แชร์

3 หัวหน้าเสิ่น

last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-26 14:05:52

3

หัวหน้าเสิ่น

ลักษณะจวนเจ้าเมืองถือว่าใหญ่โตโออ่า ไม่ผิดไปจากที่เยว่ซานซีเคยเห็นมาในฉาก โม่สือปาส่งนางที่หน้าประตูจวน พอก้าวพ้นประตูไปเห็นบุรุษร่างสูงกอดอกมองอยู่ เขาคือเสิ่นเวยหลงหัวหน้ามือปราบชุดเขียวที่มีบทบาทถึงแค่ช่วงกลางเรื่องแล้วถูกผู้กำกับสั่งให้ต้องตาย เยว่ซานซีชะงักไปครู่หนึ่ง นางหยุดฝีเท้าไม่เดินต่อ เอาแต่อ้าปากค้างกวาดมองชายหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

แม่เจ้า! ตัวจริงดูดีเสียยิ่งกว่าในจอ หน้าตาหล่อเหลา คิ้วคมเข้ม สันจมูกคมบาดเส้นผมยังขาด ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาเหมือนอาบน้ำทุกสองชั่วยาม

ทำไมผู้กำกับถึงใจร้ายไม่ดันให้เขาเป็นพระเอกล่ะ ในเมื่อเขาหล่อเหลาออกปานนี้นางจะตัดใจฆ่าทิ้งกลางทางได้อย่างไร เอาเป็นว่าเก็บเขาเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ได้อาหารตาเพิ่มมาอีกหนึ่ง

“หัวหน้าเสิ่น”

เมื่อนางเอ่ยเรียก เสิ่นเวยหลงคิ้วกระตุก ปกติเยว่ซานซีเรียกขานเขาเช่นนี้เมื่อไรกัน ที่ถูกต้องคือพี่เสิ่นต่างหาก

“หัวหน้าเสิ่นมายืนทำอะไรตรงนี้หรือเจ้าคะ”

“จะออกไปข้างนอก”

“เป็นอย่างนั้นเอง เชิญหัวหน้าเสิ่นเจ้าค่ะ”

เสิ่นเวยหลงเดินผ่านไปแล้วปรายตามองกลับมา พูดประโยคสั้นๆ

“ไม่สบายก็ไปหายากิน”

“ขอบคุณหัวหน้าเสิ่นที่เป็นห่วง”

นางยิ้มรับโดยที่ไม่รู้เลยว่านั่นคือการประชด เนื่องด้วยคำเรียกขานว่าหัวหน้าเสิ่นทำให้เขารู้สึกห่างเหินกับนางมากเกินไป เสิ่นเวยหลงเข้ามาอยู่ในจวนเจ้าเมืองได้สิบปีแล้ว สนิทชิดเชื้อกับเยว่ซานซีระดับหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องเรียกขานด้วยคำที่ฟังแล้วเหินห่างกันขนาดนั้นก็ได้

นางมักพูดเป็นประจำว่ารักใคร่เขาดั่งพี่น้องคลานตามกันมา เขาไม่ยินดียินร้ายกับสถานะที่นางตั้งให้แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นคนพูดน้อยและไม่ค่อยขัดใจนางเสียด้วย อีกฝ่ายจึงได้ทียัดเหยียดสถานะพี่ชายให้แบบงงๆ

ชายหนุ่มเดินพ้นประตูไปนานแล้ว เยว่ซานซียังมองส่งแล้วแย้มยิ้มอยู่ตรงนั้นอีกนาน พอตั้งสติได้ว่าต้องไปดำเนินเรื่องต่อจึงรีบก้าวไปข้างหน้า

ที่จวนเจ้าเมืองประกอบด้วยห้องหับหลายห้อง ด้านหน้าเป็นโถงใหญ่สำหรับประชุมและดำเนินพิธีการต่างๆ ด้านหลังใช้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย เรือนที่เยว่ซานซีพักอยู่ทางทิศตะวันออก นางพักเรือนเดียวกันกับบิดา ส่วนเรือนที่เสิ่นเวยหลงพักอยู่ทิศตะวันตก เป็นเรือนขนาดกะทัดรัดเรียบง่าย ต้องเดินผ่านส่วนหย่อมและน้ำตกจำลองจึงจะถึง

เยว่ซานซีเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศภายในค่อนข้างเย็นยะเยือกเนื่องจากเป็นฤดูเหมันต์ ยิ่งเป็นข้างนอกจวนนั้นไม่ต้องพูดถึง บางวันลมพัดแรงจนหนาวเสียดไปถึงกระดูก

บิดากำลังนั่งอ่านหนังสือที่ชาวบ้านเขียนมาร้องเรียนปัญหาต่างๆ ชาวบ้านสามารถร้องเรียนได้ตั้งแต่การลักเล็กขโมยน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างเช่นอาชญากรรม เมื่อเห็นว่าบุตรสาวเดินเข้ามาใกล้ เยว่เยี่ยนซีวางกระดาษลงแล้วยิ้มกว้าง ตลอดทั้งวันเขาเพิ่งจะเห็นหน้านาง เมื่อเช้าถามสาวใช้ได้คำตอบว่านางออกไปข้างนอกกับโม่สือปา นี่ก็คงเพิ่งจะกลับเข้าจวนกระมัง

“ลูกสาวคนดีของพ่อ”

“ท่านพ่อยุ่งอยู่หรือไม่เจ้าคะ”

“มีเรื่องอะไรก็ว่ามา”

เรื่องน่ะมีแน่ จะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจากเรื่องจดหมายรัก อีกไม่กี่วันเรื่องเล่าบุตรสาวเจ้าเมืองเขียนจดหมายรักหาบุรุษจะต้องกระฉ่อนไปทั่ว ดังนั้นเยว่ซานซีจึงตั้งใจมาแง้มคุยกับบิดาก่อน เผื่อว่าหลังจากที่ทราบเรื่องจะได้ไม่ต้องตกใจเกินเหตุ

“ลูกมีความผิดอยากสารภาพ”

“ซานซานของพ่อเป็นเด็กดีมาตลอด ไม่เคยทำผิดร้ายแรงสักครั้ง ครั้งนี้เหตุใดถึงกล่าวเช่นนั้น” เยว่เยี่ยนซียกยอปอปั้นบุตรสาวขั้นสุด

“ครั้งนี้ลูกทำผิดร้ายแรงเจ้าค่ะ”

เยว่ซานซีแกล้งตีหน้าเศร้า ในเมื่อรับบทนี้แล้วก็ต้องเล่นให้สมบทบาท จ้างร้อยเล่นล้าน ถึงไม่มีค่าจ้างก็เล่นให้โดยไม่คิดเงิน ชีวิตนี้ว่างเกินไปยังมีเวลาทำเรื่องไร้สาระอีกมากมาย

ทะลุมิติมาเป็นลูกสาวเจ้าเมืองใครว่าไม่ดี สถานที่อยู่อาศัยก็จัดว่าหรูหรา เงินทองก็มีใช้ไม่ขาดมือ กิจการครอบครัวคงจะรุ่งโรจน์พอประมาณ ได้แต่งชุดสวย ได้กินของดีไม่อั้น หากตัดเรื่องรักใคร่เส็งเคร็งนั่นออกไปนางเอกของเรื่องนี้นับว่าเป็นสตรีที่ชีวิตดีสุดๆ

“ซานซาน เหตุใดถึงเงียบไป หรือว่าเจ้าพลั้งมือฆ่าสือปาไปแล้ว”

บิดาก็พูดเกินไป เยว่ซานซีแกล้งคนรู้ขอบเขต นางจะพลั้งมือทำร้ายสหายรักได้อย่างไร ท่าทางตกอกตกใจของเยว่เยี่ยนซีทำให้บุตรสาวกลั้นขำไว้ไม่อยู่

“สือปายังอยู่ดีเพียงแต่ลูกเล่นอะไรเกินขอบเขตไปหน่อย วันนี้ลูกกับสือปาพนันกันเจ้าค่ะ ลูกแพ้พนันก็เลยถูกสือปาแกล้ง”

“ถูกสือปาแกล้ง เจ้านะหรือถูกสือปาแกล้ง” คิ้วสองข้างขมวดเข้าหากัน ปกติเคยได้ยินแค่ว่านางแกล้งโม่สือปา ครั้งนี้บอกว่าถูกโม่สือปาแกล้งจะเชื่อถือได้แค่ไหน

“เจ้าค่ะ” เยว่ซานซีถอนหายใจเบาๆ รำพันในใจขอโทษขอโพยโม่สือปายกใหญ่ ที่นางต้องพูดโกหกมดเท็จไปแบบนี้เพราะอยากแก้ไขก่อนที่จะเกิดเรื่องราววุ่นวาย ยอมตัดไฟเสียแต่ต้นลมไปเลยให้จบๆ

“โม่สือปาท้าให้ลูกเขียนจดหมายรัก”

“จดหมายรัก”

“ลูกเขียนจดหมายรักส่งไปให้คุณชายจ้าวเจ้าค่ะ แต่ยังไม่ทันได้ชี้แจงว่าเป็นแค่การล้อเล่นในกลุ่มเพื่อนเท่านั้น กลัวเหลือเกินว่าคุณจ้าวจะเข้าใจผิด”

เยว่เยี่ยนซีได้ฟังก็ประหลาดใจ ที่ผ่านมาคิดว่าบุตรสาวชอบจ้าวฟู่เฉิงมาตลอดเสียอีก เรื่องเขียนจดหมายรักให้บุรุษไม่น่าตกใจเท่ากับเรื่องที่นางกำลังพยายามบอกว่านั่นเป็นแค่การล้อเล่น

“หมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบจ้าวฟู่เฉิงอยู่แล้วหรือ”

“ไม่ใช่ๆ”

ในบทนางเอกชอบจ้าวฟู่เฉิงจนแทบคลั่ง แต่สำหรับเยว่ซานซีคนนี้ไม่ใช่ ตั้งแต่ทะลุมิติมายังไม่เคยเห็นจ้าวฟู่เฉิงตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง แต่จะว่าไปแล้วตอนดูในจอเขาก็หล่อเหลาเอาการอยู่

ทำไมมินิซีรี่ส์ต้องเอาแต่คนหล่อมาแสดงด้วยเล่า! คนนั้นก็ทิ้งไม่ลง คนนี้ก็ฆ่าไม่ได้ แต่นางก็ไม่อยากดำเนินเรื่องไปแบบมีชีวิตอยู่อย่างอนาถา มิสู้ทำใจฮึกเหิมตัดขาดจากพระเอกอย่างจ้าวฟู่เฉิงไปเลยจะดีกว่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   81  อ้อมกอดท่านตา (จบ)

    81 อ้อมกอดท่านตาก่อนที่จะเดินตามทุกคนเข้าเรือน เยว่ซานซีชะงักฝีเท้าลงครู่หนึ่งแล้วหมุนกายกลับไปมองที่กำแพงเตี้ยๆ ซึ่งกั้นระหว่างจวนเจ้าเมืองและบ้านตระกูลโม่ นางเห็นร่างอ้วนกลมของบุรุษที่ยืนเด่นท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามบ่ายโมสือปายกมือขึ้นโบกพร้อมกับส่งยิ้มมา เยว่ซานซีไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกไป นางเพียงแต่แย้มยิ้มกว้างตอบกลับแล้วโบกมือกลับ จากนั้นนางก็หันกลับมายังเรือนหลักแล้วก้าวเดินเข้าไปข้างในเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโถงกลาง กลิ่นหอมของอาหารก็โชยมาปะทะจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางด้วยสำรับอาหารเลิศรสมากมายจนแทบไม่มีที่ว่าง ทั้งเป็ดตุ๋นน้ำแดงรสเข้มข้น ปลานึ่งซีอิ๊วที่เนื้อขาวนุ่ม และแกงผักป่า รวมไปถึงลูกพลับย่างที่เยว่ซานซีโปรดปราน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ ด้วยความรักของบิดาที่เฝ้ารอคอยวันนี้มาตลอดสี่ปีเต็ม"มาเถิดซานซาน เวยหลง มานั่งข้างพ่อนี่ หลันเอ๋อร์นั่งบนตักตาก็ได้ ตาจะป้อนขนมโก๋น้ำตาลให้เจ้าเอง" เยว่เยี่ยนซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื้นตันบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความรื่นเริงอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เสิ่นเวยหลงที่ปกติมักจะเคร่งขรึมและรักษากิริยา

