Inicio / รักโบราณ / ชายาเคียงบัลลังก์ / ช่วยสาวงามกลางป่า

Compartir

ช่วยสาวงามกลางป่า

Autor: Selena
last update Fecha de publicación: 2026-10-01 13:05:08

หลังจากกลับมาจากส่งใบชาและเสร็จสิ้นการนัดพบกับชูเจา องค์ชายใหญ่กลับมานั่งอยู่ภายในห้องพักชั้นสองอันคุ้นเคยของโรงน้ำชาหลิวหยุน สายตาคมกริบทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง พลันนึกย้อนถึงข้อความสำคัญที่องครักษ์คนสนิทได้รายงานไว้ก่อนแยกย้าย

‘กระหม่อมได้ส่งจดหมายลับแจ้งไปยังฮ่องเต้แคว้นฉี่แล้วพะยะค่ะว่าพระองค์ถูกลอบทำร้ายระหว่างเดินทาง ยามนี้องค์รัชทายาทผู้เป็นพระเชษฐาของพระองค์ ทรงมีพระราชบัญชาให้ตามหาตัวพระองค์อย่างสุดกำลัง อีกทั้งยังเตรียมเคลื่อนกำลังพลมาตั้งค่ายรอฟังคำสั่งของพระองค์อยู่ที่นอกเมืองหลวงแล้วพะยะค่ะ ‘

ยามนั้นจื่อหลานได้สั่งการกลับไปอย่างตรึกตรองและรอบคอบ

‘แจ้งกลับไปหาว่าเสด็จพี่ว่าข้าปลอดภัยดี บอกให้เขาลดความเอิกเกริกของการเคลื่อนกำลังพลลงเสีย แล้วให้แจ้งเรื่องต่อทางการแคว้นนี้ไปตรงๆ ว่าเป็นเพียงขบวนเกียรติยศที่จะเดินทางมาส่งตัวข้ากลับสู่วังหลวง โดยกำหนดเวลาให้ขบวนเดินทางมาถึงภายในยี่สิบวัน... เท่านี้ก็เพียงพอที่จะกดดันให้มู่หลิงเชียวลนลานจนเผยจุดอ่อนออกมาแล้ว’

ทว่า สิ่งที่ทำให้องค์ชายใหญ่ต้องหนักใจในยามนี้ กลับมิใช่เรื่องการศึกหรือหมากทางการเมือง... หากแต่เป็นเรื่องของคุณหนูสามแห่งตระกูลเชี่ย

แม้เขาจะซ่อนตัวอยู่ที่โรงน้ำชาแห่งนี้มานานถึงสี่ห้าวันจนบาดแผลหายดี แต่เขากลับไม่สามารถหาโอกาสเข้าใกล้ผิงอันได้ดังใจหวังเลยสักนิด หลังจากที่เห็นว่าเขาหายเจ็บป่วย นางก็รักษาระยะห่างตามมารยาท และแทบจะไม่ได้เข้ามาพูดคุยหรืออยู่ใกล้ชิดกับเขาเหมือนในวันแรกๆ อีก เมื่อเป็นเช่นนี้ แผนการแย่งชิงหัวใจสตรีเพื่อใช้เป็นหมากพิชิตมู่หลิงเชียวจึงกลายเป็นเรื่องยากเย็นยิ่งนัก

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์พลันผุดขึ้นที่มุมปาก... ในเมื่อโอกาสไม่มาหา บุรุษผู้ผ่านศึกสงครามเช่นเขาก็ต้องสร้างโอกาสขึ้นมาเอง

จื่อหลานนึกถึงอุบายล้ำลึกที่เขาสั่งการชูเจาไว้ก่อนเดินทางกลับ

‘ชูเจา... เจ้าจงไปว่าจ้างและเตรียมโจรป่าฝีมือดีไว้กลุ่มหนึ่ง รอฟังคำสั่งจากข้า’

‘โจรป่าหรือพะยะค่ะ? พระองค์ทรงคิดจะทำสิ่งใด

‘ข้าจะหาโอกาสพาคุณหนูสามเดินเข้าสู่ภยันตรายด้วยตนเอง... แล้วในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ข้าจะสวมบทบาทบุรุษผู้ปกป้อง เข้าไปช่วยเหลือนางออกมาจากดงศัตรู!’

