Share

ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!
ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!
Author: ๐Algiz๐

บทนำ

Author: ๐Algiz๐
last update publish date: 2026-08-24 19:03:26

บทนำ

ท่ามกลางสถานที่อันว่างเปล่าสุดลูกหูลูกตาที่มีเพียงสีขาวบริสุทธิ์ ชายหนุ่มที่แต่งกายโดยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำโดยมีป้ายห้อยคอก็กำลังยืนเคว้งคว้างมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนอยู่ไม่น้อยเพราะเจ้าตัวนั้นไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองมาอยู่ที่นี่ และที่สำคัญที่สุดก็คือ…

“ที่นี่ที่ไหนกัน…? เมื่อกี้นี้กำลังจะกลับบ้าน…?”ขณะที่มองไปรอบๆ ชายหนุ่มที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเหมือนไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“ที่นี่คือ ช่องว่างระหว่างโลก และสวรรค์”และในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงของบุคคลอื่นดังขึ้นมาจากทิศทางตรงข้ามกับที่ชายหนุ่มนั้นหันมองไปอยู่

“คะ-ใครน่ะ!?”

ด้วยความตื่นตระหนกตกใจชายหนุ่มในเสียงออกมาเสียงดังพร้อมกับก้าวเท้าหันหลังจ้องมองไปตามสิ่งนั้น แล้วก็ได้พบว่าห่างออกไปนั้น มีบุรุษในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเส้นผมของเขาคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่ออกเป็นสีขาวผสมสีเงิน ถ้าไม่นับดวงตาที่เป็นสีฟ้าพราวประกายสดใส

แม้จะไม่ใช่เวลาที่ควรคิดตลกก็เถอะ แต่ต้องยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายถ้าดวงตาไม่เป็นสีฟ้าคงกลืนไปกับสถานที่แห่งนี้แบบไม่ต้องสงสัยแน่นอน เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มอดไม่ได้ที่จะรับคิดแบบนั้นอยู่ในใจ และด้วยเหตุผลบางอย่างระหว่างที่เจ้าตัวคิดแบบนั้นคนที่อ้างตัวว่าเป็นพระเจ้าก็ยิ้มแห้ง

ก่อนจะยักไหล่เล็กน้อยหลังจากได้ยินความคิดในใจของเจ้าตัวผู้มาเยือนตรงหน้าตัวเอง มื้อข้างนึงได้ถูกยกขึ้นยื่นมาทางด้านหน้า ในเวลานั้นเอง ตรงกลางระหว่างพนักงานเงินเดือนหนุ่มกับชายในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ปริศนาก็ได้ปรากฏโต๊ะแล้วเก้าอี้คู่นึงที่เก้าอี้ทั้ง 2 ตัวนั้นวางอยู่ตรงข้ามกัน

แน่นอนว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นแบบนั้นแล้วก็สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายต้องการให้ตนเองนั่งลงแล้วใจเย็นเพื่อพูดคุยกัน ในเมื่อไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากนั่งลงตามที่อีกฝ่ายต้องการ ชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนก้าวเดินมานั่งลงในทิศทางตรงข้ามกันกับอีกฝ่ายที่นั่งลงเช่นกัน

“ก่อนอื่นเลย…เจ้าตายแล้วล่ะนะ?”โดยฝ่ายตรงข้ามได้พูดออกมาในทันทีแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากจนตัวของชายหนุ่มผู้เป็นพนักงานเงินเดือนนั่งตัวแข็งทื่อไปเลย

“…ห๊ะ ตะ-ตายยังไง? นะ-นี่มันรายการซ่อนกล้องแกล้งกันเล่นเหรอ…?”ด้วยความที่เหมือนจะยังไม่อยากยอมรับความจริงเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ตัวเจ้าตัวคิดว่านี่เป็นเรื่องหลอกกันเล่น

“เรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องเล่น…เราก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกนะ เป๊าะ!”มือที่ถูกยกขึ้นมานิ้วได้ดีดขึ้นเสียงดังก้องกังวาลแล้วในตอนนั้นเองบางสิ่งบางอย่างก็ได้เกิดขึ้น

“อ๊ากกก!!!”

เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทุกทรมานดังขึ้นพร้อมกันกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามคนในชุดสูทขาวก็ยกมือขึ้นกุมหัวด้วยมือทั้งสองข้างมันทั้งเจ็บปวดรวดร้าว และหัวใจนั้นเต้นแรงระรัวเมื่อความทรงจำหลายอย่างมันทะลักเข้ามา เหมือนกับภาพบันทึกที่มีความรู้สึกถูกส่งผ่านมาด้วย

ตอนนั้นระหว่างกำลังเลิกงานเขาที่กำลังเคาะเวลาออกงานจู่ๆ เกิดปวดหัววิงเวียนลามลงมาเรื่อยๆ ก่อนจะรู้สึกเจ็บหน้าอก ภาพสุดท้ายที่เห็นสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงกรีดร้องจากรอบๆ ตัว หลังจากนั้นภาพก็ตัดไปรู้สึกตัวอีกทีก็คืออยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแห่งนี้แล้ว ชายหนุ่มหอบหายใจ

โดยที่เหงื่อนั้นชุ่มร่างกาย บุรุษในชุดสูทสีขาวที่เห็นแบบนั้นก็ปรบมือเบาๆ เครื่องดื่มที่เป็นน้ำสีดำมีฟองผุดขึ้นมาก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผู้ที่ได้เผชิญหน้ากับความจริง พนักงานเงินเดือนหนุ่มที่เมื่อได้รับรู้ว่าตัวเองตายแล้วนั้นในจังหวะนั้นตนเองได้รับเครื่องดื่มนั้นมาดื่มเพื่อดับกระหาย และสงบอารมณ์

“อะ-อะไรทำให้ผมตาย…?”เพราะเขาจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่าอะไรเกิดขึ้นแล้วก็เป็นสาเหตุการตายของตนเองเพราะเขามั่นใจมาโดยตลอดว่าตัวเองสุขภาพแข็งแรงแต่ก็อยากรู้ว่าโรคอะไรที่กำเริบขึ้นมา

“อื้ม…ก่อนอื่นต้องบอกว่าโรคร้ายที่กำเริบขึ้นมานั้น เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร 80 ปี”คนเป็นพระเจ้าได้บอกออกมาก่อนแบบเกริ่นนำก่อนว่าในความเป็นจริงแล้วเจ้าตัวต้องมีชีวิตยาวมากๆ

“ปะ-แปดสิบปี…นะ-นี่ผมจะอายุยืนขนาดนั้นเลยเหรอ?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไป มันก็น่าตกใจเพราะตอนนี้ตนเองอายุ 25 ปีถ้าอีก 80 ปีเพราะว่าตัวเองอายุ 105 ปีเลยเหรอ!?

“ปล่อยเรื่องนั้นทิ้งไปเถอะ เจ้าหัวใจวายตายเฉียบพลันน่ะ ในความเป็นจริงแล้ว…”โดยปรบมือเบาๆ แบบตัดจบนิดหน่อยโดยสรุปให้ง่ายๆ พวกหัวใจวายตายเฉียบพลันนั่นแหละ

“…เจ้าจะต้องเริ่มเป็นโรคหัวใจตอนอายุสักประมาณ 60 กว่า แต่มันดันเกิดตอนนี้”ก่อนจะสปอยชีวิตเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วมันไม่ต้องตายเป็นโรคหัวใจตามอายุคนที่แก่ชราเฉยๆ

“ทะ-ทำไมจู่ๆ มันถึงเกิดขึ้นมาได้ล่ะครับ…?”พอได้ยินแบบนั้นเขาก็ยิ่งสงสัยว่าทำไมจู่ๆ โรคร้ายที่ควรจะอีกนานกว่าจะเกิดทำไมถึงมากำเริบตอนเขาหนุ่มขนาดนี้ล่ะ

“อ่า…ถ้าให้เล่าออกมาเป็นเรื่องราวแล้วล่ะก็มันก็อธิบายยากอยู่”

ในเวลานั้นเอง ชายในชุดสูทสีขาวก็มีสีหน้าซับซ้อนนั่นทำให้พนักงานเงินเดือนหนุ่มเกิดความสับสนก่อนจะได้รับคำอธิบายในทำนองว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ถูกบิดเบือนด้วยความผิดปกติที่เกิดขึ้นในมิติห้วงอวกาศที่พูดได้ว่ามันเป็นทฤษฎีอะไรหลายอย่างมากมายที่แม้แต่ตนเองที่เป็นพระเจ้า

ก็ยังให้คำจำกัดความในสถานการณ์แบบนี้ได้ยากอยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดได้เลยอะไรในทำนองนั้น เจ้าตัวพนักงานเงินเดือนหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วดื่มน้ำไปด้วยเหมือนจะเข้าใจได้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ แต่ทั้งหมดทั้งหมดแล้ว มันมีอันที่สะกิดใจที่สุดอยู่อันนึง…

“ทะ-ท่านเป็นพระเจ้าอย่างนั้นเหรอครับ…?”ถึงตรงนี้แล้ว ชายหนุ่มที่ได้รับการเปิดเผยไว้อีกฝ่ายเป็นพระเจ้าก็ค่อนข้างตกใจอยู่ไม่น้อย

“แม่นแล้ว เจ้าคิดว่าในที่แบบนี้จะมีคนอื่นอยู่ได้อีกเหรอ?”ผู้เป็นพระเจ้าตอบรับออกมาพร้อมพยักหน้าก่อนจะถามออกมาแบบนั้นว่าในที่แบบนี้คิดว่าจะมีใครอยู่ได้อีกละ

“นะ-นั่นก็จริง…ตะ-แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับผมต่อไปเหรอ?”แน่นอนว่าคำพูดของท่านมันปฏิเสธไม่ได้แต่เขาอยากรู้ว่าจากนี้ไปตัวเองจะต้องทำยังไงต่อ

“แน่นอนเจ้าสามารถเกิดใหม่ตามวัฏจักรโดยไม่มีความทรงจำอะไรก็ได้…”คนเป็นพระเจ้าก็ถือโอกาสพูดถึงทางเลือกแรกที่สามารถเลือกได้เหมือนกัน

“…แต่เราตั้งใจจะชดเชยหน่อยโดยการคืนชีพเจ้าในโลกอื่นเหมือนเกิดใหม่ต่างโลกแหละ”แต่แน่นอนว่าตนเองตั้งใจจะชดเชยด้วยวิธีแบบนั้นมากกว่าเข้าท่าที่สุดด้วย

“กะ-เกิดใหม่ต่างโลกเหรอ!”

ถึงจะรู้ว่าตัวเองตายแล้วก็รู้สึกเสียใจต่อพ่อแม่ก็เถอะ แต่จิตวิญญาณบางอย่างมันถูกปลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นพอได้ยินแบบนั้นแล้ว ชายหนุ่มรีบถามขึ้นมาในทันทีด้วยเสียงที่ดังพอสมควรว่าตนเองนั้นจะได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกแบบในนิยายอย่างนั้นเหรอ!? แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเกิดเป็นแบบนั้น…

“อย่างที่เจ้าเข้าใจ เราคืนชีพให้เจ้าในโลกเดิมไม่ได้ แน่นอนเพราะว่าเจ้าเป็นขี้เถ้าไปแล้วด้วย”ความจริงที่น่าตกใจได้ถูกเผยออกมาว่าเจ้าตัวได้กลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วนั่นเอง

“ปะ-เป็นขี้เถ้าไปแล้ว…เอ่อ คือว่าพ่อกับแม่ผม”ชายหนุ่มไม่รู้จะตกใจอะไรดีระหว่างตัวเองเป็นขี้เถ้าไปแล้วแต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงพ่อแม่ของตัวเองที่อายุก็ตั้งเลข 4 แล้วด้วยตอนนี้

“ไม่ต้องห่วง เราแทรกแซงว่าเจ้าทำประกันชีวิตกับกองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้แล้ว”

คนเป็นพระเจ้าที่เหมือนจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นห่วงแน่นอนก็เลยยกมือขวาขึ้นเพื่อป้องปรามอีกฝ่ายไว้ก่อนอย่าเพิ่งเป็นกังวลโดยใช้เหตุเพราะตนเองได้แทรกแซงว่าเจ้าตัวได้ทำกองทุนประกันชีวิตที่มีชื่อว่ากองทุนพระเจ้าช่วยคุณได้เรียบร้อยแล้วได้เงินทั้งพ่อทั้งแม่คนละ 250,000 บาททุกเดือนจนตาย

“ทะ-ทำไมชื่อกองทุนมันเป็นแบบนั้น…?”ที่จริงเขาก็ควรจะดีใจอยู่หรอกนะ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างมันค่อนข้างรู้สึกสะกิดใจกับชื่อกองทุนประกันชีวิตมากเลย

“เราเป็นพระเจ้า แล้วเราเป็นเจ้าของกองทุนนั้นยังไงล่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ประท้วงออกมาแบบนั้นว่าตนเองเป็นพระเจ้ายังไงล่ะชื่อกองทุนก็ต้องเป็นชื่อตำแหน่งตัวเองสิ

“โอเค ชัดเจนเลย…แปลว่าพ่อแม่ผมสามารถอยู่สบายได้ยันแก่เฒ่าสินะ?”เหมือนจะเกือบไปไม่เป็นนิดหน่อยแต่ชายหนุ่มก็ได้ถามออกมาตามตรงว่าตอนนี้พ่อแม่ตัวเองสบายแล้วสินะ

“รวมถึงน้องสาวของเจ้าที่จะเกิดด้วย อยู่สบายยายแก่แบบไม่ต้องทำงานได้เลย”ในเวลานั้นเอง คนเป็นพระเจ้าก็ได้แย้งออกมาเล็กน้อยว่าแท้จริงแล้วน้องสาวเจ้าตัวเขาจะสบายด้วยเหมือนกัน

“ผมกำลังจะมีน้องสาวเหรอ!?”

ถึงจุดนี้เจ้าตัวชายหนุ่มพนักงานเงินเดือนถึงจะลุกขึ้นยืนเลย เพราะตอนนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากำลังจะเป็นพี่ชายแล้วหลังจากที่อยู่มานานจนอายุได้ 25 ปีบริบูรณ์ แน่นอนว่าพ่อแม่ของเขามีลูกเร็วตอนนี้พวกท่านเลยเพิ่งจะอายุ 40 ก็เท่านั้นเอง ในท้ายที่สุดเจ้าตัวที่ตกใจแรงไปหน่อยก็นั่งลงอย่างเขินๆ

ก่อนจะรู้สึกใจหายสุดๆ เพราะตนเองนั้นเสียโอกาสที่จะได้เจอกับน้องสาวไปเสียแล้ว ว่าที่พี่ชายที่ไม่มีโอกาสได้พบน้องสาวถึงจะยกมือขึ้นกุมหัวทรุดหมอบลงบนโต๊ะเลยทีเดียวเชียว คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกเห็นใจอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียวเชียว

“พ่อแม่กับ…น้องสาวสบายแล้วสินะ ถึงจะน่าเสียใจ แต่ผมหมดห่วงแล้วล่ะ”ด้วยน้ำเสียงที่หมดห่วงเหมือนคนพร้อมจะไปเจ้าตัวชายหนุ่มได้กล่าวออกมาแบบนั้นด้วยความผ่อนคลาย

“อย่าเพิ่งคิดจะไปสิเฮ้ย เราจะให้เจ้าคืนชีพในโลกของคนที่รู้จักมันเป็นโลกที่อยู่ประมาณยุคกลาง”คนเป็นพระเจ้ารีบประท้วงในทันทีว่าอย่าเพิ่งไป ก่อนจะเริ่มบอกถึงสิ่งที่ตัวเองจะมอบให้

“นะ-นั่นฟังดูเป็นยุคสมัยที่ไม่ศิวิไลเท่าไหร่เลยนะครับ…”

มันอาจจะฟังดูน่าตื่นเต้นถ้าได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกที่มีความแฟนตาซีเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน แต่ถ้าพูดถึงยุคกลางในมุมมองพวกตัวเองที่เป็นคนยุคใหม่แล้วมันเหมือนเอาไปโยนลงในยุคมืดเลยล่ะ ชายหนุ่มมีความกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับการเกิดใหม่หรือคืนชีพใหม่ในชีวิตที่สองของตัวเอง

“มันเป็นความโรแมนติก โลกใบนั้นมีหลักแบบระบบเกมตรงที่ทุกคนจะมีอาชีพตั้งแต่เกิดน่ะ”คนเป็นพระเจ้าได้ท้วงออกมาแบบนั้น ก่อนจะเอ่ยถึงความเป็นไปของโลกใบนั้นทันที

“เอ๊ะ หมายถึงเรียกหน้าต่างสเตตัสแบบในนิยายได้?”พอได้ยินแบบนั้นเข้าไปชายหนุ่มก็ถามขึ้นมาด้วยความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าหมายถึงว่าสามารถทำแบบนั้นได้เหรอ?

“อะไรประมาณนั้น แต่ถ้าฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ตอบนะเจ้าต้องชำแหละเอง”ความเป็นพระเจ้าตอบรับแบบนั้นก่อนจะแย้งว่าเวลาฆ่าสัตว์ประหลาดของจะไม่ดรอปนะเออยกเว้นในดันเจี้ยน

“เอ็มเอ็มโออาร์พีจีแบบสมจริงสินะ?”ถ้าคิดตามเหตุผลมันก็น่าจะคล้ายกับอะไรแบบนั้นมากที่สุดสินะ แต่ว่ามันค่อนข้างเหมือนจะน่าตื่นเต้นแล้วก็น่ากังวลกว่าเดิมอีก

““ประมาณนั้นเลย เพื่อให้เจ้าใช้ชีวิตง่ายขึ้น เราจะมอบอาชีพแข็-/ ขออาชีพนักปรุงยาครับ””

ในตอนนั้นเอง พนักงานเงินเดือนหนุ่มก็ได้ยกมือขึ้นแล้วก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนแม้จะรู้สึกผิดแต่ตนเองไม่ขออาชีพที่แข็งแกร่งหรือต่อสู้แข็งแกร่งขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยที่สุดตนเองที่เจอโรคร้ายกำเริบขึ้นมาแล้วตายเนี่ย ขอเป็นนักปรุงยาที่เหมือนเป็นหมอยาก็แล้วกัน เมื่อชายหนุ่มกล่าวออกมาแบบนั้น

คนเป็นพระเจ้าก็มีชะงักไปหน่อยนึง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาประมาณว่าเอาจริงหรือ? เจ้าตัวชายหนุ่มก็ตอบรับตามตรงว่าเอาจริง อีกอย่างนึง อาชีพสายต่อสู้สุดเก่งต่อให้ออกกำลังกายฟิตร่างกายดีแค่ไหนเมื่ออายุเยอะไปสุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์ตอนแก่แล้วก็ทำอะไรไม่ได้แม้แต่หาเงิน

ถ้าเป็นโลกยุคกลางจริง แปลว่าอย่างน้อยค่าเฉลี่ยก็คงมีอายุได้แค่ประมาณ 50 ต้นๆ หรืออย่างเก่งก็ 60 กลางๆ ในยุคที่โรคร้ายเต็มไปหมด ตนขอเป็นหมอยาเพื่อสุขภาพดีที่ปรุงยาทั้งให้ดื่มเพื่อรักษาตัวแล้วก็ให้คนรอบตัวยังดีกว่า เพราะงั้นแล้วคราวนี้ตัวเขาจะไม่ยอมตายจากโรคร้ายรวมไปจนถึงคนสำคัญด้วย

ชายหนุ่มได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกับสีหน้าที่แน่นอนว่าจริงจัง คนเป็นพระเจ้าสูงสุดที่เห็นแบบนั้นแล้วก็เหมือนจะพึงพอใจต่อเหตุผลที่อีกฝ่ายได้ยกขึ้นมา แน่นอนว่ามันน่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานั้นคนเป็นพระเจ้าก็ได้ยกมือขวาขึ้น และชี้นิ้วไปที่ศีรษะก่อนจะมีลำแสงยิงเข้าที่หัวอีกฝ่าย

“วะ-เหวอ! นี่มันอะไ-โอ้วววว!!!”ตอนกำลังตกใจที่มีลำแสงยิงใส่หัว ชายหนุ่มก็ร้องเสียงหลงทันทีเพราะจู่ๆ ก็มีอะไรไม่รู้วูบเข้ามาในสมองเพียบเลย แถมมีแต่อะไรที่ตัวเองไม่รู้จักทั้งนั้นเลยด้วย!

“เราได้มอบความรู้ที่จำเป็นให้แก่เจ้าแล้ว รวมไปจนถึงเราสร้างร่างกายใหม่ให้เจ้าแล้วด้วย”คนเป็นพระเจ้าได้กล่าวออกมาเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าตนเองได้มอบสิ่งนั้นเช่นเดียวกับร่างกายใหม่

“ระ-ร่างกายใหม่อย่างนั้นหรือครับ?”

พอได้ยินเกี่ยวกับร่างกายใหม่ เจ้าตัวก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวว่าท่านถึงกับมอบร่างกายใหม่ให้กันเลยอย่างนั้นเหรอ? แล้วจะเกิดอะไรกับร่างกายนี้กันล่ะ? เมื่อคำถามนั้นถูกเอ่ยถามออกมาอยู่ในใจของตัวชายหนุ่มด้วยแล้วนั้น

“อย่าลืมสิ ร่างเนื้อเจ้าโดนเผาเป็นอัฐิไปแล้ว อีกอย่างอายุ 25 ก็ครึ่งชีวิตคนธรรมดาโลกนู้นแล้ว”ปัญหาคืออย่างหลังในมุมมองคนทางนั้น แม้ในความเป็นจริงเจ้าตัวจะอายุยืนกว่าก็เถอะ

“นะ-นั่นก็จริง ตะ-แต่นอกจากความรู้ปรุงยาแล้วมันเหมือนว่า…”เขาที่เข้าใจเหตุผลแต่ก็อดไม่ได้ที่จะทักถึงความรู้บางอย่างที่เพิ่มพูนเข้ามาพอสมควรเลยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านั้น

“คือว่า ต่อให้มีอาชีพอยู่แล้วก็เถอะ…”

เพื่อให้เจ้าได้เริ่มชีวิตได้ง่ายขึ้นสักหน่อยตนเองได้แทรกแซงเล็กน้อยตามขอบเขตความสามารถที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโลกใบนั้นคือ ให้เริ่มต้นที่เลเวลระดับ 10 ของอาชีพที่ต้องการ และมอบความรู้พื้นฐานจำเป็นต่ออาชีพนั้นให้กับความสามารถป้องกันตัวโดยพื้นฐานที่จะไม่ตายได้ง่ายดาย

และสำหรับนักปรุงยาแน่นอนว่าความรู้มันจำเป็นเยอะ และความแข็งแกร่งเองก็เช่นกัน นอกจากนี้ตนเองได้มอบทักษะกับอะไรหลายอย่างให้ด้วยเพื่อที่จะได้พึ่งพาตัวเองได้เต็มที่ ดังนั้นแล้ว จงเอ่ยท่องคาถานี้ขึ้นมาซะ คนเป็นพระเจ้าสูงสุดได้กล่าวบอกให้ชายหนุ่มนั้นเรียกหน้าต่างจิตภาพออกมา

แน่นอนว่าชายหนุ่มได้รู้วิธีเรียกผ่านความรู้ที่ถูกปลุกฝังมาเมื่อครู่เขาได้เอ่ยท่องคาถาออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ในเวลานั้นจะมีหน้าจอแสงสว่างขึ้นตรงหน้าของเขาซึ่งมันเต็มเปี่ยมไปด้วยข้อมูลหลายอย่างที่แน่นอนว่าดวงตาของชายหนุ่มจ้องมองด้วยความเป็นประกายระยิบระยับ

[-สเตตัส-]

[-ชื่อ-] : เจมส์ [-อาชีพ-] : นักปรุงยา เลเวล 10 [-0 / 1000-]

[-พลังชีวิต-] : 230 / 230 [-พลังเวท-] : 500 / 500

[-พละกำลัง-] : 175 [-ความอดทน-] : 150

[-สติปัญญา-] : 250 [-จิตวิญญาณ-] : 150

[-ความชำนาญ-] : 150 [-ความคล่องตัว-] : 145

[-โชค-] : 150

[-ความสามารถ-]

-ชำนาญ ปรุงยา ระดับ 3 -ชำนาญ เก็บเกี่ยว ระดับ 3

-เล่นแร่แปรธาตุ ระดับ 3 -ทักษะพิเศษ เวชศาสตร์การแพทย์

-ทักษะพิเศษ สารานุกรมสมุนไพร

-ทักษะ ทำอาหาร ระดับ 5 -ทักษะพิเศษ วินิจฉัย

-ทักษะพิเศษ กระเป๋ามิติ -ทักษะพิเศษ ประเมิน

-ทักษะพิเศษ เวทมนตร์ในชีวิตประจำวัน

-ชำนาญ เวทไฟ ระดับ 3 -ชำนาญ เวทน้ำ ระดับ 3

-ชำนาญ เวมลม ระดับ 3 -ชำนาญ เวทดิน ระดับ 3

-ชำนาญการใช้ดาบ ระดับ 3 -ชำนาญต่อสู้ ระดับ 3

-พรสุขภาพดีขั้นสุดยอด -พรแห่งการเติบโต

แน่นอนด้วยความที่มีความรู้จำเป็นหลายอย่างแล้วเขาเลยค่อนข้างตกตะลึงที่รายการทักษะของตัวเองมันเยอะขนาดนี้ คนทั่วไปมักจะมีสักประมาณ 4-5 ทักษะเท่านั้นเองในช่วงต้นๆ แบบนี้ อันนี้คงพูดได้ว่าเป็นโบนัสที่ท่านพระเจ้าตรงหน้าได้มอบให้แก่เขาสินะเนี่ย…

“ตามที่เจ้าคิดนั่นแหละ เอาล่ะเจมส์ เราจะส่งเจ้าไปใกล้กับเมืองที่สุดเท่าที่เป็นไปได้…”คนเป็นพระเจ้าที่ได้ยินความคิดของอีกฝ่ายก็ได้เริ่มพูดถึงส่วนสำคัญสุดท้ายว่าจะส่งไปใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

“…เมืองแห่งนั้นอยู่ติดกับป่าอสูรที่เป็นป่าเวทมนตร์ และเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนขนาดใหญ่”โดยได้เลือกในสถานที่ที่สามารถตั้งตัวได้เร็วเพราะมีความต้องการสูงพออยู่ติดในสถานที่แห่งนั้น

“ฟะ-ฟังดูเหมาะที่จะเริ่มต้นสุดๆ แต่คู่แข่งน่าจะเยอะ…”เจมส์เข้าใจได้เพราะยิ่งในทำเลดีเท่าไหร่ค่าครองชีพก็ต้องสูงนอกจากค่าครองชีพที่สูงแล้วคู่แข่งทางการค้าก็ต้องเยอะด้วยอย่างแน่นอน

“เราเชื่อว่าเจ้าสู้ได้แน่นอน เอาล่ะ ดูเหมือนจะได้เวลาแล้ว”

คนเป็นพระเจ้าที่ได้กล่าวออกมาอย่างเชื่อมั่นก็ได้เปลี่ยนคำพูดในทันใดเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มตรงหน้าเริ่มถูกโอบล้อมด้วยแสงสว่าง เจมส์ได้ก้มลงมองดูตัวเองแล้วก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย สิ่งแรกที่เขาทำก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปคือ ลุกขึ้นยืนแล้วก็โค้งคำนับขอบคุณผู้เป็นพระเจ้าตรงหน้า

ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครอบครัวของเขาพ่อแม่แล้วก็น้องสาวที่กำลังจะลืมตาดูโลกในอนาคต และขอบคุณที่ได้ให้โอกาสเขาไปเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งพร้อมกับยังให้โอกาสทำตามความปรารถนาของเขาในเรื่องของอาชีพนี้อีกไหนจะเรื่องความแข็งแกร่งที่ได้รับมาหลายอย่าง

คนเป็นพระเจ้าอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นตามแล้วก็โบกมือเล็กน้อยประมาณว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยสำหรับตนเอง และเพื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดีคนเป็นพระเจ้าก็ได้กล่าวอวยพรเล็กน้อยก่อนร่างนั้นของชายหนุ่มจะกลายเป็นละอองแสงโดยสมบูรณ์แล้วพุ่งหายไปในที่ไหนสักแห่ง…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]

    บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]หลังจากนั้น แน่นอนว่าเจมส์ก็ได้เข้าเรียนรู้พื้นฐานขั้นต่ำในฐานะหัวหน้าตระกูลขุนนางซึ่งมันมาเป็นหนังสือกฎระเบียบขุนนางที่ควรพึงต้องรู้เลยเพราะตัวเขาเป็นขุนนางระดับกลางหน้าใหม่ตามปกติก็อยากจะให้เข้าสถาบันหลวงหรือโรงเรียนหลวงอยู่หรอกแต่ด้วยความสามารถ…ถ้าต้องเข้าเรียนคงเสียเปล่าในการพัฒนาฝีมือเป็นแน่แท้เลย ในชั่วขณะนั้นเข้าได้มีขุนนางมากมายเข้ามาแวะทักทายที่พระราชวังหลวงสำหรับคฤหาสน์ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสำเร็จซึ่งให้อยู่รอคงไม่ใช่อะไรที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันนั้น เอกสารแจ้งไปยังคณะบริหารของเมืองพาร์มเบลก็ได้รับยืนยันแล้วไปถึงโดยสัตว์อสูรสื่อสารทางไกล แน่นอนว่าชาวเมืองก็ได้รับรู้ข่าวดีนี้แล้วด้วยในวันที่ผู้ปกครองเมืองมาถึงคงจะมีพิธีต้อนรับอย่างแน่นอน และด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมว่าเด็กหนุ่มค่อนข้างได้รับความนิยมสูงพอสมควรเลยนี่นาโดยเฉพาะกับกิลด์ต่างๆ ในท้องถิ่นรวมไปจนถึงธุรกิจที่ขึ้นตรงกับกิลด์อีกด้วย ตัวของเจมส์ที่ถูกให้เรียนรู้เรื่องนี้โดยตรงจากผู้เป็นกษัตริย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งว่าตัวเอ

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!

    บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก ซิลฟราเรียที่มีสีหน้าสดชื่นกับยูเนียร์ที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีสีหน้าผ่อนคลาย เธอได้เดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดามารดาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างเล็กน้อยหรือสีหน้าที่เขินอายว่าเหมือนจะตกลงอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างลงตัวมากแล้วอะไรในทำนองที่ว่านั้นเลยทีเดียวเชียวแหละผู้เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันลงไปจนถึงผู้เป็นราชินี และรวมไปจนถึงผู้เป็นมารดาแท้ๆ ที่เป็นภรรยาลำดับที่ 3 ต่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดีกับลูกสาวคนนี้ที่ในที่สุดแล้วก็ได้มีโอกาสหมั้นหมายกับตัวของเอิร์ลหนุ่มคนนี้ที่แน่นอนว่าอายุน้อยกว่า และในขณะเดียวกันเจ้าตัวอดีตดยุกแอสเตรียพร้อมกับลูกชายของเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเมืองพาร์มเบลนั้นยังขาดตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองนครอยู่พอดีส่วนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในปัจจุบันเป็นคนของตัวเองอยู่แล้ว ให้เด็กหนุ่มได้มีฐานะเป็นผู้ปกครองแล้วก็ฝากงานด้านบริหารดินแดนไว้กับเจ้าหญิงยูเนียร์คงจะดีไม่น้อยเลย โดยทุกฝ่ายตกลงกันอย่างรวดเร็วขุนนางชั้นสูงที่ในตอนแรกเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้างในตอนแรกเพราะได้รู้ถึงพื้นเพแล้วก็ตัวอาจารย์ของเด็กหนุ่มก็รับรู้ได

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?

    บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?การปรากฏตัวของอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่เกษียณด้วยการสละราชบัลลังก์ไปก่อนนั้นทำเอาเกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเพราะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ท่านทั้งสองพลานามัยไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์เนื่องด้วยโรคไข้หวัดประจำฤดูกาลมาถึงท่านทั้งสองก็ได้รับเชื้อด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะรักษาหายโดยปาฏิหาริย์แต่ร่างกายก็ไม่น่าที่จะกลับมาแข็งแรงเร็วขนาดนี้ ผู้เป็นอดีตราชาชี้ไปทางเจ้าตัวเด็กหนุ่มที่ทำมาเจ้าตัวเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเจ้าตัวได้พูดในทำนองว่าโพชั่นชนิดใหม่ที่ว่าฟื้นฟูให้ร่างกายหายเหนื่อยล้าแล้วก็ทำให้สดชื่นนั่นน่ะทำให้ร่างกายตัวเองฟื้นกลับมาเหมือนครั้งอย่างหนุ่มเลย!แน่นอนเพราะเป็นแบบนั้นแล้วก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างใหญ่หลวง คนเป็นราชาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชายรีบสั่งการให้ไปยังอีกห้องนึงโดยขอให้ขุนนางทั้งหมดไปรออยู่ที่ห้องโถงจัดเลี้ยงได้เลยเพื่อการเฉลิมฉลองแด่เอิร์ลตระกูลใหม่นี้ เพราะเดี๋ยวคุยเสร็จต้องเอาท่านเอิร์ลคนนี้ไปแห่รอบเมืองด้วยอย่างไรก็ตามอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่ถูกพามาด้วยนั้นยังอีกห้องหนึ่งคณะแพทย์หลวงที่ประกอบไปด้วยแพทย์หลายศาสตร์ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพท่านในทันทีแล้วก็ต้

