LOGIN“สวัสดีเด็ก ๆ มาดูน้องเร็ว”
อาชอนอุ้มน้องออกจากรถเข็นเด็ก พานั่งลงเก้าอี้ข้างเตียงน้าวัน ชีวีได้ยินแบบนั้นกระโดดลงจากโซฟารีบวิ่งไปดูน้องทันที คนมองทำปากรูปตัวโอกับดวงตากลมโตแสดงสีหน้าอย่างตื่นเต้น ก่อนจะหันไปหาแฝดพี่พร้อมพยักหน้ากวักมือเรียกให้มาดูน้องด้วย
ชีวินกอดอกลงจากโซฟาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ใหญ่ พออาชอนลดแขนคลายอ้อมกอดลงทำให้เห็นเด็กทารกวัยหนึ่งวันห่อผ้าสีชมพูขาวทั้งตัว ชีวินกลับใจกระตุกมือที่กอดอกคลายออกยื่นนิ้วเล็กจิ้มแก้มน้องแผ่วเบา ผู้ใหญ่ที่มองอยู่ต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“น้องน่ารักไหมลูก”
เวียงพิงค์ถามลูกชายออกไปด้วยใบหน้าติดยิ้มยินดี ทั้งยื่นหน้าดูเด็กน้อยในอ้อมกอดพ่อหน้าตาน่ารักน่าชัง แก้มแดงปากจิ้มลิ้มตาหลับพริ้มอย่างรู้ความ ผมสีน้ำตาลอ่อน ๆ จมูกโด่งสวย
“น่ารักมาก น้องเป็นผู้หญิงเหรอครับ” ชีวีถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เขาไม่เคยเห็นเด็กตัวเล็กมากมาก่อน
“ใช่แล้วครับ น้องเป็นผู้หญิง” น้าวันผู้เป็นแม่ของเด็กแรกเกิดบอกออกไปยิ้ม ๆ
“น้องเป็นคู่หมั้นของวินด้วยนะลูก”
เวียงพิงค์พูดขึ้นบ้างพลางบอกลูกชายคนโตของตัวเอง ทั้งหันหน้าไปขยิบตาให้กับคนบนเตียงที่พึ่งคลอด ทั้งสองแม่ฉีกยิ้มกว้าง ส่วนชอนผู้เป็นพ่อทำเพียงถอนหายใจ ลูกสาวเขาพึ่งคลอดมีคู่หมั้นซะแล้ว
จริง ๆ มีตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อนด้วยซ้ำ เพราะความปากไวและสนิทรักใคร่กันมานานของทั้งสองครอบครัว แม่ ๆ เด็กทั้งสองบ้านดันบอกอยากเป็นทองแผ่นเดียวกัน โดยการให้ลูก ๆ ของเราเป็นคู่หมั้นกันไว้ โตมาเจอกันแล้วรักใคร่ชอบพอใจให้แต่งงานกันได้เลย แต่ถ้าเด็ก ๆ โตมาแล้วทั้งคู่บอกไม่ใช่ไปไม่รอดทั้งสองครอบครัวจะไม่บังคับ ส่วนพ่อทั้งสองบ้านจะทำอะไรได้นอกจาก ‘ครับเมีย’
ชีวินยังยืนมองและนิ่งเงียบอยู่นาน เหมือนคนกำลังคิดอะไรอยู่ทั้งที่เป็นเด็กตัวเล็กนิดเดียว พอเขาเอ่ยปากพูดออกมา กลับทำให้ผู้ใหญ่ทั้งห้องชะงักไป
“ให้น้องชื่อ ‘วิวาห์’ ได้ไหมครับแล้วผมจะแต่งงานกับเธอ”
ปัจจุบัน
นั่งรถมาหลายชั่วโมงจอดพักแล้วพักอีก ทั้งให้คนขับได้หาอะไรกิน ทั้งเวียงพิงค์แม่เขาเข้าห้องน้ำบ่อย โดยมีชีวินตามไปด้วยทุกรอบ ส่วนชีวีมันทำเพียงเฝ้ารถกับฝากซื้อของกิน
เวลาหกโมงเช้า
รถตู้คันใหญ่จอดลงหน้าบ้านหลังหนึ่ง ชีวีลงรถไปก่อนเพื่อยื่นมือรอรับผู้เป็นแม่อย่างเวียงพิงค์ตามลงไปและตบท้ายด้วยชีวิน พอทุกคนลงจากรถมาได้ เจ้าของบ้านที่ยืนรออยู่แล้วรีบถลาเข้ามาหาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานทันที
“เวียงเป็นไงบ้าง คิดถึงมาก ชีวินชีวีเหนื่อยไหมลูก”
“วัน คิดถึงมากไม่เจอตั้งนาน”
“สวัสดีครับ น้าวันสบายดีนะครับ”
ชีวินชีวียกมือไหว้สวัสดีพร้อมกัน เป็นแฝดพี่ที่พูดทักทายเพื่อนแม่ซึ่งคุ้นเคยกันดีเมื่อหลายปีก่อน หลัง ๆ มาไม่ค่อยได้ติดต่อกันมาก เพราะท่านต้องตามสามีไปดูงานที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้พูดคุยกันบวกกับพวกเขามีหน้าที่เรียน มีแต่เวียงพิงค์แม่ของพวกเขาเท่านั้นที่ติดต่อกับน้าวันตลอด
“สบายดีจ้ะ ตาวินตาวีโตเป็นหนุ่มแล้วหล่อกันมาก ๆ เลยนะลูก”
“เวลาผ่านไปหลายปี น้าวันยังเหมือนเดิมเลยนะครับ”
