Masuk“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันที
แพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพราะต้องทำงานร่วมกัน
“อือ คนอื่นล่ะ”
“กำลังทยอยมา... นั่งสิ”
คนบอกให้นั่งยกกระเป๋าออกจากเก้าอี้ข้างตน ชีวินนั่งลงปกติรอไม่นานสมาชิกหลายคนเริ่มมากันจนครบ
ชีวินถึงได้เริ่มประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน เรื่องกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ส่วนใหญ่เป็นการเตรียมกิจกรรมสำหรับรับน้องเฟรชชี่ปีหนึ่ง ซึ่งกิจกรรมเยอะมากตลอดทั้งเทอมเลยก็ว่าได้ สโมสรนักศึกษาเลยต้องออกความคิดเห็น ทั้งรวบรวมดูวิชาเรียนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากเมื่อกิจกรรมเริ่ม
การมีกิจกรรมสำหรับน้องใหม่นั้น เพื่อละลายพฤติกรรมคนหลายร้อยพ่อพันแม่ให้เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนหมู่มาก ชีวินมาอยู่จุดนี้ได้เพราะทุกคนต่างลงคะแนนเลือกชื่อเขา แล้วคะแนนดันสูงลิบจนปฏิเสธไม่ได้
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชายหนุ่มทำหน้าที่นี้ได้ดีเสมอ แต่หลังจากจบเทอมนี้เขาจะต้องวางมือแล้ว เพราะท้ายเทอมหลังกิจกรรมใหญ่ ๆ หลัก ๆ จบลงจะมีการเลือกประธานสโมสรนักศึกษาคนใหม่
“ประชุมเสร็จแล้วเหรอ ไปเลยไหม” พิทย์ถามทันทีเมื่อเห็นชีวินเดินกลับเข้ามาในห้องทำโปรเจกต์ มองดูเวลาเกือบบ่ายแก่ ๆ แล้ว
“อือ ทางนี้เสร็จแล้วใช่ไหม”
“มีกูอยู่ มึงกลัวอะไร”
“เพราะมีมึง กูถึงกลัว”
ชีวินเดินมาเก็บแล็ปท็อปที่วางบนโต๊ะเข้ากระเป๋าของตัวเอง เฮียบาร์ดันเดินมากอดคอพูดด้วยอย่างอารมณ์ดี รู้หรอกที่มันอารมณ์ดีเพราะเวลาที่พิทย์เคี่ยวเข็ญมันจบลงแล้ววันนี้ เขาถึงได้ตอบออกไปกวน ๆ ทั้งส่ายหัวให้ ก่อนจะมองหาอีกคนมันหายไปไหน
“แล้วไอ้วี ?”
“มันบอกจะไปเข้าห้องน้ำแต่ไปนานแล้วนะ กดตัวเองลงชักโครกแล้วเปล่า”
เฮียบาร์ยังพูดติดตลกแต่ดันต้องชะงัก เมื่อคนพูดถึงเปิดประตูเข้ามาพอดี
“ได้ยินนะ”
“ไปไหนมาล่ะครับคุณชีวี” ยังเป็นเฮียบาร์ที่พูดถามเพื่อนออกไป
“ยุ่ง”
“ปล่อยมัน ช่วงนี้มันติด” พิทย์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“ติดอะไรพูดดี ๆ”
“รู้อยู่แก่ใจยังจะให้พูด”
ชีวินพูดจบก่อนจะส่ายหัวไปมาทั้งกดยิ้มมุมปาก นึกขำชีวี ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่น้องชาย เพื่อนในกลุ่มเห็นบ่อยที่ชีวินยิ้มเพียงนิด ทั้งแววตาเป็นประกายนั่นแปลว่าเขากำลังอารมณ์ดีมาก
“พูดมากกันจริง รีบไปเถอะธารรอ ยอดตองก็ด้วย”
เป็นชีวีที่พูดตัดบท ก่อนที่พวกมันจะรุมสาวไส้เขาออกมาให้กากินต่อหน้าต่อตา ก็จริงอยู่เรื่องที่ว่าช่วงนี้เขาติด ยอมรับในใจคนเดียวมันจะทำไม ใครใช้ให้เธอเป็นแบบนั้นล่ะ เธอทำให้เขาติดเองช่วยไม่ได้
ไม่นานทั้งสี่คนมาถึงโรงพยาบาลเดินเข้ามาห้องพักฟื้น เห็นยอดตองนอนเป็นผักอยู่บนเตียง ข้าง ๆ มีธารนั่งอยู่ ดูท่าเจ็บหนักเอาเรื่องแต่ปากยังดี
พวกเขาที่มาทีหลังทั้งสี่คนยังถามอาการคนเจ็บไม่เสร็จดี มันดันร้องอุทานขึ้นเสียงดัง
‘เฮ้ย !!! ยอดเตย น้องรอกูที่มหา’ลัย’ ยอดตองร้องลั่นมือข้างที่ไม่ได้ใส่เฝือกรีบดึงผ้าห่มออก เตรียมจะลุกจากเตียงเพื่อนถึงได้ร้องห้ามมันไว้
‘มึงจะบ้าเหรอเจ็บขนาดนี้ นอนลง’ ชีวีกดไหล่คนเจ็บเบา ๆ ให้นอนลงที่เตียงตามเดิม ก่อนที่บาร์จะพูดเสริมให้เพื่อนสบายใจ
‘เตยโตแล้วนะ มึงไม่ไปรับน้องก็กลับได้ปะ’
‘น้องกลับได้ แต่กูดันย้ำกับเตยเมื่อเช้าว่าจะมารับอย่าไปไหนเพราะเตยปรับพื้นฐานวันสุดท้าย พรุ่งนี้หยุดตอนเย็นจะพาไปกินชาบู’ คนป่วยอธิบายยาวเหยียด พักหายใจแล้วพูดต่อทั้งที่เริ่มหอบเพราะร่างกายยังเจ็บ
‘ให้ไอ้ธารไปรับสิ ถามยอดเตยซ้อนมอ’ไซค์เป็นใช่ไหม เวลานี้ถ้าเป็นรถยนต์คงต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงมหา’ลัย มอ’ไซค์เร็วสุด’ พิทย์บอกออกไปหลังเดินจากโซฟามายืนที่ปลายเตียง
ทั้งพยักพเยิดหน้าหันไปทางธารที่นั่งอยู่ข้างเตียง คนถูกเสนอชื่อพอได้ยินแบบนั้นตวัดสายตามองพิทย์ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง เรียวคิ้วขมวดนิด ทั้งด่าเพื่อนในใจ ‘ไอ้พิทย์ ไอ้ฉลาดเอ๊ย’
‘ธาร มึงว่าไง ถ้ามึงไม่ไปให้คนอื่นไป หรือเอากุญแจรถมึงมาก็ได้เดี๋ยวไปรับเตยเอง จะได้เร็ว’ ชีวินฟังอยู่นานธารยังนิ่ง ไอ้คนเจ็บจะลุกจากเตียงอยู่รอมร่อ
“ไม่ค่ะ วาห์... วาห์สบายดี สบายมาก อยากเข้าห้องน้ำแล้วค่ะ”ชีวินหันมาเห็นใบหน้าเล็กที่ขึ้นสีระเรื่อแล้วมันก็เข้มขึ้นเรื่อย ๆ เกือบแดงก่ำ เขาคิดว่าอีกนิดเลือดกำเดาเธอคงไหล ถ้าหน้าจะแดงเลือดขึ้นหัวขนาดนี้ แล้วเขาก็รู้สาเหตุวิวาห์ลงจากเตียงด้วยความเร็วแต่ชีวินยังพยุงเธอ มือหนึ่งอีกมือจับเสาสายน้ำเกลือพาคนตัวเล็กเข้าห้องน้ำ พอถึงหน้าห้องน้ำวิวาห์กำลังจะเข้าไป เธอกลับต้องชะงักเมื่อชีวินสอดแขนทั้งสองข้างกอดรอบเอวบางจากทางด้านหลัง ทั้งโน้มตัวเกยคางลงไหล่มน พร้อมพูดออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา“ตรงนั้นพี่ที่ทำเธอเขินจนหน้าแดง ขอโทษด้วย”วิวาห์หันมองตามเสียง ใบหน้าทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ชีวินเองก็หันมาหาเธอ พอเห็นดวงตากลมโตที่มันกลิ้งกลอกไปมาไม่อยู่นิ่ง คนพี่กลั้นขำแทบไม่อยู่“มันดันแข็งเวลาอยู่กับวาห์”“พี่วิน มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอเคยเรียนมานะ เกี่ยวกับอวัยวะมนุษย์ทุกส่วน รวมถึงตรงนั้นของผู้ชาย ตอนเช้าที่เป็นแบบนั้นมันเป็นเรื่องปกติ“ก็รู้นี่ว่าเป็นเรื่องปกติ แล้วทำไมยังหน้าแดง หรือนึกถึงตอนที่มันจะเข้าไปอยู่ในตัว
หมอประจำเคสบอกกับญาติคนไข้ที่ดูกังวลไม่น้อย โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงหญิงสาวไม่ห่าง เขาไม่ละสายตาไปทางอื่นเลย ทำเพียงยืนมองคนหลับอยู่อย่างนั้นหลังจากบุรุษพยาบาลเข็นเตียงวิวาห์ไปยังห้องพัก ซึ่งเป็นชั้นบนสุดห้องพักพิเศษสำหรับคนไข้วีไอพี แน่นอนว่าเวียงพิงค์ต้องมีลงทุนเกี่ยวกับสุขภาพไว้แน่เพื่อตัวเองและครอบครัว“ตาวินพักสักหน่อยไหมลูก” เวียงพิงค์ที่เดินมาหาลูกชาย ชีวินเอาแต่นั่งข้างเตียงวิวาห์ไม่ห่าง“จริงสิ วินพักเถอะลูก น้องแค่หลับเดี๋ยวก็ตื่น” วันนาเองที่เห็นชีวินนั่งนิ่งไม่ขยับอยู่ไม่ห่างจากลูกสาวเธอมาหลายชั่วโมง รีบพูดบอกชายหนุ่ม“ผมไม่เป็นอะไร แม่กับน้าวันกลับบ้านไปพักเถอะครับ เดี๋ยวผมเฝ้าน้องเอง”“น้าว่า...”“ผมขอเฝ้าน้องได้ไหมครับ”วันนากำลังจะแย้งเพราะเธอเองเกรงใจ ทั้งอยากดูลูกด้วยแต่พอชีวินหันหน้ากลับมาหา ดูจากนัยน์ตาที่เป็นห่วงวิวาห์จริง ๆ เธอถึงพยักหน้ารับแม่ทั้งสองย้ำบอกให้เขาพักผ่อนบ้างแล้วจะรีบมาพรุ่งนี้ หรือมีอะไรด่วนให้โทร.หาทันที เวียงพิงค์ให้คนขับรถเอาเสื้อผ้ามาให้ลูกชายเปลี่ยน ชีวินอาบน้ำล้างเนื้อล้า
“คงงั้น”ชีวินยังนึกขำริมฝีปากหยักสวยตอนนี้มันยกขึ้นสูงกว่าทุกครั้ง จนขี้เกียจแกล้งแล้วถึงได้หันไปพยักพเยิดหน้าให้เธอกินต่อ แต่พอเห็นจานสลัดอยู่ตรงหน้าแล้วสิ่งที่วิวาห์ป้อนมันเป็นกุ้ง คิ้วหนากลับขมวด ใบหน้าชายหนุ่มที่ติดยิ้มตอนนี้เรียบนิ่ง รีบหันมองคนนั่งข้างวิวาห์ที่ตักอาหารเข้าปากไปแล้วพร้อมกำลังเคี้ยว ชีวินจับแขนเล็กเธอรั้งให้ขยับมาใกล้ตัวเขา ทั้งหยิบกระดาษทิชชูมารองไว้ใกล้ปากน้องเร็ว ๆ“วาห์กินไปกี่คำแล้ว คายออกมาก่อน”หญิงสาวเองก็ตกใจ จากเคี้ยวอยู่เธอหยุดนิ่งทั้งมองหน้าเขาด้วยความมึนงง“คายออกมา นั่นกุ้ง”พอได้ยินพี่พูดแบบนั้นวิวาห์รีบคายออกมาลงบนมือชีวินที่มีกระดาษทิชชูรองไว้ เอาออกจนหมด คนตัวโตกำแล้วทิ้งลงจานตัวเอง ก่อนจะหยิบทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดปากให้น้องแล้วมองสำรวจเธอทั้งตัว“รู้สึกยังไงบ้าง กินไปกี่คำ”สายตาเขาที่มองเธอไปทั่วตัว ผื่นยังไม่ขึ้นผิว ตามใบหน้าลำคอแขนสอง ข้างปกติดี แต่พอเงยหน้ามองน้อง น้ำตาเธอกับเอ่อคลอจวนจะไหล ตอนแรกก็ไม่เป็นไรพอเขาบอกเป็นกุ้งที่เธอเคยแพ้หนักจนเข้าขั้นเหมือนเป็นแพนิก“วาห์ วาห์ครับ
ไม่รู้เลยว่าเวียงพิงค์กับวันนาทั้งสองคนจะเป็นทองแผ่นเดียวกันเอง แล้วบริษัทก็เติบโตขึ้นทุกวันอย่างมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสาขาในประเทศและต่างประเทศ“วันทำไมเด็ก ๆ ยังไม่มาอีก”เวียงพิงค์ที่นั่งชะเง้อมองหาลูกชายกับลูกสะใภ้ตาวินไม่พาน้องมาสักที“นั่นน่ะสิ ป่านนี้แล้วด้วย”ทั้งสองแม่หันมาถามกันจู่ ๆ ดันได้ยินเสียงฮือฮามาตามทางเดิน เมื่อชีวินเข้างานมาพร้อมกับวิวาห์ที่สวยสะกดทุกสายตาชีวินที่หน้านิ่งเรียบกับวิวาห์ที่ยิ้มสดใส เหมือนต่างคนต่างมาแต่เพราะเธอเกาะแขนเขาอยู่ทุกคนถึงได้รู้ว่าทั้งคู่มาด้วยกัน“นั่นพี่ชีวินลูกป้าเวียงพิงค์นี่ เขามากับใครกัน ปีที่แล้วยังมากับแม่แค่สองคน”“นั่นน่ะสิ ปีนี้ว่าจะขายขนมจีบสักหน่อย เหมือนจะได้เก็บร้านตั้งแต่ยังไม่เริ่ม”“ผู้หญิงเดินมากับเขาสวยมาก ผิวขาวหน้าอินเตอร์สุด ๆ ใครกันนะ”“ลูกชายคุณเวียงควงสาวมาด้วย ว่าจะขอเป็นทองแผ่นเดียวกันเห็นทีคงต้องพับเก็บโครงการ”เสียงพูดของสาว ๆ ทั้งรุ่นลูกรุ่นแม่ดังตามทางที่ทั้งคู่เดิน วิวาห์ไม่ได้สนใจเธอยิ้มสดใสและเดินตรงไปที่โต๊ะแม่กับป้าเวียงนั่งรออย
“วาห์... จุ๊บ”วิวาห์พูดยังไม่จบคนตัวโตแนบจูบลงมาอีกครั้งเหมือนมันเขี้ยวเธอเต็มทน พอผละถอยยังใช้นิ้วหัวแม่มือกวาดเช็ดริมฝีปากบางแผ่วเบาเหมือนมันจะเลอะน้ำลายเขา มองสบในตากลมโตที่จ้องเขาตาปริบ ๆ ชีวินจับกรอบหน้าเล็กไว้พร้อมยื่นจมูกกดหอมลงหน้าผากมนเธอหนัก ๆ หนึ่งที“อย่าดื้ออีก อย่าให้ใครแตะตัวง่าย ๆ ถ้าไม่ใช่พี่”วิวาห์พยักหน้าให้เขาเร็ว ๆ ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ามอง คงมีไม่กี่ครั้งที่เธอเขินกัน ชีวินดึงชายเสื้อเธอลงให้เรียบร้อย ทั้งปลดล็อกยกเบาะขึ้นให้ตามเดิม ยังจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เธอด้วยไม่วายจับหัวน้องโยกไปมา ก่อนจะออกแรงรั้งแล้วหอมลงศีรษะเล็กผ่านกลุ่มผมนุ่มหนัก ๆ อีกที“ทำไมโดนพี่แตะตัวนิดเดียวหาเสียงตัวเองไม่เจอเลย” ยังจะมาถามกันได้ เขาทำจนเธอพูดไม่ออกบอกไม่ถูกทั้งหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด“แบบนี้ไม่เรียกแตะตัวแล้วค่ะ อีกนิดเดียวพี่วินก็จะกลืนวาห์ลงท้องไปแล้ว”ชีวินก้มหน้าพร้อมมุมปากที่ยกขึ้นนิด เธอกลับมาต่อล้อต่อเถียงได้แปลว่าปกติดี ชายหนุ่มไม่อยากให้หญิงสาวข้างกายกลัวสัมผัสจากเขา อยากค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงต
“พี่วินก้าวขายาวไปแล้วค่ะ วาห์เดินไม่ทัน เจ็บข้อเท้ากับข้อมือด้วย”เดินมาเกือบจะถึงรถอยู่แล้ว ได้ยินแบบนั้นคนตัวโตหยุดทันที รีบหันกลับมามองข้อมือข้อเท้าเธอเร็ว ๆมันแดงจริงด้วย พอเงยหน้ามองเจ้าตัวที่เธอไม่ยิ้มสดใสให้เขาเหมือนอย่างเคย ปากเล็กเม้มเข้าหากันแน่น คงเพราะเจ็บจริงอย่างที่เธอบอก คนมองกลับใจแป้วจนบีบเกร็งไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาจะอยากทำให้คนตรงหน้าเจ็บตัว“พี่...”“วาห์เจ็บ อุ้มวาห์ไปที่รถเลยนะ”ชีวินยังไม่ได้พูดอะไร วิวาห์เงยหน้ามองเขาที่เริ่มทำหน้าหงอยอย่างที่ไม่เคยเห็น เธอถึงได้ปรับอารมณ์จากโกรธเป็นแกล้งเขาแทน ใครจะอยากไปเห็นเขาหงอยกัน“อีกไม่กี่ก้าวก็ถึง รถจอดอยู่ตรงนี้” ชีวินพูดพร้อมพยักพเยิดหน้าให้ดูว่ารถจอดอยู่ไม่ไกล“วาห์เดินไม่ไหวนี่ พี่วินลากวาห์มาไม่ได้ดูเลยวาห์จะเจ็บหรือเปล่า ว้าย !!!”วิวาห์บ่นเขายาวเหยียดก่อนจะอุทานด้วยความตกใจ เมื่อคนตัวโตอุ้มเธอจริงแต่ไม่ใช่ท่าเจ้าสาวอย่างที่พระเอกนางเอกในละครอุ้มกัน ชีวินย่อตัวใช้แขนข้างหนึ่งช้อนสะโพกเธอขึ้น 
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ







