แชร์

ตอนที่ 7

ผู้เขียน: พิศสรา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-15 07:00:29

“วิวาห์ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ อันตรายมาก ขับแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”

“โอ๊ย... มามี้ขาเจ็บนะ”

“อย่ามาพูดดี”

วันนาตั้งสติได้รีบเดินมาบิดแขนเล็กขาวผ่องจนขึ้นแดงเป็นรอยนิ้วมือ หญิงสาวก้าวขาลงจากรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างได้รีบสวมกอดผู้เป็นแม่ไว้ ไม่ให้ตบตีบิดหยิกตัวเธอเอง

“ลูกแค่รีบมาตามที่แม่บอกแค่นั้นเองค่ะ”

ก็แม่เธอเองไม่ใช่หรือไงบอกให้เธอรีบมาที่บ้าน เพราะจะมีแขกคนสำคัญ

“ลูกสะใภ้แม่เหรอครับ”

ชีวีกระซิบเสียงแผ่วถามแม่ทันที บอกตรง ๆ เธอสวยและน่ารักแต่เห็นแค่ไม่กี่วินาที ทำไมดูต่างกันกับพี่เขาเหลือเกิน

“โอ๊ย” เป็นชีวีที่ร้องขึ้นบ้าง เพราะโดนแม่บีบแขนไม่เบานักเพื่อปรามลูกชายตัวดีปากเปราะ

“อะ... เอ่อ วัน วันไม่มีใครเป็นอะไรอย่าบ่นเลยนะ”

ชีวินชีวีมองหน้าผู้เป็นแม่ที่พูดออกไปด้วยรอยยิ้มแข็ง ๆ เจอแบบนี้เข้าไปคงตกใจไม่น้อย ใครล่ะเป็นคนพูดซะดิบดีว่า ‘น้องน่ารักเรียบร้อยมากนะ ทั้งอ่อนหวาน แบบบางน่าทะนุถนอมสุด ๆ’

“เวียง ตาวินตาวี อาต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้ตกใจ”

“ป้าเวียงสวัสดีค่ะ คิดถึงมาก ๆ เลย สบายดีนะคะ ฟอด~”

ตอนนี้ทุกคนกลับมาชะงักอีกครั้ง เมื่อสาวน้อยยกมือขึ้นไหว้สวัสดีเวียงพิงค์ไม่พอ ยังเดินมาสวมกอดผู้เป็นป้าไว้แน่น ทั้งหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่เหมือนสนิทกันมานมนาน

“สวัสดีค่ะพี่ชีวี”

พอผละถอยออกจากเวียงพิงค์ วิวาห์หันมายกมือไหว้สวัสดีทักทายชีวีที่ยืนข้างแม่เขา

“ครับ ครับ สวัสดีครับ” เจ้าตัวรีบยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน

ชีวีไม่เคยเจอผู้หญิงมือไวใจเร็วขนาดนี้มาก่อน จนทำให้นึกถึงคนที่เขาตามติด เธอนิ่งกว่ามากแถมยังพยายามถอยห่างจากกันอีก พอนึกถึงก็ยิ่งคิดถึง

จู่ ๆ สาวน้อยกลับเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าชีวิน เขาสูงกว่าเธอมาก หญิงสาวสูงเพียงช่วงไหล่เท่านั้น แถมยังมองกันด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทั้งใบหน้าดวงตายังไม่สั่นไหวขยับสักนิด มองแป๊บเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขามัน ‘เสือยิ้มยาก’ สีหน้าที่อ่านไม่ออกไม่บอกว่ารู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ เธอไม่ชอบเอามาก ๆ ยิ่งเขาไม่พูดมันยิ่งทำให้เธอกลัว เพราะคนไม่พูดเขาคิดอะไรในหัวอยู่ตลอดเวลา

ส่วนชีวินทำเพียงกดสายตามองต่ำ จ้องใบหน้ารูปไข่ที่เงยหน้ามองเขาอยู่ในระยะใกล้ พอชายหนุ่มจะถอยเพราะอยู่ใกล้เกินไป วิวาห์กลับทำให้คนที่ยืนรอบข้างต่างตกใจอ้าปากค้างรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้

“สวัสดีค่ะพี่ชีวิน... ฟอด~”

วิวาห์พูดพร้อมยกมือไหว้สวัสดีลงกลางอกข้างซ้ายของชีวิน ก่อนจะเขย่งปลายเท้าหอมแก้มชายหนุ่มไม่เบานัก คนโดนหอมคิ้วขมวดทันทีเมื่อโดนริมฝีปากนุ่มนิ่มกับจมูกโด่งรั้นของสาวตรงหน้าแตะตัว