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   80 ข้าก็จะไม่ถือสา

    80 ข้าก็จะไม่ถือสาอาเจ๋อเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาของเขาฉายแววสับสนกึ่งขัดขืน "ทำไมล่ะขอรับท่านแม่ เมื่อครู่ท่านแม่ยังบอกว่าจะจัดการนางให้ข้าอยู่เลย เหตุใดตอนนี้ถึงต้องให้ข้าขอโทษเด็กซุ่มซ่ามนี่ด้วย""หุบปากเดี๋ยวนี้" หงเป่าเป้ยถลึงตาจนดูน่ากลัว "แม่บอกให้ขอโทษก็ขอโทษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูผู้นี้เป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเยว่เยี่ยนซี”คำว่าท่านเจ้าเมืองทำให้อาเจ๋อที่เคยอวดเบ่งถึงกับหดหัวลงทันที ใบหน้าที่เคยเย่อหยิงบัดนี้กลับจ๋อยสนิท ความอวดดีมลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความหวาดกลัวที่แล่นพล่านขึ้นมาเขาก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองสลับกับถังหูลู่ที่เปื้อนฝุ่นบนพื้น ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแผ่วเบา "ข้า...ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วที่วิ่งชนเจ้า และข้าขอโทษที่พูดจาไม่ดีใส่เจ้าด้วย"อวี้หลันตัวน้อยยืนกอดอกมองอยู่ข้างมารดาไม่ได้ทำท่าทางเยาะเย้ย นางเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ อย่างสำรวมตามแบบที่ได้รับการอบรมมา "ในเมื่อเจ้าสำนึกผิดข้าก็จะไม่ถือสา แต่คราวหน้าคราวหลังเจ้าควรหัดเดินให้ระวังและมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่ใช่เอะอะก็อ้างชื่อท่านแม่ของเจ้าไปทั่ว เพราะมันจะท

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ

    79 แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะเยว่ซานซียืนนิ่ง มองดูเด็กชายตรงหน้าที่ยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างถือดี ท่าทางโอหังเกินวัยของเขาทำให้นางนึกระอาใจมากกว่าจะโกรธเคืองอย่างจริงจัง แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเรื่องมารยาทให้เสียหน่อย"เจ้าหนู นอกจากจะวิ่งชนคนอื่นจนของเสียหายแล้วยังจะมาข่มขู่กันอีกรึ" เยว่ซานซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าดวงตากลับคมปลาบ "เจ้าบอกว่าถ้าบอกท่านแม่ของเจ้ารู้แล้วข้าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน เช่นนั้นข้าขอถามหน่อยเถิดว่าตระกูลของเจ้าใหญ่โตมาจากไหน ถึงได้กล้าประกาศศักดากลางตลาดเช่นนี้"เด็กชายแค่นหัวเราะอย่างลำพองใจ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาใกล้เยว่ซานซีอีกนิด พลางชี้นิ้วใส่หน้าอวี้หลันที่ยังคงยืนจ้องเขาตาไม่กะพริบ "เหอะ! คงมาจากต่างเมืองล่ะสิถึงไม่รู้ความ ข้าจะบอกให้เอาบุญ รู้หรือไม่ว่าท่านแม่ของข้าเป็นใคร ในเมืองจี้ฉู่นี้ใครบ้างจะไม่เกรงใจนาง"เยว่ซานซีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มอย่างนึกสนุก "อ้อ! แล้วแม่ของเจ้าเป็นใครล่ะ ไหนลองบอกข้าให้เป็นบุญหูหน่อยสิ""ท่านแม่! ท่านแม่ขอรับ! มีคนมารังแกข้า!" เด็กชายตะโกนก้องลั่นตลาดพลางหันไปทางร้านเครื่องประดับหรูหราที่ตั้งอยู่

