แชร์

บทนำ 3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-23 11:22:27

ข้าอยากเป็นแม่ทัพเก่งๆ อย่างพี่รอง ถ้ามัวแต่เย็บปักถักร้อยแล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้นำทัพ” 

“ฮวาเอ๋อร์... เจ้าอยากไปเปิดหูเปิดตาข้าไม่ห้าม แต่เตรียมตัวเตรียมใจรับทัณฑ์ไม้เรียวจากเสด็จพ่อแล้วใช่หรือไม่”

            “แน่นอน ข้าไม่กลัวหรอกเพคะ”

            “แล้วก็กระบวนท่าฟาดก้นของพี่ใหญ่ ของข้าแล้วก็ของเจ้าสามอีก เตรียมใจไว้แล้วยัง”

            เสด็จพ่อกับพี่ใหญ่ใจดี ตีแค่พอเป็นพิธีก็เลิก ส่วนพี่สามไม่เน้นตีเน้นด่าอย่างเดียว แต่ลองพี่รองเอ่ยปากออกมาเช่นนี้แล้ว ไม้เรียวไม่หักก็ไม่เลิกรา องค์หญิงชะงัก คิดหนักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบทั้งๆ ที่เหงื่อซึมเต็มหน้า “จะตีก็ตี ข้าไม่เกี่ยงงอนแม้แต่นิดเดียว ต่อให้พี่รองตีจนขาหักข้าก็ไม่ร้องโอดครวญ”

            “ดี! สมแล้วที่เป็นน้องสาวข้า”

เอี้ยนซ่านฉีเอื้อมมือของตนมาหิ้วคอเสื้อเด็กหญิง ย้ายนางให้มานั่งม้าตัวเดียวกันกับเขา เอี้ยนซ่านฉีเป็นชายชาตินักรบที่ลงสมรภูมิตั้งแต่อายุน้อยๆ ในเมื่อนางดื้อด้านนักก็ให้ไปลองสัมผัสความโหดร้ายด้วยตัวเอง เอี้ยนซ่านฉีวางกฎอย่างเข้มงวดและร่ายข้อห้ามนับสิบข้อ พร้อมย้ำว่าหากนางไม่เชื่อฟังคำสั่ง เขาจะจับตัวใส่กรงและเอาผ้าคลุมปิด ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน

            ในที่สุดขบวนทัพขององค์ชายหนุ่มมาถึงบริเวณตำบลเสวียนอู่ ห่างจากเมืองสมรภูมิราวๆ ร้อยลี้ เอี้ยนซ่านฉีมิได้แวะหยุดพัก แต่เร่งให้ทหารไปให้ถึงพื้นที่โดยเร็วเพื่อยันทัพขององค์ชายหลี่เซวียนหลง เอี้ยนซ่านฉียกมือขึ้นลูบสันกรามคมเข้มไร้ที่ติของตนอย่างนึกรำคาญหนาวเคราที่มักจะกลับมาทั้งๆ ที่เพิ่งจะโกนทิ้งไปเมื่อเช้านี้ แต่สีหน้าของเขายังเรียบเฉย ไม่บ่งบอกพื้นอารมณ์ใดๆ

            “พี่รอง... ดูนั่น เต่าเต็มไปหมดเลย”

            “ใช่แล้ว เต่าพวกนี้เป็นลูกหลานของเทพเสวียนอู่ ที่นี่ถึงได้ชื่อว่าตำบลเสวียนอู่ยังไงล่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะเมื่อน้องสาวตื่นเต้นกับเรื่องเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาดุดันแหบห้าวทำให้หญิงสาวทั่วหล้าคลั่งไคล้ แต่องค์หญิงรู้สึกหนวกหู ถ้าให้เรียงลำดับพี่ชายทั้งสามคนแล้ว พี่รองนี่แหละตัวใหญ่แถมเสียงดังหนวกหูโหวกเหวกที่สุด

เบื้องหน้าของม้าคู่ใจแม่ทัพเต็มไปด้วยเต่าตัวเล็กตัวใหญ่เกลื่อนกลาดเต็มถนน พวกทหารม้าเหยียบย่ำผ่านไปทำให้พวกมันบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย องค์หญิงจึงรีบดึงแขนเสื้อพี่ชาย

            “พี่รอง ท่านบอกให้ทหารเก็บเต่าพวกนี้ไปข้างถนนก่อนได้หรือไม่”

            “ไม่ล่ะ เสียเวลา”

            “พี่รอง...”

