หน้าหลัก / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

แชร์

ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-22 01:07:50

เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา

ภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง

"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดา

ชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น"

"ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหาเหล่านางกำนัลเพื่อรับขนม

เซียวจื่อเซียนเดินเข้ามาประทับนั่งข้างๆ ชิงเยียน พระองค์ทรงรวบมือนางมาวางบนพระเพลา แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เหลือเพียงความอ่อนโยนที่มีไว้ให้สตรีผู้นี้เพียงคนเดียว

"เจ้ายังคงสอนเขาเรื่องความเมตตาเสมอ ทั้งที่เจ้าเองก็เคยผ่านโลกที่โหดร้ายมาไม่น้อย" ฮ่องเต้ตรัสเสียงทุ่ม

ชิงเยียนเอนกายซบไหล่พระองค์ "เพราะหม่อมฉันเคยอยู่ในที่มืดมิดที่สุดเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันถึงได้รู้ว่าแสงสว่างนั้นล้ำค่าเพียงใด หม่อมฉันไม่อยากให้หมิงอวี่ต้องเติบโตมาในโลกที่ต้องใช้ความแค้นขับเคลื่อนชีวิตเหมือนที่หม่อมฉันเคยเป็น"

"เจ้าทำได้ดีแล้วชิงเยียน... ดูนั่นสิ" ฮ่องเต้ทรงชี้ไปที่โรงทานและสถานสงเคราะห์ที่มองเห็นลิบๆ จากยอดเขาวังหลวง "ผลงานของเจ้าทำให้เด็กๆ นับพันไม่ต้องเป็นกำพร้า และสตรีที่ถูกทอดทิ้งมีที่ยืนอย่างมีเกียรติ เจ้าไม่ได้เพียงแค่ล้างแค้นให้ตนเอง แต่เจ้าได้ล้างความอยุติธรรมไปจากแผ่นดินข้าด้วย"

ในเย็นวันนั้น ชิงเยียนขออนุญาตฮ่องเต้เสด็จไปยัง 'หอระฆัง' สูงสุดของวังหลวงเพียงลำพัง นางมองดูอาทิตย์อัสดงที่ฉาบแสงสีส้มไปทั่วเมืองหลวงที่นางรัก ในใจหวนนึกถึงจุดเริ่มต้น... นึกถึงวันที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างเดิมหลังจากความตายในชาติแรก วันที่นางสาบานว่าจะเปลี่ยนโชคชะตา

"ท่านแม่เลี้ยงเพคะ... พี่หญิง... ท่านพ่อ..." ชิงเยียนพึมพำกับสายลม "ข้าทำสำเร็จแล้ว ข้าไม่ได้ทำลายพวกท่านด้วยดาบ แต่ข้าทำลายด้วยความจริงและความดีงามที่พวกท่านมิเคยสัมผัส บัดนี้... ข้าขออโหสิกรรมให้แก่ทุกดวงวิญญาณ ขอให้ความแค้นนี้จบลงที่ข้า และไม่สืบต่อไปถึงลูกหลานอีกเลย"

นางรู้สึกเหมือนพันธนาการสุดท้ายที่รัดรึงหัวใจมาสองชาติภพได้หลุดลอยไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกเบาสบายปกคลุมไปทั่วร่าง ราวกับวิญญาณของนางได้ถูกชะล้างจนบริสุทธิ์

เมื่อถึงยามราตรี ภายในตำหนักคุนหนิงอันอบอุ่น เซียวจื่อเซียนประคองชิงเยียนไปยังหน้าต่างที่เปิดรับลมเย็น พระองค์ทรงหยิบปิ่นปักผมหยกขาวลายหงส์เคียงมังกรที่ทรงสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษออกมาสวมลงบนมวยผมให้นางอีกครั้ง

"ปิ่นเล่มนี้... คือสัญญาของข้า" เซียวจื่อเซียนกระซิบข้างหู "ไม่ว่ากี่ปีจะผ่านไป ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญกับพายุลูกไหน ข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้า จะเป็นมังกรที่ปกป้องหงส์ตัวนี้ตลอดไป"

ชิงเยียนหันมาสบตาพระองค์ แววตาของนางสะท้อนภาพชายที่รักนางสุดหัวใจ "หม่อมฉันก็เช่นกันเพคะ จะเป็นหงส์ที่คอยประคองปีกของมังกร เพื่อให้พระองค์ทรงบินได้สูงและไกลที่สุด เพื่อความสุขของราษฎรและครอบครัวของเรา"

ทั้งสองโอบกอดกันท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างไสวที่สุด บรรยากาศเงียบสงบเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งรักที่มั่นคง

การล้างแค้นอาจเริ่มต้นด้วยหยาดน้ำตาและความเจ็บปวด

แต่บทสรุปของมัน กลับงดงามด้วยการรู้จักรักและการให้อภัย

หลินชิงเยียน... สตรีที่เคยถูกตราหน้าว่าไร้ค่า บัดนี้คือนางพญาผู้ยิ่งใหญ่ที่ประทับอยู่ในใจของคนทั้งแผ่นดินชิง และประทับอยู่ในนิรันดรแห่งรักของฮ่องเต้เซียวจื่อเซียนตลอดกาล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 20 การล้างบางของสนมฝ่ายร้าย

    บรรยากาศในวังหลังภายหลังการล่มสลายของฉินกุ้ยเฟยไม่ได้สงบสุขอย่างที่คิด แม้ขั้วอำนาจใหญ่จะถูกทำลาย แต่เหล่าสนมที่เคยเป็น "นกต่อ" และ "สมุนรับใช้" ของตระกูลขุนนางเก่ากลับยิ่งดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พวกนางรวมกลุ่มกันเป็นคลื่นใต้น้ำ คอยขัดขวางการบริหารงานวังหลังของหลินหวงกุ้ยเฟย และลอบส่งข่าวทำลายชื่อเส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status