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   78 ขนมนั่นสีแดงสวยจัง

    78 ขนมนั่นสีแดงสวยจังทั้งสี่เดินออกมาจากโรงเตี้ยม จ้าวฟู่เฉิงจ้องมองเงาร่างของเสิ่นเวยหลงที่ควบม้าเคียงข้างรถม้าคันใหญ่ และภาพใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของเสิ่นอวี้หลันที่โผล่พ้นหน้าต่างมาโบกมืออำลาอย่างร่าเริง จ้าวฟู่เฉิงยืนนิ่งราวรูปสลักหิน สายตาของเขาทอดมองตามฝุ่นที่ตลบอบอวลอยู่เบื้องหลังขบวนเดินทางนั้นจนกระทั่งมันค่อยๆ เลือนหายไปลับตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงกระดิ่งลมที่พัดไหวเบาๆ"เถ้าแก่มีที่ว่างสำหรับพวกเราสามคนหรือไม่" เสียงตะโกนของกลุ่มนักเดินทางชุดใหม่ที่เพิ่งลงจากเกวียนดังขึ้น ปลุกจ้าวฟู่เฉิงให้ตื่นจากภวังค์เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รับเอาอากาศเข้าเต็มปอด ก่อนจะละสายตาจากถนนที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า รอยยิ้มที่ดูสงบและจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่เหันกลับไปหาแขกผู้มาใหม่"มีแน่นอนขอรับ เชิญด้านในเลยขอรับ แดดข้างนอกแรงนักเข้าไปจิบชาให้คลายเหนื่อยก่อนเถิด"หลังจากเดินทางผ่านขุนเขาและทุ่งกว้างมาอีกหนึ่งอาทิตย์เต็ม ในที่สุดขบวนรถม้าของตระกูลเสิ่นก็เคลื่อนผ่านประตูเมืองจี้ฉู่เข้าสู่เขตย่านการค้าที่คุ้นตา เสียงอึกทึกของตลาดทำให้เยว่ซานซีรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก นางมองออกไปนอกหน้

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   77 นับว่าเป็นวาสนา

    77 นับว่าเป็นวาสนาเสิ่นเวยหลงมองดูชุดผ้าป่านเนื้อหยาบของจ้าวฟู่เฉิงแล้วขมวดคิ้ว "ข้าจำได้ว่าโทษของตระกูลจ้าวนั้น แม้จะหนักหนาแต่ถ้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในส่วนของตนเองได้บางส่วนโทษก็จะเบาลงบ้าง"จ้าวฟู่เฉิงยกชาขึ้นจิบเพียงนิด รอยยิ้มของเขาดูขมขื่นทว่าก็แฝงไปด้วยความปล่อยวาง "ตระกูลจ้าวก็เหมือนต้นไม้ที่ถูกถอนรากถอนโคน ทำผิดก็ต้องว่าไปตามผิด หลังจากที่คดีความของตระกูลจ้าวถูกตัดสินในคราวนั้น ครอบครัวของข้าทุกคนล้วนได้รับโทษประหารทั้งสิ้น เหลือเพียงข้าคนเดียวที่รอดพ้นความตายมาได้แต่ก็ถูกเนรเทศให้ไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนเพื่อไถ่โทษ"เยว่ซานซีชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางมองใบหน้าของจ้าวฟู่เฉิงที่ดูกร้านแดดและมีรอยแผลจางๆ ที่ข้อมือ ซึ่งคงเป็นร่องรอยจากการถูกตีตรวนและทำงานหนักในค่ายทหารที่ชายแดน"ข้าต้องใช้ชีวิตปะปนกับเหล่านักโทษและแบกหามหินทรายอยู่กลางแดดจ้าถึงสามปีเต็ม" จ้าวฟู่เฉิงเล่าต่อพลางแค่นยิ้มบางๆ "จนกระทั่งรับโทษครบกำหนดตามฎีกา ข้าจึงได้รับอิสรภาพคืนมาพร้อมกับเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึงที่แอบเก็บออมไว้ ข้าไม่อาจซัดเซพเนจรไปที่ใดได้ไกลนัก จนกระทั่งเดินทางมาถึงรอยต่อของเส้นทางนี