ชีวีกะพริบตาปริบ ๆ พวกเขาหวงตัวแค่ไหนใครก็รู้ โดยเฉพาะชีวิน มันรักสะอาดมากไม่ค่อยให้ใครแตะตัวง่าย ๆ นอกจากแม่และกลุ่มเพื่อน แต่ตอนนี้ดันโดนสาวขับรถเครื่องพ่วงข้างแต่งตัวซิ่งหอมแก้ม

ชีวีรีบเขย่าแขนแม่เวียงพิงค์ให้รู้สึกตัวและรีบห้ามปราม ผู้เป็นแม่พอได้สติกะจะห้ามแต่เหมือนจะไม่ทันเมื่อชีวินพูดขึ้น

“เป็นผู้หญิงนิ่งกว่านี้หน่อยได้ไหม”

น้ำเสียงราบเรียบติดดุพูดบอกออกไป เขาอยากใช้คำที่แรงกว่านี้แต่เกรงใจน้าวันแม่ของเธอ ประโยคนี้ซอฟต์สุดแล้ว ในขณะที่วันนา แม่วิวาห์อ้าปากค้างทำหน้าเหมือนจะเป็นลม

“ทำไมคะ พี่วินเป็นคู่หมั้นวาห์นี่ สักหน่อยก็แต่งงานกัน ทำมากกว่านี้ยังได้”

คนตัวเล็กนอกจากจะไม่นิ่งไม่กลัวแล้ว ยังย่างก้าวเข้ามาใกล้จนชีวินต้องเป็นคนถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“วาห์ ยัยวาห์พอ... พอเลย... เลิกแกล้งพี่เขา เวียง ตาวินตาวี อย่าถือสาเลยนะ น้องติดวัฒนธรรมมาน่ะ ดื้อไปหน่อยขอโทษด้วยจริง ๆ”

“อะ... เอ่อ ไม่เป็นไรเลย หนูวาห์น่ารักมาก มาหาป้ามาลูก โตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นมากเลยนะเนี่ย”

“สวยพอจะเป็นเจ้าสาวพี่วิน เป็นลูกสะใภ้คนโตของป้าเวียงได้ไหมคะ”

คนพูดทั้งออดอ้อนทั้งกอดแขนเวียงพิงค์ แต่แม่เธอยืนกัดฟันกรอด บอกตรง ๆ ว่าอับอายผู้คนเหลือเกิน วิวาห์นะวิวาห์

“รุกหนัก รักแรงว่ะ” ชีวีถอยหลังมากระซิบข้างหูแฝดพี่ จนชีวินตวัดสายตามองแรงใส่พร้อมกระซิบตอบกลับบอกน้องไปให้...

“หุบปาก”

“เข้าบ้านกันเถอะเวียง พักสักหน่อยค่อยไปบ้านงาน มาลูกตาวินตาวี ส่วนวิวาห์ เอารถไปเก็บให้ดีแล้วรีบตามมา”

วันนารีบพูดตัดบทเดินมาจับแขนเวียงพิงค์ทั้งชวนชีวินชีวีเข้าบ้าน ก่อนจะหันไปสั่งลูกสาวที่อยู่ ๆ ก็ลุกมาทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้น ซึ่งปกติก็ดื้อจริงแต่ไม่ถึงขั้นนี้ ผีเข้าลูกสาวเธอหรือไงกัน

วิวาห์ยืนฉีกยิ้มกว้าง ทุกคนเดินเข้าบ้านจนเหลือคนสุดท้ายเป็นชีวิน เขาทำเพียงมองเธอด้วยหางตาแล้วเดินเข้าบ้านไป สาวน้อยที่ฉีกยิ้มกว้างอยู่กลับหุบฉับทันที

ปกติเธอก็ดื้อแต่ไม่เคยก๋ากั่นจนต้องหอมแก้มใครก่อน ถึงจะโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่หอมแก้มกันเป็นการทักทาย เธอก็ไม่ได้แตะตัวคนอื่นไปทั่ว หวงตัวเช่นกัน

แต่ที่ทำเพราะเขาเป็นคู่หมั้นเธอนี่ ได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบคนแตะตัว ไม่ชอบผู้หญิงก๋ากั่น ไม่ชอบคนดื้อรั้น สิ่งไหนที่เขาไม่ชอบเธอจะทำ คิดเพียงแค่นั้นหญิงสาวรีบเอารถไปเก็บแล้วเดินตามเข้าบ้านไป

