หน้าหลัก / ระบบ / ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก / ตอนที่ 3 ความจริงอันน่าตื่นตะลึง

แชร์

ตอนที่ 3 ความจริงอันน่าตื่นตะลึง

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-05 20:45:48

หลังจากมื้อเช้าอันแสนอบอุ่นที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันผ่านพ้นไป บรรยากาศในจวนตระกูลเสิ่นก็กลับเข้าสู่กิจวัตรประจำวัน เหล่าบุรุษของบ้านต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน เหลือเพียงเหล่าสตรีและเด็กเล็ก ๆ เพียงเท่านั้น

เสิ่นหลิวเวยที่กำลังนั่งเอามือเท้าคาง... หน้าประตูห้องโถงของเรือนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง เด็กหญิงยังคงพยายามประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งการทะลุมิติ ใบหน้าของท่านย่าที่เหมือนกับคุณย่าในชาติก่อน และที่สำคัญที่สุด... นั่นก็คือเสียงปริศนาที่ดังก้องขึ้นในหัวก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลง

ท่ามกลางความเงียบสงบของจวนแห่งนี้ที่มีบ่าวไพร่เพียงน้อยนิด หลินเวยได้ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากเรือนไปนั่งลงบนม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นหลิวใหญ่ในสวน ปล่อยให้เสี่ยวชิงยืนรออยู่ห่าง ๆ

ซึ่งเมื่อเธอคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาสนใจตัวเองแล้ว หลิวเวยก็ปล่อยให้ตัวเองนั่งนิ่งเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดกับตน

(เสียงที่เราได้ยินมันคืออะไรกันแน่... หรือเราจะแค่ประสาทหลอนไปเอง? ไม่ลองไม่รู้สินะ) จบความคิดนี้ของตน วิญญาณของเธอก็ลองทำในสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำอยู่เสมอเมื่อเผชิญกับสิ่งที่ไม่รู้... นั่นคือการสังเกตการณ์และพิสูจน์ให้รู้จริง

หลิวเวยจึงหลับตาลง พยายามตั้งสมาธิเพ่งเข้าไปในความว่างเปล่าในจิตใจเพื่อค้นหาต้นตอของเสียงทันที และในทันใดนั้นเอง ในห้วงมโนสำนึกที่เคยสับสนวุ่นวายก็พลันปรากฏภาพของพู่หยกสีเขียวมรกตสดใสขึ้นมา

มันลอยเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดมิด หมุนรอบตัวเองอย่างช้า ๆ เปล่งประกายแสงสีทองอันอบอุ่นออกมา... ซึ่งพู่หยกที่เคยอยู่ในมือของเธอนั้นบัดนี้มันได้หลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอแล้วนั่นเอง

ก่อนที่หลิวเวยจะได้ประมวลผลให้กระจ่างแจ้ง แสงสีเขียวนั้นก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตร่างเล็กร่างหนึ่งที่ผุดออกมาจากตัวพู่หยก

เจ้าตัวน้อยเป็นเด็กหญิงตัวจิ๋วสูงเท่าฝ่ามือของเธอ รูปลักษณ์ของนางน่ารักน่าเอ็นดูอย่างยิ่ง ส่วนหัวของนางมีลักษณะคล้ายหน่อไม้อ่อนสีเขียวละมุน

ดวงตากลมโตเป็นประกายดั่งหยาดน้ำค้างยามเช้า สวมใส่ชุดที่ถักทอขึ้นจากใบไผ่สีเขียวสด เด็กหญิงภูตตนนั้นบินวนรอบพู่หยกอย่างร่าเริง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าจิตสำนึกของเธอแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้

‘นายท่าน... นายท่านเจ้าขา... ท่านได้ยินเสียงข้าหรือไม่?’ เสียงเล็กใสนั้นดังขึ้นในหัวของหลิวเวยทั้งชัดเจนและแจ่มแจ้ง หลิวเวยตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะตั้งสติแล้วตอบกลับไปในใจด้วยความสุขุม ‘ได้ยิน... เจ้าคือใคร?’

