Masuk“เสิ่น ลู่ถิงรอข้าก่อน”
แขนเรียวถูกจับเอาไว้จนต้องหันไปมอง เสิ่นลู่ถิงขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย แววตาท่านอ๋องไม่ใช่หมายความว่าไม่อยากให้ข้าไปหรอกหรือ ท่านกำลังคิดจะทำสิ่งใดกันแน่
“ท่านอ๋อง อย่างไรเสียข้าก็กำลังจะถูกแต่งตั้งเป็นกุ้ยเหริน ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเป็นสตรีของฝ่าบาท ท่านทำเช่นนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะสม”
“ข้าขอโทษ ข้าแค่ร้อนใจ”
“ร้อนใจหรือ?”
คุณหนูเสิ่นตั้งคำถามคนตรงหน้า แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไรข้าก็คงไม่นึกตกหลุมพรางท่านอีกครั้ง บาดแผลในใจข้าเมื่อชาติก่อน ต่อให้ท่านหาเดือนหาดาวเพื่อมาคุกเข่าขอโทษข้า ข้าก็ไม่มีวันยอมยกโทษให้
“ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากเป็นชายาของข้าหรือ? เมื่อก่อนนั้นเจ้า…”
“ข้าเป็นอย่างไร? ข้าวิ่งไล่ตามท่าน และยินยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ท่านมีความสุขใช่หรือไม่?”
“ใช่ เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพื่อประชดข้า” คุณหนูเสิ่นหัวเราะให้กับความมั่นอกมั่นใจนี้ ท่านคงคิดมาเสมอว่าไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางรักคนอื่นได้ แม้ท่านจะทำร้ายจิตใจข้าเท่าไหร่ ข้าก็จะยังไม่ไปไหนสินะ
“ข้าไม่ได้ทำเพื่อประชดท่าน ท่านอ๋องอีกไม่กี่วันท่านก็ต้องแต่งกับคุณหนูรองตระกูลหลี่ กลับจวนท่านอ๋องไปเถิด ข้าไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน”
เสิ่นลู่ถิงหมุนตัวหันหลังเพื่อก้าวเดินอีกครั้ง แต่แรงกระชากในครั้งนี้แรงขึ้นกว่าเก่าจนกายแนบชิดกับอีกคนที่ตั้งใจรั้งกันเอาไว้ คุณหนูเสิ่นสบกับดวงตานั้นด้วยความไม่เข้าใจ เหตุใดท่านถึงดูอาลัยอาวรณ์ต่อข้าเพียงนี้
กว่าจะได้คิดอะไรไปกว่านี้กายเล็กก็ถูกดึงไปอยู่ในอ้อมแขนของใครอีกคนทั้งที่ข้อมือขวายังคงถูกท่านอ๋องจับเอาไว้แน่น สถานการณ์นี้มันอะไรกัน
“ฝ่าบาท กระหม่อมแค่อยากคุยกับเสิ่น ลู่ถิงสักครู่”
“หากเรื่องที่เจ้าจะคุยหมายถึงเรื่องไม่ให้นางเป็นกุ้ยเหรินของข้าก็จงยอมแพ้เสียเถิดชินอ๋อง ข้าเป็นกษัตริย์ ตรัสแล้วไม่คืนคำ”
“แต่ก่อนหน้านี้ฝ่าบาททรงประทานสมรสให้นางกับกระหม่อม อย่างนี้ไม่ถือว่าท่านคืนคำหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“บังอาจ!!!”
แขนเรียวอีกข้างรีบคว้าแขนของฮ่องเต้เอาไว้ด้วยความตกใจ แล้วมองท่านอ๋องก่อนจะส่ายหัว คำพูดของเขาเมื่อครู่มันรนหาที่ตายชัดๆ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ท่านจะล่วงเกินฮ่องเต้เพียงเพื่อเรื่องของข้างั้นหรือ
เสิ่นลู่ถิงมองมือหนาที่ดึงมือของท่านอ๋องออกไป ก่อนมือนั้นจะเลื่อนมากอบกุมมือเล็กเอาไว้แล้วออกแรงดึงให้ก้าวเดินตาม บุรุษก็เช่นนี้ หลงกลสตรีง่ายเสียจริง
ขาเรียวก้าวเดินตามมายังรถม้าอย่างไม่ขัดขืน เป็นเพราะฮ่องเต้หยุดกะทันหันจนหน้าผากชนเข้ากับแผ่นหลังกว้าง ไม่ทันจะได้เซไปไกลแขนแกร่งก็โอบรับรอบเอวเอาไว้เสียก่อน
คุณหนูเสิ่นทำทีก้มหน้าหลบดวงตาคู่นั้นที่มองจ้องกันอยู่ จนสุดท้ายก็ถูกเชยคางมลให้เงยขึ้นมามอง เสิ่นลู่ถิงผละตัวเองออกมาแล้วใช้สองมือกอบกุมกันเอาไว้
“เป็นอะไร? หรือเจ้าไม่อยากเป็นสนมของข้า?”
“ไม่ใช่เพคะ หม่อมชั้นแค่คิดว่าตัวเองไม่คู่ควรเท่านั้น”
“คุณหนูตระกูลเสิ่นจะไม่คู่ควรได้อย่างไรกันเล่า แล้วนี่เจ้าออกมาจากวังได้อย่างไร? ข้าให้หมอหลวงดูอาการเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”
“สนมเอกเป็นคนให้หม่อมชั้นออกมาเพคะ”
“สนมเอก?”
คนฟังรอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ดูท่าแล้วสนมเอกของข้าคงตั้งใจไล่ให้คุณหนูเสิ่นออกมาจากวังก่อนที่ข้าจะกลับไปเจอนางสินะ โชคดีเสียจริงที่เสิ่นลู่ถิงเลือกจะกลับมาที่ตระกูลเสิ่น มิเช่นนั้นข้าอาจจะไม่ได้เจอนางอีก
“ไปกันเถิด”
เสิ่นลู่ถิงมองมือฮ่องเต้ที่เดินขึ้นไปบนรถม้าก่อนจะยื่นมาเพื่อให้เธอจับและเดินขึ้นไปได้ถนัด คุณหนูเสิ่นไม่ปฏิเสธความหวังดีนั้น แววตาที่แสดงออกพร้อมรอยยิ้มทำให้รู้ได้ว่าคนตรงหน้าดีใจเพียงไหน นี่มันยังแค่เริ่มต้นเท่านั้น ท่านยังต้องเจอมารยาของข้าอีกมาก อย่าพึ่งยิ้มดีใจไปเลย
ตำหนักจิ่งเหริน
“ตั้งแต่นี้ต่อไปตำหนักจิ่งเหรินนี้เป็นของเจ้า”
คุณหนูเสิ่นมองดูฮ่องเต้ที่พยักหน้าส่งสัญญาณให้ฟู่เอ๋อก่อนจะมีขันทีและนางในเดินเข้ามาพร้อมกับข้าวของมีราคารวมทั้งเงินทอง
“ขอพวกนี้ข้าให้เจ้า รวมถึงนางในกับขันทีด้วย ต่อจากนี้พวกเจ้าดูแลสนมเสิ่นให้ดี หากผิดพลาดแม้แต่น้อย ข้าจะลงโทษพวกเจ้าทุกคน”
“หม่อมชั้นคิดว่านี่มันมากเกินไป….”
“เป็นสนมของข้าไม่มีสิ่งใดมากเกินไป รับไว้เถิด ช่วงนี้ข้ามีราชกิจเยอะ งานแต่งตั้งเจ้าจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า”
เสิ่นลู่ถิงพยักหน้าอย่างรู้ความ คางมลถูกเชยขึ้นให้ตรงหน้าได้รอบมองความงามอีกครั้ง คุณหนูเสิ่นแอบยิ้มมุมปาก ดูแววตาที่แสนอยากจะครอบครองนี่สิ ข้าจะทำให้ท่านอยากได้ข้าจนอยากจะบ้า
“วันนี้เจ้าพึ่งเข้าวัง พักผ่อนก่อนเถิด”
“เดี๋ยวเพคะฝ่าบาท”
“ว่าอย่างไร?”
“หมะ…หม่อมชั้นอยากจะขอพาอาลี่ อี้ชวนและก็แม่ของอี้ชวนเข้ามาอยู่ในวังด้วยได้หรือไม่เพคะ?”
“แน่นอน แต่มีเพียงอาลี่เท่านั้นที่จะอยู่ดูแลเจ้าที่ตำหนัก อี้ชวนข้าจะส่งเข้าไปอยู่กับกลุ่มทหาร ส่วนแม่ของอี้ชวนข้าจะหาที่ที่เหมาะสมให้ก็แล้วกัน” แม้อีชวนจะรู้จักกับคุณหนูเสิ่นมาตั้งแต่เด็ก แต่หากให้มาอยู่ใกล้ชิดกันเกินไปคงได้ถูกครหาไปทั้งเมือง
คุณหนูเสิ่นยิ้มดีใจทั้งเอ่ยปากขอบคุณแล้วรวบมือคนตรงหน้ามากุมไว้อย่างลืมตัว ดวงตาคมมองมือเล็กแสนนุ่มนิ่มที่จับกันไว้แล้วดึงมือของตัวเองขึ้นมาลูบหลังมือของคุณหนูเสิ่นเพื่อโต้ตอบความรู้สึก
“เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำให้คุณหนูเสิ่นยิ้มกว้างถึงเพียงนี้เชียว”
“นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยนะเพคะ ฝ่าบาททรงช่วยเหลือทุกคนที่มีบุญคุณกับหม่อมชั้น ถิงถิงขอบพระทัยมากจริงๆ เพคะ”
“ถิงถิง?” เสียงทวนสรรพนามที่คุณหนูเสิ่นใช้อย่างแปลกหูดังขึ้นมาทั้งคนทวนคำถามเลิ่กคิ้วอย่างสงสัย
“หากฝ่าบาทไม่โปรดที่หม่อมชั้นแทนตัวเองเช่นนี้….”
“น่ารักดี ต่อจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่า ถิงถิง ก็แล้วกัน”
คุณหนูเสิ่นทำทีหลบแววตาแสนเจ้าเล่ห์นั่นด้วยความเขินอาย ก่อนจะดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุมแล้วหันหลังหนี ความรู้สึกถึงคนที่เดินมาแนบชิดแผ่นหลังทำให้ยืนนิ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู
“ข้าต้องไปทำเรื่องสำคัญก่อน ไว้คืนนี้จะมาหาเจ้านะ”
คุณหนูเสิ่นมองไปรอบตำหนัก นิ้วเรียวไร้สัมผัสกับแก้วแหวนเงินทองที่ฮ่องเต้ประทานให้แล้วแสยะยิ้ม นี่สิสิ่งที่คนอย่างเสิ่นลู่ถิงคู่ควร ในเมื่อได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชีวิตนี้ข้าต้องได้ดีกว่าชาติก่อนถึงจะเหมาะสม
"มาแล้วหรออาลี่ อี้ชวนกับแม่ละ?"
"ฮ่องเต้ทรงให้นางในจัดการให้อยู่ คุณหนูไม่ต้องกังวลนะเจ้าคะ"
"เช่นนั้นก็ดี"
เสิ่นลู่ถิงหยิบถุงเงินขึ้นมาแล้วยืนให้กับอาลี่อย่างไม่คิดอะไร แต่อีกคนกลับมองด้วยความตกใจ คุณหนูเสิ่นหัวเราะแล้วดึงมือของอาลี่ออกมาแล้วยัดมันให้ ดูท่าแล้วหากไม่ทำเช่นนี้ อาลี่คงปฏิเสธที่จะรับมันเป็นแน่
"คุณหนูให้อาลี่ทำไมเจ้าคะ?"
