Accueil / รักโบราณ / ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์ / ตอนที่ 14 แผนร้ายทำลายลูกในครรภ์

Partager

ตอนที่ 14 แผนร้ายทำลายลูกในครรภ์

last update Date de publication: 2026-05-22 01:03:05

เช้าวันแห่งการตัดสินมาถึง บรรยากาศภายในตำหนักจิ่งเหรินเคร่งเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ กลิ่นกำยานหอมอวลถูกจุดเพื่อกลบกลิ่นยาต้มที่โชยออกมาจากห้องบรรทมของฉินกุ้ยเฟย เหล่านางกำนัลต่างเดินก้มหน้าด้วยความหวาดระแวง เพราะวันนี้คือวันที่ฮ่องเต้ทรงนัดหมายให้มีการ "ตรวจครรภ์ต่อหน้าพระที่นั่ง" โดยมีหมอหลวงสามท่านที่ทรงคัดเลือกมาด้วยพระองค์เอง

ฉินกุ้ยเฟยนั่งอยู่บนตั่งทองคำ ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยแป้งขาวจนดูซีดเผียวราวกับคนแพ้ท้องอย่างหนัก ในมือของนางกำจดหมายที่สายลับดักชิงมาจากคนของจวนโหวไว้แน่น จดหมายที่เยี่ยฉือปลอมลายมือชิงเยียนว่า 'หวาดกลัวและขอขมา' ทำให้นางยิ้มเยาะด้วยความยโส

"นังเด็กปากกล้า... สุดท้ายเจ้าก็กลัวตาย" กุ้ยเฟยพึมพำ "ในเมื่อเจ้าเปิดช่องให้ข้า ข้าก็จะใช้แผน 'ลูกในครรภ์หลุดลอย' ป้ายสีเจ้าให้ถึงที่สุด!"

แผนของกุ้ยเฟยนั้นอำมหิตนัก นางไม่ได้ตั้งใจจะให้หมอหลวงตรวจพบว่าท้องว่างเปล่า แต่ในจังหวะก่อนการตรวจ นางจะแสร้งทำเป็นถูกชิงเยียน "ทำร้าย" หรือ "วางยา" จนเกิดการแท้งต่อหน้าทุกคน เพื่อปิดปากเรื่องครรภ์ทิพย์และกำจัดชิงเยียนไปพร้อมกัน

ณ โถงหน้าตำหนักจิ่งเหริน

เซียวจื่อเซียนเสด็จมาถึงพร้อมกับไทเฮา ผู้ทรงมีใบหน้าสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนเกรงขาม การที่ไทเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เองตามคำเชิญของชิงเยียน ยิ่งทำให้สถานการณ์ทวีความกดดัน

หลินชิงเยียนเดินตามหลังมาในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูไร้พิษสง นางย่อกายถวายพระพรอย่างนอบน้อม แววตานิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้น

"กุ้ยเฟย... เจ้าพร้อมจะให้หมอหลวงตรวจครรภ์หรือยัง?" ฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ

"หม่อมฉันพร้อมเพคะฝ่าบาท... แต่ช่วงเช้านี้หม่อมฉันรู้สึกปวดมดลูกยิ่งนัก" กุ้ยเฟยเอ่ยเสียงสั่น แสร้งทำเป็นพยุงท้องที่ดูนูนขึ้นเล็กน้อยจากการยัดผ้านุ่ม "หลินเหริน... ขอบใจเจ้ามากที่ส่งน้ำชาเกสรดอกไม้มาให้ข้าเมื่อเช้า แต่ดูเหมือนข้าจะธาตุอ่อนไปเสียหน่อย"

สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ชิงเยียนทันที ข้อกล่าวหาเรื่องการส่งของกินมาให้นางสนมที่กำลังตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องใหญ่

"หม่อมฉันมิได้ส่งน้ำชาใดๆ มาเพคะพระสนม" ชิงเยียนตอบอย่างใจเย็น "และหม่อมฉันก็ทราบดีว่าพระสนมทรงระมัดระวังตัวยิ่งนัก คงมิรับของจากใครสุ่มสี่สุ่มห้า"

"เจ้าโกหก! จดหมายที่เจ้าเขียนมาขอขมาข้ายังวางอยู่ตรงนั้น!" กุ้ยเฟยชี้ไปที่โต๊ะไม้

ในจังหวะนั้นเอง กุ้ยเฟยแสร้งทำเป็นหน้ามืด ร่างกายทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "โอ๊ย! ท้องของข้า... เลือด! เลือดออกแล้ว!"

นางกำนัลคนสนิทรีบเข้าไปพยุง พร้อมกับแอบบีบถุงเลือดหมูที่ซ่อนไว้ใต้กระโปรงให้ไหลออกมาตามเรียวขา ภาพเลือดสีแดงฉานที่นองบนพื้นหินอ่อนทำให้ฮ่องเต้ถึงกับผุดลุกขึ้นด้วยความตกพระทัย

"หมอหลวง! เร็วเข้า! ช่วยลูกของข้า!" กุ้ยเฟยกรีดร้องพลางชี้หน้าชิงเยียน "นังแพศยา! เจ้าวางยาข้าในน้ำชานั่น! เจ้าฆ่าลูกของมังกร!"

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ขุนนางฝ่ายตระกูลฉินเริ่มส่งเสียงสาปแช่งชิงเยียน ทว่าชิงเยียนกลับยังคงยืนนิ่ง นางหันไปหาไทเฮาแล้วคุกเข่าลง

"ทูลไทเฮาและฝ่าบาท ในเมื่อพระสนมกุ้ยเฟยกล่าวหาว่าหม่อมฉันวางยาในน้ำชา เช่นนั้นหม่อมฉันขอให้หมอหลวงตรวจดู 'เลือด' ที่ไหลออกมาบนพื้นนั้นเดี๋ยวนี้เพคะ ว่าเป็นเลือดมนุษย์หรือเลือดสิ่งใด และขอให้ตรวจดู 'ร่างกาย' ของพระสนมให้ละเอียดว่ามีการแท้งจริงหรือไม่!"

"เจ้ายังจะซ้ำเติมนางอีกหรือ!" ฮ่องเต้ตวาดด้วยความสับสน

"ฝ่าบาทเพคะ... หากหม่อมฉันทำจริง หม่อมฉันยอมถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร" ชิงเยียนเงยหน้าขึ้น แววตามั่นคง "แต่ถ้าหากเลือดนั้นมิใช่เลือดมนุษย์ และพระสนมมิได้ตั้งครรภ์จริง... นั่นหมายถึงการหลอกลวงเบื้องสูงที่มิอาจให้อภัยได้เพคะ!"

ไทเฮาทรงพยักหน้า "หมอหลวง ตรวจเดี๋ยวนี้!"

หมอหลวงสามท่านเข้าไปตรวจสอบเลือดบนพื้นอย่างละเอียด หนึ่งในนั้นใช้จมูกดมและใช้นิ้วแตะมาพิเคราะห์ "ทูลไทเฮาและฝ่าบาท... เลือดนี้มีกลิ่นคาวจัดและมีความข้นผิดปกติ มิใช่เลือดของสตรีที่แท้งบุตรพะยะค่ะ แต่มันคือ... เลือดหมูที่ผสมกับชาดเพคะ!"

คำรายงานนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจทุกคน กุ้ยเฟยที่แสร้งสลบไสลถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

"และจากการตรวจชีพจรของพระสนม..." หมอหลวงอีกท่านที่เข้าไปจับชีพจรท่ามกลางแรงขัดขืนของกุ้ยเฟยกล่าวด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ชีพจรของพระสนมเต้นแรงและสม่ำเสมอ... มิได้มีลักษณะของสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือเสียเลือดจากการแท้งแม้แต่น้อยพะยะค่ะ! ร่างกายของพระสนมมีความเย็นชื้นสะสมมานาน... มิอาจตั้งครรภ์ได้พะยะค่ะ!"

ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมห้องประทับ เซียวจื่อเซียนดำเนินเข้าไปใกล้กุ้ยเฟยที่บัดนี้หน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม พระองค์ทรงกระชากแขนเสื้อของนางขึ้น จนกระทั่งเห็นถุงหนังขนาดเล็กที่ยังคงมีคราบเลือดติดอยู่ซ่อนอยู่ในฉลองพระองค์

"ฉินกุ้ยเฟย... เจ้ากล้าใช้ลูกที่ไม่มีอยู่จริงมาล้อเล่นกับความหวังของข้า!" ฮ่องเต้ตวาดเสียงดังกึกก้องจนแจกันแก้วข้างพระวรกายแตกกระจาย "เจ้าใช้ความรักและความเชื่อใจของข้าเป็นเครื่องมือทำลายผู้อื่น!"

"ฝ่าบาท... หม่อมฉันผิดไปแล้ว! หม่อมฉันเพียงแต่หวาดกลัว... หม่อมฉันถูกหลินชิงเยียนบีบคั้น!" กุ้ยเฟยคลานเข้าไปเกาะพระบาท

"หลินชิงเยียนไม่ได้บีบคั้นเจ้า แต่เจ้าบีบคั้นตัวเองด้วยความโลภ!" ไทเฮาตรัสเสียงเย็น "การประกาศครรภ์ทิพย์คือโทษกบฏลวงดาบอาญาสิทธิ์ ขุนนางตระกูลฉินทุกคนที่สมรู้ร่วมคิดจะต้องถูกตรวจสอบทั้งหมด!"

ชิงเยียนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า นางหยิบจดหมายที่กุ้ยเฟยอ้างว่าเป็นของนางขึ้นมาส่งให้ไทเฮา

"ทูลไทเฮา จดหมายฉบับนี้มิใช่ลายมือของหม่อมฉันเพคะ แต่เป็นลายมือของสตรีท่านหนึ่งที่หม่อมฉันจำได้ดี... หลินเยี่ยฉือ พี่สาวของหม่อมฉันที่จวนโหวเพคะ ดูเหมือนว่าจะมีคนจากภายนอกพยายามสมคบคิดกับคนภายในเพื่อสร้างเรื่องวุ่นวายในวังหลวงเพคะ"

เซียวจื่อเซียนรับจดหมายไปดู แววตาของพระองค์วาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ "จวนโหวตระกูลเซี่ย... กล้าดียังไงถึงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในวังหลัง! กงกง! ถ่ายทอดราชโองการ ถอดถอนฉินกุ้ยเฟยลงเป็นสามัญชน ประทานผ้าขาวให้นางในวันพรุ่งนี้! และสั่งคนไปคุมตัวหลินเยี่ยฉือมาสอบสวนที่คุกหลวงเดี๋ยวนี้!"

"ไม่!!! ฝ่าบาท! ทรงเมตตาด้วย!" เสียงหวีดร้องของฉินกุ้ยเฟยดังก้องไปทั่วตำหนักที่บัดนี้กลายเป็นกรงขังสุดท้ายของนาง

ชิงเยียนเดินออกจากตำหนักจิ่งเหรินท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง นางเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางถอนหายใจยาว หมากกระดานนี้จบลงแล้ว ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวังหลังพังทลาย และพี่สาวที่รักของนาง... กำลังจะได้ลิ้มรสชาติของคุกหลวงที่นางเคยหวาดกลัว

"พี่สาว... ในเมื่อท่านอยากมีส่วนร่วมกับวังหลวงนัก ข้าก็จะให้ท่านได้อยู่ยาวๆ เลยทีเดียว"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 30 เงาสะท้อนในกาลเวลา (ตอนจบ)

    สิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 29 ใต้ร่มเงาแห่งรัก

    เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 28 สถาปนาฮองเฮา

    รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 27 บ่วงกรรมที่สิ้นสุด

    กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 26 การประสูติของมังกร

    ลมสารทฤดูพัดโบกผ่านยอดตำหนักฉีเสียง นำพาความเย็นสดชื่นมาสู่บรรยากาศที่แสนจะตึงเครียด ภายในห้องบรรทมที่ถูกเตรียมพร้อมไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นสมุนไพรอุ่นๆ และน้ำอุ่นถูกจัดเตรียมไว้โดยนางกำนัลที่คัดเลือกมาอย่างดีที่สุด บัดนี้ถึงเวลาที่ทั่วทั้งแผ่นดินต่างเฝ้ารอคอย — การประสูติของทายาทมังกรหลินชิงเยียนนอนบนแท่นบรรทม ใบหน้าของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อและความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเป็นระลอก มือบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้นางจะเคยผ่านความตายมาแล้ว แต่ความเจ็บปวดจากการให้กำเนิดชีวิตใหม่นั้นช่างเหนือคำบรรยาย"พระสนมเพคะ ทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ เห็นพระเศียรแล้วเพคะ!" หมอหลวงซ่งและแม่หมอหลวงตำแยต่างให้กำลังใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือด้วยความตื่นเต้นณ โถงด้านหน้าตำหนักเซียวจื่อเซียนทรงดำเนินกลับไปกลับมาด้วยความกระวนกระวายใจ พระองค์มิอาจนั่งนิ่งบนบัลลังก์ได้ในยามที่สตรีอันเป็นที่รักกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อบุตรของพระองค์ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของชิงเยียนเล็ดลอดออกมา หัวใจของมังกรผู้เกรียงไกรกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลาย"ฝ่าบาททรงใจเย็นลงเถิดพะยะค่ะ หวงกุ้ยเฟยทรงมีบุญบารม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 25 ศึกนอกวังหลัง

