LOGIN“เวียงนั่งก่อน มาเหนื่อย ๆ พักสักหน่อยเดี๋ยวค่อยไปบ้านงานแต่งกัน” เจ้าของบ้านพาเพื่อนมานั่งลงที่ชุดเก้าอี้ไม้สักทองขนาดใหญ่ภายในตัวบ้าน
“ไม่เป็นไร ไม่ได้เหนื่อยอะไรมากเลย ดีใจซะด้วยซ้ำที่ได้เจอวันและหนูวาห์ ทั้งจะได้เจอเพื่อนรุ่นเราที่ไม่ได้พบกันมานาน”
เวียงพิงค์พูดไปยิ้มไป สองมือยังกุมมือเพื่อนไม่ยอมปล่อย เธอดีใจจริง ๆ ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
หลังจากวันนาคลอดลูกได้ไม่นานก็ต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศ ด้วยธุรกิจที่ทำอยู่ร่วมกันกับครอบครัวสามีเธอเอง พอไปอยู่ที่นู่นก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนักช่วงแรก เพราะเริ่มต้นใหม่อะไรก็ดูยากและยังไม่ลงตัวไปหมด
แต่พอเด็ก ๆ โตขึ้นทั้งวันนาและเวียงพิงค์ถึงได้ติดต่อกันมากกันพูดคุยกันบ่อย ตอนเวียงพิงค์เสียสามีหัวหน้าครอบครัวไป ครอบครัวของวันนาก็มาแต่วิวาห์ไม่ได้มาเพราะติดอะไรหลาย ๆ อย่าง
ปัจจุบันงานบริษัทสาขาที่ต่างประเทศกลายเป็นชอนสามีวันนาเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วนสาขาในประเทศเป็นเวียงพิงค์และลูกชายดูแล
ระหว่างที่ผู้ใหญ่สองคนพูดคุยซักถามกัน ชีวินชีวีเองก็นั่งฟังและมองรอบตัวบ้านไปพลาง ๆ จู่ ๆ ลูกสาวเจ้าของบ้านก็มาหย่อนก้นนั่งลงข้างชีวิน เอาชนิดที่ว่าเกือบเกยตูดข้างหนึ่งนั่งบนตักเขา เธอยังเงยหน้ามองกันก่อนจะฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้อีก
ชีวินทำเพียงมองนิ่ง ๆ อยากนั่งก็นั่ง บ้านเธอนี่ ต่อให้ไล่ให้ถอยไป ใช่ว่าเธอจะฟังเขาซะที่ไหนดูจากเหตุการณ์ก่อนหน้า รับมือยากแน่ ๆ
“ยัยวาห์มานี่”
วันนากวักมือเรียกลูกสาวให้มานั่งข้างตัวเอง ผู้ชายเขากลัวลูกเธอหมดแล้ว
“มามี้ขาจะสายแล้วนะ เลิกบ่นก่อนได้ไหมคะ”
“เออใช่ จริงด้วย วิวาห์พาพี่สองคนไปดูห้องที่เตรียมไว้นะ แม่จะพาป้าเวียงไปเปลี่ยนชุด”
“ได้ค่ะ พี่วินพี่วีเชิญทางนี้ค่ะ”
สาวน้อยพูดไปด้วยยิ้มไปด้วย ชีวีมองเธออย่างนึกเอ็นดูพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร พอดวงตากลมโตหันมองแฝดพี่ วิวาห์กลับทั้งยิ้มทั้งขยิบตาใส่เขา ชีวินถอนหายใจพร้อมเมินหน้าหนี ส่ายหัวนิดคิดในใจ ‘จะแพรวพราวไปถึงไหนกันแม่คุณ’
สองหนุ่มเดินตามลูกสาวเจ้าของบ้านมาถึงห้องพักที่เตรียมไว้สำหรับแขก
“นี่ห้องนอนค่ะ พร้อมห้องน้ำในตัว ถ้าไม่ทันใช้ ใช้ห้องน้ำด้านนอกได้นะคะ”
“ขอบใจนะน้องวาห์”