เมื่อน้องสาวคนเดียวทำท่าจะหน้าบูดและมีปัญหา พี่ชายคนรองขององค์หญิงจึงคำรามอย่างรำคาญ ก่อนจะมีคำสั่งให้ทหารช่วยกันเก็บเต่าออกไปให้พ้นรัศมีถนน “เก็บเต่าพวกนี้ไปรวมกันที่สระน้ำศาลเจ้าเสวียนเทียนสั้งตี้[1]ข้างหน้านั่นซะ อ้อ... จุดธูปบอกกล่าวเทพเสวียนอู่[2]ด้วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“พี่รองช่างใจดียิ่งนัก มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ สมแล้วที่ท่านเนื้อหอมในหมู่สาวๆ ผลบุญครั้งนี้ต้องช่วยท่านชนะศึกแน่นอน” เด็กหญิงตัวน้อยประจบเสียงใส เอี้ยนซ่านฉีจึงขยำศีรษะเล็กๆ ตามประสาคนรู้ทัน น้องสาวของเขาคนนี้ไม่เชื่อโชคลาง ไม่เคยพนมมือขอพร ไม่ศรัทธาในเทพองค์ใด สิ่งเดียวที่นางเชื่อคือตัวเองเท่านั้น ดังนั้นวาจาเลอะเทอะที่พูดถึงบุญบาปล้วนเบาหวิวทั้งสิ้น เอี้ยนซ่านฉีจึงรู้ทันว่านางประชด

“หึๆ ศึกง่ายๆ ครั้งนี้ไม่ต้องใช้บุญบารมีอะไรสักนิด สู้สะสมบุญรวมๆ ไว้จะดีกว่า”

“รวมไว้ทำอะไรหรือเพคะ”

“อยากรู้จริงเหรอ” ชายหนุ่มแสร้งเลิกคิ้วขึ้น ผสานกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่สาวๆ ยากจะต้านทาน แต่สำหรับองค์หญิง รอยยิ้มแบบนี้ของพี่รองแปลว่า ‘อยากรู้ละสิ อยากรู้ละสิ!!’

“บอกข้ามาสักทีสิเพคะ”

“เจ้าไม่เชื่อเรื่องเทพยดาฟ้าดินไม่ใช่หรือ จะสนใจไปทำไม”

องค์หญิงเริ่มอยากรู้อยากเห็น จึงมองข้ามเรื่องรอยยิ้มป่วนประสาทของพี่ชายไปก่อน “บอกข้าหน่อยเถิดพี่รอง น้อยครั้งนักที่ท่านจะทำความดี”

“อ้าวเจ้านี่ เดี๋ยวถีบลงไปอยู่กับเต่าเลย เฮ้อ!! เจ้าเด็กน้อยเอียงหูมานี่” เอี้ยนซ่านฉีกลอกตาซ้ายขวาไปมาราวกับกำลังจะบอกความลับ ยิ่งทำให้คนฟังเริ่มอยากรู้หนักขึ้นไปอีก ชายหนุ่มรูปงามป้องปากพลางกระซิบอย่างจริงจัง “ข้าจะหาพี่สะใภ้ให้เจ้าสักคนไง”

“พี่สะใภ้? ของใครเพคะ พี่ใหญ่ พี่รอง หรือพี่สาม?”

“ของข้าเองสิวะ ข้าตั้งใจว่าเสร็จศึกนี้จะแต่งเมียจริงๆ จังๆ”

คำว่า ‘เมีย’ หลุดออกจากปากของพี่ชายคนนี้แล้ว องค์หญิงก็ทำหน้าเอือม “ท่านเคยพูดอย่างนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบแปดครั้ง ข้าเห็นท่านเอาแต่โปรยเสน่ห์”

เอี้ยนซ่านฉียักไหล่ “พวกนางมักจะสนใจแต่รางวัลแสนหวานจากข้า และมีอีกจำนวนไม่น้อยที่หิวโหยน่าสงสาร จะให้ข้าปฏิเสธพวกนางได้อย่างไร... เจ้าเพิ่งจะเจ็ดขวบ จะไปเข้าใจอะไร”

“สักวันเถอะ หากวันไหนที่ท่านเจอคนที่ถูกใจจริงๆ นางจะเบือนหน้าหนีเพราะพฤติกรรมของท่าน”

“ข้ายังไม่เคยเจอหญิงคนใดที่ทำให้ข้าถูกใจ” ร่างสูงใหญ่ปานภูผาเมินคำเตือนอย่างสิ้นเชิง “หากท่านเสวียนเทียนสั้งตี้ประทานหญิงงามให้ข้า ข้าสาบานว่าจะมอบตัวและหัวใจให้นางผู้เดียว”

เอี้ยนซ่านฉีประสานฝ่ามือขึ้นต่อฟากฟ้าเบื้องบน กล่าวคำสัตย์สาบานเสียงขึงขัง

“แน่ใจ?”

“แน่สิ เรื่องนี้เรารู้กันสองคน ถ้ามีหญิงคนไหนเอ่ยถึงท่านเสวียนอู่ ต่อให้เป็นนางทาสหรือหญิงชาวบ้าน ข้าก็จะรักษาคำพูด จะมีหลานให้เจ้าเลี้ยงหัวปีท้ายปีแน่นอน” รอยยิ้มทะเล้นปรากฏขึ้นที่ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา เทพเสวียนอู่มีจริงที่ไหนกันเล่า? เขาแน่ใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้จึงหยอกล้ออย่างสนุกสนาน แต่กระนั้นสายลมได้พัดผ่านยอดไม้วูบใหญ่ นำพาถ้อยคำล่องลอยขึ้นสูงเบื้องบนท้องนภา ผู้รับฟังพยักพระพักตร์ก่อนจะเอ่ยวาจาที่สองพี่น้องไม่ได้ยินว่า...

            “ข้ายินดีประทานพรให้ตามคำขอ”

[1] เสวียนเทียนสั้งตี้  (玄天上帝) ภาษาฮกเกี้ยนเรียกว่า เฮี่ยงเทียนส่งเต่ และแต้จิ๋วเรียกว่าเฮี่ยงเทียนเซี่ยงตี่ เทพชั้นผู้ใหญ่ ได้รับความนับถือว่าเป็นผู้ประทานอำนาจวาสนา บารมีและความเคารพยำเกรง คนไทยรู้จักในนาม เจ้าพ่อเสือ

[2] เทพบริวารของเสวียนเทียนสั้งตี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 2 [จบ]

    มนต์นภาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกคืนหนึ่ง หัวใจเต้นระทึกยากจะสงบใจจนต้องคลำมือแตะแขนของเอี้ยนซ่านฉีไว้แน่น นางไม่เคยสะดุ้งตื่นเช่นนี้มาก่อนจึงลูบมือบนครรภ์นูนใหญ่ของตน ในใจหวาดวิตกสับสนไปหมด ‘อุ้ย... อีกแล้ว’ร่างบางก้มมองครรภ์ของตนเอง มือที่ลูบครรภ์อยู่นั้นสัมผัสได้ถึงแรงถีบจากภายใน นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกในครรภ์ส่งสัญญาณ ทำให้มนต์นภาตระหนักถึงอีกชีวิตที่ถือกำเนิด เด็กคนนี้มีชีวิตของเขาเอง เคลื่อนไหวทีละนิดซึ่งนางมิได้เป็นผู้กำหนด หัวใจของผู้เป็นแม่จึงพลอยเต้นระทึกด้วยความปิติ ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งและค่อยๆ ปลุกพระสวามีให้ตื่น เขางัวเงีย เอื้อมมือมาลูบครรภ์“เจ็บท้องหรือ?”“อย่าเอะอะไปเพคะ เดี๋ยวลูกตื่น” มนต์นภาวางมือของตนทาบบนมือของเขา นิ่งสักพักเอี้ยนซ่านฉีก็รู้สึกชัดเจน เขาตาสว่าง หายง่วงในทันใด “หม่อมฉันเพิ่งจะรู้สึกครั้งแรกว่าซีกวาดิ้น”“ดิ้นเก่งเสียด้วย” เอี้ยนซ่านฉีหายใจแรง เก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ “ลูกชายเป็นแน่ เจ้าหนูซีกวาของพ่อ”“ลูกสาวต่างหาก”“ข้าแน่ใจว่าต้องเป็นลูกชายแน่นอน” เอี้ยนซ่านฉีทุบกำปั้นบนแผงอกของตนเองอย่างมาดมั่น “ข้าเป็นคนทำ ข้ารู้”และห

  • ชายาเสวียนอู่   บทส่งท้าย ลูกคนแรก 1

    บทส่งท้าย ลูกคนแรกฤดูหนาวอันแสนโหดร้ายผ่านพ้นไปพร้อมสงคราม อากาศอุ่นขึ้นจนหิมะละลายเหลือเพียงกองหย่อม ทั่วทั้งเมืองเจียนหยางเต็มไปด้วยโบตั๋นดอกตูมซึ่งพร้อมจะผลิบานในเร็ววัน ถึงแม้ว่าองค์ชายเอี้ยนเซินจะถล่มแคว้นฉู่จนราบคาบอย่างรวดเร็ว สร้างผลงานความโหดร้ายเกรี้ยวกราดในสนามรบจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทุกทิศ แต่แววตาของเขาก็หาได้ยินดีในชัยชนะไม่ ความเจ็บปวดที่ฝังในใจทำให้เขาปฏิเสธการแต่งงานครั้งใหม่และทุ่มเทตัวเองให้ใช้ชีวิตหมดไปวันๆ กับสงครามแย่งชิงดินแดน เมื่อมนต์นภาในฐานะน้องสะใภ้มีโอกาสพบเอี้ยนเซินอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางจ้องมองคือปลายนิ้วก้อยของเขาเอี้ยนซ่านฉียืนอยู่ข้างๆ เขากอดเอวนางแล้วดึงเข้าแนบอก“เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นใช่ไหม”“เห็นสิเพคะ” มนต์นภาหัวเราะคิกคักอยู่กับเอี้ยนซ่านฉีสองคน พลางพยักพเยิดให้องค์หญิงหย่งอานดูด้วย “ไม่ต้องห่วงว่าองค์ชายใหญ่จะปิดกั้นตนเองไปตลอดชีวิตหรอกเพคะ ด้ายแดงขององค์ชายเส้นใหญ่กว่าเดิมอีกนะ รับรองว่าเนื้อคู่ขององค์ชายใหญ่ต้องสดใสน่ารักมากแน่ๆ”“ใครอยู่ที่ปลายด้ายอีกฝั่งหรือ” องค์หญิงมองไม่เห็นด้ายแดงจึงชะเง้อมองอยากรู้อยากเห็น “ข้ามีด้ายแดงของข้า

