로그인“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์ พี่ทำได้แค่รอ”
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
พวกเธอถึงได้พากันกลับ เจินยังขับรถได้ดีพาทั้งสองสาวกลับคอนโดมิเนียมตัวเอง เจนนี่หลับไปแล้ววิวาห์ที่เอาแต่นิ่งเงียบ ธามรุ่นพี่หนุ่มยังขับรถตามมาส่ง เขาเองก็เป็นห่วงพอถึงทางเข้าคอนโดมิเนียมไฟหน้ารถกลับสาดส่องเห็นผู้ชายร่างสูงยืนกอดอกรออยู่“วาห์ นั่นพี่วิน”“อือ... เจินจอด เดี๋ยวเราตามขึ้นไป”“โอเคแน่นะ”“โอเคอยู่แล้ว นี่วาห์นะ”เธอไม่อยากให้เพื่อนคิดมากไปด้วย เขามารอคงมีเรื่องอยากคุย คุยก็คุยเธอก็อยากรู้ ส่วนรถธามที่วิ่งตามมาทำเพียงลดกระจกถามเธอ วิวาห์บอกไม่เป็นอะไร รุ่นพี่หนุ่มถึงได้ขับรถเข้าคอนโดมิเนียมช่วยเจินพยุงเจนนี่ขึ้นห้องวิวาห์เปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะ เพราะเธอใส่ส้นสูงไม่ไหวเจ็บข้อเท้าด้วย แต่ยังเดินมาหาเขาด้วยท่าทางที่พยายามปกติ“พี่วินมีอะไรคะ” หญิงสาวถามเขาน้ำเสียงที่พยายามให้มันปกติ คำนั้นยังดังในหัวเธอ“กลับ” ชีวินกอดอกมองคนตรงหน้านิ่ง เขาควรทำยังไง“กลับไปไหน”“บ้านไงหรือจะอยู่ที่นี่ รุ่นพี่เธออยู่นี่”“พี่ธามแค่มาส่ง”“งั้นก็กลับบ้าน”“บ้านใครคะ”“บ้านพี่”
“สาว ๆ มาแล้วเหรอ”พี่ธามเดินมาหาถึงด้านหน้าทั้งยิ้มหวานให้กับทุกคน วันนี้เขาอยู่ในชุดออลแบล็กสีดำทั้งตัวตัดกับผิวขาว ๆ ทั้งใบหน้าหล่อเหล่าของเขามาก สาวน้อยสาวใหญ่เห็นต่างมองตาม“พี่ธามเลี้ยงพวกเราจะไม่มาได้ไง เสียน้ำใจแย่เนอะ” เจนนี่ทั้งพูดทั้งยิ้มอย่างยินดี ยังหันไปหาเพื่อนอีกสองคน“ขอบคุณเจ้าภาพนะคะ” วิวาห์พูดเอ่ยแซวรุ่นพี่บ้างที่ใจป๋าขนาดนี้ อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าเขาชอบใครอยู่ในกลุ่มเพื่อนเธอชายหนุ่มหันไปสบตารุ่นน้องอีกคน เธอเอาแต่นิ่งเงียบทำเพียงยิ้มให้เขาเท่านั้น เป็นเจินที่ทำตัวไม่ถูก รุ่นพี่หนุ่มเอาแต่มองเธอไล้สายตาสำรวจขึ้นลงตั้งแต่หัวจดเท้า เท้าจดหัวอยู่ได้ เหมือนอย่างกับไม่พอใจชุดที่เธอใส่มาเพราะหน้าเขานิ่งแถมมองแล้วยังเมินไปทางอื่น อะไรของเขา“ไปนั่งกันมีเพื่อนพี่ด้วยนะ 2 คนหล่อมาก”พอทุกคนเดินไปถึงโต๊ะเป็นโซฟากำมะหยี่สีแดงรูปตัวยูแต่เป็นชุดเล็กเพราะคนน้อย ถ้าคนเยอะทางร้านมีชุดใหญ่หรือสามารถเสริมที่นั่งได้เพื่อนพี่ธามที่ว่าก็เป็นรุ่นพี่พวกเธอรู้จักกันดี สนิทกันด้วย พูดคุยกันง่ายนั่งดื่มได้ไม่นานวิวาห์ขอตัวเข้าห้อ
“เปล่า... รีบก็ไปเถอะ เดี๋ยวเขารอ”“มึงก็ดูรีบไม่ต่างกัน ต้องไปรับลูกที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ”ยอดตองแซวขึ้นบ้าง ใครใช้ให้มันทำตัวเหมือนพ่อสาวขนาดนั้น ไปรับไปส่งทุกวันอย่างกับลูกสาวตัวน้อย“ลูกบ้านมึงสิ”ยอดตองเห็นที ที่กวนคนนิ่งอย่างชีวินหลุดได้ก็ยิ้มหัวเราะอย่างพอใจ“อ๋อเมีย โทษทีลืม”พูดเย้าแหย่กวนกันเสร็จ ทุกคนก็แยกย้าย ก่อนไปยังนัดเจอกันที่ร้านเฮียบาร์เพื่อฉลองโพรเจกต์ผ่าน ดูท่าน่าจะไปไม่ครบ ธารไปหายอดเตยตั้งแต่อาจารย์บอกผ่านเรื่องโพรเจกต์ แต่มันรับปากจะตามเพื่อนไปที่ร้านอาจดึก ยอดตองก็ไปหาคู่หมั้นส่วนชีวินต้องไปรับวิวาห์ที่มหาวิทยาลัย ร้านเฮียบาร์คงมีเพียงเจ้าของร้าน ชีวิน พิทย์ และธาร แต่แค่นี้ก็เอาอยู่ สาวเดินผ่านโต๊ะทั้งคืนชีวินขับรถออกจากมหาวิทยาลัยตัวเองตรงไปยังมหาวิทยาลัยวิวาห์ เอื้อมมือกดต่อสายโทร.ออกเพื่อบอกจะไปรับ รอไม่นานเสียงหวาน ๆ ก็ดังขึ้น“ขาพี่วิน”พอได้ยินเสียงใสของน้อง คนพี่กลับกดยิ้มมุมปากอย่างนึกคิดถึง อยากเจอหน้าเร็ว ๆ เขากระแอมแก้เก้อ ถึงพูดออกไปด้ว
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ







