LOGIN‘กูไปเอง’
ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละ
ดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะคันใหญ่สี่ประตูขับชนตรงยูเทิร์นทางกลับบ้านพัก คนเจ็บบอกไม่เห็นจริง ๆ ทั้งที่ดูดีแล้วพอรถล้มลงและก่อนหมดสติไป เหมือนคนชนเขาจะเป็นผู้หญิง รับรู้แค่นั้นภาพก็ตัด ตอนนี้ยังไม่มีใครติดต่อมา น่าจะพรุ่งนี้ ที่เจ็บกว่าตัวเห็นจะเป็นใจเพราะบิกไบก์คันใหญ่ลูกชายสุดรักของมันเจ็บหนักพังยับเอาการ
ระหว่างนั่งเฝ้ายอดตอง รอธารไปรับยอดเตยมา โทรศัพท์ชีวินดันมีสายเรียกเข้า เขายกขึ้นมาดูถึงได้รู้ว่าเป็นใครที่โทร.
“ครับ”
“วินลูก... ตาวีอยู่ด้วยไหม”
“ครับ”
“งั้นดีเลย แม่มีธุระต้องไปต่างจังหวัดวันหยุด ลูก ๆ ว่างไหมไปกับแม่นะ”
“วันไหนครับ”
“วันนี้เลย รีบกลับมานะแม่รอ รักลูกทั้งสองจ้ะ”
ปลายสายพูดแค่นั้นก็ตัดจบไปเลย เหมือนกลัวถูกปฏิเสธจากลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสองคนถ้าคุยนาน พวกเขามันเป็นพวกคุยนานแล้วยุไม่ขึ้นต้องตัดจบในสองสามประโยคถึงจะพอคล้อยตามได้บ้าง
พอสายโทรศัพท์ถูกวาง ชีวินหันมองชีวีที่มันนั่งทำหน้างง เหมือนอยากรู้มากว่าคุยกับใคร เพราะตอนคุย พี่ชายใช้สายตามองหน้าคนน้องหลายรอบ
ชีวินถึงบอกไปว่าแม่โทร.มาจะพาไปต่างจังหวัดวันนี้เลย ชีวีดันอุทานขึ้นเสียงดังเหมือนไม่อยากไป ชีวินเองก็พอดูออกถึงปากมันจะบอกไม่มีอะไร รู้หรอก ว่าติดสาวแต่ไม่คิดว่าน้องตัวเองจะติดขนาดนี้ เขาเองก็ไม่เคยมีอารมณ์ความรู้สึกนึกชอบใคร เฉย ๆ มากกว่า ถามว่ามีคนคุยไหมแน่นอนว่ามี แต่ส่วนมากแชตจะหนักทางสาว ๆ มากกว่า ทักมาก็ตอบแต่ตอบเฉพาะบางคนและบางประโยคที่ถาม
ทั้งสองแฝดขอตัวกลับก่อนบอกเพื่อนว่าจะต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัว ธารกับยอดเตยยังไม่มา แต่เหลือบาร์กับพิทย์อยู่เฝ้ายอดตอง ทั้งคนเจ็บบอกไม่เป็นไรไกลหัวใจมันมาก ปากดีได้แปลว่านรกยังไม่รับ ส่งกลับมายังโลกมนุษย์ เห็นมันแล้วยมบาลคงปวดหัว
ชีวินขับรถตัวเองโดยมีชีวีนั่งข้างคนขับ มันไม่เอารถมาตั้งแต่เช้าเลยติดรถไปกับเขาจนถึงบ้าน
บ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านจัดสรรกลางเมือง ด้านหน้ามีสนามหญ้ากว้างขวางปลูกต้นไม้ใหญ่เป็นร่มเงาเต็มพื้นที่ รอบ ๆ ยังมีไฟส่องสว่างทั่วบริเวณ ด้านข้างเป็นโรงจอดรถหลายคัน
เดินเข้าไปด้านในเป็นพื้นที่โล่งห้องโถงใหญ่ ไปทางขวาเป็นห้องนั่งเล่นแยกไปซ้ายเป็นพื้นที่สำหรับทานข้าว ถัดเข้าไปเป็นห้องครัวและห้องน้ำสำหรับใช้ด้านล่าง ทั้งที่พักสำหรับแม่บ้านและคนขับรถ
ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนหลายห้อง ห้องทำงาน ห้องหนังสือ ห้องดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมของลูกชายบ้านนี้
“ตาวิน ตาวี มาแล้วเหรอลูก”
เสียงพูดอ่อนหวานของผู้หญิงวัยกลางคน มาพร้อมกับรูปร่างได้สัดส่วนออกอวบนิดด้วยอายุที่มากทั้งมีลูกแล้วด้วย แต่ผิวขาวอย่างกับไข่ปอก ใบหน้าไม่เคยเลยไปตามวัยเพราะมีไหมร้อยไว้บ้างยามมีเวลา ด้วยต้องออกงานสังคมอยู่บ่อยครั้งเพราะธุรกิจที่บ้านต้องดูดีมีราศีคุณนายจับอยู่เสมอ
คุณเวียงพิงค์ ผู้เป็นแม่ชีวินและชีวี ท่านอายุมากแล้วแต่ใบหน้าไม่ได้ไปตามอายุ เพราะไม่ได้ทำงานหนักอย่างมากใช้เพียงสมองดูแลธุรกิจแทนสามีที่เสียไปหลายปีด้วยโรคภัย ตอนลูกชายทั้งสองกำลังจะขึ้นปีหนึ่ง แม่พวกเขาท่านเสียใจมากแต่ต้องเดินต่อเพราะมีลูก ถึงได้ผ่านช่วงเวลานั้นมาได้หลายปีแต่ยังคิดถึงสามีอยู่เสมอ
ตอนสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปหรือเรียกว่าช้างเท้าหน้าเลยก็ว่าได้ สามแม่ลูกกลับไม่ได้ลำบาก เพราะผู้เป็นพ่อจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้หมด ทั้งธุรกิจที่ลงทุนกับเพื่อน ทั้งกองทุนเงินประกัน
เวียงพิงค์เป็นคนจัดสรรและเก็บไว้ให้ลูกยามจำเป็น ชีวินเข้ามาช่วยดูแลงานในบริษัท รับหน้าออกงานสังคมกับแม่บ้างเพื่อประมูลงาน เพราะบริษัททำเกี่ยวกับผลิตสายไฟและหลอดไฟให้ความสว่าง ส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังมีสาขาที่ต่างประเทศด้วยซึ่งเป็นเพื่อนพ่อดูแลอยู่ ส่วนชีวีช่วยดูงานด้านออนไลน์ ไม่ค่อยได้เข้าบริษัทและมักไม่ออกงานสังคม
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”
ส่วนวิวาห์ที่รู้ข่าวว่าพ่อเธอไม่ค่อยสบาย ใจเธอทั้งหน่วงทั้งเป็นห่วงจนไม่ได้คิดอะไรมาก หันมองหน้าแม่ที่ไม่ต่างจากเธอเลย กับป้าเวียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใย แล้วกับชีวินที่เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยนอยู่ก่อนแล้ว“ค่ะ วาห์จ้ะย้ายมาอยู่ที่นี่ มามี้ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะหนูโตแล้วนี่ ดูแลตัวเองได้สบาย อีกอย่าง วาห์มีพี่ชีวิน”สาวน้อยที่ไม่อยากให้ใครต้องคิดเป็นห่วงเธอไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะแม่วันนา วิวาห์ทั้งพูดทั้งยิ้มอย่างสดใส ประโยคสุดท้ายเธอยังทิ้งสายตาไว้ที่ชีวิน เขาเองก็มองเธออยู่ก่อนแล้ว“ครับ วิวาห์มีผม ผมจะดูแลน้องเอง” ชีวินยังพูดย้ำอีกครั้งให้แม่เธอไม่ต้องเป็นห่วง ทั้งอยากบอกให้เจ้าตัวรู้สึกว่ามีเขาอยู่ตรงนี้จริง ๆชีวีกับมะปรางที่นั่งฟังอยู่ก็เห็นด้วย แต่ทั้งสองคนต้องกลับไปที่คอนโดมิเนียมก่อน เพราะหญิงสาวมีนัดคุยงานกับเพื่อน ทั้งคู่ถึงได้แยกออกไปส่วนคนที่เหลือพอพูดกันจนได้ข้อสรุปเป็นที่พอใจทุกฝ่าย ชีวินอาสาไปส่งวิวาห์และแม่เธอที่คอนโดมิเนียม เพื่อจะได้เก็บของทั้งคู่แต่ไปคนละที่ คนเป็นแม่ต้องบินไปต่างประเทศ ส่วนหญิงสาวต้องเก็บเสื้อผ้ามาอยู่บ้านเขาว
