ชนะ แต่กลับถือถาดน้ำแกงรากบัวอุ่นๆ เข้ามาวางเบื้องหน้าพระพักตร์อย่างเงียบเชียบ นางทรุดเข่าลงหมอบราบกับพื้นโดยไม่เอ่ยคำใด

"เจ้ามาทำไม? มาดูผลงานของเจ้าที่ทำให้วังหลังปั่นป่วนงั้นหรือ?" ฮ่องเต้ตรัสเสียงเย็น ทว่าแฝงความเหนื่อยล้า

"หม่อมฉันมาเพื่อรับโทษเพคะ" ชิงเยียนเงยหน้าขึ้น แววตาคลอน้ำตา "ในฐานะน้องสาวที่มิอาจอบรมพี่สาวให้ดี จนนางกล้าสมคบคิดลวงเบื้องสูง และในฐานะสนมที่ทำให้พระองค์ต้องทรงเสียพระทัยกับความจริงที่เจ็บปวด หม่อมฉันสมควรตายเพคะ"

เซียวจื่อเซียนชะงัก พระองค์ทรงมองสตรีที่หมอบอยู่แทบเท้า ความโกรธที่เคยมีต่อเยี่ยฉือพลันอ่อนแสงลงเมื่อเห็นความภักดีของชิงเยียน "เยี่ยฉือทำผิด นางย่อมต้องรับกรรม แต่เจ้า... เจ้าคือคนที่เปิดหูเปิดตาข้า"

"ฝ่าบาท... ตระกูลฉินล่มสลายลง อำนาจทางการทหารและขุนนางฝ่ายเดิมย่อมสั่นคลอน" ชิงเยียนลุกขึ้นขยับเข้าไปใกล้ พลางกุมพระหัตถ์ที่สั่นเล็กน้อยของพระองค์ไว้ "นี่คือโอกาสเพคะ... โอกาสที่พระองค์จะทรงกวาดล้างขุนนางที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อแผ่นดิน และสถาปนาอำนาจใหม่ที่ขึ้นตรงต่อพระองค์เพียงผู้เดียว"

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"

"ทรงใช้เหตุการณ์ 'ครรภ์ทิพย์' และจดหมายของเยี่ยฉือ เป็นชนวนในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของขุนนางทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพคะ ใครที่เคยรับเงินจากตระกูลฉินหรือตระกูลเซี่ย ให้จัดการถอนรากถอนโคนเสีย และในส่วนของจวนโหวตระกูลเซี่ย... หม่อมฉันขอเสนอให้ทรง 'ยึดบรรดาศักดิ์' คืน แทนการประหารชีวิตยกครัวเพคะ"

เซียวจื่อเซียนขมวดคิ้ว "ทำไมเจ้าถึงอยากไว้ชีวิตพวกนั้น?"

"เพราะการตายมันง่ายเกินไปเพคะฝ่าบาท" ชิงเยียนยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นเยียบ "การให้คนพยศอย่างเยี่ยฉือและตระกูลเซี่ยต้องอยู่อย่างสามัญชนที่ไร้เงินทองและเกียรติยศ ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำท่ามกลางสายตาดูถูกของชาวเมือง... นั่นคือการลงโทษที่เจ็บปวดกว่าความตายหลายเท่าเพคะ"

ฮ่องเต้จ้องมองชิงเยียนเนิ่นนาน ก่อนจะระเบิดเสียงสรวลออกมา "ชิงเยียน... เจ้าช่างร้ายกาจนัก เจ้าไม่เพียงแต่ช่วยข้ากวาดล้างศัตรู แต่เจ้ายังรู้วิธีทรมานคนให้ตายทั้งเป็นได้แนบเนียนที่สุด"

วันรุ่งขึ้น ณ หน้าประตูวังหลวง

ราชโองการสายฟ้าแลบถูกประกาศออกมาทั่วเมืองหลวง

"ฉินกุ้ยเฟยต้องโทษประหารด้วยผ้าขาว ตระกูลฉินถูกเนรเทศไปชายแดนตลอดชีวิต ส่วนจวนโหวตระกูลเซี่ยมีความผิดฐานแทรกแซงกิจการวังหลัง ให้ถอดถอนบรรดาศักดิ์โหว ยึดทรัพย์สินเข้าหลวงทั้งหมด และเนรเทศสมาชิกทุกคนออกไปอยู่นอกเขตกรงขังเมืองหลวงในฐานะสามัญชน!"

หลินเยี่ยฉือถูกลากออกมาจากคุกหลวงในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชุดหรูหราที่นางเคยสวมใส่บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยผ้าป่านเนื้อเลว นางถูกผลักให้ออกมานอกประตูวังพร้อมกับเซี่ยจวินและเหล่าฮูหยินเซี่ยที่บัดนี้สภาพไม่ต่างจากขอทาน

"ชิงเยียน! นังน้องสารเลว! ข้ารู้ว่าเป็นฝีมือเจ้า!" เยี่ยฉือกรีดร้องพลางพยายามจะวิ่งกลับเข้าไปในวัง แต่ถูกทหารยามใช้ด้ามหอกผลักล้มลง

"หยุดบ้าได้แล้วเยี่ยฉือ!" เซี่ยจวินตวาดนางด้วยความรังเกียจ "เพราะเจ้า... เพราะความริษยาโง่ๆ ของเจ้าทำให้ตระกูลข้าต้องล่มจม! นับแต่นี้ไปอย่ามาเรียกข้าว่าสามีอีก!"