"มีเงินติดไว้นั่นเป็นเรื่องดี เจ้าเก็บไว้เถิด เผื่อในอนาคต้องใช้ ข้าฝากถุงนี้ไปให้อี้ชวนด้วยนะ"
"คุณหนู...."
"ร้องไห้ทำไมกันเล่า เจ้าเด็กโง่"
"อาลี่คิดไม่ผิดจริงๆที่ติดตามคุณหนู อาลี่จะเป็นบ่าวที่ภักดีต่อคุณหนูคนเดียวเจ้าค่ะ อาลี่สัญญา"
คุณหนูเสิ่นแค่ยิ้มรับแล้วมองใบหน้าเด็กสาวที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความซาบซึ้ง เจ้าไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำสัญญาต่อข้าหรอก ความภักดีของเจ้านั้นข้าเห็นมันมามากแล้ว ชาติก่อนเจ้าลำบากเพื่อข้ามากมาย เงินแค่นี้ยังไม่มากพอสำหรับการตอบแทนเจ้าด้วยซ้ำ
เสิ่นลู่ถิงเดินไปนั่งลงอย่างครุ่นคิด ใช่อยู่ที่วันนี้ยังไม่ใช่วันแต่งตั้ง แต่หากว่าฮ่องเต้ตรัสไว้ว่าจะเสด็จมาหาก็คงต้องมาจริงๆแน่ เพียงแต่สนมเอกกับฮองเฮาจะปล่อยให้ฮ่องเต้เสด็จมาตำหนักข้าง่ายๆอย่างนั้นหรือ
หยุดความคิดเมื่อนางในกับขันทีประจำตำหนักเดินเข้ามา มองดูภายนอกแล้วไม่ได้ดูมีพิษมีภัยเลยสักคน อย่างน้อยสิ่งที่ข้าควรทำ คือให้ทุกคนในตำหนักตอนนี้จงรักภักดีต่อข้าเพียงผู้เดียวเสียก่อน
คุณหนูเสิ่นลุกขึ้นเลือกเครื่องประดับและของมีค่าบางส่วนที่ฮ่องเต้ประทานให้ยื่นให้กับนางในและขันทีประจำตำหนัก เป็นอย่างที่คิดว่าทุกคนจะไม่ยอมรับมันและเอาแต่ก้มหน้า
"หากพวกเจ้าไม่รับไป ข้าจะบอกฝ่าบาทว่าพวกเจ้าทำให้ข้าอารมณ์เสีย"
เพียงแค่เอ่ยอ้างไปเช่นนี้ทุกคนก็จำใจยอมรับมันอย่างไม่น่าเชื่อ คุณหนูเสิ่นอมยิ้มและเอ่ยปากบอกให้ทุกคนออกไปก่อน จะซื้อใจคนต้องค่อยเป็นค่อยไป
"อาลี่"
"เจ้าค่ะคุณหนู"
"เจ้าไปสืบให้ข้าทีว่านางในและขันทีในตำหนักปกติใช้ชีวิตกันเช่นไร"
"คุณหนูจะสนใจพวกนางในกับขันทีไปทำไมเจ้าคะ?"
"คิดจะหาพวกเพิ่มก็ต้องรู้เขารู้เรา ข้าต้องการรู้ว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละคนเป็นเช่นไร"
"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ อาลี่จะรีบจัดการให้"
"พระสนมเอกเสด็จ!!!"
เสิ่นลู่ถิงแสยะยิ้ม สนมเอกมาหาข้าไวเช่นนี้เชียว เร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากทีเดียว ดูท่าแล้วท่านคงไม่อยากให้ข้าอยู่ที่นี่เป็นแน่ เปิดเผยเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็ดี ข้าจะได้รู้ว่าควรจัดการกับใครเช่นไร
"ถวายพระพรเพคะพระสนมเอก"
"ยังดีที่รู้จักที่ต่ำที่สูง"
คุณหนูเสิ่นพยายามก้มหน้าลงเพื่อเก็บอาการ ท่าทีโอหังเช่นนี้ ไหนจะเครื่องแต่งกายทั้งเครื่องประดับแสนหรูหราที่ประโคมใส่มานั่นอีก ดูท่าแล้วสนมเอกคงจะฟุ่มเฟือยน่าดู ชาติก่อนข้าเคยได้ยินมาว่าเครื่องประดับบางชิ้นของนางยังแพงกว่าฮองเฮาเสียอีก
"ข้าจะไม่อ้อมค้อม! ออกจากวังไปซะ!!"
"หม่อมชั้นทำไม่ได้เพคะ"
"เจ้า!...นังหน้าด้าน!! ก่อนหน้านี้ก็จะแย่งคนรักของน้องสาวข้า มาตอนนี้ก็ยังจะแย่งฮ่องเต้ไปจากข้าอีก!! เจ้าอยากมีปัญหากับตระกูลหลี่ใช่หรือไม่!!"
"มิบังอาจเพคะ หม่อมชั้นรู้ดีว่าตระกูลหลี่ยิ่งใหญ่แค่ไหน และยิ่งรู้ดีว่าสนมเอกเป็นที่โปรดปรานต่อฮ่องเต้เพียงใด"
"รู้เช่นนั้นก็ดี!!"
"แต่ความโปรดปรานก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอนะเพคะ"
เมื่อสิ้นคำพูดคนตรงหน้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้ว ผู้หญิงที่มีเพียงความงามแต่ไร้สติปัญญาเยี่ยงท่าน ไม่มีวันควบคุมนิสัยที่แท้จริงของตัวเองได้หรอกเมื่อถูกใครพูดจาเหยียดหยามใส่
"จะทำอะไรคุณหนูของข้า!?"
อาลี่เข้ามาขวางเมื่อเห็นว่าคนของสนมเอกกำลังค่อยๆก้าวประชิดตัวคุณหนูของตน ก่อนจะถูกจับยึดเอาไว้จนเสิ่นลู่ถิงต้องหันมอง
"ปล่อยคนของหม่อมชั้นนะเพคะ!"
"เจ้ากล้าดียังไงมาสั่งข้า! ไม่รู้ตัวเองเลยหรือว่าอยู่ฐานะใด ต่อให้ฮ่องเต้ทำพิธีแต่งตั้งเจ้าแล้ว ตำแหน่งเจ้าก็ยังด้อยกว่าข้าหลายขั้นนัก!"
"พนะสนมเอกทำเช่นนี้จะรังแกกันเกินไปหรือไม่"
"รังแกหรือ?"
เพี๊ยะ!! ใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบแล้วรอบอมยิ้ม ตบแรงเช่นนี้ก็ดีข้าจะได้ไม่ต้องพยายามสร้างสถานการณ์ให้มันลำบาก
"เช่นนี้ต่างหาถึงจะเรียกว่ารังแก"
"พระสนมเอกทรงทำเช่นนี้ ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะทรงกริ้วหรือเพคะ"
"ฝ่าบาททรงรักข้าที่สุด แค่ลงโทษคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างเจ้า ฝ่าบาทจะกริ้วข้าได้อย่างไร"
"มั่นใจเช่นนี้ก็ดีเพคะ"
"....."
"หม่อมชั้นหวังว่าพระสนมเอกจะมั่นใจเช่นนี้ตลอดไปนะเพคะ อย่าพลาดท่าเข้าเสียก่อนละ"
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