“ไม่ค่ะ วาห์... วาห์สบายดี สบายมาก อยากเข้าห้องน้ำแล้วค่ะ”ชีวินหันมาเห็นใบหน้าเล็กที่ขึ้นสีระเรื่อแล้วมันก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆ เกือบแดงก่ำ เขาคิดว่าอีกนิดเลือดกำเดาเธอคงไหล ถ้าหน้าจะแดงเลือดขึ้นหัวขนาดนี้ แล้วเขาก็รู้สาเหตุวิวาห์ลงจากเตียงด้วยความเร็วแต่ชีวินยังพยุงเธอ มือหนึ่งอีกมือจับเสาสายน้ำเกลือพาคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำ พอถึงหน้าห้องน้ำวิวาห์กำลังจะเข้าไป เธอกลับต้องชะงักเมื่อชีวินสอดแขนทั้งสองข้างกอดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง ทั้งโน้มตัวเกยคางลงไหล่มน พร้อมพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา“ตรงนั้นพี่ที่ทำเธอเขินจนหน้าแดง ขอโทษด้วย”วิวาห์หันมองตามเสียง ใบหน้าทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ชีวินเองก็หันมาหาเธอ พอเห็นดวงตากลมโตที่มันกลิ้งกลอกไปมาไม่อยู่นิ่ง คนพี่กลั้นขำแทบไม่อยู่“มันดันแข็งเวลาอยู่กับวาห์”“พี่วิน มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอเคยเรียนมานะ เกี่ยวกับอวัยวะมนุษย์ทุกส่วน รวมถึงตรงนั้นของผู้ชาย ตอนเช้าที่เป็นแบบนั้นมันเป็นเรื่องปกติ“ก็รู้นี่ว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วทำไมยังหน้าแดง หรือนึกถึงตอนที่มันจะเข้าไปอยู่ในตัว
หมอประจำเคสบอกกับญาติคนไข้ที่ดูกังวลไม่น้อย โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงหญิงสาวไม่ห่าง เขาไม่ละสายตาไปทางอื่นเลย ทำเพียงยืนมองคนหลับอยู่อย่างนั้นหลังจากบุรุษพยาบาลเข็นเตียงวิวาห์ไปยังห้องพัก ซึ่งเป็นชั้นบนสุดห้องพักพิเศษสำหรับคนไข้วีไอพี แน่นอนว่าเวียงพิงค์ต้องมีลงทุนเกี่ยวกับสุขภาพไว้แน่เพื่อตัวเองและครอบครัว“ตาวินพักสักหน่อยไหมลูก” เวียงพิงค์ที่เดินมาหาลูกชาย ชีวินเอาแต่นั่งข้างเตียงวิวาห์ไม่ห่าง“จริงสิ วินพักเถอะลูก น้องแค่หลับเดี๋ยวก็ตื่น” วันนาเองที่เห็นชีวินนั่งนิ่งไม่ขยับอยู่ไม่ห่างจากลูกสาวเธอมาหลายชั่วโมง รีบพูดบอกชายหนุ่ม“ผมไม่เป็นอะไร แม่กับน้าวันกลับบ้านไปพักเถอะครับ เดี๋ยวผมเฝ้าน้องเอง”“น้าว่า...”“ผมขอเฝ้าน้องได้ไหมครับ”วันนากำลังจะแย้งเพราะเธอเองเกรงใจ ทั้งอยากดูลูกด้วยแต่พอชีวินหันหน้ากลับมาหา ดูจากนัยน์ตาที่เป็นห่วงวิวาห์จริง ๆ เธอถึงพยักหน้ารับแม่ทั้งสองย้ำบอกให้เขาพักผ่อนบ้างแล้วจะรีบมาพรุ่งนี้ หรือมีอะไรด่วนให้โทร.หาทันที เวียงพิงค์ให้คนขับรถเอาเสื้อผ้ามาให้ลูกชายเปลี่ยน ชีวินอาบน้ำล้างเนื้อล้า
“คงงั้น”ชีวินยังนึกขำริมฝีปากหยักสวยตอนนี้มันยกขึ้นสูงกว่าทุกครั้ง จนขี้เกียจแกล้งแล้วถึงได้หันไปพยักพเยิดหน้าให้เธอกินต่อ แต่พอเห็นจานสลัดอยู่ตรงหน้าแล้วสิ่งที่วิวาห์ป้อนมันเป็นกุ้ง คิ้วหนากลับขมวด ใบหน้าชายหนุ่มที่ติดยิ้มตอนนี้เรียบนิ่ง รีบหันมองคนนั่งข้างวิวาห์ที่ตักอาหารเข้าปากไปแล้วพร้อมกำลังเคี้ยว ชีวินจับแขนเล็กเธอรั้งให้ขยับมาใกล้ตัวเขา ทั้งหยิบกระดาษทิชชูมารองไว้ใกล้ปากน้องเร็ว ๆ“วาห์กินไปกี่คำแล้ว คายออกมาก่อน”หญิงสาวเองก็ตกใจ จากเคี้ยวอยู่เธอหยุดนิ่งทั้งมองหน้าเขาด้วยความมึนงง“คายออกมา นั่นกุ้ง”พอได้ยินพี่พูดแบบนั้นวิวาห์รีบคายออกมาลงบนมือชีวินที่มีกระดาษทิชชูรองไว้ เอาออกจนหมด คนตัวโตกำแล้วทิ้งลงจานตัวเอง ก่อนจะหยิบทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดปากให้น้องแล้วมองสำรวจเธอทั้งตัว“รู้สึกยังไงบ้าง กินไปกี่คำ”สายตาเขาที่มองเธอไปทั่วตัว ผื่นยังไม่ขึ้นผิว ตามใบหน้าลำคอแขนสอง ข้างปกติดี แต่พอเงยหน้ามองน้อง น้ำตาเธอกับเอ่อคลอจวนจะไหล ตอนแรกก็ไม่เป็นไรพอเขาบอกเป็นกุ้งที่เธอเคยแพ้หนักจนเข้าขั้นเหมือนเป็นแพนิก“วาห์ วาห์ครับ
ไม่รู้เลยว่าเวียงพิงค์กับวันนาทั้งสองคนจะเป็นทองแผ่นเดียวกันเอง แล้วบริษัทก็เติบโตขึ้นทุกวันอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสาขาในประเทศและต่างประเทศ“วันทำไมเด็ก ๆ ยังไม่มาอีก”เวียงพิงค์ที่นั่งชะเง้อมองหาลูกชายกับลูกสะใภ้ตาวินไม่พาน้องมาสักที“นั่นน่ะสิ ป่านนี้แล้วด้วย”ทั้งสองแม่หันมาถามกันจู่ ๆ ดันได้ยินเสียงฮือฮามาตามทางเดิน เมื่อชีวินเข้างานมาพร้อมกับวิวาห์ที่สวยสะกดทุกสายตาชีวินที่หน้านิ่งเรียบกับวิวาห์ที่ยิ้มสดใส เหมือนต่างคนต่างมาแต่เพราะเธอเกาะแขนเขาอยู่ทุกคนถึงได้รู้ว่าทั้งคู่มาด้วยกัน“นั่นพี่ชีวินลูกป้าเวียงพิงค์นี่ เขามากับใครกัน ปีที่แล้วยังมากับแม่แค่สองคน”“นั่นน่ะสิ ปีนี้ว่าจะขายขนมจีบสักหน่อย เหมือนจะได้เก็บร้านตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”“ผู้หญิงเดินมากับเขาสวยมาก ผิวขาวหน้าอินเตอร์สุด ๆ ใครกันนะ”“ลูกชายคุณเวียงควงสาวมาด้วย ว่าจะขอเป็นทองแผ่นเดียวกันเห็นทีคงต้องพับเก็บโครงการ”เสียงพูดของสาว ๆ ทั้งรุ่นลูกรุ่นแม่ดังตามทางที่ทั้งคู่เดิน วิวาห์ไม่ได้สนใจเธอยิ้มสดใสและเดินตรงไปที่โต๊ะแม่กับป้าเวียงนั่งรออย
“วาห์... จุ๊บ”วิวาห์พูดยังไม่จบคนตัวโตแนบจูบลงมาอีกครั้งเหมือนมันเขี้ยวเธอเต็มทน พอผละถอยยังใช้นิ้วหัวแม่มือกวาดเช็ดริมฝีปากบางแผ่วเบาเหมือนมันจะเลอะน้ำลายเขา มองสบในตากลมโตที่จ้องเขาตาปริบ ๆ ชีวินจับกรอบหน้าเล็กไว้พร้อมยื่นจมูกกดหอมลงหน้าผากมนเธอหนัก ๆ หนึ่งที“อย่าดื้ออีก อย่าให้ใครแตะตัวง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่พี่”วิวาห์พยักหน้าให้เขาเร็ว ๆ ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง คงมีไม่กี่ครั้งที่เธอเขินกัน ชีวินดึงชายเสื้อเธอลงให้เรียบร้อย ทั้งปลดล็อกยกเบาะขึ้นให้ตามเดิม ยังจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เธอด้วยไม่วายจับหัวน้องโยกไปมา ก่อนจะออกแรงรั้งแล้วหอมลงศีรษะเล็กผ่านกลุ่มผมนุ่มหนัก ๆ อีกที“ทำไมโดนพี่แตะตัวนิดเดียวหาเสียงตัวเองไม่เจอเลย” ยังจะมาถามกันได้ เขาทำจนเธอพูดไม่ออกบอกไม่ถูกทั้งหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด“แบบนี้ไม่เรียกแตะตัวแล้วค่ะ อีกนิดเดียวพี่วินก็จะกลืนวาห์ลงท้องไปแล้ว”ชีวินก้มหน้าพร้อมมุมปากที่ยกขึ้นนิด เธอกลับมาต่อล้อต่อเถียงได้แปลว่าปกติดี ชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวข้างกายกลัวสัมผัสจากเขา อยากค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงต
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ