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 22 พิธีมอบรางวัล

    บทที่ 22 พิธีมอบรางวัลเวลานั้นได้ดำเนินต่อไปในช่วงเวลาสายของวันใหม่ ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นห้องโถงบัลลังก์ซึ่งด้านในสุดนั้นมีพระที่นั่งยกสูงจากพื้นปกติอยู่ในคำกล่าวนี้หมายถึงว่ามีพื้นสูงยกเป็นขั้นบันได 3 ขั้นซึ่งมีพระที่นั่งซึ่งเป็นบัลลังก์ขององค์กษัตริย์แล้วก็ราชินีตั้งตะหง่านอยู่และบนบัลลังก์สูงในเวลานี้นั้นผู้เป็นกษัตริย์แล้วก็ราชินีนั่งอยู่เคียงข้างกันโดยมีสนมนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้วก็พระราชบุตรแล้วก็พระราชธิดาทุกพระองค์ ไม่สิ ยกเว้นเจ้าหญิงลำดับที่ 5 ที่เหลือทุกพระองค์นั้นอยู่ครบ โดยเมื่อมองออกไปนั้นสองฝั่งของพรมสีแดงที่ได้ปูจากด้านหน้าของบัลลังก์สูงมันถูกปูยาวไปจนถึงประตูทางเข้าด้วยสองฝั่งของผมแดงได้มีเหล่าผู้ทรงเกียรติขุนนางทั้งน้อยกลางแล้วก็ใหญ่ของราชอาณาจักรพาราเวลล์ไม่อยู่อย่างพร้อมเพียงพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในเวลานั้นเอง นอกเหนือจากขุนนางแล้วก็ยังมีกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ศูนย์ใหญ่ทั้งหลายมาร่วมด้วยเช่นกันไม่ต่างอะไรกับผู้บัญชาการอัศวิน ผู้นำภาคีจอมเวทย์ และคณะแพทย์หลวงรวมไปจนถึงคณะผู้บริหารของประธานองคมนตรีทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบพิธีการหรือเครื่องแบบที่เป็

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้า

    บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้าการเสวนายังคงดำเนินต่อไปแบบใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ แน่นอนมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีโดยบรรดาพวกขุนนางที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายแต่แค่อิจฉาจนพยายามสร้างเรื่องด้วยวาทกรรมอะไรในทำนองแบบนั้น แน่นอนเจมส์เข้าใจได้ว่ามันเป็นสังคมแบบป้ายใหญ่กินปลาเล็กถ้าเกิดตนเองทำตัวอ่อนแอก็จะเป็นเป้าหมายให้ถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้ว ตนเองก็ขอตอบรับว่าจะสู้กับเต็มที่แน่นอน สู้กับด้วยวิธีของตนเองอะไรในทำนองที่ว่าแบบนั้น แล้วจะคุยไม่ได้สักพักใหญ่ๆ เมื่อมองดูเวลาแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกินมื้อค่ำนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม…ไม่ว่าจะเจมส์หรือซิลฟราเรียต่างก็ได้รับเชิญให้กินมื้อค่ำด้วยกันในห้องอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ค่อนข้างรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้พบว่าผู้เป็นพระราชานั้นมีภรรยามากถึง 7 คน และมีลูกชายลูกสาวรวมกันมากถึง 13 คนกันเลยทีเดียวเชียวเนื้อหาบทสนทนาระหว่างบนโต๊ะอาหารก็เป็นไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็คือ ถามเกี่ยวกับโพชั่นแล้วก็มุมมองการพัฒนาแล้วก็คิดค้นโพชั่นใหม่ ซึ่งเจมส์ก็ตอบออกมาตามตรงตามเท่าที่สามารถตอบได้แน่นอนข้อมูล

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์

    บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์ระหว่างการนั่งรอแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างก็เริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะขึ้น เจมส์ก็พยายามทำใจตัวเองให้สงบเข้าไว้ด้วยการจ้องหน้ามองตาสบตาซิลฟราเรียผู้เป็นคนรักจนในที่สุดเจ้าตัวเธอคนโดนจ้องก็บอกว่าพอก่อนอย่าจ้องกันเยอะแบบนั้นมันเขิน!? แล้วมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป…ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเบาบางความตึงเครียดลงจนหลังจากที่รอไม่นานเท่าไหร่นักก็ได้ยินเสียงของล้อรถม้าวิ่งมาตามถนนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอาชาหลาย 10 คู่ที่วิ่งเข้ามาเหมือนกับเสียงกรอบที่กระทบกัน พอลุกขึ้นแล้วมองไปตามทิศทางเสียงนั้นเจมส์ก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นขบวนม้าสวมเกราะสีเงินพราวประกายระยิบระยับที่สะท้อนกับแสงไฟถนน ซึ่งไม่เพียงแค่นักรบหรืออัศวินที่ขี่อยู่บนหลังม้าศึกเหล่านั้นที่สวมชุดเกราะแต่ม้าพวกนั้นเองก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน โดยอัศวินทั้งหลายได้ถือธงที่เป็นธงเฉลิมเกียรติตามที่ได้รับฟังคำพูดของคุณปีแอร์ รถมา 2 คันได้ทำการวนเข้าจอดโดยคันด้านหลังนั้นได้ถูกเชิญให้ท่านคลอฟอร์ด และคุณปีแอร์ส่วนเจมส์กับซิลฟราเรียได้ถูกเชิญให้ขึ้นนั่งบนรถม้าที่มีตราราชวงศ์ประดับติดเอาไว้อยู่ แน่นอนว่าเจ้าตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status