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   76 ใช่ท่านจริงๆ หรือ

    76 ใช่ท่านจริงๆ หรือเยว่ซานซีพยักหน้าพลางอุ้มอวี้หลันลงจากรถม้าเมื่อขบวนหยุดนิ่งสนิท โรงเตี๊ยมแห่งนี้สร้างจากไม้เนื้อแข็งสภาพเก่าแก่แต่ดูสะอาดสะอ้าน มีป้ายผ้าสีซีดโบกสะบัดอยู่หน้าร้าน ลานกว้างด้านข้างเต็มไปด้วยรถม้าจากต่างเมืองและพ่อค้าหาบเร่ที่มานั่งพักคลายร้อน"ท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะ" อวี้หลันจูงมือมารดาเดินนำเข้าไปในโถงด้านในซึ่งมีโต๊ะไม้จัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบขณะที่เสิ่นเวยหลงกำลังหันไปสั่งผู้ดูแลขบวนเกวียน เยว่ซานซีก็ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเตี๊ยม นางกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งปะทะเข้ากับร่างของชายผู้หนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ที่มุมห้อง เขาอยู่ในชุดผ้าป่านเรียบง่าย ท่าทางกระฉับกระเฉงและดูมีสง่าราศีผิดกับชาวบ้านทั่วไปเมื่อชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมาเพื่อต้อนรับลูกค้าใหม่ ดวงตาของเขาและเยว่ซานซีก็สบกันนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง เยว่ซานซีถึงกับชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวต่อ หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความประหลาดใจ ภาพบุรุษผู้สง่างามในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว"จ้าวฟู่เฉิง!"ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของเยว่ซานซีแผ่วเบา นางจ้องมองใบหน้าที่คมเข้มซึ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   34 ฝนพรากไป

    34ฝนพรากไป“ขอบคุณสวรรค์ฝนยังไม่ตก ข้ายังไม่ต้องไปตอนนี้ใช่ไหม”นางเอาแต่นั่งหน้าซึมอยู่ตรงศาลาริมน้ำ สายตาเหม่อลอยจดจ้องไปยังประตูจวน ราวกับว่าหากกะพริบตาเพียงนิดจะพลาดเสี้ยวเวลาที่เขาควบม้ากลับมา“นั่งถอนหายใจจนดอกไม้ในสวนจะเหี่ยวเฉาหมดแล้ว”โม่สือปาเดินเข้ามาพร้อมขนมในมือ ปากยังเคี้ยมตุ้ยๆ จนแก

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   29 ไม่สบาย

    29ไม่สบาย“พี่เสิ่น”เยว่ซานซีเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มละมุน เสิ่นเวยหลงเงยหน้าขึ้น แววตาที่เคยดุดันยามเผชิญหน้ากับคนร้ายกลับอ่อนลงทันตา“ข้านึกว่าเจ้าจะเพลียจากเรื่องเมื่อคืนจนตื่นสายเสียอีก”“ข้าโปร่งโล่งสบายใจได้นอนเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนต่างหาก นี่เป็นขนมที่ข้าสั่งให้ห้องครัวทำเป็นพิเศษ ท่า

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   17 ไม่มีหลักฐานเอาผิด

    17ไม่มีหลักฐานเอาผิดไม่เหมือนกับที่คิดเอาไว้ แก่ขนาดนี้เขายังจะมีแรงวิ่งหนีอยู่หรือเปล่า เยว่ซานซีกับโม่สือปามองหน้ากันอย่างเลิ่กลัก ไม่อยากเชื่อว่าตาเฒ่าเป็นคนดี จะมีคนดีที่ไหนแอบไปทำลับๆ ล่อๆ ข้างบ้านคนอื่นราวกับว่ามาดูราวเราเอาไว้ คงหวังเข้าไปลักทรัพย์หลังพระอาทิตย์ตกดินเสียมากกว่า“แก่แล้วก็ไ

  • ชีวิตที่สองของปลาเค็ม   16 สหายรัก

    16สหายรักชายผู้นั้นแนบดวงตากับช่องกำแพงแอบมองเข้าไปด้านใน เขาสวมหมวกฟางปิดบังใบหน้า แต่งตัวมิดชิดด้วยอาภรณ์สีเข้ม ทำให้เยว่ซานซีนึกถึงคำพูดหนึ่งของบิดา เมื่อสองสามวันก่อนเยว่เยี่ยนซีเคยเอ่ยถึงคดีความเกี่ยวกับเรื่องลักเล็กขโมยน้อย นางจึงหยุดฝีเท้าแล้วดึงโม่สือปาเข้ามากระซิบกระซาบเบาๆ“ข้าได้ยินท่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status