ทุกคนเขามานั่งด้านในซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ ชั้นบนเป็นไม้ทรงไทยสวยงาม ชั้นล่างเป็นอิฐแข็งแรงทาทับด้วยสีขาวอ่อนนวลตา ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดกว้างขวาง 

เหมือนด้านหลังจะมีส่วนมะม่วงและทุ่งนาข้าว ส่วนรอบ ๆ ทั้งด้านหน้ามีผักสวนครัวปลูกไว้เต็มพื้นที่ มองไปทางไหนก็เขียวขจีสบายตา ระเบียงหน้าบ้านชั้นล่างมีชุดโต๊ะไม้สำหรับนั่งเล่นรับแขก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 14

    “พี่วินยิ้มหน่อยสิคะ”วิวาห์พาชีวินนั่งลงเสื่อที่ปูเตรียมไว้แล้วหันหน้ามามองเขาที่จะยิ้มก็ไม่ยิ้มดี ๆ“ยิ้มแล้ว”“ตรงไหนที่ว่ายิ้ม”หญิงสาวขยับหน้าเข้าไปใกล้ เป็นเขาที่ต้องผละถอยพร้อมยกมือดันหน้าผากเธอไว้“วิวาห์ ! คนเยอะ แล้วนี่ก็วัด”“วาห์แค่จะมองหน้าพี่วินเองค่ะ”“อยู่นิ่ง ๆ สิ”วิวาห์ฉีกยิ้มกว้างให้เขาก่อนจะหันไปพูดคุยกับยาย ๆ ที่นั่งข้าง พอเสร็จทั้งใส่บาตร กรวดน้ำรับพรพร้อมถวายปิ่นโตเรียบร้อย เวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมงมียาย ๆ นุ่งขาวห่มขาวนั่งสวดมนต์ทำวัตรเช้าไปด้วย ชายหนุ่มทำเพียงนั่งนิ่งไม่นานพระท่านฉันเสร็จแล้วเก็บปิ่นโตตามเดิม วิวาห์ชวนชีวินไปเก็บกลับมาให้คนอื่นด้วย เรียบร้อยแล้วทั้งคู่ถึงได้เดินออกจากศาลามาที่รถ สาวน้อยข้างกายยังยิ้มสดใสให้คนเดินผ่านและทักทาย ชีวินถือของเต็มมือมีวิวาห์เดินข้าง ๆ พอถึงรถเธอกลับหันหน้ามาหาเขา“พี่วินหิวไหมคะ” ใบหน้าอ่อนใสยิ้มกว้างถามเขา มันสายมากแล้วน่าจะหิว“อือ”“งั้นกลับบ้านเรากัน”วิวาห์พูดแค่นั้นขึ้นขับรถเครื่องพ่วงข้าง มีชีวินนั่งเป็น

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 13

    “วิวาห์ตื่นแล้วอยู่ในครัวกับแม่น่ะ ไปดูไหม พวกน้ากำลังทำกับข้าว”วันนาพูดทั้งยิ้มให้แล้วเดินไปทางครัว ชีวินเองก็เดินตามไป ไม่ยักรู้ว่ายัยสาวต่างบ้านต่างเมืองจะตื่นเช้าเป็นพอเดินมาถึงโซนครัวที่มีขนาดกว้างขวาง น้าวันกำลังวุ่นอยู่กับหม้อสองใบที่ตั้งอยู่บนเตาแก๊สมีควันลอยฟุ้ง ส่งกลิ่นหอมของอาหารเรียกน้ำย่อยจนท้องร้อง เมื่อวานพวกเขาไม่ได้กินข้าวเย็น กินเพียงก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ที่วิวาห์สั่งให้ช่วงบ่ายแก่ ๆเท่านั้นส่วนวิวาห์นั่งเช็ดปิ่นโตสีเงินลายสวยกับสีเหลืองไข่นวลตา ข้างเธอเป็นเวียงพิงค์ แม่ของเขาที่กำลังนั่งปอกผลไม้เรียงใส่ชั้นปิ่นโต“อ้าวตาวิน ตื่นแล้วเหรอ มาพอดี มาช่วยแม่ทำกับข้าวไปวัดสิลูก”เวียงพิงค์เงยหน้าจากมองลูกสะใภ้ หันมาเห็นลูกชายพอดีที่ยืนอยู่หน้าประตู รีบกวักมือเรียกวิวาห์มองตามถึงได้สบนัยน์ตาสีอ่อน คนตัวโตทิ้งสายตาไว้ที่เธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ นึกถึงเรื่องเมื่อวานที่ดื้อใส่เขา หญิงสาวพลันทำตัวไม่ถูก ใบหน้าอ่อนใสขึ้นสีระเรื่อนิดแต่ยังยิ้มแฉ่งส่งไปให้ ชีวินที่เห็นอย่างนั้นทำเพียงถอนหายใจยาวเหยียดเช่นเคย ทั้งเมินสายตาไปทาง

