Masukแต่แววตาที่พวกเขามองข้าไม่มีความแปลกแยกเลยสักนิด กระทั่งยังมองข้าอย่างปลอบโยน ให้ข้าไม่ต้องกลัว”ยิ่งจิตใจของพวกชาวบ้านมีเมตตามากเพียงใด ยิ่งทรมานจิตใจเฟิงเพียงอวิ๋นนางไม่สามารถจินตนาการว่าบิดากับพี่ชายตัวเอง เป็นคนทำร้ายชาวบริสุทธิ์ที่จิตใจดีขนาดนี้ “เป็นความผิดข้าเอง ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนเป็นความผิดข้า ข้าผิดต่อพวกเขา”ขอบตาเฟิงเพียงอวิ๋นแดงก่ำอยากหลั่งน้ำตา แต่นางที่ถูกพิษน้ำตากลับไม่ไหลแม้แต่หยดเดียวกู้หว่านเยว่ขมวดคิ้วกล่าว “เจ้าไม่ใช่คนกระทำ เจ้าไม่ต้องรู้สึกผิด แต่บิดากับพี่ชายเจ้าก็ไม่ใช่คนบริสุทธิ์ พวกเขาตายไปก็นับว่าสาสมแล้ว เจ้าต้องตระหนักถึงจุดนี้ด้วย”สำหรับเฟิงเพียนอวิ๋น ตั้งแต่ต้นจนจบ กู้หว่านเยว่ทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะพี่ใหญ่ชอบนาง เกรงว่านางคงฆ่าอีกฝ่ายไปแล้วกล้าทำร้ายคนในครอบครัวนาง นางไม่มีทางให้อภัย“ไม่ว่าคำพูดเจ้าจะน่าฟังเพียงใด แต่ก่อนที่จะจับตัวท่านอ๋องลู่ได้ หวังว่าเจ้าอย่าออกจากหมู่บ้านแม้แต่ก้าวเดียว ไม่อย่างนั้นข้าไม่เกรงใจแน่” กู้หว่านเยว่กล่าวเตือนแววตาเฟิงเพียงอวิ๋นเผยความขมขื่น เมื่อก่อนกู้หว่านเยว่เชื่อใจนางมาก นางเป็
หลี่หวยเซียนแอบบอกผู้ใหญ่บ้านแล้ว ว่าพวกคนในวัดร้างมาทำสิ่งใดไปบ้างแล้วเมื่อได้รู้ว่าในวัดร้างมีพวกปีศาจกลุ่มหนึ่งที่ค้นคว้ายาพิษ ทำให้ผู้ใหญ่บ้านโกรธจนกำหมัดแน่นทันใดในอดีตพวกเขาเองก็เป็นคนปกติทั้งหมด แต่เพียงเพราะราชวงศ์ต้องการศึกษายาพิษ จึงไม่เห็นพวกเขาเป็นมนุษย์บังคับเอายาพิษกรอกเข้าใส่ร่างกายของพวกเขา จนทำให้ตอนนี้พวกเขากลายเป็นใบ้ เพราะถูกยาพิษทำลายเส้นเสียงผู้ใหญ่บ้านที่เดิมทีก็รู้สึกดีกับพวกกู้หว่านเยว่อยู่แล้ว เมื่อรับรู้ว่าครอบครัวพวกเขาก็ถูกคนกลุ่มนี้ทำร้ายเช่นกัน จึงต้องเดินทางมาหายาถอนพิษ ทำให้ท่าทีของเขาสุภาพขึ้นมากเนื่องจากชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้ล้วนพูดไม่ได้ บนโต๊ะอาหารกู้หว่านเยว่เองก็ไม่ค่อยพูดจามากนักตลอดเวลามีเพียงบ่าวชายที่เป็นล่ามข้างกายหลี่หวยเซียนกับผู้ใหญ่บ้านสนทนากันหลี่หวยเซียนบอกผู้ใหญ่บ้าน “พวกเขาต้องการจับตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้นคว้ายาพิษ ดังนั้นจึงไม่สามารถแหวกหญ้าให้งูตื่น ห้ามแพร่งพรายข่าวออกไปเด็ดขาด”ผู้ใหญ่บ้านไม่ห่วงเรื่องนี้ยังไม่ต้องพูดถึงว่าคนในหมู่บ้านโกรธแค้นหมอผีกลุ่มนี้มาก แทบอยากถลกหนังพวกมัน ดื่มเลือดพวกมันแค่เรื่องที่ห
กู้หว่านเยว่ยิ้ม “เจ้ายังพาคนแปลภาษามาด้วยหรือ?”หลี่หวยเซียนทำหน้าเขินอาย “เมื่อได้ยินว่าต้องมาหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมไม่รู้ภาษามือ จึงได้หาคนมาด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ผู้ใหญ่บ้านมองกู้หว่านเยว่ เมื่อเห็นหลี่หวยเซียนพานางมา อีกทั้งเมื่อครู่นางบอกว่าเป็นคนตงโจว จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลหันไปชี้ห้องรับรองด้านใน แล้วหันกลับมาชี้กู้หว่านเยว่บ่าวชายกล่าว “ใต้เท้า ผู้ใหญ่บ้านให้ถามท่านว่ามีกี่คนที่จะพักอยู่ที่นี่ขอรับ?”หลี่หวยเซียนหันมองกู้หว่านเยว่ นางกล่าว “พวกเราสี่คนพักที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องคนอื่นในกลุ่มทหารรับจ้างพักที่บ้านของชาวบ้านคนอื่นก็ได้”หลี่หวยเซียนรีบบอกผู้ใหญ่บ้าน “ข้ากับพวกเขาห้าคนจะพักอยู่ที่บ้านเจ้า”ไม่ง่ายกว่าจะได้พบท่านอ๋อง เขาไม่รีบกลับที่ว่าการขนาดนั้นหรอก ต้องอยู่ช่วยที่นี่ ส่วนงานที่ว่าการ โดยทั่วไปไม่มีเรื่อง ฉุกเฉินใด ท่านอาจารย์ของเขาสามารถช่วยจัดการได้หากมีเรื่องที่ท่านอาจารย์ของเขาจัดการไม่ได้ ที่ว่าการก็ไม่ไกลจากที่นี่ ให้คนมาส่งจดหมายได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว“เงินพวกนี้ เจ้ารับไว้ รบกวนเจ้าแล้ว”หลี่หวยเซียนนำเงินถุงหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ยื่นให้ผู้ใหญ่บ
หลี่หวยเซียนชะงักต่อมาจึงรู้สึกตัว แล้วรีบกล่าว “รู้จักพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นที่ตั้งของหมู่บ้านหูหนวก กระหม่อมเป็นคนช่วยพวกเขาเลือก เนื่องจากที่แห่งนี้อยู่ด้านหลังกลุ่มภูเขา อยู่ในที่ห่างไกล น้อยนักจะมีคนมาเยือน จึงเหมาะกับพวกเขา”กู้หว่านเยว่นึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ พลางเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมหลี่หวยเซียน พลางสอบถาม “ถ้าอย่างนั้น พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก แต่ย้ายมาทีหลังหรือ?”หลี่หวยเซียนยิ้มร่า “แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นจะมีคนหูหนวกทั้งหมู่บ้านได้อย่างไร”เมื่อพูดจบจึงนึกได้ว่าตัวเองพูดจาเช่นนี้กับท่านอ๋องไม่เหมาะสม จึงยิ้มอย่างรู้สึกผิดเมื่อเห็นกู้หว่านเยว่กำลังครุ่นคิด ไม่คิดจะถือโทษ ถึงได้โล่งอกตอนแรกกู้หว่านเยว่ยังนึกสงสัย ทำไมในหมู่บ้านหูหนวกถึงไม่มีคนที่พูดได้แม้แต่คนเดียวบัดนี้เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่หวยเซียน จึงรู้ว่าในนี้ย่อมมีสาเหตุซ่อนเร้น จึงสอบถาม “แล้วพวกเขามาจากที่ใดหรือ?”หลี่หวยเซียนครุ่นคิดสักครู่ สีหน้าเจือความเจ็บปวด “ความจริง ก่อนหน้านี้พวกชาวบ้านล้วนเป็นคนปกติ สามารถได้ยินและพูดคุยได้ พวกเขาไม่ใช่คนหูหนวกเป็นใบ้แต่กำเนิด แต่เพราะถู
