LOGINขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว
“ครับ”
ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอกันเลยตั้งแต่วันนั้นเกือบยี่สิบปี
เมื่อหลายปีก่อนหน้า
“ชีวิน ชีวี เร็วลูกเดี๋ยวรถติด”
เวียงพิงค์พูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ มือสองข้างจับแขนลูกชายวัยสามย่างเข้า สี่ขวบทั้งสองคน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากตัวบ้านพาขึ้นรถ
“แม่จะรีบไปไหนฮะ” เด็กแก้มตุ่ยถามแม่ทันทีที่นั่งลงได้ มือเล็กข้างหนึ่งถือถุงขนมห่อใหญ่ อีกมือจับขนมชิ้นโตใส่ปากหยักทรงสวยชมพูระเรื่อ แถมมีเศษขนมติดเต็มไปหมด
“ไปดูว่าที่เจ้าสาวพี่เขาไงครับลูก” ผู้เป็นแม่บอกอย่างยินดี ใบหน้ามีรอยยิ้มอยู่เสมอ ทั้งยกมือเช็ดขนมออกจากปากให้ลูกชายคนเล็ก ทั้งก้มหอมแก้มนิ่ม ๆ ฟอดใหญ่ซ้ายขวาอย่างมันเขี้ยว
ส่วนลูกชายอีกคนเขานั่งนิ่งติดกระจกรถ ยกมือเท้าคางมองออกไปด้านนอก
“วินลูก”
พอได้ยินแม่เรียกเจ้าของชื่อลดมือลง ยกมุมปากยิ้มขึ้นเพียงนิด เวียงพิงค์ถึงได้โน้มตัวไปหอมหน้าผากเล็ก ชีวินเองยังยื่นหน้าเข้ามาให้อย่างว่าง่าย พอเวียงพิงค์ผละออกลูกชายเธอก็กลับไปนั่งท่าเดิม
คนเป็นแม่เห็นอย่างนั้นได้แต่มองสองพี่น้องสลับไปมาทั้งคิดในใจ ‘นิ่งเกินลูกฉัน’ อีกคนก็อยู่ไม่สุขนั่งแกว่งขาไปมาระหว่างพี่กับแม่ ชีวีนั่งตรงกลาง พวกเขาเป็นแฝดที่ไม่เหมือนกันเอาซะเลยมีแต่คนบอกว่าเหมือน ลูกชายเธอทั้งสองคนแค่คล้ายเท่านั้นสำหรับแม่ที่เลี้ยงมา แล้วอีกอย่างชีวีอยู่กับแม่กับพี่ไม่นิ่งก็จริง แต่เวลาอยู่ข้างนอกกับคนหมู่มากหรือคนแปลกหน้าเขากลับนิ่งได้ไม่ต่างจากพี่ชาย
รถขับมาใช้เวลาเกือบชั่วโมงเพราะรถในเมืองดันติด คนขับจอดลงหน้าโรงพยาบาล เวียงพิงค์พาลูกชายเดินเข้าไปในตึกทันที ทั้งบอกให้คนขับรถหาที่จอดแล้วนำของขวัญที่เตรียมไว้ตามมา
ขึ้นมาชั้นบนจนถึงหน้าห้องพักพิเศษ คนที่ดูตื่นเต้นกว่าใครดูเหมือนจะเป็นเวียงพิงค์ เธอรีบยกมือเคาะประตูสองสามทีก่อนจะเปิดเข้าไป
“อ้าวเวียง นึกว่าใคร ชีวินชีวีก็มาเหรอลูก”
น้าวัน หญิงสาวหน้าตาสะสวย ชีวินชีวีเจอบ่อยช่วงนี้เพราะน้าวันเป็นเพื่อนสนิทแม่ ไม่พอยังแต่งงานกับเพื่อนสนิทพ่อ อยู่ด้วยกันหลายปีจนมีน้องและคลอดวันนี้
“น้าวันสวัสดีครับ/น้าวันสวัสดีครับ” ทั้งสองแฝดยกมือไหว้ทักทายผู้ใหญ่พร้อมกัน วันนาเองก็ยิ้มกว้างกลับมาให้