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 4

    จังหวะที่จงเป่ากำลังลุกขึ้น คุณหนูจ้าวหลานก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสติขึ้นมาพอดี ทั้งคู่สบตากันนิ่งนานเหมือนลืมทุกสิ่ง เอี้ยนซ่านฉีจึงปรบมือเรียกสติ จงเป่าสะดุ้งรู้สึกตัวแต่ยังไม่อาจถอนสายตาจากคุณหนูจ้าวหลานได้ หัวหูมันอื้ออึง นางเองก็หน้าแดงก่ำ มือไม้อ่อนแรงไปหมด“พรุ่งนี้ข้าจะเป็นธุระจัดการงานแต่งให้พวกเจ้า”“หา? เอ่อ... คงไม่... เอ่อ... ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” จงเป่ายังมึนงงแต่หัวใจพองโต รีบร้องขอบพระทัยด้วยความยินดี คุณหนูจ้าวหลานเริ่มได้สติจึงเหลียวมองไปรอบๆ อย่างสับสนว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร นางพูดอะไรไม่ออกเมื่อลืมตาฟื้นขึ้นมาพบนายทหารหนุ่มท่าทางองอาจ หัวใจของนางก็แอบกระเด็นกระดอนออกมาจากอก เอี้ยนซ่านฉีจึงสบตามนต์นภาอย่างรู้กัน ก่อนจะออกคำสั่ง“สีหน้าของแม่นางจ้าวหลานยังคงซีดเซียว ฝากเจ้าดูแลนางด้วยนะจงเป่า”“ได้เลยพ่ะย่ะค่ะ”แม้แต่เด็กสามขวบยังเห็นความรักของจงเป่า คิวปิดเข่นเขี้ยวพลางร้องเชอะ ถึงแม้ว่าศรแห่งวีนัสจะจับคู่รักได้สำเร็จ แต่คิวปิดก็ยังรู้สึกโดนลูบคมอยู่ดี ขืนหันหลังกลับไปตอนนี้ พวกเทพตะวันออกจอมป่าเถื่อนจะต้องเยาะเย้นทับถมไปชั่วกาลนานเป็นแน่ ดังนั้นคิวปิดจึงยังไม่ยอมรามือง่าย

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 3

    อาวุธของทั้งสองนั้นก็คือด้ายแดงที่ถักทอจากหัวใจนั่นเอง“นี่แหละรักแท้ พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษย์” หงส์แดงกับคณะโป๊ยเซียนต่างทอดถอนหายใจ คิวปิดกับเฒ่าจันทราน่าจะเข้าใจความรักมากกว่าผู้ใดแท้ๆ แต่กลับมองไม่ออก“มันจบแล้ว!”กามเทพร่างอวบง้างคันศรจนสุดแล้วปล่อยมือในทันใด ศรแห่งวีนัสพุ่งแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงปานสายฟ้าฟาด เกิดประกายไฟลูกโตพุ่งทะยานจนมองตามแทบไม่ทัน ตามด้วยเสียงดังสนั่นสะเทือนฟ้าดิน“ช่างโง่นัก ด้ายแดงเส้นเล็กๆ ของพวกเจ้าจะถูกทำลายในพริบตา” คิวปิดหัวเราะเยาะ ลูกศรแห่งวีนัสพุ่งปักทะลุหัวใจของคุณหนูจ้าวหลาน ก่อนจะมุ่งตรงไปหาเอี้ยนซ่านฉี เขาจับมือมนต์นภาไว้แล้วยกด้ายแดงขึ้นมาต้านทานศรแห่งวีนัสปะทะด้ายแดงของทั้งคู่ด้วยพลังงานมหาศาล และต่อให้คิดต่อต้านเพียงใด ผู้ที่ต้องศรแห่งวีนัสไม่ว่าจะเป็นชายชราหงำเหงือกหรือนางชีเข้มงวด คนผู้นั้นจะร้อนรุ่มโหยหารักและต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความรักเจ็ดภพเจ็ดชาติไม่มีวันดิ้นหลุด เฒ่าจันทราหน้านิ่วคิ้วขมวดมานาน ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่ากำลังทำเรื่องไม่ถูกต้อง มนต์นภากับท่านฉีอ๋องรักกันจากหัวใจ แต่ศรแห่งวีนัสได้ถูกยิงออกมาแ