ชีวีพูดทักทายขึ้นบ้าง เขาพูดตามที่คิดและที่เห็น น้าวันยังดูเหมือนเดิมเมื่อหลายปีก่อน อาจเพราะไม่ได้ทำงานหนักมาก ทำเพียงดูแลลูกและสามีเท่านั้น ตามที่เคยฟังที่แม่ชอบเล่า
“ขอบคุณนะจ๊ะ ปากหวานกันขนาดนี้สาวท่าจะติดนะเนี่ย”
พอวันนาพูดจบชีวีที่ยืนยิ้มให้กับผู้ใหญ่อยู่ต้องหุบทันที เมื่อหูซ้ายได้ยินเสียงชีวินหัวเราะในลำคอ ทั้งคิดในใจตวัดตามองถามคนเป็นพี่ผ่านสายตา ‘ทำไม หล่อขนาดนี้สาวติดก็ถูกแล้วปะ’ นั่นมันความคิดแฝดน้อง แต่แฝดพี่ที่หัวเราะเพราะที่น้าวันพูดมามันกลับกัน ชีวีต่างหากที่ติดเขาแจ
“พอ ๆ มีที่ไหนล่ะแต่ละคน ฉันเหงามากอยากได้ลูกสาวสักคนจะแย่”
เวียงพิงค์บอกเพื่อนสนิทออกไป ลูกชายเธอมีสาวที่ไหน ถ้ามีป่านนี้แม่อย่างเธอคงไม่ต้องนั่งเหงา มีลูกสะใภ้ก็เหมือนลูกสาว
“งั้นเข้าบ้านกันเถอะ สักหน่อยต้องไปที่งาน”
“แล้วหนูวิ...”
คุณเวียงพูดไม่ทันจบทุกคนต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังมาทางนี้ สายตาทุกคู่หันมองพร้อมกัน ชีวินเห็นเพียงฝุ่นตลบมาตามทางถนน พอโผล่พ้นมาเป็นรถมอเตอร์ไซค์เก่าท่อดังพร้อมพ่วงข้าง ควันลอยฟุ้งเหมือนรถขายไก่ปิ้ง
คนขับเป็นผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาดีผมสองข้างถักเปียไว้ด้านหน้า เธอสวมเสื้อกล้ามด้านในส่วนด้านนอกเป็นเสื้อคลุมลายสก๊อตทั่วไป ส่วนด้านล่างมีกางเกงยีนขาสั้นแต่งขาดสไตล์วินเทจ ไม่สั้นมากแต่ก็ดูสั้นอยู่ดี ชีวินสายตาเร็วและดีมากมองแป๊บเดียวก็สรุปได้ว่าดื้อแน่นอน
รถเครื่องท่อดังไม่ใช่เพราะดังจากการแต่งท่อ แต่ดังเพราะเป็นรถรุ่นเก่า คนขับพุ่งมาด้วยความเร็วทางที่พวกเขายืนอยู่เหมือนจะไม่มีท่าทีจะหยุด
รถตรงดิ่งมาถึงตัวชีวิน ทุกคนต่างตกใจรวมถึงเวียงพิงค์ทั้งชีวี ส่วนชีวินเองเขาทำเพียงยืนนิ่งมองสาวน้อยตรงหน้าพุ่งเข้าหาเท่านั้น
“วิวาห์ !” เสียงน้าวันร้องลั่นจนทุกคนตกใจ
เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด
เสียงล้อรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเบรกทันที ล้อหลังยกขึ้นสูงเกิดจากเบรกกะทันหันจนคนขับโน้มตัวมาด้านหน้าตามรถ ใบหน้าเล็กเกือบแตะหน้าคนยืนมอง
เวียงพิงค์กับชีวีอ้าปากค้างไปแล้ว วันนาเองยังเอามือปิดปากทั้งร้องอุทานด้วยความตกใจ ส่วนชีวินเขายังยืนที่เดิมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความนิ่งเฉยทั้งในใจคิดว่า ‘เป็นเธอ’
พอรถหยุดจอดลงปกติ สาวน้อยยังมองหน้าคนตัวโตกลับ ทั้งสายตาที่ไม่นิ่งเอาแต่เลิ่กลั่กไปมา
“วิวาห์ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ อันตรายมาก ขับแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”
“อื้อ” ชีวินจูบปากเล็กอีกครั้ง มือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบจากแผ่วเบาเป็นหนักมือ ทั้งขยับใบหน้าลงหายอดอกป้อนนมเธอเข้าปากตัวเองไปหญิงสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวามยอดอกทั้งสองข้างถูกเขาดูดดึงไปมาถี่รัวจนรู้สึกเสียวซ่านชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำยกเรียวขาสวยแยกออกมองความเป็นเธอที่ฉ่ำน้ำ เขาไม่รอแล้ว คิดพร้อมโน้มตัวยื่นหน้าจูบเนินน้อยแผ่วเบา ลากนิ้วเรียวยาวลงตามรอยแยกสวย ตามมาด้วยลิ้นร้อนสัมผัสจุดอ่อนไหวเขาใช้ทั้งมือทั้งปาก นิ้วแกร่งสองนิ้วที่เข้าออก พร้อมเรียวลิ้นตวัดปุ่มกระสัน