“วันเป็นไงบ้าง น้องล่ะไปไหนอยากเห็นหน้าแล้ว”
เวียงพิงค์พูดน้ำเสียงยินดีทั้งตื่นเต้นสุด ๆ เหมือนคลอดครั้งนี้เป็นลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ส่วนน้าวันยิ่งฉีกยิ้มกว้างกระดี๊กระด๊าใส่กันสุด ๆ ทั้งกวักมือเรียกเพื่อนสนิทเข้าไปคุยใกล้ ๆ เอาชนิดที่ว่านั่งบนเตียงคนป่วยด้วยกัน
ชีวิน ชีวี ยืนมองทั้งมีความคิดในหัวคล้าย ๆ กันว่าน้าวันมีอะไรจะเมาท์กับแม่พวกเขาขนาดนั้น ทั้งที่พึ่งออกจากห้องผ่าตัดทำคลอดมาแท้ ๆ ทำไมในนั้นมีอะไรให้เมาท์นัก เขาเอาหมอฟันมาทำคลอดหรือเอารปภ.มาเป็นผู้ช่วยพยาบาลหรือไงกัน แม่กับน้าวันถึงได้คุยกันอย่างออกรสออกชาติขนาดนั้น
แต่บางทีทั้งสองคนที่เมาท์กันอยู่ยังหันมาทิ้งสายตาไว้ที่ชีวินบ่อยครั้ง บอกตรง ๆ คนถูกมองได้ยินทุกคำ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะจับแขนน้องมานั่งรอที่โซฟา ในมือชีวีถือขนมชิ้นเดิมตั้งแต่บนรถ อีกมือยังมีถุงขนมห่อใหญ่ มันก็เป็นแบบนี้ หวงของทั้งกินไม่รู้จักอิ่ม ยิ่งสิ่งไหนที่ชอบมาก ๆ มันจะค่อย ๆ กินเพราะกลัวหมด
จู่ ๆ ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออก มีพยาบาลกับรถเข็นเด็กอ่อนพร้อมผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นสามีของน้าวันเดินเข้ามา
“อาชอน สวัสดีครับ” ชีวินชีวียกมือไหว้สวัสดีคนมาใหม่พร้อมกันทันที
ชอน ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ ตัวสูงใหญ่ ผิวขาวจัดใจดียิ้มเก่ง เป็นรุ่นน้องคนสนิทของพ่อสองแฝด ได้มาแต่งงานกับเพื่อนเวียงพิงค์คือวันนา ทั้งยังทำธุรกิจรวมลงทุนเปิดบริษัทกับพ่อพวกเขาด้วย วันนี้ที่พ่อสองแฝดไม่ได้มาเพราะบินไปดูงานต่างประเทศ อีกไม่นานจะมีการก่อตั้งบริษัทที่สาขาต่างประเทศด้วย
“สวัสดีเด็ก ๆ มาดูน้องเร็ว”
หญิงสาวเดินเข้าไปใกล้มองพี่กับน้องนอนอยู่โซฟา ชีวินนอนหลับ บนหน้าอกเขามีวาวานอนแนบหน้ายู่ ๆ ของมันอยู่ตรงซอกคอชายหนุ่มพอเธอย่อตัวนั่งย่อง ๆ ลงตรงหน้าโซฟาที่ทั้งคู่นอนอยู่ ดวงตากลมโตมองหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวที่หลับตาพริ้มไม่ไหวติง มันน่านักทั้งคนทั้งหมาน่าหอมจริง ๆ จู่ ๆ วาวาดันลืมตาตื่นคงรู้สึกตัวเร็วตามสัญชาตญาณ แต่เจ้าของมันยังนอนนิ่ง“ชู่ วาวาเด็กดี”หญิงสาวยกนิ้วชี้เตะริมฝีปากตัวเองทั้งทำท่าทางบอกวาวา หมาน้อยไม่ทำเพียงเปลี่ยนท่านอน ยังหันหน้าหนีเธอพร้อมซบลงหน้าอกเจ้าของตามเดิม“ชิเมินเก่งทั้งหมาทั้งคนเลยนะ”วิวาห์บนเงียบ ๆ คนเดียว พอหันมามองคนหลับที่ไม่ขยับสักนิด“เวลาหลับยังยืนยันคำเดิมนะคะว่าน่ามองกว่าตอนตื่นอีก”แกล้งพูดแหย่เขาเพราะเจ้าตัวหลับอยู่นี่ พูดจบพร้อมยื่นหน้าหวังจะหอมหน้าผากพี่ ทว่าวิวาห์กลับชะงักตกใจ“จุ๊บ”ดวงตากลมโตเบิกกว้างทันทีเมื่อชีวินเงยหน้าขึ้น แล้วปากเธอแตะลงปากเขาเข้าพอดีหนักกว่านั้นคือเขาตื่น ทั้งสองคนสบตากันในระยะใกล้ พอวิวาห์กำลังจะผละถอย หัวเธอดันถูกกดลงหาริมฝีปาก
พอส่งวิวาห์เสร็จ ตั้งสติได้ ชีวินขับรถตรงไปมหาวิทยาลัยตัวเองต่อ จนมานั่งทำงานอยู่หน้าแล็ปท็อปห้องทำโพรเจกต์ที่สาขาเขา อีกเดือนเดียวชายหนุ่มกับกลุ่มเพื่อนก็จะจบแล้วส่วนด้านงานกิจกรรมที่เขาเป็นประธานสโมสรไม่มีอะไรมากเพราะกิจกรรมรับน้องใหญ่ ๆ จัดไปหมดแล้ว เหลือเพียงกิจกรรมเล็ก ๆ เขาปล่อยให้รุ่นน้องรับช่วงต่อ เดือนหน้าจะมีการเลือกตั้งประธานสโมสรนักศึกษาคนใหม่ และมีงานเลี้ยงส่งประธานคนเก่าทั้งเลี้ยงต้อนรับประธานคนใหม่ด้วยตอนนี้ชีวินถึงได้มานั่งเร่งทำโพรเจกต์จบ เพราะคุยกับเพื่อนในกลุ่มจะเอาให้เสร็จภายในเทอมนี้ เทอมหน้าจะได้ไปหาอย่างอื่นทำหรือพักสักหน่อย“เป็นไง ไม่เจอนาน” เฮียบาร์ถามขึ้น มันพึ่งมาถึงแล้วนั่งลงข้างชีวิน“ไม่เจอนานอะไรพึ่ง 2 วัน”“ไม่ค่อยเจออยู่ร้านไง”ช่วงนี้ร้านเฮียบาร์เพื่อนรวมตัวกันไม่ค่อยจะครบหรอก บางวันคนนั้นมาคนนี้ไม่มา นอกจากจะวันสำคัญจริง ๆ หรือนัดกันไว้เนิ่น ๆ ถึงได้พร้อมหน้าพร้อมตา ดูก็รู้ว่าติดเมียทั้งนั้น รวมถึงเขาเองก็ด้วย“คนเขามีครอบครัว พวกมึงอย่าไปสนใจเลย” ชีวีพูดแซวแฝดพี่ขึ้นบ้าง“มีแต่กูมั้ง”
“แล้วนั่นหน้าแดงหรือเปล่า น้องหน้าแดงไหม วินดูช่วยแม่สิหรือตาแม่ไม่ดี ตัวก็ไม่ร้อน”ไม่พูดเปล่ายังหันไปบอกลูกชายให้ช่วยสำรวจใบหน้าหญิงสาว มือป้าเวียงจากจับไว้นิ่ง ขยับมาใช้หลังมือแตะช่วงแขนเพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายให้เธอคราแรกวิวาห์ก็ไม่ร้อน แต่ตอนนี้เธอเริ่มร้อนแล้ว เพราะกำลังเป็นจุดสนใจจนไม่รู้จะทำหน้ายังไง“แค่มองผมไม่รู้หรอกครับ ต้องสัมผัสด้วย”“จับดูสิลูก เหมือนตัวไม่ร้อนนะแต่หน้าน้องแดงนะแม่ว่า”วิวาห์ยังไม่ทันตั้งตัว ป้าเวียงจับมือเธอยื่นให้เขา แล้วเธอก็ยังไม่ทันขืนกลับ ชีวินรีบจับมือเธอไว้ทั้งใช้นิ้วหัวแม่มือลูบหลังมือคนตัวเล็กแผ่วเบาและไม่ยอมปล่อย“อืม ตัวก็ไม่ร้อนนะครับแต่หน้าแดง คิดอะไรอยู่เหรอ” ยังจะมาถามว่าคิดอะไรอยู่“วาห์วาห์ปกติดีค่ะ อากาศคงร้อนอบอ้าวไปหน่อยแค่นั้น”วิวาห์รีบรั้งมือออกจากคนตัวโต หันไปบอกป้าเวียงของเธอให้สบายใจ ชีวินยังนั่งอมยิ้มเหมือนเขารู้ว่าสาเหตุที่หน้าเธอแดงเพราะอะไรและเพราะใคร“หืม... อากาศร้อนเหรอ”เวียงพิงค์หันหน้ามองไปรอบ ๆ บ้าน เช้าแบบนี้อากาศกำลังเย็นสบายไม่ร้
มือหนายังยกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มแผ่วเบา ทั้งใช้นิ้วชี้เกลี่ยผมบางเส้นที่ปรกตกลงมาใบหน้าเล็ก ชีวินมองคนในอ้อมแขนอยู่นาน ดวงตากลมโตที่คอยมองเขาอย่างขี้เล่นและทะเล้นตอนนี้ปิดสนิท จมูกรั้น ๆ โด่งสวยรับกันดีของเธอที่ชอบหอมเขาบ่อยครั้งเพื่อแกล้งกัน ริมฝีปากบางชมพูระเรื่ออย่างกับคนสุขภาพดีที่ชอบพูดชอบยิ้มกวนใจเขาอยู่เรื่อยมือหนาลดลงจับข้างแก้มนิ่ม นิ้วหัวแม่มือลูบแผ่วเบาแก้มเนียน ชีวินไม่ได้พูดอะไรออกไปเขาทำเพียงมองเธอกอดเธออยู่อย่างนั้น กดจมูกหอมแก้มน้องและหน้าผากแผ่วเบา แล้วกอดคนตัวเล็กแนบอกอยู่นานถึงหลับตามเธอไปตอนเช้าวิวาห์รู้สึกตัวตื่นก็พบว่าเธอนอนอยู่ในอ้อมแขนเขาอีกแล้วสองวันแล้วที่เธอตื่นมาเจอเขานอนกอดไว้แน่นแบบนี้หญิงสาวนิ่งไม่ไหวติงกลัวคนตรงหน้าตื่นแล้วทำใจเธอเต้นแรงเหมือนเช้าเมื่อวาน ในหัวเธอที่บอกให้ถอยและหนีเขาไปให้ไกล เพราะคิดว่าเราทั้งคู่ไม่ได้รักกันตั้งแต่แรก เขาและเธอยังอยู่ตรงนี้เป็นเพราะพ่อแม่สนิทกันกับสถานะคู่หมั้นที่พวกท่านต้องการเท่านั้นแต่ใจในโพรงอกดันอยากอยู่ตรงนี้ อยากอยู่ใกล้คนตรงหน้าอยู่ในอ้อมกอดเขาไปเรื่อย ๆ อยากแกล้งให้
ส่วนวิวาห์ที่รู้ข่าวว่าพ่อเธอไม่ค่อยสบาย ใจเธอทั้งหน่วงทั้งเป็นห่วงจนไม่ได้คิดอะไรมาก หันมองหน้าแม่ที่ไม่ต่างจากเธอเลย กับป้าเวียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใย แล้วกับชีวินที่เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนอยู่ก่อนแล้ว“ค่ะ วาห์จ้ะย้ายมาอยู่ที่นี่ มามี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะหนูโตแล้วนี่ ดูแลตัวเองได้สบาย อีกอย่าง วาห์มีพี่ชีวิน”สาวน้อยที่ไม่อยากให้ใครต้องคิดเป็นห่วงเธอไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะแม่วันนา วิวาห์ทั้งพูดทั้งยิ้มอย่างสดใส ประโยคสุดท้ายเธอยังทิ้งสายตาไว้ที่ชีวิน เขาเองก็มองเธออยู่ก่อนแล้ว“ครับ วิวาห์มีผม ผมจะดูแลน้องเอง” ชีวินยังพูดย้ำอีกครั้งให้แม่เธอไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งอยากบอกให้เจ้าตัวรู้สึกว่ามีเขาอยู่ตรงนี้จริง ๆชีวีกับมะปรางที่นั่งฟังอยู่ก็เห็นด้วย แต่ทั้งสองคนต้องกลับไปที่คอนโดมิเนียมก่อน เพราะหญิงสาวมีนัดคุยงานกับเพื่อน ทั้งคู่ถึงได้แยกออกไปส่วนคนที่เหลือพอพูดกันจนได้ข้อสรุปเป็นที่พอใจทุกฝ่าย ชีวินอาสาไปส่งวิวาห์และแม่เธอที่คอนโดมิเนียม เพื่อจะได้เก็บของทั้งคู่แต่ไปคนละที่ คนเป็นแม่ต้องบินไปต่างประเทศ ส่วนหญิงสาวต้องเก็บเสื้อผ้ามาอยู่บ้านเขาว
“ไม่ค่ะ วาห์... วาห์สบายดี สบายมาก อยากเข้าห้องน้ำแล้วค่ะ”ชีวินหันมาเห็นใบหน้าเล็กที่ขึ้นสีระเรื่อแล้วมันก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆ เกือบแดงก่ำ เขาคิดว่าอีกนิดเลือดกำเดาเธอคงไหล ถ้าหน้าจะแดงเลือดขึ้นหัวขนาดนี้ แล้วเขาก็รู้สาเหตุวิวาห์ลงจากเตียงด้วยความเร็วแต่ชีวินยังพยุงเธอ มือหนึ่งอีกมือจับเสาสายน้ำเกลือพาคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำ พอถึงหน้าห้องน้ำวิวาห์กำลังจะเข้าไป เธอกลับต้องชะงักเมื่อชีวินสอดแขนทั้งสองข้างกอดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง ทั้งโน้มตัวเกยคางลงไหล่มน พร้อมพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา“ตรงนั้นพี่ที่ทำเธอเขินจนหน้าแดง ขอโทษด้วย”วิวาห์หันมองตามเสียง ใบหน้าทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ชีวินเองก็หันมาหาเธอ พอเห็นดวงตากลมโตที่มันกลิ้งกลอกไปมาไม่อยู่นิ่ง คนพี่กลั้นขำแทบไม่อยู่“มันดันแข็งเวลาอยู่กับวาห์”“พี่วิน มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอเคยเรียนมานะ เกี่ยวกับอวัยวะมนุษย์ทุกส่วน รวมถึงตรงนั้นของผู้ชาย ตอนเช้าที่เป็นแบบนั้นมันเป็นเรื่องปกติ“ก็รู้นี่ว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วทำไมยังหน้าแดง หรือนึกถึงตอนที่มันจะเข้าไปอยู่ในตัว
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ