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 12

    “เธอแบกมาไม่ได้ถือ” เขาแค่อยากช่วยวิวาห์ยังดื้อจะถือให้ได้“ถือจะเมื่อยค่ะ เพราะต้องเดินไกล แบกจะช่วยซับแรงดีกว่า” ชีวินยังมองคนตรงหน้านิ่งทีเรื่องอย่างนี้ดันฉลาด“ไปตรงไหน”คร้านจะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว เพราะเขาที่ยกถุงปุ๋ยถือในมือเริ่มหนัก“ฝั่งโน้นค่ะ เราจะเริ่มใส่ตั้งแต่ฝั่งโน้นมาถึงตรงนี้”นิ้วเล็กชี้ไปชี้มาชีวินทำเพียงเดินตาม ทั้งสองคนช่วยกันใส่ปุ๋ยจนหมดถุงหลัก ๆ เป็นวิวาห์ทำ ชีวินยกถุงปุ๋ยตามเธอเท่านั้น เขาไม่ได้รังเกียจที่จะจับปุ๋ยคอก เพียงแต่คนหนึ่งยกคนหนึ่งตักปุ๋ยใส่ต้นมะม่วง ต่างคนต่างหน้าที่ก็ถูกแล้ว เขาถึงให้เธอเป็นคนทำพอใส่ปุ๋ยจนหมดถุงทั้งคู่หน้าตามอมแมมใช้ได้ วิวาห์พาชีวินเดินออกจากสวนมะม่วงลัดเลาะมาทางเดินที่เป็นคันนา มีต้นข้าวกำลังออกรวงเต็มที่ รอเวลาอีกไม่นานก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้เดินไปยังไม่ถึงไหนวิวาห์ดันร้องลั่นอย่างตื่นเต้น“ว้ายปลา ปลาค่ะพี่วิน”พูดไม่ทันจบชีวินไม่ทันหันมองตามเสียงเล็กที่บอกให้เขาดูปลาในทุ่งนา วิวาห์ดันกระโดดจากคันนาลงไปจับปลาที่มีน้ำขังเล็กน้อ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 11

    ทั้งสามคนนั่งทานก๋วยเตี๋ยวของตัวเอง มีชีวีกับวิวาห์ที่คุยกันตลอด บางทีก็วกวนมาหาชีวินเหมือนขอความเห็นแต่ไม่เคยได้คำตอบ เพราะเขาทำเพียงนิ่ง แต่ฟังและเก็บทุกรายละเอียดที่ทั้งสองคนคุยกันไว้หมด“อ้าววิวาห์อีหล่าคนงาม” เสียงเอ่ยทักทายหญิงสาวจากทางหน้าร้าน“น้องวาห์มากินก๋วยเตี๋ยวติหล่า”ชายหนุ่มสองคนทักทายสาวน้อยขึ้นด้วยภาษาท้องถิ่น พอทั้งสามคนที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ก่อนแล้วหันไปมองคนมาใหม่ซึ่งมีสามคนเช่นกัน แต่เอ่ยทักเพียงสองคน อีกคนทำเพียงยิ้มทักทายเท่านั้นหนุ่มเมืองกรุงเห็นหนุ่มบ้านนา ชีวินยังมองนิ่งแต่ชีวีอ้าปากค้างไปนิด ก่อนจะพูดออกไปแผ่วเบา“หล่อมาก”สามคนมาใหม่ตัวสูงใหญ่ทั้งใบหน้าหล่อคมเข้ม แต่งตัวสไตล์บ้าน ๆ เหมือนไปไร่ไปสวน เลี้ยงวัวในฟาร์ม แต่ยังคงความหล่อเหลาจากรูปร่างและใบหน้า เมื่อพวกเขาถอดหมวกและผ้าปิดหน้าออก“สวัสดีจ้ะพี่นาย พี่เก้า พี่แสง”วิวาห์เอ่ยทักทายกลับทั้งยิ้มให้ ไม่มีใครไม่รู้จักแก๊งสามหนุ่มหมู่บ้านโคนงามโคนเจริญนี้ พวกเขาฮอตมากแต่เหมือนจะไม่สนใจสาวไหนท