องค์ชายใหญ่เอ่ยกับตัวเองในใจ นัยน์ตาฉายแววผู้ชนะ

’ แผนการฮีโร่ช่วยสาวงามในยามวิกฤต คือกลอุบายที่แยบยวนที่สุดในการดึงดูดความสนใจ ความประทับใจ และเปิดประตูสู่หัวใจของสตรีอย่างไม่อาจถอนตัว... มู่หลิงเชียว อีกไม่นาน สตรีที่เจ้าพะวงรักนักหนา ก็จะต้องหวั่นไหวให้แก่ข้า ‘

วันนี้สายลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด ละอองหิมะสีขาวโพลนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าอย่างหนักหน่วงและรุนแรงกว่าทุกวันที่ผ่านมา ส่งผลให้ ถางถาง ที่ต้องเดินทางไปทำบุญสวดมนต์แทนคุณหนูสามที่วัดป๋ออ้ายเป็นประจำ เดินทางกลับมาถึงโรงน้ำชาหลิวหยุนในช่วงเวลาที่ค่ำมืดแล้ว

ลำพังเพียงระยะทางจากวัดหากมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลเชี่ยโดยตรง ก็ต้องใช้เวลาจนค่ำยามโพล้เพล้ ยิ่งต้องแวะมารับคุณหนูสามที่โรงน้ำชาด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้เวลาเนิ่นชะลอและล่วงเลยไปมากกว่าเดิม ซ้ำร้าย ลุงคนขับรถม้าของจวนกลับล้มป่วยกะทันหัน ร่างกายสั่นเทาจากพิษไข้และลมหนาวจนไม่อาจกุมบังเหียนขับรถม้าฝ่ากองหิมะกลับจวนได้อย่างปลอดภัย

ทว่า... ความล่าช้าและอุปสรรคทั้งหมดนี้ มิใช่ความประจวบเหมาะแต่อย่างใด หากแต่เป็น หนึ่งในแผนการอันล้ำลึกของเฉินจื่อหลาน ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

องค์ชายใหญ่ในคราบ 'เสี่ยวถัง' ไม่ปล่อยให้โอกาสอันดีหลุดมือ เขาเดินก้าวออกมาด้านหน้าพร้อมกับเสื้อคลุมกันหนาวเนื้อหนา นัยน์ตาซื่อๆ ฉายแววความกระตือรือร้นและใสซื่ออย่างแนบเนียน ก่อนจะเอ่ยอาสาขึ้นมาทันที

"คุณหนูสามขอรับ... ท่านลุงคนขับรถม้าดูท่าจะไม่ไหวเสียแล้ว หากปล่อยให้ขับฝ่าหิมะตกหนักเช่นนี้ต่อไปเกรงว่าจะเกิดอันตรายกลางทางได้ ข้าพอมีความรู้เรื่องการบังคับม้าอยู่บ้าง ให้ข้าหน้าที่รับหน้าที่เป็นคนขับรถม้าพาคุณหนูและถางถางกลับจวนตระกูลเชี่ยเองนะขอรับ"

ผิงอันขมวดคิ้วแน่น ดวงตากลมโตฉายแววลังเลและกังวลใจ นางไม่อยากรบกวนและพาเสี่ยวถังออกไปเสี่ยงภยันตรายข้างนอกในยามค่ำคืนเช่นนี้เลยสักนิด

"เสี่ยวถัง... บาดแผลของท่านเพิ่งจะหายดี อีกทั้งอากาศข้างนอกก็หนาวเหน็บถึงเพียงนี้ หากต้องมานั่งตากพายุหิมะขับรถม้าให้ข้า... มันจะไม่เป็นการรบกวนท่านเกินไปหรือ"

"คุณหนูอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลยขอรับ" เสี่ยวถังคลี่ยิ้มอบอุ่น นำทางนอบน้อม "ชีวิตของข้า... คุณหนูเป็นผู้ช่วยไว้ เพียงแค่ขับรถม้าส่งคุณหนูกลับจวนอย่างปลอดภัย เรื่องเล็กน้อยเท่านี้ข้ายินดีทำด้วยความเต็มใจยิ่งนัก หากช้ากว่านี้ ถนนสายหลักอาจถูกหิมะทับถมจนเดินทางลำบากนะขอรับ"

ถางถางที่ยืนตัวสั่นด้วยความหนาวรีบเอ่ยสนับสนุนทันที

"จริงด้วยเจ้าค่ะคุณหนู ยามนี้ค่ำมากแล้ว หากเราไม่รีบออกเดินทางตอนนี้ ฮูหยินใหญ่ต้องสงสัยและลงโทษพวกเราแน่ๆ เจ้าค่ะ ให้เสี่ยวถังช่วยขับรถม้าไปส่งเถิดเจ้าค่ะ"

เมื่อเห็นว่าไร้ทางเลี่ยงและไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่า ผิงอันจึงถอนหายใจยาวเบาๆ พยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ "เช่นนั้น... ก็ต้องรบกวนท่านแล้ว เสี่ยวถัง ขับรถม้าด้วยความระมัดระวังนะ"

"ขอรับ คุณหนู"

เสี่ยวถังประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม ก่อนจะช่วยประคองผิงอันและถางถางขึ้นไปนั่งภายในรถม้าอันอบอุ่น เมื่อผ้าม่านรถม้าปิดลง รอยยิ้มซื่อๆ บนใบหน้าคมคายขององค์ชายใหญ่ก็พลันหายวับไป เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มลึกล้ำยากแท้คาดเดา เขาขึ้นประจำที่นั่งคนขับ กุมสายบังเหียนแน่น แล้วตวัดบังเหียนสั่งให้รถม้าเคลื่อนตัวออกจากโรงน้ำชาหลิวหยุน มุ่งหน้าเข้าสู่เส้นทางเปลี่ยวที่ปกคลุมไปด้วยพายุหิมะ... สู่กับดักร้ายและอันตรายที่เขาได้จัดเตรียมไว้รอรับสาวงามด้วยตนเอง

รถม้าไม้ของจวนตระกูลเชี่ยเคลื่อนตัวไปตามถนนอย่างช้าๆ ท่ามกลางพายุหิมะที่ตกกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง สายลมพัดกิ่งไม้กวัดแกว่งส่งเสียงหวีดหวิว รถม้าที่มุ่งหน้ากลับจวนจำเป็นต้องเดินทางผ่าน ป่าไผ่ อันเงียบสงบและเปลี่ยวร้าง... ซึ่งสถานที่แห่งนี้เอง คือจุดนัดหมายลับที่คุณชายใหญ่และชูเจาได้วางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว

เมื่อรถม้าเคลื่อนเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิด ทันใดนั้น เงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดโจรป่านับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืดพร้อมอาวุธครบมือ โอบล้อมรถม้าไว้ทุกทิศทาง เสียงร้องหักโหมโวยวายของกลุ่มโจรทำให้ม้าตื่นตกใจส่งเสียงร้องล้งเล้ง

เฉินจื่อหลานในคราบ 'เสี่ยวถัง' กระโดดลงจากที่นั่งคนขับ ชักดาบข้างกายออกมาแสร้งทำเป็นเข้าต่อสู้ปะทะฝีมือกับกลุ่มโจรอย่างดุเดือด เสียงคมดาบกระทบกันดัง เคร้ง! ท่ามกลางพายุหิมะ ทว่าเมื่อเห็นว่าถึงเวลาอันเหมาะสม องค์ชายใหญ่ก็แสร้งทำเป็นถูกโจรป่ารุกต้อนจนเสียหลักเพลี่ยงพล้ำ

เขาฉวยโอกาสนั้นเปิดผ้าม่านรถม้า กระชากคว้าเรียวแขนของ เชี่ย ผิงอัน ออกมาจากภายในตัวรถม้าอย่างเร่งรีบ

"คุณหนูสาม พวกโจรมีมากเกินไป พวกเรารีบหนีเร็วขอรับ!"

เสี่ยวถังร้องตะโกนด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

ผิงอันยังไม่ทันได้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่สวยฉายแววตระหนกตกใจอย่างขีดสุด "เสี่ยวถัง! แล้วถางถางเล่า"

"ไม่ทันแล้วขอรับคุณหนู! พวกมันมุ่งเป้ามาที่ท่าน หากท่านหนีไปพวกมันจะตามมา!"