ชีวีบอกเธอพร้อมยิ้มให้สาวน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องไป พอชีวินกำลังจะเดินตามแฝดน้อง วิวาห์ดันพูดดักเขาเข้าซะก่อน
“พี่วินส่วนห้องนั้น... เห็นไหมคะ”
ชีวินมองตามนิ้วเล็กกำลังชี้ไปอีกห้องที่อยู่ถัดไป เขาพยักหน้ารับง่าย ๆ เป็นเชิงบอกว่าเห็นคิดว่าเจ้าของบ้านคงบอกเป็นห้องใช้สอยทั่วไป
“ห้องนั้นเป็นห้องนอนวาห์เองค่ะ”
ชีวินที่มองตามนิ้วเล็กชี้บอกห้องอยู่รีบหันกลับมาทันทีพร้อมสีหน้าเรียบนิ่ง วิวาห์ยังมายิ้มแฉ่งใส่เขาหน้าซื่อตาใส ชายหนุ่มถอนหายใจใส่หนึ่งทีแล้วเดินเข้าห้องไป คร้านจะพูดด้วยแล้ว
พอหันกลับมาจะปิดประตู ยัยดื้อนี่ยังทำท่ายกนิ้วชี้สองข้างจิ้มเข้าหากัน ทั้งทำหน้าเขินอายใส่เขา ‘เออพูดเองเขินเอง’ คนเป็นพี่ปิดประตูใส่หน้าน้องไม่เบานัก
ชีวินชีวีพาเวียงพิงค์ผู้เป็นแม่มาทำธุระต่างจังหวัด นั่นก็คืองานแต่งลูกสาวเพื่อนแม่ ซึ่งสนิทกันมานาน มางานแต่งพอเข้าใจอย่างมากก็เป็นแค่แขก แต่ชีวินกลับถูกจับให้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว เพราะคนที่ถูกวางตัวไว้ดันดื่มหนักเมาไม่ได้สติเพื่อฉลองให้เพื่อนซึ่งเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้
ชีวินถูกไหว้วานจากแม่เขาและแม่เจ้าสาว เพราะเวลานี้หาเพื่อนเจ้าบ่าวไม่ทันแล้ว เวียงพิงค์ขอให้ลูกชายช่วยอีกแรง ชีวินที่ไม่ขัดใจแม่อยู่แล้วถึงได้ตกลงรับปากไป
แต่ผู้หลักผู้ใหญ่คนในหมู่บ้านนี้ต่างบอกว่า ‘คนที่จะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้ ครอบครัวต้องเพียบพร้อมสมบูรณ์พ่อแม่อยู่ครบ’ ซึ่งชีวินขาดพ่อมีแต่เวียงพิงค์ผู้เป็นแม่เท่านั้น
แม่เจ้าสาวกลับบอกว่าไม่ถือทั้งพูดให้ผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานได้เข้าใจและรับรู้ว่า ‘เจ้าบ่าวก็ไม่มีพ่อมีเพียงแม่เช่นกันถ้าชีวิตลูก ๆ หลังแต่งงานอยู่กินกันไปแล้วไม่รอดคงไม่ใช่ความผิดของเพื่อนเจ้าบ่าว’
สรุปแล้วคนในหมู่บ้านก็ไม่ถือสาเห็นด้วยและเอาตามที่เจ้าภาพสะดวก เพราะใกล้จะได้ฤกษ์เข้าพิธี ชีวินเห็นแบบนั้นก็จำยอม เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว
งานแต่งงานจัดขึ้นเรียบง่ายเหมือนงานท้องถิ่นทั่วไป นั่งที่พื้นปูเสื่อมีพรม ตรงกลางมีพานบายศรีทำจากใบตองแซมด้วยดอกไม้เล็ก ๆ สีขาวสวยงามอย่างประณีต
แขกผู้ใหญ่ผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้าน ทั้งญาติสนิทต่างนั่งรายล้อมเต็มพื้นที่ เจ้าบ่าวเจ้าสาวสวมชุดแต่งงานผ้าไหมสีขาวตัดแดงสวยงาม ส่วนชีวินเขาถูกเปลี่ยนมาอยู่ในชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเช่นกัน สวมเพียงเสื้อไหมสีขาวแขนสั้น มีผ้าสีแดงอีกผืนพาดไหล่ไว้ ยังสวมกางเกงยีนตัวเองเช่นเดิม
พอถึงเวลาได้ฤกษ์งามยามดีอย่างที่ผู้ใหญ่บอก ชีวินนั่งอยู่กลางวงกับเจ้าบ่าว เราสองคนแทบไม่รู้จักกัน ทำเพียงนั่งข้างกันยิ้มทักทายตามมารยาทเท่านั้น
พอได้ยินคนส่งเสียงร้องเรียกเจ้าสาวให้ออกมา ชีวินมองตามสายตาทุกคู่ปกติ เห็นเจ้าสาวอยู่ในชุดแต่งงานไทยอีสานเรียบง่ายและเป็นเอกลักษณ์ ชุดคล้ายเจ้าบ่าวสีขาวตัดแดง แต่เป็นผ้าถุงทำจากผ้าไหมสวยงาม
ทุกคนต่างชมว่าเธอสวย ก็ต้องสวยอยู่แล้วเป็นเจ้าสาวนี่ พอคนได้รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวอย่างชีวินกำลังจะหันหน้ามองไปทางอื่น กลับสบเข้ากับนัยน์ตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม เธอเดินตามหลังมาแล้วนั่งลงข้างเจ้าสาว
วิวาห์อยู่ในชุดคล้ายเจ้าสาวเสื้อไหมสีขาวแขนสั้น มีผ้าผืนเล็กลวดลายสวยงามพาดไหล่เธอไว้พร้อมสวมผ้าถุงสีแดงเข้ม จากผมที่ถักเปียสองข้างตอนนี้ถูกรวบมัดไว้เรียบง่ายเปิดวงหน้ารูปไข่อ่อนใสแต่งแต้มนิด จนคนมองแทบไม่กะพริบตา
“อื้อ” ชีวินจูบปากเล็กอีกครั้ง มือสองข้างบีบคลึงเต้าอวบจากแผ่วเบาเป็นหนักมือ ทั้งขยับใบหน้าลงหายอดอกป้อนนมเธอเข้าปากตัวเองไปหญิงสาวบิดเร่าด้วยความวาบหวามยอดอกทั้งสองข้างถูกเขาดูดดึงไปมาถี่รัวจนรู้สึกเสียวซ่านชายหนุ่มเลื่อนลงต่ำยกเรียวขาสวยแยกออกมองความเป็นเธอที่ฉ่ำน้ำ เขาไม่รอแล้ว คิดพร้อมโน้มตัวยื่นหน้าจูบเนินน้อยแผ่วเบา ลากนิ้วเรียวยาวลงตามรอยแยกสวย ตามมาด้วยลิ้นร้อนสัมผัสจุดอ่อนไหวเขาใช้ทั้งมือทั้งปาก นิ้วแกร่งสองนิ้วที่เข้าออก พร้อมเรียวลิ้นตวัดปุ่มกระสัน บางที่ยังห่อปากดูดดึงจนเกินเสียงหยาบโลน“พี่วิน อื้อ”ถ้าวิวาห์เรียกเขาแปลว่าถึงจุดและตรงนั้นควรซ้ำทำต่อ คนปรนเปรอใช้ทั้งนิ้วทั้งปากเล่นงานจุดอ่อนไหว นิ้วเขาเริ่มขยับกระแทกเข้าออกจากเร็วเป็นรัว อีกมือที่ยื่นขึ้นไปบีบหน้าอกนุ่มนิ่มจนปริออกตามซอกนิ้ว“อ๊ะ พี่วินพอ พอก่อนค่ะ วาห์จะเสร็จ”หญิงสาวร้องลั่นเธอเสียวมาก มือเล็กกำผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายอารมณ์ที่มากล้นชีวินทำจนน้ำหวานไหลทะลักออกมาเป็นสายให้เขาเห็น“อื้อ พี่วิน” วิวาห์ถึงกับร้องขึ้นมาอ