บางที่ยังห่อปากดูดดึงจนเกินเสียงหยาบโลน“พี่วิน อื้อ”ถ้าวิวาห์เรียกเขาแปลว่าถึงจุดและตรงนั้นควรซ้ำทำต่อ คนปรนเปรอใช้ทั้งนิ้วทั้งปากเล่นงานจุดอ่อนไหว นิ้วเขาเริ่มขยับกระแทกเข้าออกจากเร็วเป็นรัว อีกมือที่ยื่นขึ้นไปบีบหน้าอกนุ่มนิ่มจนปริออกตามซอกนิ้ว“อ๊ะ พี่วินพอ พอก่อนค่ะ วาห์จะเสร็จ”หญิงสาวร้องลั่นเธอเสียวมาก มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายอารมณ์ที่มากล้นชีวินทำจนน้ำหวานไหลทะลักออกมาเป็นสายให้เขาเห็น“อื้อ พี่วิน” วิวาห์ถึงกับร้องขึ้นมาอ
“เอากูไปหาหมอที”“อะไรอีก” พิทย์ถามขึ้นทั้งทำหน้างง“น้ำตาลในเลือดกูสูงก็วันนี้”เฮียบาร์พูดขึ้นก่อนใครเพื่อน เขามองชีวินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครที่บอกว่ามันยิ้มยากหวงตัวขอเถียงขาดใจ กับคนอื่นน่ะใช่ ยกเว้นกับวิวาห์“ตากูก็เริ่มมัวแล้วด้วย”“เพราะ”“เบาหวานขึ้นตา ไอ้บ้า กูเขิน” ธารพูดขึ้นบ้าง บอกตรง คันหัวใจ นึกถึงตัวเองกับยอดเตยเลย“มึงพึ่งหมั้นไปแบบนี้เปี๊ยบ”“จับขากูดูสิ ข้างนี้ยังเหลืออยู่ไหม”“ยังมี”“โล่งใจ หวานเกินพ่อหนุ่ม หวานแบบตัดขาเพื่อน ตัดขาแขกทั้งงานแล้ว”ยอดตองกับชีวีที่เล่นตบมุกมาเป็นคู่สุดท้ายทำเอาแขกในงานต่างพากันหัวเราะยินดี บางคนขำจนท้องแข็งให้กับกลุ่มเพื่อนฝ่ายชายวิวาห์ยังฉีกยิ้มกว้างนั่งข้างคู่หมั้นเธอ มีชีวินที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อน เวียงพิงค์กับวันนานั่งจับมือกันทั้งเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ ส่วนชอนพ่อของหญิงสาวทำเพียงนั่งยิ้มมองลูกทั้งสองคนตรงหน้าอย่างยินดีพิธีสวมแหวนเสร็จสิ้นแขกผู้ใหญ่ต่างยินดีกับทั้งคู่รวมถึงเจน
เวลาเลยผ่าน ชีวินขึ้นมัธยมปลายอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มขอมาเจอวิวาห์ ชอนยังหวงลูกสาวอยู่เพราะเธอยังเด็กและอยู่ในช่วงวัย เขาถึงบอกให้ชีวินรออีกนิดยามที่วิวาห์เรียนมหาวิทยาลัย เขาจะส่งเธอมาไทยแล้วทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่ถ้ารักกันด้วยใจของตัวเองไม่ใช่เพราะพ่อแม่สนิทกัน ชอนยินดีจะปล่อยมือลูกสาวให้กับชีวิน เขารู้ทำแบบนี้เห็นแก่ตัว แต่ชายวัยกลางคนบอกชายหนุ่มรุ่นลูกไปหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถามชีวินเป็นเชิงแซวทั้งสอนไปในตัวเรื่องความรักว่า ชีวินไม่จำเป็นต้องรอวิวาห์ เขาสามารถรักคนที่เขาอยากรักได้เลยแต่ชีวินกลับตอบชอนกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ‘ผมจะรอเธอ’ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งวันนาและเวียงพิงค์ ชีวีเองคงมีระแคะระคายบ้างเพราะอยู่ด้วยกันตลอดชีวินไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาเอาแต่รอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้โตพอจะเป็นคนรักของเขาได้ ชายหนุ่มเลยไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัวล็อกห้องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซะส่วนใหญ่ ปิดใจและไม่ให้ใครเข้าใกล้ตนเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวรอเธอจริง ๆเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะเข้าใจผิดกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอรู้ ชอนเ
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา







