تسجيل الدخولเมื่อความมักมากในกามารมณ์ทำให้ "หรูชิงเว่ย" คุณหนูผู้หิวโหยในรสสวาท เลือกทรยศคู่หมั้นมหาเศรษฐีที่ต้องนั่งรถเข็นอย่าง "จ้านรุ่ยหมิง" ไปลักลอบเป็นชู้กับเลขาหนุ่มคนสนิทของเขาถึงในบ้านและที่ทำงาน เธอคิดว่าตัวเองคือผู้ชนะที่สามารถปั่นหัวและหยามเกียรติชายพิการได้ ทว่า... ทั้งหมดนี้กลับเป็นเพียงหลุมพรางที่พญาอินทรีอย่างเขาขุดรอไว้! จ้านรุ่ยหมิงไม่ได้พิการ และเขาไม่เคยแยแสคู่หมั้นแพศยา เพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในหัวใจและเป็น "ยาถอนพิษ" ให้เขาในคืนฝนตกเมื่อ 5 ปีก่อน คือหญิงสาวที่ชื่อ "ซูซาน" การปรากฏตัวของซูซานในฐานะเลขาคนใหม่ พร้อมกับเด็กแฝดสายเลือดตระกูลจ้านตัวน้อย นำไปสู่การเช็กบิลหนี้แค้น ทวงคืนอำนาจ และกวาดล้างศัตรูในตระกูลให้สิ้นซาก!
عرض المزيد“คิดอะไรอยู่ หืม? มาดาม”เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับวงแขนแกร่งที่สอดเข้ามาโอบรัดเอวคอดของเธอเอาไว้แน่น ซูซานสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงแผงอกกว้างที่คุ้นเคย กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นไอทะเลและกลิ่นเหงื่อจางๆ ของเขากระตุ้นให้หัวใจของเธอเต้นแรงได้เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน“แล้วเด็กๆ ล่ะคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางลูบไล้หลังมือหนาที่กุมอยู่ตรงหน้าท้องของเธอ “พี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้ว วันนี้เล่นกันจนหมดแรง พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าด้วย” รุ่ยหมิงตอบเสียงนุ่ม ฝังจมูกโด่งเป็นสันลงบนซอกคอหอมกรุ่นของภรรยา สูดดมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ที่เขาหลงใหลเข้าเต็มปอด “ทีนี้ก็เหลือแค่เวลาของ ‘เรา’ สองคนแล้ว”ซูซานหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอเขาเอาไว้ นัยน์ตากลมโตสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายแห่งความรักและความปรารถนาที่ลุกโชนอยู่เสมอ “เวลาของเรา… ท่านประธานจ้านวางแผนจะทำอะไรคะคืนนี้?”รุ่ยหมิงเหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่หล่อเหลา ร้ายกาจ และทรงเสน่ห์จนทำให้คนมองแทบละลาย ชายหนุ่มช้อนตัวซูซานขึ้น หญิงสาวหวีดร้องเบาๆ แต่ก็กอดคอเขาไ
นายหญิงคนนี้ไม่ใช่แค่มีรูปโฉมงดงาม แต่เธอยังมีสมองที่เฉียบขาดและพร้อมจะปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลจ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อการประชุมจบลงและทุกคนทยอยเดินออกจากห้องไปจนหมด เหลือเพียงรุ่ยหมิงและซูซาน รุ่ยหมิงกดล็อกประตูห้องประชุมด้วยรีโมทคอนโทรลทันที ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินเข้ามาประชิดร่างบางที่กำลังเก็บเอกสารอยู่“เก่งมากเลยนะ มาดามจ้าน…” รุ่ยหมิงกระซิบเสียงแหบพร่า สอดแขนแกร่งเข้าโอบรัดเอวบางจากด้านหลัง รั้งร่างของเธอเข้ามากระทบกับแผงอกกว้าง “เธอเล่นเอาประธานโจวหงายหลังตกเก้าอี้ไปเลย รู้ไหมว่าท่าทางเด็ดเดี่ยวของเธอตอนที่ตอกหน้าเจ้านั่น… มันทำให้ฉันมีอารมณ์ขึ้นมาสุดๆ”ซูซานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งดุดันที่กำลังดันตุนอยู่ตรงสะโพกด้านหลังของเธอ หญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าหวานแดงซ่าน“นี่มันในห้องประชุมนะคะ รุ่ยหมิง! คุณจะมาหื่นอะไรตรงนี้!”“ก็ในห้องประชุมนี่แหละ… กระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวเมืองหลวงชัดเจนดีออก”รุ่ยหมิงเหยียดยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยไฟราคะที่ถูกจุดระเบิด เขาช้อนตัวซูซานขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว ก่อนจะวางร่างระหงลงบนขอบโต๊ะประชุ
“ขอบคุณค่ะคุณย่า… ดิฉันจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด จะปกป้องดูแลรุ่ยหมิงและลูกๆ ด้วยชีวิตค่ะ” ซูซานให้คำมั่นสัญญาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หลังมื้ออาหารเช้า รุ่ยหมิงเตรียมตัวจะเดินทางไปบริษัท ชายหนุ่มหันมามองซูซานที่กำลังจัดเตรียมแฟ้มเอกสารอยู่ “วันนี้เธอพักผ่อนอยู่ที่บ้านเถอะซูซาน เพิ่งผ่านเรื่องหนักหน่วงมาเมื่อวาน แถมเมื่อเช้าฉันก็… รังแกเธอไปเยอะ ให้ลูกๆ ได้อยู่เล่นกับคุณย่า ส่วนเธอไปนอนพักซะ”“ไม่ได้ค่ะ!” ซูซานปฏิเสธทันควัน หันมามองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาจริงจัง“ฉันยังมีตำแหน่งเป็นเลขานุการส่วนตัวของประธานจ้านอยู่นะคะ งานที่ค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้สะสาง และวันนี้คุณมีการประชุมสำคัญกับกลุ่มทุน ‘หลงไท่กรุ๊ป’ ฉันได้อ่านแฟ้มข้อเสนอของพวกเขาแล้ว มีบางจุดที่ฉันรู้สึกไม่สมเหตุสมผล ฉันต้องไปกับคุณค่ะ”รุ่ยหมิงเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความพึงพอใจ ผู้หญิงของเขาไม่ใช่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ต้องตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจก แต่เธอคือราชินีที่พร้อมจะออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขา “ดื้อจริงๆ… เอาล่ะ ถ้าเธอไหว ฉันก็ไม่ขัดใจ แต่ถ้าเหนื่อยต้องรีบบอกทันที เข้าใจไหม?” “รับทราบค่ะ ท่านประธาน”
เมื่อแผ่นหลังของซูซานสัมผัสกับฟูกนุ่ม เสื้อผ้าที่เคยสวมใส่ก็ถูกมือหนาปลดเปลื้องออกไปอย่างรวดเร็วและชำนาญราวกับมีเวทมนตร์ เผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องที่เต็มไปด้วยร่องรอยสีกุหลาบจางๆ จากค่ำคืนก่อนนัยน์ตาคมกริบของรุ่ยหมิงกวาดมองเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบของภรรยาด้วยความหลงใหล ชายหนุ่มก้มลงครอบครองความอวบอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตา ดูดดึงและขบเม้มจนซูซานต้องแอ่นอกขึ้นรับสัมผัสอันวาบหวาม เล็บเรียวจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่าน “รุ่ยหมิง… อ๊า…” หญิงสาวครางกระเส่าเมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ลงมาตามหน้าท้องแบนราบ และสอดแทรกเข้าสู่ใจกลางความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยความต้องการ ปลายนิ้วร้ายกาจขยับรุกรานเป็นจังหวะเนิบนาบสลับดุดัน ปลุกเร้าให้พายุแห่งราคะก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว“เธอคือของฉัน… ซูซาน ของฉันคนเดียว…” เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะสอดประสานความแข็งแกร่งดุดันเข้าสู่ความคับแคบที่รัดรึงทำเอาเขาแทบคลั่ง บทเพลงรักอันร้อนแรงและลึกซึ้งบรรเลงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง ไม่มีการหลอกลวง ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี มีเพียงความรักแท้และตัณหาที่หลอมรวมคนทั้งสองให้กลายเป็นหนึ่