ภูตจิ๋วดีใจจนตีลังกากลางอากาศ ‘ข้าคือชุนหยา! เป็นภูตพฤกษาที่สถิตอยู่ในพู่หยกนี่อย่างไรเล่า! ในที่สุดเราก็ได้เจอกันแล้ว... นายท่านของข้า!’

‘นายท่าน?’ หลิวเวยทวนก่อนที่นางจะถามต่อในเรื่องที่ตนสงสัย ‘มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน เธอพอจะบอกได้ไหม’

‘ได้สิเจ้าคะ แท้จริงแล้วนายท่านก็คือคนของโลกนี้และเป็นเจ้าของร่างนี้ด้วย ทว่าตอนที่ท่านเกิดดวงจิตของท่านในร่างนี้อ่อนแอมากจนเกินไป ดังนั้นพู่หยกเลยต้องส่งวิญญาณของท่านไปเติบโตในอีกโลกหนึ่งก่อน พอท่านพร้อมแล้ว ข้าจึงได้ดึงวิญญาณของท่านกลับมาหลอมรวมกับร่างนี้เจ้าค่ะ’ ชุนหยาอธิบายอย่างใสซื่อ

ซึ่งคำกล่าวของนางได้ทำให้หลิวเวยได้แต่อ้าปากอ้า ๆ หุบ ๆ แม้ว่านางพอจะคาดเดาได้บ้างแล้วก็ตาม

‘สิ่งที่เจ้าพูดนั้นจริงเหรอ’ เธอถามออกมาอีกอย่างกังขา

‘จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ นายท่านไม่รู้สึกว่าตัวเองผูกพันกับครอบครัวนี้หรอกหรือเจ้าคะ อีกอย่างตอนนี้ร่างกายของร่างนี้ก็แข็งแรงไม่เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ เหมือนเดิมอีกด้วย’

‘เรื่องนี้ข้าจะรู้ได้อย่างไรเล่า ก็ข้าเพิ่งมาอยู่ แต่เรื่องความผูกพันของครอบครัวนั้นข้าเองก็สัมผัสได้ เนื่องจากพ่อแม่ของข้าในภพนั้นจากไปเร็วก็เลยจำความรู้สึกต่าง ๆ ได้ไม่มากนัก จะจำได้ก็แค่ว่าคุณย่าได้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กก็เท่านั้นเอง’ หลิวเวยตอบภูตจิ๋วตามตรง

‘ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ในภพนี้นายท่านก็ได้มีครอบครัวแล้ว อีกทั้งยังเป็นครอบครัวใหญ่เสียด้วย’

คำพูดที่แสนจะไร้เดียงสาของชุนหยาค่อย ๆ ดึงสติของหลิวเวยกลับคืนมา นางสูดหายใจเข้าลึกในห้วงมโนสำนึกของตนเองเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกอันซับซ้อนที่ถาโถมเข้ามา

(จริงอย่างที่ภูตน้อยพูด...ไม่ว่าอดีตชาติจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอคือเสิ่นหลิวเวย และตอนนี้เธอมีครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น อีกทั้งการได้กลับมาพบกับท่านย่าก็อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือโชคชะตาที่นำพาเธอกลับมายังจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง) เธอคิดอย่างเห็นพ้อง

เมื่อจิตใจของเธอสงบลง ความสงสัยในเรื่องตัวตนก็ถูกเก็บไว้เบื้องหลัง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกระหายใคร่รู้ในสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

‘เจ้าพูดถูก... ว่าแต่เจ้ามีพลังอย่างที่ข้าเคยอ่านผ่านตามาในนิยายหรืออย่างเห็นในซีรีส์หรือไม่’ คำถามของหลิวเวยทำให้ดวงตาของชุนหยาเปล่งประกายด้วยความกระตือรือร้นทันที

‘มีสิเจ้าคะ... ข้าจะแสดงให้นายท่านดูบัดเดี๋ยวนี้เลย’

สิ้นเสียงของนาง ทิวทัศน์ในห้วงมโนสำนึกของหลิวเวยก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นเพียงความมืดมิดที่มีพู่หยกลอยเด่นอยู่

บัดนี้กลับกลายเป็นภาพของหุบเขาขนาดเล็กที่เขียวชอุ่มและงดงามราวกับดินแดนในเทพนิยาย และที่ใจกลางของหุบเขานั้นได้มีบ่อน้ำพุใสสะอาดแห่งหนึ่งกำลังผุดพรายฟองอากาศออกมาอย่างไม่ขาดสาย

‘ที่นี่คือมิติในพู่หยกเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินไปรอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ ‘ดินที่นี่ดีมาก ปลูกอะไรก็ขึ้น แถมเวลาข้างในยังเดินเร็วกว่าข้างนอกตั้งสิบเท่าเลยนะเจ้าคะ หนึ่งวันที่ท่านอยู่ข้างนอก เท่ากับสิบวันในนี้เลยทีเดียว!’

หลิวเวยเบิกตากว้าง... อัตราเร่งของเวลา 10:1! นั่นหมายความว่าเธอสามารถเพาะปลูกพืชที่ใช้เวลานานให้เติบโตได้ในเวลาเพียงนิดเดียว!

‘แล้วสิ่งนั้น...’ เธอเพ่งมองไปยังบ่อน้ำพุที่อยู่ใจกลางพร้อมกับเอ่ยถาม

‘นั่นคือของวิเศษที่สุดเลยเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินไปนั่งจุ้มปุ๊ก อยู่บนขอบบ่อ ‘สิ่งนี้คือน้ำพุแห่งจิตวิญญาณ! น้ำในนี้สามารถ  ชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้ด้วยนะเจ้าคะ แถมถ้าเอาไปรดต้นไม้ ต้นไม้ก็จะแข็งแรงไม่เป็นโรค หรือถ้าเอาไปผสมน้ำรดดิน ดินที่แย่ ๆ ก็จะกลายเป็นดินชั้นเลิศได้ในพริบตา’

‘หา! มันวิเศษมากขนาดนั้นเลย’ เธอถามอย่างกังขาแทบไม่อยากเชื่อหู

‘วิเศษแบบนั้นแหละเจ้าค่ะ หากนายท่านไม่เชื่อ นายท่านก็ลองชิมดูสิเจ้าคะ แต่ข้าน้อยขอแนะนำให้นายท่านดื่มเพียงแค่หนึ่งจอกชา ไม่เช่นนั้นร่างกายเล็ก ๆ ของท่านอาจจะรับไม่ไหวนะเจ้าคะ มันอาจจะระเบิดออกได้’

คำว่าระเบิดของภูตน้อยไม่ได้ทำให้หลิวเวยหวาดกลัว ในทางกลับกัน สมองของนักวิทยาศาสตร์ในตัวเธอกลับแปลความหมายของมันได้อย่างรวดเร็ว

(คงไม่ใช่การระเบิดจริง ๆ แต่น่าจะหมายถึงการที่เซลล์ในร่างกายทนรับพลังงานหรือแร่ธาตุเข้มข้นสูงในปริมาณมากไม่ไหว จนอาจเกิดภาวะเซลล์แตก... เป็นการเตือนที่มีเหตุผล แม้จะใช้คำพูดที่ดูน่ากลัวไปหน่อยก็ตาม)

หลิวเวยพยักหน้าอย่างเข้าใจในห้วงมโนสำนึกของตน ‘ข้าเข้าใจแล้ว... เหมือนกับการกินยาเกินขนาดสินะ การเริ่มต้นจากปริมาณน้อย ๆ คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด... ว่าแต่ข้าจะนำน้ำนั่นออกมาได้อย่างไร?’

‘ง่ายนิดเดียวเจ้าค่ะ!’ ชุนหยาบินมาใกล้ ‘แค่นายท่านนึกถึงรสชาติอันบริสุทธิ์ของมัน แล้วต้องการให้มันไปปรากฏที่ใด มันก็จะไปที่นั่นเลย! ลองนึกให้มันมาอยู่ที่ปลายนิ้วของท่านในโลกแห่งความจริงสิเจ้าคะ!’

จบคำของชุนหยา หลิวเวยที่ชื่นชอบการพิสูจน์ไม่รอช้าที่ต้องการจะทดลอง

‘ข้าจะลองดู’

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ห้วงมโนสำนึกที่งดงามก็ค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับเสียงสุดท้ายของชุนหยาอย่างร่าเริงกึ่งร้องขอ ‘นายท่านช่วยนึกและให้ข้าน้อยไปปรากฏตัวด้านนอกด้วยสิเจ้าคะ รับรองว่าไม่มีใครเห็นชุนหยาหรอกเจ้าค่ะ นอกจากนายเท่าเพียงผู้เดียว’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 56 ท้า

    ‘นายท่านเจ้าขา... อาหารพวกนี้... ชุนหยาทนดูไม่ได้ จริง ๆ เจ้าค่ะ! ทั้งมันฝรั่งที่ต้มจนเละไม่เป็นท่า! ทั้งมะเขือเทศที่ถูกผัดจนสีซีด! พวกเขาทำลายคุณค่าของวัตถุดิบดี ๆ ไปหมดแล้ว!’ ชุนหยาที่ลอยอยู่ไม่ไกลกรีดร้องโหยหวนอยู่ในมโนสำนึกของนาง‘ใจเย็นก่อนเถอะชุนหยา ข้าเองก็ทนไม่ได้เหมือนกันกับเจ้านั่นแหละ แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เราเพิ่งมาถึง การจะลงมือทำสิ่งใดสักอย่างนั้นจำเป็นต้องรู้เขารู้เราเสียก่อน’‘ที่นายท่านกล่าวมาก็มีเหตุผลเจ้าค่ะ เพียงแต่นายท่านอย่าทิ้งเวลาให้เนิ่นนานมากนักนะเจ้าคะ เพราะชุนหยารู้สึกปวดใจยิ่งนักที่เห็นวัตถุดิบดี ๆ เหล่านี้ไม่น่ากินเจ้าค่ะ’‘ข้ารู้ ข้าเองก็กลัวพี่ ๆ จะผอมลงเหมือนกัน เจ้าดูสิกว่าข้าจะขุน เอ้ยทำให้พวกเขามีเนื้อมีหนังขึ้นมานั้นไม่ใช่ง่ายเลย หากแก้มยุ้ย ๆ ของพี่สาม พี่สี่ พี่ห้าหายไปข้าคงปวดใจแย่ ส่วนพี่ใหญ่กับพี่รองเองก็สูงขึ้นมาก... หากต้องมาหยุดการเจริญเติบโตเพราะว่ากินไม่ได้ข้าเองก็ไม่พอใจเช่นกันนั่นแหละ เห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่ง’แต่แม้ว่ารสชาติของอาหารจะไม่เป็นที่ยอมรับของพวกเขา ทว่าเด็ก ๆ ตระกูลเสิ่นกลับกินกัน

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 59 หอมกลิ่นอะไร?

    หลังจากที่เสิ่นหลิวเวยได้รับอนุญาตให้ใช้โรงครัวของสถานศึกษาได้ตามอัธยาศัยแล้ว เจ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มปฏิบัติการปฏิวัติอาหารทันที ในเย็นวันนั้นเองนางอ้างกับท่านอาจารย์หยางว่าจะขอลองเตรียมอาหารมื้อเย็นสำหรับพี่น้องของนางก่อนเพื่อทดสอบครัวดังนั้นเมื่อได้กุญแจครัวเล็ก... ซึ่งเป็นครัวแยกสำหรับอาจารย์ที่อยู่ติดกับโรงอาหารใหญ่มาอยู่ในมือ เด็กหญิงก็สั่งให้เสี่ยวชิงไปตระเตรียมถ่านและฟืน ส่วนตนเองก็เข้าไปสำรวจด้านในครัวตามลำพัง‘ชุนหยา เจ้าพร้อมหรือไม่’ นางเอ่ยถามภูตน้อยทันทีที่ประตูปิดลง‘พร้อมเจ้าค่ะ! ว่าแต่นายท่านต้องการสิ่งใดในมิติบ้างหรือเจ้าคะ’‘ข้าอยากได้ไก่หมักสูตรไก่ทอดผู้พัน... ซี่โครงหมูหั่นขนาดพอดีคำ... มันฝรั่งสำหรับตุ๋น มะเขือเทศกับไข่... และที่สำคัญ สาลี่กับเห็ดหูหนูขาวสำหรับของหวาน! เจ้าเตรียมให้ข้าได้หรือไม่’‘เรื่องแค่นี้เองสบายมากเจ้าค่ะ นายท่านไว้ใจชุนหยาได้เลย’เพียงพริบตาเดียวจบคำของภูตน้อยไม่นาน บนโต๊ะเตรียมอาหารที่ว่างเปล่าก็เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกเตรียมไว้มีทั้งไก่ที่ถูกหั่นเป็นชิ้น... หมักด้วยเครื่องเทศจนเข้าเนื