เสี่ยวถังไม่รอฟังคำคัดค้าน ดึงร่างบางของคุณหนูสามออกวิ่งฝ่ากองหิมะหนาทึบ หายลับเข้าไปในความมืดมิดของป่าไผ่อย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ถางถางนั่งคุดคู้อยู่มุมรถม้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนร้องไห้โฮออกมา ท่ามกลางกลุ่มโจรป่าที่รับบทแสร้งทำเป็นรุมล้อมรถม้าไว้ตามแผน

เสี่ยวถังพาร่างบางของผิงอันวิ่งฝ่าลมหนาวเจ็บปวดมาจนถึง ถ้ำหิน ลึกแห่งหนึ่งซึ่งปิดล้อมด้วยโขดหินใหญ่ ปลอดภัยจากสายตาภายนอก เขาประคองผิงอันเข้าไปข้างใน ก่อนจะรีบนำกิ่งไม้แห้งที่เตรียมไว้มาจุดก่อกองไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

แสงไฟสีส้มทองลุกโชนขึ้นช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวภายนอก ผิงอันนั่งสั่นสะท้านอยู่ข้างกองไฟ ผ้าพันแผลบนหน้าผากและเรือนผมมีเกล็ดหิมะเกาะแพรวพราว นางมองออกไปนอกปากถ้ำด้วย แกดวงใสกระจ่างที่ฉายแววกังวลใจ ขั้นสุด

"เสี่ยวถัง... เราจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่นานไม่ได้นะ ถางถางยังอยู่ที่รถม้า และหากข้ากลับจวนสายไปกว่านี้ ท่านพ่อและฮูหยินใหญ่ต้อง..."

เฉินจื่อหลานเดินกลับมาจากปากถ้ำ สีหน้าของเขาเรียบเครียดและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่เสแสร้งขึ้นอย่างแนบเนียน เขาเอ่ยขัดนางด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใย

"คุณหนูสาม โปรดทำใจร่มๆ ก่อนขอรับ..."

เสี่ยวถังก้าวเข้ามาใกล้ ย่อกายลงข้างกองไฟ

"ข้าเพิ่งไปสำรวจที่ปากถ้ำมา ยามนี้พายุหิมะด้านนอกตกหนักขึ้นเรื่อยๆ รอยเท้าของพวกเราถูกหิมะกลบมิดแล้ว และที่สำคัญ... กลุ่มโจรพวกนั้นยังคงกระจายกำลังออกตามหาตัวพวกเราอยู่ในป่าไผ่ครัขอ"

"พวกมันยังไม่ไปอีกหรือ"

ผิงอันหน้าซีดลงเล็กน้อย

"ขอรับ... พวกมันดูเหมือนพวกโจรป่าโหดเหี้ยมที่หวังชิงทรัพย์และทำร้ายท่าน หากพวกเราพรวดพราดออกไปยามนี้ นอกจากจะหลงทางท่ามกลางพายุหิมะแล้ว อาจจะเดินไปประจันหน้ากับพวกมันโดยตรงอีกด้วย"

เสี่ยวถังถอนหายใจยาว แสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดและรู้สึกผิด

"ข้าน้อยไร้ความสามารถ... ไม่อาจปกป้องคุณหนูให้ปลอดภัยจนต้องมาติดอยู่ในถ้ำเช่นนี้ ทว่ายามนี้การหลบอยู่ในถ้ำ รอให้พายุสงบและพวกโจรไพร่พลถอยกลับไปก่อน คือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดขอรับ"

ผิงอันกอดแขนตัวเองแน่น แม้ในใจจะเปี่ยมไปด้วยความกังวลเรื่องจวนตระกูลเชี่ยและถางถาง แต่เมื่อนึกถึงความเหี้ยมโหดของกลุ่มโจรป่าและความหวังดีของชายหนุ่มตรงหน้า นางจึงต้องยอมจำนนต่อเหตุผลของเขา

"ท่านอย่าโทษตัวเองเลย เสี่ยวถัง..." ผิงอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น นัยน์ตาทอดมองกองไฟด้วยความกังวลใจ

"หากไม่ได้ท่านช่วยดึงข้าออกมา ป่านนี้ข้าคงตกอยู่ในมือของพวกโจรไปแล้ว... เอาเถิด ยามนี้พวกเราคงต้องยอมหลบอยู่ที่นี่ไปก่อน รอให้พายุหิมะเบาลงค่อยหาทางกลับ"

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตกหลุมพรางและยอมอยู่ในถ้ำตามแผน องค์ชายใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ซ่อนรอยยิ้มลึกล้ำไว้ในเงามืด... บัดนี้ บทละครช่วยสาวงามกลางป่าหนาว ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

ท่ามกลางความเงียบสงบภายในถ้ำที่มีเพียงเสียงฟืนแตกเปรี๊ยะๆ สายตาของคุณหนูสามพลันเหลือบไปเห็นรอยเลือดสีแดงสดที่กำลังซึมผ่านเนื้อผ้าบริเวณหัวไหล่หนาของ 'เสี่ยวถัง' เลือดไหลทะลักออกมาเรื่อยๆ จนน่าใจหาย

