Mag-log inหวงอี้หนิงนักเคมีตัวท๊อปที่สุดในรุ่น ได้ทำการทดลองยาตัวใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่เมื่อมีคนไม่หวังดีสลับส่วนผสมทำห้องแล็บระเบิด รู้ตัวอีกทีเธอมาตื่นท่ามกลางอากาศหนาวจัด พร้อมครอบครัวที่ใกล้อดตาย!! เธอต้องพาคนทั้งบ้านให้รอด
view moreกระแสน้ำเย็นไหลผ่านจากเทือกเขา ร่างกายที่ปรับอุณหภูมิไม่ทัน ทำสาวน้อยวัย14หนาวอย่าง หวงอี้หนิง รู้สึกปวดหนึบที่โคนขา แม้พยายามตีนขาเพื่อขึ้นไปหาอากาศด้านบนก็ยากเย็นนัก จนกระทั่งยอมแพ้ต่อโชคชะตา ปล่อยร่างบอบบางให้จมลงสู่ห้วงทะเล
ในขณะเดียวกัน โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ นักชีววิทยาสาวถูกผู้ใหญ่กดดันให้สร้างน้ำยาปฏิชีวนะที่ยังไม่สมบูรณ์แบบขึ้นมาใหม่ แลกกับเงินมูลค่ามหาศาล แม้ไม่อยากได้เงินและอยากลาออกจากองค์กรดำมืดนี้หลายหน ก็เหมือนหัวหน้างานมานั่งอยู่ในใจ “หากน้ำยาตัวนี้สำเร็จ ผมจะอนุมัติใบลาออกให้คุณทันที“ เช้าจรดค่ำมืดเอาแค่ค้นคว้าหาวิธีจัดการ แต่ในขั้นตอนสุดท้าย น้ำยาที่เตรียมไว้แล้วถูกสับเปลี่ยน เมื่อถูกเทลงไปรวมกับของเหลวในขวดแก้ว ไม่ทันถึง1วินาที ทุกอย่างระเบิดพร้อมเพลิงไหม้ห้องทดลอง รวมไปถึงอาคารใหม่ที่กดขี่แรงกายของเธอมาสร้าง ”จบกันเสียที งานที่ฆ่าฟันมนุษย์ด้วยกันเองมานับไม่ถ้วน!!“ ”เจ้าได้โอกาสในการเริ่มต้นใหม่ เพราะความผิดพลาดของสวรรค์จำต้องชดใช้ให้เจ้า น้ำยาที่เจ้าเฝ้าฝันและตั้งตารอ อยู่ในมือนั่นแล้วรอเพียงเจ้านำไปใช้ประโยชน์ หวงอี้หนิง…” “หากเจ้ารองไม่ตื่น เจ้าเองก็ควรทำใจ เวลานี้ใช่ว่าทุกบ้านจะไม่เกิดการสูญเสีย เราเอง…จะตายวันตายพรุ่งไม่อาจรู้ได้” หวงเกาเฉินเอ่ยอย่างท้อใจ สายตาที่ฉ่ำวาวด้วยน้ำตามองบุตรสาวคนที่สองอย่างแสนสงสาร ลมหนาวที่ผัดผ่านเข้ามาระหว่างช่องว่างของผนัง ที่แปะด้วยปีกไม้ ยิ่งตรอกย้ำว่าเด็กสาวที่พึ่งสิ้นลมตัวคงเย็นเฉียบอย่างน่าสงสาร “หากลมหนาวยังมาเป็นระลอกใหญ่ คาดการว่าเอาร่างน้องรองไว้เช่นนี้ก็คงไม่เสียหายหรือเน่าเปื่อย” หวงเหยียนปิงบีบมือมารดาที่เอาแต่กอดบุตรสาวไว้อย่างแสนเสียใจ “ได้โปรด ข้ามีบุตรสาวเพียงคนเดียว อย่าพรากนางไปจากข้า” ริมฝีปากที่แตกระแหงสั่นระริก เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “คนบ้านหวงตัดใจเสียเถอะ จะทำอะไรก็รีบทำหน่อย จะเผาหรือจะฝังช่วยเลือกที ชาวบ้านจะได้ช่วยกันจัดการถูก“ ผู้นำหมู่บ้านอย่างเซี่ยคุนหนิงที่ยืนอยู่หน้าประตูจำต้องเร่งเร้าก่อนที่ลมหนาวละรอกใหม่ที่รุนแรงจะกระหน่ำมาอีกครั้ง แคร่ก อึก แคร่ก คนที่นอนฟังมานาน จับใจความได้ว่าเธอน่าจะย้ายวิญญาณมาอยู่ในร่างของเด็กสาวตัวผอมบาง จึงรีบปล่อยเสียงไอออกมา ก่อนที่จะถูกจับไปฝังทั้งเป็น!! ”จะ เจ้า เจ้ารอง ท่านพี่ ท่านดูเถิด นางฟื้น!! นางฟื้นจากความตาย!!“จุ่มพิสหอมหวานถูกป้อนประโลมด้วยร่างกายแกร่งพร้อมโอบกอดให้ความอบอุ่น สตรีที่ไม่เคยต้องมือชาแต่นางก็คือสตรียุคใหม่ เกิดในโลกสมัยใหม่เรื่องนี้แม้จะมีความเขินอายอยู่บ้าง แต่ยินยอมพร้อมใจมอบความสุขให้สามีหมาดๆด้วยความเต็มใจเรือนร่างบอบบางที่โยกไหวบนกายแกร่ง ยิ่งทำเขาถูกใจกับความสุขที่นางมอบให้จนแทบล้นทะลักออกจากปาก ฝ่ามือหนาบีบเค้นเต้านมอวบอิ่ม สายตาหวานซึ้งมองนางไม่ละออกไปไหน คนที่เคลื่อนไหวสะโพกอยู่บนร่างหนาของสามี ยังคงควบคุมจังหวะได้ดีจนเป็นเขาเองแทบทานทนไม่ไหว“ข้ารู้ว่าท่านเหนื่อยจากการเตรียมงาน ไม่ใช่ว่าเตรียมให้แต่เพียงจวนเหวิน แต่ยังช่วยเตรียมของมงคลให้กับคนบ้านหวงอีก เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะตอบแทนท่าน ท่านแค่นอนรอรับความรักจากข้าก็พอ!!” คำพูดของนางที่มาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ คล้ายกับบอกว่าเขาแก่จนหมดแรงไปกับการจัดงานแต่งงาน ส่วนนางที่เด็กกว่าจะป้อนความสุขให้เขาเอง ทำคนที่ไม่อยากแก่กว่าเมียรีบพลิกตัวนางให้นอนลงใต้ร่าง“อื้อออ” ริมฝีปากบางโดนครอบครองด้วยความเร่าร้อนหน้าอกอวบยังคงถูกเขาจูบซับลงมาตามลำดับด้วยความรักที่เอ่อล้นจนต้องหาทางระบาย“ข้าไม่เหนื่อยสักนิดเข้าหอสามวันสามคืนก็ยังไหว มี
คำพูดของนางทำหลายๆคนตกใจ รวมถึงบิดาและพี่ชายด้วยแต่คนเป็นแม่กลับหัวเราะขึ้นมา“หากทำเช่นนั้นเกรงว่าไม่ช้านานบุตรสาวของข้าอาจถูกฉุดไปทำไม่ดีไม่ร้ายจากคนที่เรียกว่านายอำเภอ” นางหัวเราะไปกับมารดา จนเกาเฉินและเหยียนปิงถึงกับส่ายหน้า พวกเขาคิดว่าน้องตั้งใจที่จะหนีงานแต่ง แต่พบว่านางเพียงพูดเยาะเย้ยเท่านั้น คนอย่างหวงอี้หนิงหากไม่มีใจรักมีหรือว่าใครจะบังคับได้แน่นอนว่าความรักครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นฝ่ายเดียวเพียงแต่นายอำเภอเหวินสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนๆกับว่าเขาเป็นฝ่ายบังคับให้นางต้องแต่งงานด้วยเพราะเรื่องข่าวฉาว