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 2

    “เฒ่าจันทราแห่งตะวันออกทำหน้าที่ล้มเหลว กามเทพแห่งตะวันตกอย่างข้าก็จะออกโรงจัดการให้ ในเมื่อเจ้าปฏิเสธโชคชะตาครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยบัญชาของพระผู้เป็นเจ้า ข้าจะกำจัดบาปอันน่ารังเกียจไปจากที่นี่ให้เอง”“ข้าเพียงแต่ต้องการลิขิตชะตาของตนเอง ข้าต้องการอยู่ครองคู่กับคนที่ข้ารัก ไม่ใช่คนที่พวกท่านลิขิตผูกพันให้ตามใจชอบ”“น่าละอาย! เจ้าควรยอมรับบัญชาจากพระผู้เป็นเจ้าต่างหาก”คิวปิดชี้หน้าร้องตะโกนเหมือนโกรธใครมา แต่ยังไม่ทันทำอะไร ไหสุราและของเซ่นมากมายก็ลอยละลิ่วมาถล่มใส่คิวปิดชนิดที่เรียกว่าเละตุ้มเปะ“ไอ้ลูกแหง่คิวปิดมาซ่าแถวนี้อีกแล้วว้อย ห้าวนักนะ แถวนี้เขตใครเขตมัน นังหนูไม่ใช่ลูกหมาตามพระเจ้าต้อยๆ พวกเราสอนให้ตัดสินใจเลือกแล้วรับผลที่จะตามมาเองต่างหากว้อย ไปสาระแนที่อื่นไป๊” เทพเสวียนอู่พร้อมด้วยปวงเทพและเซียนน้อยใหญ่รวมตัวกันบนหลังคาอีกฟากหนึ่ง เสียงร้องด่าดังแจ้วๆ ใครมีเกราะมีฉาบก็บรรเลงเคาะเรียกพวกมารุมฝรั่งมีปีก“จัดจ้านนักเหรอไอ้อ้วน”“แน่จริงมาตัวต่อตัวกันสิวะ เด็กมันรักกัน ไปรังแกเด็กมันทำไม”“กลับไปดูแลเมียของเจ้าให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยมาวุ่นวายกับความรักของผู้อื่น แส่ไม่เข้าเรื

  • ชายาเสวียนอู่   บทที่ 28 หากมีวาสนาต่อกัน ห่างกันพันลี้ก็ไม่แคล้วคลาดจากกัน 1

    ตอนที่มนต์นภาติดตามพระสวามีกลับมายังเมืองชายแดน หิมะกำลังโปรยปรายปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างจนขาวโพลน อากาศหนาวเย็นเสียจนเวลาพูดจะมีควันออกจากปาก ดอกเหมยสีแดงสดที่ปลูกตามบ้านเรือนกำลังผลิบานท้าทายความหนาวอย่างน่าชื่นชม แต่งแต้มให้เมืองงดงามราวกับหยุดเวลาไว้ กองฟางอันแสนวุ่นวายในโรงเลี้ยงม้ายังคงอยู่เหมือนเดิม แม้แต่จวนเจ้าเมืองที่เคยดูน่าเกรงกลัวในวันวาน มนต์นภาก็รู้สึกผูกพันและใจหายอย่างบอกไม่ถูก ช่วงสาย แดดแรงกล้าพอให้ออกมาเล่นสนุกผ่อนคลาย เอี้ยนซ่านฉีหงุดหงิดเล็กน้อยที่แคว้นหลี่มีการเคลื่อนไหวเพื่อก่อกวน เขาไม่ต้องการให้พี่ชายเสียสมาธิจึงตั้งใจหาทางสยบแคว้นหลี่ให้อยู่นิ่งๆ ระหว่างที่กำลังเดินกลับเข้ามาจากข้างนอกจวน ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาก็พลันเปลี่ยนไปมีรอยยิ้มน้อยๆ ร่างกายที่ตึงๆ มาตั้งแต่เช้าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง มนต์นภากำลังมัดเจ้าเทียนเทียน สุนัขตัวโปรดที่งามที่สุดของเขา เทียนเทียนทั้งดิ้นทั้งร้อง ต้องใช้คนช่วยกันจับถึงสามคนกว่าจะยกตัวเทียนเทียนขึ้นไปวางบนโต๊ะในศาลาได้ เอี้ยนซ่านฉีจึงก้าวเข้าไปดูว่าเมียของเขากำลังจะทำอะไร “เจ้านาย ช่วยด้วยๆๆ นางจะเชือดกระหม่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status