"เสี่ยวถัง! นี่ท่านบาดเจ็บหรือ"

ผิงอันร้องขึ้นด้วยความตระหนก ไม่รอช้ารีบเขยิบเข้าไปใกล้แล้วก้มลงตรวจดูบาดแผลทันที

เมื่อเห็นว่า 'แกะน้อย' ผู้บริสุทธิ์เริ่มเดินเข้ามาตกหลุมพรางด้วยตนเอง องค์ชายใหญ่จึงไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เขาเริ่มเปิดฉากแสดงละครบทต่อไปทันที... ใบหน้าคมคายฉายแววเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส คิ้วหนาขมวดมัดเป็นนวด ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ เอนเอียงแล้วทิ้งตัวลงซบหน้าลงกับไหล่บางของคุณหนูสามอย่างหมดแรง

"อึก... คุณหนู... ข้าไม่เป็นไรขอรับ..." น้ำเสียงของเสี่ยวถังแหบพร่าและสั่นเทา

ด้วยตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ใกล้กองไฟ อุณหภูมิร่างกายจึงสูงขึ้นอย่างประจวบเหมาะ ยามที่คุณหนูสามใช้มือเรียวเล็กทาบลงบนหน้าผากเพื่อตรวจดูอาการ นางจึงสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมา

"ตัวร้อนผ่าวถึงเพียงนี้! ท่านมีไข้ขึ้นสูงเสียแล้ว!"

ผิงอันร้อนใจดั่งไฟลน นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่ลังเลเรื่องชู้สาว ฉีกผืนผ้าส่วนที่ขาดวิ่นตรงไหล่ของเขาออก เผยให้เห็นรอยคมดาบเป็นทางยาว ผิงอันรีบนำผ้าเช็ดหน้าเนื้อดีที่พกติดตัวออกมาพันกดบาดแผลไว้อย่างแน่นหนาเพื่อห้ามเลือดไม่ให้ไหลออกไปมากกว่านี้

"อดทนไว้ก่อนนะเสี่ยวถัง ข้าจะช่วยท่านเอง..."

ใบหน้าหวานขมวดคิ้วแน่น กวาดสายตามองไปรอบกายด้วย แววตาไหววูบด้วยความวิตก หวังหาทางออกหรือความช่วยเหลือ ทว่าไม่ว่าจะมองไปทางใด ก็มีเพียงความมืดมิดอันเงียบงันและพายุหิมะที่ตกกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก สิ่งเดียวที่สตรีบอบบางอย่างนางจะทำได้ในยามนี้ เพื่อรักษาชีวิตบุรุษผู้มีพระคุณที่กำลังแกล้งนอนตัวสั่นสะท้านจากความหนาว... คือการสวมกอดร่างสูงใหญ่ของเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ใช้ความอบอุ่นจากเรือนกายของตนเองช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวให้แก่เขา

"คุณหนู... ข้าหนาวเหลือเกินขอรับ..." เสียงพึมพำแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูของผิงอัน

"ข้าอยู่นี่แล้ว... ไม่ต้องกลัวนะเสี่ยวถัง" ผิงอันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและอ่อนโยน กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกนิดพลางลูบหลังเขาเบาๆ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า บุรุษที่นางกำลังประคองกอดด้วยความสงสารและห่วงใยจับใจ ยามนี้กำลังแอบคลี่ยิ้มลึกล้ำซ่อนใบหน้าไว้กับลาดไหล่ของนาง... ดื่มด่ำกับความหวานอบอุ่นและชัยชนะในขั้นแรกของแผนการเสียแล้ว

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

    ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวันกระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อนทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลงเอี๊ยด!รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนนผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไห

  • ชายาเคียงบัลลังก์   สงครามขนาดเล็กขององค์ชาย

    ตลอดหลายวันที่ผิงอันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน บาดแผลถูกโบยที่แผ่นหลังบอบบางค่อยๆ ทุเลาลงจนหายดี สิ่งที่แปลกไปคือบรรยากาศภายในจวนตระกูลเชี่ยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ... ไม่ว่าจะเป็นใต้เท้าเชี่ย พี่หญิงใหญ่ หรือ พี่หญิงรอง ต่างก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาเค้นคอถามความจริงหรือวุ่นวายกับนางอีกเลย ทุกคนในจวนปฏิบัติต่อนางด้วยความเกรงอกเกรงใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งผิงอันเองก็รู้สึกยินดีและผ่อนคลายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ยินเสียงจิกหัวด่าทอหรือเรื่องกวนใจเหล่านั้นยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจที่สุดคือ บิดายินยอมให้เปิดกิจการโรงน้ำชาหลิวหยุนต่อได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยแอบปีนกำแพงหรือปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป...ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังความอารีและคำอนุญาตอันง่ายดายนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากองค์ชายใหญ่ที่ข่มขู่ใต้เท้าเชี่ยไว้ และกำชับหนักหนาว่าห้ามแพร่งพรายให้ผิงอันรู้อย่างเด็ดขาดวันนี้ เมื่อร่างกายหายดีแล้ว ผิงอันจึงเดินทางกลับมาเปิดโรงน้ำชาอีกครั้งด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น แต่... บรรยากาศของโรงน้ำชาที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน กลับเงียบเหงาและเย็นเยือกจน

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เขาก็แค่คนหลอกลวง

    เพียะ! เพียะ!เสียงไม้หวายเส้นหนากระแทกฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามติดต่อกันอีกสองสามที ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันทนทานไม่ไหว ร่างบางฟุบล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอันเย็นเชียบ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าเวทนาทว่า... ก่อนที่ไม้ฟาดที่สี่จะทันได้ตลบแหวกอากาศลงมากลางหลังโครม!บานประตูใหญ่หน้าจวนตระกูลเชี่ยพลันถูกถีบออกอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเรือนกายสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ ในชุดผ้าไหมทรงสบายๆ ทว่าแฝงความหรูหราสูงศักดิ์ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาภายในลานลงอาญาด้วยท่วงท่าทรงบารมี โดยมีองครักษ์คนสนิทอีกสองนายเดินตามหลังมาติดๆคนในจวนตระกูลเชี่ยต่างตกตะลึงจนตาค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทันตั้งตัวหรือถวายบังคม ร่างสูงของเฉินจื่อหลานก็ตรงเข้ามาทรุดกายลง ประคองอุ้มร่างอันสั่นเทาของคุณหนูสามขึ้นมาไว้แนบกายในอ้อมแขนอันอบอุ่นแน่นดั่งทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ผิงอันที่บอบช้ำและกำลังจะสูญเสียสติ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามเอียงใบหน้าซบลงกับอกแกร่ง พลางปรือตาเงยหน้ามองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้... นัยน์ตาหวานสั่นระริกด้

  • ชายาเคียงบัลลังก์   องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

    กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสามทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงฟู่...ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิงเพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยา

  • ชายาเคียงบัลลังก์   การแสดงที่สมจริง

    ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด คืนหนึ่งหลังจากที่ผิงอันถูกกักบริเวณไว้ภายในจวนตระกูลเชี่ย อาซาที่ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางอันใดเลย ก็ได้ใช้วานให้ เสี่ยวถังนำชาไปส่งยังจุดหมายปลายทางกลางป่าทางทิศตะวันตกตามที่มีลูกค้านัดหมายจองไว้ล่วงหน้าทว่า อาซากลับไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า การส่งชาในป่าลึกยามวิกาลครั้งนี้ ไม่ใช่การค้าขายตามปกติ... หากแต่เป็น กับดักอันแยบยวน ที่มู่หลิงเชียว วางไว้เพื่อล่อเสี่ยวถังให้ออกมาจากเกราะคุ้มกันของโรงน้ำชาและสายตาของคุณหนูสามเมื่อก้าวเท้าลึกเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมพัดใบไผ่สีกระทบกันดังหวีดหวิว และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด ชักดาบคู่กายออกมากระชับแน่น ปิดล้อมองค์ชายใหญ่ไว้ทุกทิศทางทว่า เฉินจื่อหลานกลับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยทันใดนั้น เสียงฝีเท้าซ้ายม้าศึกก็ดังขึ้นช้าๆ บุรุษผู้สง่างามในชุดสีดำสนิทควบม้าฝ่าเงามืดออกมา เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าหรือนัยน์ตาแม้แต่น้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์อันทรงอำนาจของ มู่หลิงเชียว อย่างเปิดเผยม

  • ชายาเคียงบัลลังก์   แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

    เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอกดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสามทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status