ยิ่งคิดได้เช่นนั้นก็ยิ่งรับรู้ถึงความจริงใจของบุรุษรูปงาม ที่มีจิตใจดีคอยดูแลชาวบ้านรวมถึงยังมีใจมั่นคงตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้“เจ้ารองเจ้าเองก็นอนแต่วันเสียหน่อย วันนี้เดี๋ยวจะมีพวกป้าๆเขามาช่วยจัดเตรียมงานเรา อย่าได้ออกมาให้ใครเห็นเด็ดขาดจนกว่าจะถึงพิธีเข้าใจหรือไม่” นางยอมทำตามความต้องการของมารดาและบิดาก่อนจะเดินเข้ามาในห้องนอน จากนั้นเมื่อลงไม้ประตูเรียบร้อยจึงแอบเข้าไปในมิติเครื่องสำอางในบ้านเก่า ห้องนอนเก่าของนางถูกนำขึ้นมาใช้ รวมถึงอาบน้ำขัดผิวตามที่ควรจะเป็น ในใจคิดถึงอน
คำพูดทุกคำของเขาล้วนทำให้นางตกใจแทบสิ้นสติ นั้นไม่ใช่ว่ากำลังสั่งสอนมนุษย์ป้าปากมากงั้นหรือ แต่การที่เขาประกาศเช่นนี้นางคิดว่าไม่นานต้องถือหูบิดามารดาของนางแน่นอน“ อย่าเสียเวลาพูดคุยกับคนที่ไม่เคยมีมิตรแท้ที่จริงใจ และไม่เคยได้รับความรักด้วยความบริสุทธิ์ใจเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้เหมือนท่านกำลังพูดอยู่หอยทากตัวนึง ที่ชีวิตต้วมเตี้ยมใช้ชีวิตเลื่อนลอยไปวันๆ เติบโตขึ้นได้ด้วยการว่าร้ายให้คนอื่น” นางปิดจบบทสนทนาด้วยวาจาแสบร้อน ก่อนจะเดินนำเขากลับที่บ้านสกุลหวง แต่เมื่อเข้ามาดินเข้ามาถึงกลับต้องตกใจ เมื่อตอนนี้เหมือนมารดาของเหวินจ้าวหานกำลังนั่งอยู่ที่ชานหน้าบ้านของนาง พร้อมด้วยบิดามารดาของนางที่กำลังทำหน้าไม่ถูก นางรับรู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่เรื่องปกติ“ มีเหตุอะไรกันหรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าคงเป็นเรื่องของข้ากับท่านนายอำเภอใช่หรือไม่” และเหมือนนางเดาถูกทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน“ 10หมู่บ้าน 4ตำบลทุกคนล้วนพูดเป็นสิ่งเดียวกันว่า บุตรสาวของข้าใช้มารยาหลอกลวงให้นายอำเภอหนุ่มรูปงามหลงใหล ทั้งที่ไม่เจียมฐานะที่ต่ำต้อย” คำพูดของบิดาทำนางรีบเดินเข้าไปคุกเข่าก่อนจะรีบพูดป้องกันความเข้าใจผิด“เรื่องนั้นต้องเกิดควา
ชาวบ้านหลายคนที่เดินผ่านไป ผ่านมา หากพอมีกำลังทรัพย์ที่จะซื้อเสบียงได้ ก็เริ่มมาจับจ่ายซื้อขายของจากภัตตาคารเหวิน ที่ซื้อต่อมาจากพ่อค้าเจียงบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นโรงน้ำชาในชั้นที่สองส่วนชั้นที่หนึ่งเปิดเป็นร้านขายอาหาร ของแห้งเสื้อผ้ากันหนาวของใช้ที่จำเป็นในหน้าหนาวในราคาที่ย่อมเยา จนตอนนี้ชาวบ้านหลายคนที่คิดจะอพยพเปลี่ยนใจ ปรับใช้ชีวิตตามธรรมชาติที่ควรจะเกิดขึ้น และยังมีบ้านหวงที่ไม่หวงวิชา สอนการทำที่ตักหิมะและการปักผ้าลวดลายที่อี้หนิงเป็นคนวาดขึ้นมา ลายนกยุงกำลังลำแพนคนสวยสง่า หรือลายนกยางยวนคู่ แม้กระทั่งกระต่ายมงคล ก็ถูกปักอยู่บนผ้าคลุมผืนใหญ่ และยังเตรียมส่งต่อไปขายที่เมืองหลวง โดยมีหวงอี้เฟยเป็นคนสอนปักผ้าลวดลายสวยงาม และอ่อนช้อยจากนั้นชาวบ้านหลายๆคนที่เห็นว่าคนบ้านหวงมีรายได้จากการขายของพวกนี้ ก็สนใจเข้ามาเรียนด้วยและจับกลุ่มกันฝากครอบครัวของท่านนายอำเภอไปขายในเมืองหลวง สร้างรายได้ให้พอสมควร“เรื่องนี้ข้าคงต้องขอบคุณเจ้า ที่คิดหาวิธีสร้างรายได้ทำให้หลายๆคนไม่ย่อท้อต่อ ทั้งยังมีเงินสำหรับซื้อเสบียง ไม่เบียดเบียนกัน และไม่กลายเป็นเป็นโจรปล้นเสบียงไปเสียก่อน” หลังจากนำสินค้าพี่น
สามคนพ่อลูกบ้านหวงตั้งใจหาพืชผักอย่างขมักเขม้นก่อนจะกลับพบว่าเสียงบางอย่างทำทุกคนหยุดเดิน“นั่นข้าวโพดหนิเจ้าคะ” นางมองดูไก่ป่าจิกกินข้าวโพดอย่างเอร็ดอร่อย“ดูท่าทางตรงนี้จะเป็นแหล่งอาหาร” นางตาวาวก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงค่อยๆย่องเข้าไป“เราไม่มีอาวุธเอาไว้ล่าสัตว์” เหยียนปิงจับแขนน้องสาวเอาไว้พร้อ
“จริงด้วย!!” เหยียนปิงขยับเข้ามาช่วยน้องสาวดึงหัวบุกขึ้นมาเอ่ยอย่างตื่นเต้น ก่อนที่คนเป็นพ่อจะช่วยมองหาต้นที่พอจะคุ้นตาบ้างและใช้มีดแซะตามโคนต้น“นี่หัวเผือก!!” นางฉีกยิ้มดีใจที่อย่างน้อยวันนี้ก็เริ่มต้นด้วยดี “เช่นนั้นเราก็ลองดูหัวเผือกหัวมันไปสักหน่อย อย่างน้อยๆ เก็บได้นานก็ช่วยให้พายุหนาวนี้เรา
คำพูดของพี่ชายทำนางพยักหน้าอย่างยินดี…หาทางน้ำไม่ได้ก็ยังมีทางดิน!!…“มานั่งกันตรงนี้อย่าออกไปด้านนอกดูเหมือนว่าอากาศจะเย็นลง” มือค่ำวันนี้คนบ้างหวงทำโจ๊กธัญพืชกินและยังมีกระหล่ำปลีผัดน้ำ แม้ไม่ใช่อาหารเลิศรสแต่เมื่อได้มานั่งด้วยกันในบ้านหลังเล็กพร้อมหน้า หวงอี้หนิงรู้สึกเหมือนวันวานย้อนกลับคืน พยา
วูบหนึ่งที่อี้หนิงดึงแหวนออกมาพบว่านางยืนอยู่ในห้องครัวของบ้านหลังเก่าที่ระเบิด ขนมและอาหารที่พ่อแม่มักเก็บตุนเอาไว้ให้ลูกๆพอจะมีอยู่บ้าง แต่ที่น่าสนใจคือ…ที่นี่มีดินสำหรับเพราะปลูก แปลงผักหลังบ้านยังมีผักอยู่เต็มแปลง ก่อนจะเดินลัดเลาะมองรอบๆไม่เห็นเสื้อผ้าอย่างที่นางหวัง จึงตัดสินใจลองหยดน้ำยาลงใน






Rebyu