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 10

    “เออ แม่นอยู่ หมั้นกันแล้วกะส่ำผัวเมีย แต่งมื้อได๋อย่าลืมเอิ้นพวกแม่ ๆ เด้อนางเด้อ” (เออ ใช่ หมั้นกันแล้วก็เท่ากับเป็นผัวเป็นเมีย แต่งวันไหนอย่าลืมเรียกแม่ ๆ นะลูกนะ)ยายอีกคนพูดบอกอย่างเข้าใจและแสดงท่าทางยินดี ส่วนคนเปิดเรื่องยิ้มกว้างทั้งพยักหน้ารับทั้งส่ายหัวบอกออกไปเช่นกัน“จ้ะ ไม่ลืมแน่นอนจ้ะ”ชีวินที่มองเธอคุยกับยาย ๆ อยู่ได้แต่นั่งนิ่ง พูดเป็นตุเป็นตะ ใครจะไปแต่งงานกับเธอกันหลังจากเรื่องชุลมุนจบลงพิธียินดีกับบ่าวสาวกลับมาปกติ ผูกข้อไม้ข้อมืออวยพรเสร็จเรียบร้อย เจ้าภาพงานแต่งเชิญแขกแยกย้ายไปรับประทานอาหารร่วมกันรวมทั้งคนเมืองกรุงกับคนเมืองนอกที่ทำตัวนอกเมืองด้วยชีวินนั่งอยู่เก้าอี้พลาสติกสี่ขาสีแดง ด้านขวาเป็นเวียงพิงค์แม่ของเขานั่งอยู่ ส่วนอีกข้างปกติควรเป็นชีวี แต่ตอนนี้ไม่ปกติเพราะด้านซ้ายของเขากลับกลายเป็นยัยคุณหนูหลงทางนั่งข้าง ส่วนชีวีย้ายไปนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วมันก็กินอย่างเดียวไม่สนใจใครที่ชีวินเรียกวิวาห์ว่า ‘คุณหนูหลงทาง’ เพราะเธอทำตัวตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรจะเป็นอยู่บ่อยครั้งจนชายหนุ่มงงสับสนกับเ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 9

    “อิหล่าวิวาห์อีกแล้วติสู ลูกสาววันนาเป็นหมู่เจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วเด้อ เขาว่าเป็นหมู่เจ้าสาวเกิน 3 เทือ บ่ได้ผัวคัก ๆ” (หนูวิวาห์อีกแล้วเหรอ ลูกสาววันนาเป็นเพื่อนเจ้าสาวอีกแล้ว รอบนี้รอบที่ 4 แล้วนะ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกิน 3 ครั้งจะไม่ได้สามีนี่)ยายคนหนึ่งนั่งไม่ใกล้ไม่ไกลหรี่ตามองจ้องใบหน้าสาวน้อยลูกครึ่ง วันนาผู้เป็นแม่พาลูกสาวกลับจากต่างประเทศมาอยู่ที่ต่างจังหวัดได้ไม่นาน แต่วิวาห์เข้าพิธีสู่ขวัญเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้กับงานแต่งงานคนในหมู่บ้าน ทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงไปแล้ว รวมงานนี้เป็นครั้งที่สี่คนโบราณถือ ถ้าเป็นเพื่อนเจ้าสาวเกินสามครั้ง อาจจะไม่ได้แต่งงานมีสามี แต่นั่นก็เป็นเพียงคำพูดบอกต่อกันมาเท่านั้นส่วนวิวาห์สาวน้อยที่เป็นหัวข้อสนทนาทำเพียงฉีกยิ้มกว้าง เธอไม่ได้พูดอะไร เพราะการไม่มีสามีคือสิ่งที่เธอต้องการ ยิ่งตอนนี้ว่าที่สามีเธอยังมานั่งอยู่ในงานด้วย พอหันมาเห็นหน้าชีวินที่คิ้วเขาขมวดเป็นปมอยู่ ใบหน้ารูปไข่ยิ่งฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมส่งไปให้เห็นแบบนั้นคนพี่ยังทำแบบเดิมคือถอนหายใจแล้วเมินหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเขาต้องถอนหายใจกับเธ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 5

    ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 4

    “แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 3

    ‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ

  • ชีวินไม่ต้องมารัก   ตอนที่ 2

    “อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status