เหล่าฮูหยินเซี่ยที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญซบลงกับพื้นดิน "วาสนาข้า... ความยิ่งใหญ่ของข้าพังพินาศหมดแล้ว!"

ในจังหวะนั้นเอง เสลี่ยงหรูหราของพระสนมชั้นสูงก็เคลื่อนผ่านประตูวังออกมา ชิงเยียนสั่งให้หยุดเสลี่ยงแล้วเลิกม่านขึ้นมองดูพี่สาวที่หมอบอยู่แทบเท้า

"พี่หญิง... ลำบากท่านแล้ว" ชิงเยียนเอ่ยเสียงเรียบ "ท่านอยากได้ตำแหน่งฮูหยินโหวจนตัวสั่น บัดนี้ท่านก็ได้เป็น 'เมียชาวบ้าน' สมใจแล้วนะเพคะ"

"ชิงเยียน! ข้าจะฆ่าเจ้า!" เยี่ยฉือจะกระโจนใส่ แต่ถูกองครักษ์ขวางไว้

"เจ้าฆ่าข้าไม่ได้หรอกเยี่ยฉือ เพราะเจ้าไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินด้วยซ้ำ" ชิงเยียนโยนถุงเงินเล็กๆ ที่มีเพียงเศษเบี้ยไม่กี่เหรียญลงบนพื้น "นี่คือความเมตตาสุดท้ายจากน้องสาว... จงใช้มันประทังชีวิตในกระท่อมท้ายทุ่งที่ข้าจัดไว้ให้เถิด รสชาติของความยากลำบากที่ข้าเคยเจอ ท่านจะได้ลิ้มรสเดียวนั้นไปจนตาย"

เสลี่ยงเคลื่อนจากไป ทิ้งให้เยี่ยฉือกรีดร้องอย่างเสียสติท่ามกลางสายตาดูแคลนของชาวบ้านที่พากันขว้างปาเศษอาหารใส่ "คนทรยศแผ่นดิน"

คืนนั้น ณ ตำหนักฉีเสียง

ฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนเสด็จมาหาชิงเยียนพร้อมกับรอยยิ้มที่หาได้ยาก พระองค์ทรงยกมือนางขึ้นมาจุมพิต "วันนี้ข้าจัดการขุนนางฝ่ายตระกูลฉินไปได้เกือบครึ่งราชสำนัก แผ่นดินเริ่มสะอาดขึ้นเพราะเจ้าจริงๆ"

"หม่อมฉันเพียงแต่ทำหน้าที่ 'หมาก' ที่ดีเพคะ"

"ไม่... เจ้าไม่ใช่หมาก" เซียวจื่อเซียนโอบกอดนางจากเบื้องหลัง "เจ้าคือ 'ราชินี' ของข้า ชิงเยียน... ข้าตัดสินใจแล้ว ตำแหน่ง 'หวงกุ้ยเฟย' ที่ว่างลงนี้ ข้าจะมอบให้เจ้า และเมื่อใดที่ข้าจัดการรากฐานได้มั่นคง... เจ้าคือคนเดียวที่จะนั่งเคียงคู่ข้าบนบัลลังก์หงส์"

ชิงเยียนซบลงกับอกของมังกร นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นดวงจันทร์ที่สว่างไสวที่สุดในรอบปี ชาติก่อนนางถูกเหยียบย่ำจนตายท่ามกลางความอัปยศ แต่ชาตินี้... นางกำลังจะกลายเป็นสตรีที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า

และบทเรียนที่นางมอบให้พี่สาว... มันเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการล้างแค้นที่หอมหวานที่สุดเท่านั้นเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

    บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเส

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 19 ยาบำรุงมังกร

    แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านมุกของตำหนักฉีเสียง บรรยากาศภายในตำหนักบัดนี้ดูโอ่อ่าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจยิ่งกว่าเดิม สมกับฐานะของ "หลินหวงกุ้ยเฟย" ผู้กุมหัวใจมังกรไว้ในกำมือ ทว่าท่ามกลางความสงบสุขที่ฉาบไว้บนใบหน้า หลินชิงเยียนกลับกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจคัดแยกสมุนไพรบนโต๊ะไม้พยุงตัวยาอย่างระ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 18 พี่สาวที่ล่มจม

    ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับที่วังหลวงอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าที่กระท่อมดินซอมซ่อชายป่าเมืองหลวงกลับมีเพียงเสียงไอโขลกและกลิ่นอายของความอนาถา หลินเยี่ยฉือนั่งกอดตัวเองอยู่บนแคร่ไม้ที่ปูด้วยฟางแห้ง เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบระคายผิวจนทำให้นางคันคะเยอไปทั้งตัว มือที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้แตกเป็นขุยและมีแผลตกสะเก็ดจ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 17 ค่ำคืนที่อ่อนโยน

    ท่ามกลางความวุ่นวายที่เพิ่งสงบลง ลมฤดูใบไม้ผลิพัดพาเอากลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่เบ่งบานอยู่รอบตำหนักฉีเสียงเข้ามาด้านใน บรรยากาศภายในห้องบรรทมวันนี้ไม่ได้ถูกประดับประดาด้วยพิธีการที่หรูหราจนอึดอัด แต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบและแสงเทียนที่สลัวรางหลินชิงเยียนนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลือง นางไม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status