    แม้ลมพายุภายในวังหลังจะสงบลงด้วยความตายของพี่สาวและแม่เลี้ยง ทว่าท้องฟ้าเบื้องบนแผ่นดินชิงกลับมิได้ปลอดโปร่งอย่างที่คิด เมื่อข่าวการตั้งครรภ์ของหลินหวงกุ้ยเฟยแพร่สะพัดออกไปนอกกำแพงวังหลวง บรรดาขุนนางเฒ่าหัวแข็งและขั้วอำนาจเก่าที่เหลืออยู่กลับนั่งไม่ติดพื้น พวกเขามองว่าหากชิงเยียนประสูติพระโอรส อำนาจของตระกูลขุนนางดั้งเดิมจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซากด้วยน้ำมือของฮ่องเต้ที่ลุ่มหลงในตัวนางณ จวนใต้เท้าเว่ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้กุมกำลังพลบางส่วนและเป็นแกนนำขุนนางฝ่ายอนุรักษ์นิยม บรรยากาศภายในห้องลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด"เราปล่อยให้สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างนางนั่งบัลลังก์หงส์ไม่ได้!" ใต้เท้าเว่ยทุบโต๊ะเสียงดัง "หากนางมีองค์ชาย ฝ่าบาทจะทรงสถาปนานางเป็นฮองเฮาทันที และเมื่อนั้นหัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าด้วยข้อหา 'กังฉิน' ที่นางคอยเป่าหูฝ่าบาททุกวัน""แต่ใต้เท้าพะยะค่ะ กองกำลังองครักษ์เงาของหวงกุ้ยเฟยนั้นเข้มงวดนัก เราเข้าไม่ถึงตัวนางเลย" ขุนนางผู้น้อยเอ่ยเสียงสั่น"ในเมื่อเข้าทางตรงไม่ได้ ก็ต้องเข้าทางอ้อม" ใต้เท้าเว่ยแสยะยิ้ม "ประกาศออกไปว่าชายแดนทิศเหนือถูกเผ่าเร่ร่อนโจมตี และให้กลุ่มพ่อค้าที่เราร

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 24 การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

    ในคืนที่พระจันทร์ถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำมืด บรรยากาศภายในวังหลังกลับเงียบสงัดผิดปกติ หลินชิงเยียนนั่งลืมตาโพลงอยู่บนแท่นบรรทม สัญชาตญาณของการเป็นแม่และการเคยผ่านความตายมาก่อนบอกนางว่าภยันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ นางลูบหน้าท้องอย่างแผ่วเบาด้วยมือที่เย็นเฉียบ"ชุ่ยเอ๋อร์... ดับไฟในห้องโถงด้านนอกให้หม

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 23 เยี่ยฉือผู้บ้าคลั่ง

    พายุฝนกระหน่ำซัดชายป่าเมืองหลวงจนกระท่อมดินซอมซ่อสั่นคลอนราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ภายในห้องที่อับชื้นและมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบลอดผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นร่างของสตรีที่ดูไม่ต่างจากภูตผี — หลินเยี่ยฉือนางนั่งอยู่บนพื้นดินที่แฉะชื้น ผมเผ้ายาวพะรุงพะรังสีนวลขาวเพราะฝุ่

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 22 จุดจบของแม่เลี้ยงและบิดา

    หลังจากกลิ่นอายความตายของฉินกุ้ยเฟยจางหายไปจากวังหลวง หลินชิงเยียนในฐานะหวงกุ้ยเฟยผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ถึงเวลาที่นางจะชำระบัญชีแค้นที่ค้างคามาตั้งแต่เยาว์วัย บัญชีที่เริ่มต้นจากจวนตระกูลหลิน... บ้านที่ควรจะเป็นที่พักพิง แต่กลับเป็นนรกที่แผดเผานางและมารดาผู้ล่วงลับในเช้าที่อากาศขมุกขมัว ชิงเยียนน

  • ชาตินี้ข้าขอเป็นหงส์   ตอนที่ 21 ข่าวดีที่รอคอย

    หลังจากพายุการล้างบางนางสนมฝ่ายร้ายสงบลง วังหลังก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายของแผนการร้ายถูกแทนที่ด้วยความร่มเย็นของพันธุ์ไม้ที่เบ่งบานตามฤดูกาล ทว่าท่ามกลางความสงบนั้นกลับมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นภายในตำหนักฉีเสียงหลินชิงเยี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status