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 58 อาจารย์น้อย

    ทว่ายังไม่ทันที่เมิ่งหย่าฉีจะได้ตอบรับ เสียงของอาจารย์ หยางซือเจ๋อก็ได้ดังขึ้นมาเสียก่อนอย่างตื่นเต้น“ศิษย์น้อยเวยเวย เจ้าสนใจมาเป็นผู้ช่วยสอนของอาจารย์หรือไม่”คำถามนี้ของเขา ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กทั้งสองหยุดชะงักแต่ยังทำให้ทั้งโรงอาหารที่กำลังเริ่มจะกลับสู่สภาวะปกติต้องเงียบกริบลงอีกครั้ง! เหล่าศิษย์พี่ที่เพิ่งจะจ่ายเงินพนันกันเสร็จถึงกับหันขวับกลับมามองทางคนทั้งสามเป็นตาเดียว!“ผู้ช่วยสอน... หรือเจ้าคะ” เสิ่นหลิวเวยทวนคำอย่างงุนงง‘ชุนหยาดูเหมือนว่าชีวิตอันสงบสุขของข้ากำลังจะจบลงแล้ว’‘นายท่านเจ้าขา ชุนหยาคิดว่านายท่านจะรู้ตั้งแต่รับคำท้าแล้วนะเจ้าคะ’ คำตอบของชุนหยาทำให้เสิ่นหลิวเวยอยากเอามือก่ายหน้าผาก‘สำนึกตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว’ เจ้าตัวอยากจะหลั่งน้ำตา“ใช่!” หยางซือเจ๋อพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า“ข้าเป็นอาจารย์มาจนอายุขนาดนี้ บอกตามตรงว่าข้ายังไม่เคยเห็นวิธีการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำเช่นนี้มาก่อนในชีวิต! วิชาคำนวณในใจของเจ้ามันคือสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยข้าอาจารย์เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 57 ข้ายอมแพ้

    ความเงียบเข้าปกคลุมโรงอาหาร สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปทางเขาเป็นตาเดียว“จงฟังให้ดี... พ่อค้าผู้หนึ่งมีไข่ไก่ในตะกร้าสิบแปดฟอง เขาเดินไปที่ตลาด ซื้อไข่ไก่เพิ่มมาอีกหกสิบเจ็ดฟอง แต่ระหว่างทางกลับบ้านเกิดสะดุดล้ม ทำไข่แตกไปสามสิบสองฟองขอถามว่า... บัดนี้พ่อค้าผู้นี้เหลือไข่ไก่อยู่กี่ฟอง!”โจทย์บวกลบที่ถูกเล่าเป็นเรื่องราวนี้ ทำให้เมิ่งหย่าฉีรีบนำลูกคิดของตนขึ้นมาทันที นิ้วของนางดีดอย่างรวดเร็ว... ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...“ห้าสิบสามฟองเจ้าค่ะ!” นางตะโกนตอบออกมาอย่างมั่นใจในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ!แต่เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันกับนาง... ก็คือเสียงเล็กใสของเสิ่นหลิวเวย“ห้าสิบสามฟองเจ้าค่ะ”อาจารย์หยางเลิกคิ้วสูง! เร็วเท่ากัน! “ถูกต้องทั้งคู่! ข้อนี้เสมอกัน!”“โธ่เอ๊ย!” เสียงโอดครวญจากกลุ่มศิษย์พี่ที่ลงพนันดังขึ้นเบา ๆเมิ่งหย่าฉีหันไปมองหลิวเวยด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย (บังเอิญน่ะสิ! โจทย์ข้อนี้นับว่ายังง่ายไป!)“โจทย์ข้อที่สอง... ยากขึ้นมาหน่อย” เสียงของหยางซือเจ๋อกล่าวต่อ“จงฟังให้ดี... ช่างทอผ้าผู้หนึ่ง ทอผ้าไหม

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 60 มีลูกศิษย์เพิ่ม?

    เสิ่นหลิวเวยมองฝูงชนที่กำลังยืนน้ำลายสออยู่หน้าประตูอย่างกับซอมบี้... แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา“เอาละทุกท่าน!” นางตะโกนเสียงใส “ในเมื่อมากันถึงที่นี่แล้ว... วันนี้เวยเวยจะเลี้ยงเอง!”สิ้นคำประกาศนี้ของคนตัวเล็ก... เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วหน้าประตูห้องครัวเล็กแห่งนี้“แต่ว่า!” นางยกมือขึ้นห้าม “ของอร่อยมีจำกัด! ไก่ที่ข้าเตรียมมามีไม่พอสำหรับทุกคนแน่ ๆ!” คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคนหน้าสลดลงทันที“แต่...” นางฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าหากทุกท่านอยากกิน... ก็ต้องมาช่วยกันทำ!”“ได้เลย” แม้ว่าเหล่าศิษย์ในสำนักศึกษาเหล่านี้จะไม่เคยทำอาหารก็ตาม ทว่าด้วยทนความยั่วยวนจากกลิ่นหอมของอาหารไม่ไหว ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่รับปากออกมาอย่างลืมตัว“ถ้าอย่างนั้น ทุกคนรอกันอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ” เสิ่นหลิวเวยพูดขึ้น‘ชุนหยารีบนำไก่หมักออกมาเพิ่มเร็วเข้า เอามาให้พอกับจำนวนคนนะ’‘ได้เลยเจ้าค่ะ นายท่าน’ สิ้นคำพูดของภูตน้อย ไก่หลายอ่างดินเผาพร้อมกับแป้งในอ่างอีกจำนวนหนึ่งก็ปรากฏออกมา“น้องเล็ก เจ้าเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนไหนกัน” เส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 55 ข้าไม่อยากรังแกเด็ก!!

    ไม่นานหลังจากวันที่เหล่าพี่น้องบ้านเสิ่นไปสมัครเรียน ในที่สุดวันเปิดภาคการศึกษาใหม่ของสถานศึกษาไห่เหวินซู เยวียนก็มาถึง...บรรยากาศในยามเช้าของวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ รถม้าหรูหราหลายคันจอดเรียงรายอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้า เหล่าคุณชายและคุณหนูในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีต่างทยอยกันลงจากรถม้า พร้อมกับบ่าวรับใช้ที่หอบหิ้วหีบเสื้อผ้าและตำราตามหลังมาเป็นพรวนแม้ว่าสำนักศึกษาจะอยู่ภายในตัวมณฑลตงไห่ ทว่าตามกฎระเบียบของที่นี่ เหล่าว่าที่บัณฑิตทุกคนจำเป็นต้องอยู่ในหอพักของสถานศึกษา ซึ่งหากจะให้เสิ่นหลิวเวยเปรียบเปรย ที่แห่งนี้ก็เหมือนกับโรงเรียนประจำชั้นสูงนั่นเองจะว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็สุดจะรู้ที่ในยุคนี้ผู้คนไม่นิยมส่งบุตรหลานมาเรียน อีกทั้งยังไม่มีการบังคับเรื่องการศึกษาจึงทำให้ชาวบ้านหรือแม้แต่คนชั้นสูงบางครอบครัวไม่คิดว่าการศึกษาสำคัญ ยกเว้นครอบครัวนั้นต้องการจะให้บุตรหลานสอบรับราชการ หรือไม่ก็หากเป็นสตรีก็หวังจะให้นางแต่งกับคนชั้นสูงเพื่อสร้างฐานะให้แก่ครอบครัวดังนั้นแม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานศึกษากินนอนก็ทำให้ห้องพักยังมีเพียงพอ ซึ่งเสิ่

บทอื่นๆ

บางทีคุณอาจจะชอบ

สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status