LOGIN“วิวาห์ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ อันตรายมาก ขับแบบนี้อยากตายมากใช่ไหม”
“โอ๊ย... มามี้ขาเจ็บนะ”
“อย่ามาพูดดี”
วันนาตั้งสติได้รีบเดินมาบิดแขนเล็กขาวผ่องจนขึ้นแดงเป็นรอยนิ้วมือ หญิงสาวก้าวขาลงจากรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างได้รีบสวมกอดผู้เป็นแม่ไว้ ไม่ให้ตบตีบิดหยิกตัวเธอเอง
“ลูกแค่รีบมาตามที่แม่บอกแค่นั้นเองค่ะ”
ก็แม่เธอเองไม่ใช่หรือไงบอกให้เธอรีบมาที่บ้าน เพราะจะมีแขกคนสำคัญ
“ลูกสะใภ้แม่เหรอครับ”
ชีวีกระซิบเสียงแผ่วถามแม่ทันที บอกตรง ๆ เธอสวยและน่ารักแต่เห็นแค่ไม่กี่วินาที ทำไมดูต่างกันกับพี่เขาเหลือเกิน
“โอ๊ย” เป็นชีวีที่ร้องขึ้นบ้าง เพราะโดนแม่บีบแขนไม่เบานักเพื่อปรามลูกชายตัวดีปากเปราะ
“อะ... เอ่อ วัน วันไม่มีใครเป็นอะไรอย่าบ่นเลยนะ”
ชีวินชีวีมองหน้าผู้เป็นแม่ที่พูดออกไปด้วยรอยยิ้มแข็ง ๆ เจอแบบนี้เข้าไปคงตกใจไม่น้อย ใครล่ะเป็นคนพูดซะดิบดีว่า ‘น้องน่ารักเรียบร้อยมากนะ ทั้งอ่อนหวาน แบบบางน่าทะนุถนอมสุด ๆ’
“เวียง ตาวินตาวี อาต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้ตกใจ”
“ป้าเวียงสวัสดีค่ะ คิดถึงมาก ๆ เลย สบายดีนะคะ ฟอด~”
ตอนนี้ทุกคนกลับมาชะงักอีกครั้ง เมื่อสาวน้อยยกมือขึ้นไหว้สวัสดีเวียงพิงค์ไม่พอ ยังเดินมาสวมกอดผู้เป็นป้าไว้แน่น ทั้งหอมแก้มนิ่มฟอดใหญ่เหมือนสนิทกันมานมนาน
“สวัสดีค่ะพี่ชีวี”
พอผละถอยออกจากเวียงพิงค์ วิวาห์หันมายกมือไหว้สวัสดีทักทายชีวีที่ยืนข้างแม่เขา
“ครับ ครับ สวัสดีครับ” เจ้าตัวรีบยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน
ชีวีไม่เคยเจอผู้หญิงมือไวใจเร็วขนาดนี้มาก่อน จนทำให้นึกถึงคนที่เขาตามติด เธอนิ่งกว่ามากแถมยังพยายามถอยห่างจากกันอีก พอนึกถึงก็ยิ่งคิดถึง
จู่ ๆ สาวน้อยกลับเดินตรงไปหยุดอยู่ตรงหน้าชีวิน เขาสูงกว่าเธอมาก หญิงสาวสูงเพียงช่วงไหล่เท่านั้น แถมยังมองกันด้วยสายตาเรียบนิ่ง ทั้งใบหน้าดวงตายังไม่สั่นไหวขยับสักนิด มองแป๊บเดียวเธอก็รู้แล้วว่าเขามัน ‘เสือยิ้มยาก’ สีหน้าที่อ่านไม่ออกไม่บอกว่ารู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ เธอไม่ชอบเอามาก ๆ ยิ่งเขาไม่พูดมันยิ่งทำให้เธอกลัว เพราะคนไม่พูดเขาคิดอะไรในหัวอยู่ตลอดเวลา
ส่วนชีวินทำเพียงกดสายตามองต่ำ จ้องใบหน้ารูปไข่ที่เงยหน้ามองเขาอยู่ในระยะใกล้ พอชายหนุ่มจะถอยเพราะอยู่ใกล้เกินไป วิวาห์กลับทำให้คนที่ยืนรอบข้างต่างตกใจอ้าปากค้างรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้
“สวัสดีค่ะพี่ชีวิน... ฟอด~”
วิวาห์พูดพร้อมยกมือไหว้สวัสดีลงกลางอกข้างซ้ายของชีวิน ก่อนจะเขย่งปลายเท้าหอมแก้มชายหนุ่มไม่เบานัก คนโดนหอมคิ้วขมวดทันทีเมื่อโดนริมฝีปากนุ่มนิ่มกับจมูกโด่งรั้นของสาวตรงหน้าแตะตัว
ชีวีกะพริบตาปริบ ๆ พวกเขาหวงตัวแค่ไหนใครก็รู้ โดยเฉพาะชีวิน มันรักสะอาดมากไม่ค่อยให้ใครแตะตัวง่าย ๆ นอกจากแม่และกลุ่มเพื่อน แต่ตอนนี้ดันโดนสาวขับรถเครื่องพ่วงข้างแต่งตัวซิ่งหอมแก้ม
ชีวีรีบเขย่าแขนแม่เวียงพิงค์ให้รู้สึกตัวและรีบห้ามปราม ผู้เป็นแม่พอได้สติกะจะห้ามแต่เหมือนจะไม่ทันเมื่อชีวินพูดขึ้น
“เป็นผู้หญิงนิ่งกว่านี้หน่อยได้ไหม”
น้ำเสียงราบเรียบติดดุพูดบอกออกไป เขาอยากใช้คำที่แรงกว่านี้แต่เกรงใจน้าวันแม่ของเธอ ประโยคนี้ซอฟต์สุดแล้ว ในขณะที่วันนา แม่วิวาห์อ้าปากค้างทำหน้าเหมือนจะเป็นลม
“ทำไมคะ พี่วินเป็นคู่หมั้นวาห์นี่ สักหน่อยก็แต่งงานกัน ทำมากกว่านี้ยังได้”
คนตัวเล็กนอกจากจะไม่นิ่งไม่กลัวแล้ว ยังย่างก้าวเข้ามาใกล้จนชีวินต้องเป็นคนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“วาห์ ยัยวาห์พอ... พอเลย... เลิกแกล้งพี่เขา เวียง ตาวินตาวี อย่าถือสาเลยนะ น้องติดวัฒนธรรมมาน่ะ ดื้อไปหน่อยขอโทษด้วยจริง ๆ”
“อะ... เอ่อ ไม่เป็นไรเลย หนูวาห์น่ารักมาก มาหาป้ามาลูก โตเป็นสาวแล้วสวยขึ้นมากเลยนะเนี่ย”
“สวยพอจะเป็นเจ้าสาวพี่วิน เป็นลูกสะใภ้คนโตของป้าเวียงได้ไหมคะ”
คนพูดทั้งออดอ้อนทั้งกอดแขนเวียงพิงค์ แต่แม่เธอยืนกัดฟันกรอด บอกตรง ๆ ว่าอับอายผู้คนเหลือเกิน วิวาห์นะวิวาห์
“รุกหนัก รักแรงว่ะ” ชีวีถอยหลังมากระซิบข้างหูแฝดพี่ จนชีวินตวัดสายตามองแรงใส่พร้อมกระซิบตอบกลับบอกน้องไปให้...
“หุบปาก”
“เข้าบ้านกันเถอะเวียง พักสักหน่อยค่อยไปบ้านงาน มาลูกตาวินตาวี ส่วนวิวาห์ เอารถไปเก็บให้ดีแล้วรีบตามมา”
วันนารีบพูดตัดบทเดินมาจับแขนเวียงพิงค์ทั้งชวนชีวินชีวีเข้าบ้าน ก่อนจะหันไปสั่งลูกสาวที่อยู่ ๆ ก็ลุกมาทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้น ซึ่งปกติก็ดื้อจริงแต่ไม่ถึงขั้นนี้ ผีเข้าลูกสาวเธอหรือไงกัน
วิวาห์ยืนฉีกยิ้มกว้าง ทุกคนเดินเข้าบ้านจนเหลือคนสุดท้ายเป็นชีวิน เขาทำเพียงมองเธอด้วยหางตาแล้วเดินเข้าบ้านไป สาวน้อยที่ฉีกยิ้มกว้างอยู่กลับหุบฉับทันที
ปกติเธอก็ดื้อแต่ไม่เคยก๋ากั่นจนต้องหอมแก้มใครก่อน ถึงจะโตมาท่ามกลางวัฒนธรรมที่หอมแก้มกันเป็นการทักทาย เธอก็ไม่ได้แตะตัวคนอื่นไปทั่ว หวงตัวเช่นกัน
แต่ที่ทำเพราะเขาเป็นคู่หมั้นเธอนี่ ได้ยินมาว่าเขาไม่ชอบคนแตะตัว ไม่ชอบผู้หญิงก๋ากั่น ไม่ชอบคนดื้อรั้น สิ่งไหนที่เขาไม่ชอบเธอจะทำ คิดเพียงแค่นั้นหญิงสาวรีบเอารถไปเก็บแล้วเดินตามเข้าบ้านไป
ทุกคนเขามานั่งด้านในซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ ชั้นบนเป็นไม้ทรงไทยสวยงาม ชั้นล่างเป็นอิฐแข็งแรงทาทับด้วยสีขาวอ่อนนวลตา ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดกว้างขวาง
เหมือนด้านหลังจะมีส่วนมะม่วงและทุ่งนาข้าว ส่วนรอบ ๆ ทั้งด้านหน้ามีผักสวนครัวปลูกไว้เต็มพื้นที่ มองไปทางไหนก็เขียวขจีสบายตา ระเบียงหน้าบ้านชั้นล่างมีชุดโต๊ะไม้สำหรับนั่งเล่นรับแขก
“อื้อ” ชีวินจูบปากเล็กอีกครั้ง มือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบจากแผ่วเบาเป็นหนักมือ ทั้งขยับใบหน้าลงหายอดอกป้อนนมเธอเข้าปากตัวเองไปหญิงสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวามยอดอกทั้งสองข้างถูกเขาดูดดึงไปมาถี่รัวจนรู้สึกเสียวซ่านชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำยกเรียวขาสวยแยกออกมองความเป็นเธอที่ฉ่ำน้ำ เขาไม่รอแล้ว คิดพร้อมโน้มตัวยื่นหน้าจูบเนินน้อยแผ่วเบา ลากนิ้วเรียวยาวลงตามรอยแยกสวย ตามมาด้วยลิ้นร้อนสัมผัสจุดอ่อนไหวเขาใช้ทั้งมือทั้งปาก นิ้วแกร่งสองนิ้วที่เข้าออก พร้อมเรียวลิ้นตวัดปุ่มกระสัน บางที่ยังห่อปากดูดดึงจนเกินเสียงหยาบโลน“พี่วิน อื้อ”ถ้าวิวาห์เรียกเขาแปลว่าถึงจุดและตรงนั้นควรซ้ำทำต่อ คนปรนเปรอใช้ทั้งนิ้วทั้งปากเล่นงานจุดอ่อนไหว นิ้วเขาเริ่มขยับกระแทกเข้าออกจากเร็วเป็นรัว อีกมือที่ยื่นขึ้นไปบีบหน้าอกนุ่มนิ่มจนปริออกตามซอกนิ้ว“อ๊ะ พี่วินพอ พอก่อนค่ะ วาห์จะเสร็จ”หญิงสาวร้องลั่นเธอเสียวมาก มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายอารมณ์ที่มากล้นชีวินทำจนน้ำหวานไหลทะลักออกมาเป็นสายให้เขาเห็น“อื้อ พี่วิน” วิวาห์ถึงกับร้องขึ้นมาอ
“เอากูไปหาหมอที”“อะไรอีก” พิทย์ถามขึ้นทั้งทำหน้างง“น้ำตาลในเลือดกูสูงก็วันนี้”เฮียบาร์พูดขึ้นก่อนใครเพื่อน เขามองชีวินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครที่บอกว่ามันยิ้มยากหวงตัวขอเถียงขาดใจ กับคนอื่นน่ะใช่ ยกเว้นกับวิวาห์“ตากูก็เริ่มมัวแล้วด้วย”“เพราะ”“เบาหวานขึ้นตา ไอ้บ้า กูเขิน” ธารพูดขึ้นบ้าง บอกตรง คันหัวใจ นึกถึงตัวเองกับยอดเตยเลย“มึงพึ่งหมั้นไปแบบนี้เปี๊ยบ”“จับขากูดูสิ ข้างนี้ยังเหลืออยู่ไหม”“ยังมี”“โล่งใจ หวานเกินพ่อหนุ่ม หวานแบบตัดขาเพื่อน ตัดขาแขกทั้งงานแล้ว”ยอดตองกับชีวีที่เล่นตบมุกมาเป็นคู่สุดท้ายทำเอาแขกในงานต่างพากันหัวเราะยินดี บางคนขำจนท้องแข็งให้กับกลุ่มเพื่อนฝ่ายชายวิวาห์ยังฉีกยิ้มกว้างนั่งข้างคู่หมั้นเธอ มีชีวินที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อน เวียงพิงค์กับวันนานั่งจับมือกันทั้งเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ ส่วนชอนพ่อของหญิงสาวทำเพียงนั่งยิ้มมองลูกทั้งสองคนตรงหน้าอย่างยินดีพิธีสวมแหวนเสร็จสิ้นแขกผู้ใหญ่ต่างยินดีกับทั้งคู่รวมถึงเจน
เวลาเลยผ่าน ชีวินขึ้นมัธยมปลายอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มขอมาเจอวิวาห์ ชอนยังหวงลูกสาวอยู่เพราะเธอยังเด็กและอยู่ในช่วงวัย เขาถึงบอกให้ชีวินรออีกนิดยามที่วิวาห์เรียนมหาวิทยาลัย เขาจะส่งเธอมาไทยแล้วทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่ถ้ารักกันด้วยใจของตัวเองไม่ใช่เพราะพ่อแม่สนิทกัน ชอนยินดีจะปล่อยมือลูกสาวให้กับชีวิน เขารู้ทำแบบนี้เห็นแก่ตัว แต่ชายวัยกลางคนบอกชายหนุ่มรุ่นลูกไปหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถามชีวินเป็นเชิงแซวทั้งสอนไปในตัวเรื่องความรักว่า ชีวินไม่จำเป็นต้องรอวิวาห์ เขาสามารถรักคนที่เขาอยากรักได้เลยแต่ชีวินกลับตอบชอนกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ‘ผมจะรอเธอ’ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งวันนาและเวียงพิงค์ ชีวีเองคงมีระแคะระคายบ้างเพราะอยู่ด้วยกันตลอดชีวินไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาเอาแต่รอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้โตพอจะเป็นคนรักของเขาได้ ชายหนุ่มเลยไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัวล็อกห้องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซะส่วนใหญ่ ปิดใจและไม่ให้ใครเข้าใกล้ตนเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวรอเธอจริง ๆเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะเข้าใจผิดกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอรู้ ชอนเ
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“เฮ้ย !”“อะไร ตกใจหมด”นั่งกันอยู่ดี ๆ ชีวีอุทานขึ้นเสียงดัง ทั้งที่ก่อนหน้ามันนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดีจนแฝดพี่อย่างชีวินต้องถามออกไป เพราะตอนนี้พวกเรานั่งในห้องสำหรับทำโพรเจกต์จบชีวิน ชีวี แฝดประจำกลุ่มแก๊งหนุ่มหล่อวิศวะไฟฟ้าปีสี่ที่สาว ๆ ตั้งให้ ใครต่อใครต่างบอกทั้งสองคนเหมือนกันสมกับเป็นแ