“เอากูไปหาหมอที”“อะไรอีก” พิทย์ถามขึ้นทั้งทำหน้างง“น้ำตาลในเลือดกูสูงก็วันนี้”เฮียบาร์พูดขึ้นก่อนใครเพื่อน เขามองชีวินไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ใครที่บอกว่ามันยิ้มยากหวงตัวขอเถียงขาดใจ กับคนอื่นน่ะใช่ ยกเว้นกับวิวาห์“ตากูก็เริ่มมัวแล้วด้วย”“เพราะ”“เบาหวานขึ้นตา ไอ้บ้า กูเขิน” ธารพูดขึ้นบ้าง บอกตรง คันหัวใจ นึกถึงตัวเองกับยอดเตยเลย“มึงพึ่งหมั้นไปแบบนี้เปี๊ยบ”“จับขากูดูสิ ข้างนี้ยังเหลืออยู่ไหม”“ยังมี”“โล่งใจ หวานเกินพ่อหนุ่ม หวานแบบตัดขาเพื่อน ตัดขาแขกทั้งงานแล้ว”ยอดตองกับชีวีที่เล่นตบมุกมาเป็นคู่สุดท้ายทำเอาแขกในงานต่างพากันหัวเราะยินดี บางคนขำจนท้องแข็งให้กับกลุ่มเพื่อนฝ่ายชายวิวาห์ยังฉีกยิ้มกว้างนั่งข้างคู่หมั้นเธอ มีชีวินที่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เพื่อน เวียงพิงค์กับวันนานั่งจับมือกันทั้งเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอ ส่วนชอนพ่อของหญิงสาวทำเพียงนั่งยิ้มมองลูกทั้งสองคนตรงหน้าอย่างยินดีพิธีสวมแหวนเสร็จสิ้นแขกผู้ใหญ่ต่างยินดีกับทั้งคู่รวมถึงเจน
เวลาเลยผ่าน ชีวินขึ้นมัธยมปลายอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่มขอมาเจอวิวาห์ ชอนยังหวงลูกสาวอยู่เพราะเธอยังเด็กและอยู่ในช่วงวัย เขาถึงบอกให้ชีวินรออีกนิดยามที่วิวาห์เรียนมหาวิทยาลัย เขาจะส่งเธอมาไทยแล้วทั้งสองคนจะได้ทำความรู้จักกัน และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งคู่ถ้ารักกันด้วยใจของตัวเองไม่ใช่เพราะพ่อแม่สนิทกัน ชอนยินดีจะปล่อยมือลูกสาวให้กับชีวิน เขารู้ทำแบบนี้เห็นแก่ตัว แต่ชายวัยกลางคนบอกชายหนุ่มรุ่นลูกไปหลายต่อหลายครั้ง ทั้งถามชีวินเป็นเชิงแซวทั้งสอนไปในตัวเรื่องความรักว่า ชีวินไม่จำเป็นต้องรอวิวาห์ เขาสามารถรักคนที่เขาอยากรักได้เลยแต่ชีวินกลับตอบชอนกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง ‘ผมจะรอเธอ’ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้เลยแม้กระทั่งวันนาและเวียงพิงค์ ชีวีเองคงมีระแคะระคายบ้างเพราะอยู่ด้วยกันตลอดชีวินไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เขาเอาแต่รอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งให้โตพอจะเป็นคนรักของเขาได้ ชายหนุ่มเลยไม่ค่อยพูดกับใคร เก็บตัวล็อกห้องอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวซะส่วนใหญ่ ปิดใจและไม่ให้ใครเข้าใกล้ตนเพื่อรักษาเนื้อรักษาตัวรอเธอจริง ๆเรื่องที่ทั้งคู่ทะเลาะเข้าใจผิดกันผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพอรู้ ชอนเ
“พี่อยากเจอวาห์มาก ทั้งกลัววาห์จะโตมาแล้วรักคนอื่น แต่นั่นมันสิทธิ์ของวาห์พี่ทำได้แค่รอ”วิวาห์แทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ เธอต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ชีวินรอเธอมาตลอดชีวิตที่มี หรือเรื่องที่เขารอแล้วต่อให้เธอรักคนอื่นก็สิทธิ์ของเธอ แล้วเขาล่ะ เขาที่รอจะเป็นยังไง ทำไมเขาถึง...“ทำไมพี่วินไม่คิดจะรักคนอื่น”หญิงสาวหันหน้ามามองผู้ชายตรงหน้า ชีวินยังยืนใกล้เธอทั้งจับมือเล็กกุมไว้ อีกมือยกขึ้นใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แก้มนิ่มแผ่วเบาที่มีหยดน้ำตาไหลลงมาไม่หยุดวิวาห์ไม่ได้อยากร้องไห้แต่ควบคุมน้ำตาให้หยุดมันยาก เวลาหลายปีเขาเฝ้ารอเธอ ถ้าเธอรู้ ถ้ารู้สักนิดจะไม่ดื้อใส่เขาเลย จะยอมให้เขารักดี ๆ และจะยอมรักเขาด้วยใจทั้งหมดที่เธอมี“พี่รักวาห์ไปแล้ว รักมากขึ้นทุกวัน และมากขึ้นทุก ๆ วัน” ชีวินพูดเสียงหนักแน่นมั่นคง มือไม่ยอมถอยห่างหญิงสาวตรงหน้า เธอเป็นมากกว่ารัก เป็นทุกอย่างของเขา“แล้วที่เมินเฉยใส่วาห์” ทำไมเขาถึงเมินเฉยใส่เธอถ้าบอกว่ารักกันจริง“เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้วาห์ยิ่งเข้าใกล้พี่โดยที่พี่ไม่ต้องทำอะไร” ชีวินพ
หญิงสาววาดขาลงจากเตียงลุกขึ้นเร็ว ๆ กลับมึนหัวจวนจะล้ม จู่ ๆ ดันมีมือหนาพร้อมวงแขนแกร่งสอดเข้าเอวบางรั้งเธอเข้าหาตัวเขาไว้“พักอีกสักหน่อยวาห์มีไข้ ปวดหัวอยู่ไหม”มือที่กอดเธอไว้ปล่อยมาข้างตัวหวังแตะหน้าผากคนตัวเล็ก เพื่อเช็กอุณหภูมิร่างกายแต่วิวาห์กลับปัดออก“ปล่อยค่ะ” วิวาห์เธอใจดี ขี้เล่น ยิ้มง่าย สดใสอยู่เสมอก็จริง อีกอย่างที่เขาพึ่งรู้คือเธอใจแข็งมากตลอดระยะเกือบเดือนที่คนในอ้อมกอดหนีเขาไป เธอไม่ติดต่อมาเลยสักครั้งส่วนชีวินเองก็โทร.หาเธอไม่ได้ ไปเห็นหน้าก็โดนห้ามไม่ให้เข้าใกล้ ทำเพียงมองจากไกล ๆ เท่านั้นอย่าให้เธอรู้ตัว เขาโคตรทรมาน แต่วันนี้มันจบแล้ว เหลือเพียงหน้าที่เขาที่ต้องทำให้วิวาห์กลับมารักเขาอีกครั้ง“ปล่อย”“พี่เป็นห่วง”เสียงคนที่กอดเธอไหวแผ่วเบา วิวาห์นิ่งไปเธอเงยหน้าสบนัยน์ตาสีอ่อนของคนตัวโต เดือนกว่าที่เธอไม่ได้เจอเขา คนตรงหน้ากลับซูบลงอย่างเห็นได้ชัดคนรักสะอาดใบหน้าเกลี้ยงเกลาเนียนใสยิ่งกว่าผู้หญิง ตอนนี้มีสิวขึ้นหลายเม็ด แถมหนวดเครายังมีให้เห็นจาง ๆ มือเล็กบีบเข้าหากันจนแน่นเพื่อห้ามไม่ให้ยื่นไปแต
ชีวินเรียนจบแล้วเขาเข้ามาบริหารธุรกิจที่บ้านเต็มตัว ทั้งเปิดบริษัทกับกลุ่มเพื่อนที่ร่วมลงทุนด้วยกันแคนยกเว้นธาร และมีเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันรวมถึงรุ่นพี่เก่ง ๆ ที่ดึงตัวมาช่วยตรงนี้ ผู้ถือหุ้นหลักมีอยู่ห้าคนคือยอดตอง ชีวี ชีวิน พิทย์ และบาร์ ชื่อบริษัท CVTPB ไม่มีความหมายอะไรตั้งตามชื่ออักษรย่อของผู้ถือหุ้น ชีวีชีวินทำหน้าที่ประมูลงานคุยกับลูกค้า พิทย์ควบคุมการออกแบบระบบ บาร์กับยอดตองแยกย้ายกันดูหน้าไซต์งานหลายเดือนมานี้ชีวินทำงานอย่างบ้าคลั่งจนซูบและมีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง หลังจากวันนั้นที่วิวาห์บอกว่าเธอจะหายไปจากชีวิตเขาเอง เธอไปจริง ๆ ตามก็ไม่ได้เพราะถูกสั่งห้ามไว้“มันจะตายไหมนั่น”เฮียบาร์ที่เห็นชีวินเอาแต่นั่งอ่านแผนงานทั้งที่ตอนนี้เวลาพักเที่ยง พวกเขาหกคนมารวมตัวกันที่บริษัทสั่งอาหารมาเยอะแยะไปหมด มันดันเลือกดื่มเพียงน้ำเปล่าแล้วบอกจะเร่งงานต่อ“อาการเข้าขั้นโคม่า” พิทย์ที่มองเพื่อนอย่างเห็นใจทั้งเห็นสมควร ใจร้ายกับเขาได้ ไม่ไว้ใจใครไม่ว่า ไม่ไว้ใจเมีย ผลที่ได้ก็ตามนั้น“ไอซียูไม่รับนะแบบนี้ ห้องดับจิตน่าจะได้อยู่”ยอดตองที
ขอแค่ลูกพูดออกมา หญิงวัยกลางคนคิดไปต่าง ๆ นานา รวมถึงตอนนี้เรื่องสาวน้อยที่จับจองไว้ให้ลูกชายคนโตคือชีวินกลับมาแล้ว“ครับ”ชีวินตอบไปแค่นั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไร อยากรับปากให้แม่สบายใจในเมื่อท่านบอกไม่ได้บังคับเขายังพอมีโอกาส ส่วนน้องที่แม่พูดถึงเธอเองก็คงไม่นึกพิศวาสเขาเท่าไรหรอก เพราะเราไม่เคยเจอก
“แม่ครับ ดึกมากแล้วยังจะเดินทางอีกเหรอ”ชีวีพูดขึ้นหลังจากถูกแม่สวมกอดกับหอมแก้มฟอดใหญ่ ก่อนหน้านี้ท่านหันไปกอดและหอมชีวินมาแล้ว ถึงพวกเขาจะโตเป็นหนุ่มยังไงก็ลูกแม่ ท่านเลี้ยงมา ยังคงเป็นเด็กในสายตาท่านเสมอ“แม่รีบน่ะลูก ไปกัน อาบน้ำเปลี่ยนชุด ส่วนเสื้อผ้าแม่ให้ป้าโอ๋เก็บให้แล้วทั้งคู่เลย แม่รอนะ”
‘กูไปเอง’ธารตอบกลับทันที คนหวงของที่ไม่ใช่รถแต่เป็นของที่จะไปรับ ธารรีบลุกขึ้นยืน บอกจะไปเองแล้วออกจากห้องไปเลย ไม่ได้มองเห็นมุมปากพิทย์กับชีวินเลยสักนิดที่ยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน ไอ้ปากไม่ตรงกับใจ แข็งกว่าทุกส่วนบนตัวมันคงเป็นปากนี่แหละดูอาการยอดตองอยู่นานทั้งถามไถ่จนรู้แจ้ง เพื่อนบอกรถกระบะ
“อ้าว วินมาแล้วเหรอ” ชีวินเปิดประตูห้องสโมสรนักศึกษาเข้าไปได้ เสียงใสทักขึ้นทันทีแพรวา เพื่อนต่างคณะสมาชิกสโมสรนักศึกษาตัวแทนจากคณะบริหาร เพราะเป็นสโมสรใหญ่ถึงได้มีตัวแทนทุกคณะ ชีวินไม่ได้สนิทกับคนอื่นมากนักนอกจากกลุ่มเพื่อนจริง ๆ แต่เพื่อนที่เป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาถือเป็นอีกกลุ่มที่เจอกันบ่อยเพรา