ขณะนี้ผู้คนที่อยู่ในวัดร้างสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่ถูกกู้หว่านเยว่ล้อมไว้นานแล้ว มีปีกก็ยากจะหลบหนีบวกกับคนที่หลี่หวยเซียนพามาล้วนเป็นยอดฝีมือ ต่อให้พวกเขาอยากหนีก็หนีออกไปไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารรับจ้างที่ประจำการอยู่มากมายเพียงไม่นาน พวกคนในวัดร้างก็ถูกจัดการจนหมดตามคำสั่งของกู้หว่านเยว่ นอกจากหมอผีหลายคนนั้นแล้ว คนอื่นที่เป็นกบฏล้วนถูกสังหารจนสิ้นเมื่อรู้ว่าใต้ดินถูกสร้างเป็นโลกอีกใบ หนำซ้ำยังมีคนมารวมตัวกันมากมายเพื่อค้นคว้ายาพิษ หลี่หวยเซียนถึงขนาดต้องปาดเหงื่อให้ตัวเองโชคดีที่กู้หว่านเยว่ไม่คิดจะเอาผิดกับเขา เขาเองก็ไม่กล้าพูดมาก รีบพาผู้ใต้บัญชาไปจัดการศพเหล่านั้นบัดนี้แม้อุณหภูมิจะไม่สูง แต่ศพพวกนี้กลาดเกลื่อนอยู่ภายนอก ไม่เพียงทำให้ชาวบ้านกลัว ยังทำให้เกิดโรคระบาดได้ส่วนกู้หว่านเยว่สั่งให้คน นำหมอผีหลายคนนั้นมาตรงหน้านางพวกหมอผีเคยประมือกับกู้หว่านเยว่แล้ว เห็นนางไม่เพียงพาตัวเฟิงเพียนอวิ๋นออกไป หนำซ้ำยังพาคนกลับมากวาดล้างรังของพวกเขา สีหน้าของแต่ละคนจึงโกรธแค้นมาก“ตกลงเจ้าคือใครกันแน่? พวกเราไปล่วงเกินเจ้าตอนไหน เจ้าถึงเป็นอริกับพวกเราเช่นนี้” หนึ่งในหม
แต่ต้องได้เห็นกับตาถึงจะเชื่อ ดังนั้นพวกเขาจึงรอให้คนในหมู่บ้านไปตรวจสอบก่อนถึงจะตัดสินใจผ่านไปไม่นาน ชายหนุ่มในหมู่บ้านหลายคน ที่เมื่อครู่ถูกส่งตัวไปกลับมาพร้อมกันพวกเขาหันมองกู้หว่านเยว่กับลั่วหรงแวบหนึ่งก่อน ต่อมาจึงเดินไปตรงหน้าผู้ใหญ่บ้าน แล้วส่งภาษามือใส่เขาทันใดนั้นสีหน้าผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ ดูท่าคนพวกนี้คงเล่าเรื่องในวัดร้างให้เขาฟังแล้วชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี หลังครุ่นคิดชั่วครู่ จึงหันมองชายชรา ให้ชายชราช่วยส่งต่อเจตนาต่อมากู้หว่านเยว่เห็นชายชราเขียนลงในกระดาษ “บุญคุณความแค้นระหว่างพวกเจ้ากับกลุ่มคนในวัดร้างไม่เกี่ยวกับพวกเรา ความบาดหมางของพวกเจ้าก็จัดการเอง”กู้หว่านเยว่เผยรอยยิ้มจาง ๆ เดิมทีนางก็ไม่คิดจะให้พวกชาวบ้านกลุ่มนี้จัดการให้อยู่แล้ว ที่มาหาพวกเขา เพียงแค่ไม่อยากปะทะกับพวกเขาเท่านั้นในเมื่อพวกเขาตัดสินใจไม่แทรกแซง นั่นคือบทสรุปที่ดีที่สุดกู้หว่านเยว่กล่าวจริงจัง “วางใจเถอะ พวกเราไม่โยงพวกเจ้าเข้ามาเกี่ยวหรอก แต่พวกคนในวัดร้างฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะซ่อนตัว เพื่อไม่ให้ถูกลูกหลง”เมื่อชายชราเห็นข้อความของกู้ห






