Masuk“ก็ได้ พ่อคนฉลาด” ...ฉลาดจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร วาสินีสะบัดเสียงเข้าใส่ “ฉันจะแต่งงานกับคุณก็ได้ แต่ฉันมีข้อตกลงบางอย่างกับคุณ”
คิ้วดกหนาเลิกขึ้นสูง ดวงตาสีฟ้าสดจ้องหน้าคนพูดอย่างระแวง “ข้อเสนออะไร ถ้ามันไม่เกินความสามารถและไม่ทำให้ผมเดือดร้อน ผมอาจรับปากคุณ”
“มันไม่เกินความสามารถของคุณแน่”
วาสินีเริ่มทนความเจ้าอำนาจของเขาไม่ได้ ไหนสิตาภาเคยบอกว่าโอลิเวอร์แสนดี ยกย่องเธออย่างกับเจ้าหญิง ยอมให้จูงจมูกง่ายอย่างไรล่ะ ตอนนี้ผู้ชายที่สิตาภาเคยหลอกใช้เป็นเครื่องมือกลับทำท่าน่ากลัวจนไม่อยากเข้าใกล้
“ว่ามา ข้อตกลงที่คุณต้องการมีอะไรบ้าง” โอลิเวอร์กอดอก ตั้งท่ารับฟังเต็มที่
“เราจะแต่งงานกันแต่ในนามเท่านั้น ห้ามคุณล่วงเกินฉันแบบสามีภรรยาทั่วไป เอ่อ... ฉันหมายถึงห้ามคุณนอนกับฉัน” วาสินีกลั้นใจพูดออกไป ใบหน้างามแดงเรื่อเมื่อต้องเอ่ยปากพูดถึงเรื่องลึกซึ้งแบบนี้
“ผมเข้าใจ คุณเป็นเลสเบี้ยนไม่ชอบนอนกับผู้ชายอยู่แล้วนี่ ผมไม่ฝืนใจคุณหรอก เราจะอยู่ด้วยกันในฐานะพ่อแม่ของน้องเอื้อเท่านั้น เรื่องบนเตียงผมจะไม่ยุ่งกับคุณ”
โอลิเวอร์พยักหน้ายอมรับ เขาเข้าใจว่าเธอคงรังกียจสัมผัสจากผู้ชาย ซึ่งเขาเองก็คงไม่คิดจะมีอะไรกับเธออีก ครั้งนั้นเขาข่มเหงเธอเพราะแรงโทสะเธอไม่ได้เต็มใจ
วาสินีรู้สึกโล่งใจเมื่ออีกฝ่ายยอมรับปาก “ขอบคุณมาก ที่คุณเข้าใจฉัน” เธอแอบขอบคุณรสนิยมทางเพศของพี่สาวฝาแฝด ที่กลายเป็นเกราะป้องกันเธอจากผู้ชายคนนี้
“ผมก็มีเรื่องต้องตกลงกับคุณเหมือนกัน” เขาไม่ยอมเสียเปรียบฝ่ายเดียว
วาสินีกะพริบตาปริบๆ พยักหน้าให้เขา” ว่ามาค่ะ ถ้าฉันทำได้ฉันจะทำ” เธอยอมรอมชอมเพราะเห็นแก่ที่เขายอมรับข้อตกลงของเธอแล้ว
“เราแต่งงานกันในนามก็จริง แต่ผมไม่อยากให้ใครมองว่าคู่ของเราไม่สมบูรณ์ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเราต้องสวมบทบาทสามีภรรยาที่รักกันมาก บางทีมันต้องมีแตะเนื้อต้องตัวกันบ้าง กอดหอมกันบ้างไม่คนอื่นสงสัย น้องเอื้อเองแกก็คงอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นพ่อแม่รักใคร่กัน” โอลิเวอร์บอกความต้องการของตัวเองให้เธอรู้
“ค่ะ ถ้าไม่มากกว่านี้ฉันไม่มีปัญหา” วาสินีพยักหน้ารับ ยอมทำตามที่เขาบอก
“ดีมาก ยังมีอีกข้อสำคัญมาก” เขาเน้นเสียง ก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการออกมา “ในเมื่อคุณไม่สามารถทำหน้าที่บนเตียงได้ ผมก็มีสิทธิ์ไปปลดปล่อยความต้องการกับผู้หญิงคนอื่นเช่นกัน ผมไม่ใช่คนที่ยอมอดทนกับเรื่องพวกนี้หรอกนะสิตา ถ้าคุณให้ผมไม่ได้ผมก็ต้องหาจากคนอื่น คุณต้องยอมรับและห้ามหึงหวงผม”
วาสินีหน้าแดงจัด ไม่ใช่เขินอายแต่กำลังโมโหคนมักมาก เขาร้ายกาจนักอาศัยช่องโหว่จากข้อตกลงของเธอ เอาประโยชน์เข้าตัว
“ใครจะหึงคุณ เชิญตามสบาย จะไปนอนกับผู้หญิงที่ไหนกี่คนก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้คนอื่นเขามานินทาฉันเด็ดขาดว่าถูกสามีสวมเขา และอย่าให้ผู้หญิงของคุณมาระรานฉันด้วย” เธอเชิดหน้าบอกอย่างไม่ยีหระ
“โอเค เป็นอันว่าเราสองคนจะทำตามข้อตกลงนี้”
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืน มุมปากอมยิ้มน้อยๆ เมื่อปรายหางตา เห็นศีรษะเล็กของลูกชายอยู่ตรงหน้าต่างห้อง เจ้าตัวคงรอดูว่าพ่อของแกจะง้อแม่สำเร็จไหม
“ลูกแอบดูเราอยู่” โอลิเวอร์ บุ้ยบ้ายให้วาสินีดูที่หน้าต่าง
“อุ๊ย คุณจะทำอะไร”
หญิงสาวผุดลุกขึ้น ก่อนจะร้องอุทานด้วยความตกใจ เมื่อถูกวงแขนแข็งแรงตวัดเกี่ยวเอวคอดรั้งตัวเธอไปกอดไว้ เธอมองหน้าเขาอย่างหวาดหวั่น มือยกยันแผงอกหนาไว้ไม่ให้เข้ามาแนบชิด
“น้องเอื้อ คงอยากเห็นพ่อแม่คืนดีกัน” เขากดยิ้มตาพราว มองใบหน้าตื่นๆ ของหญิงสาว “เราต้องแกล้งแสดงให้ลูกเห็นว่าเราสองคนดีกันแล้ว”
“แสดงยังไงคะ”
วาสินีถามเสียงสั่น ใจเต้นแรงเมื่ออ้อมกอดของเขากระชับแน่นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรยื่นมาหา ชวนใจสั่นสะท้าน เธอเป็นอะไรไปทำไมใจเต้นแรงราวกับตีกลองแบบนี้ กลิ่นน้ำยาโกนหนวดของเขาโชยเข้าจมูก ผสานกับไอร้อนจากแผงอกหนาล่ำสันด้วยกล้ามเนื้อแกร่งกำลังบดเบียดแนบชิดเธอ มันทำให้คนไม่เคยถูกเพศตรงข้ามแตะต้องเนื้อตัวรู้สึกประหลาดล้ำ
“กอดคอผม จากนั้นก็ยิ้มหวานๆ”
เขาจับมือเธอมาคล้องคอ เมื่อเธอยอมยิ้มหวานๆ เขาก็ยื่นหน้าก้มลงไปหา ก่อนจะกดจมูกโด่งงามบนพวงแก้มนุ่มหอมแรงๆ สองครั้งซ้อนทั้งแก้มซ้ายและแก้มขวา เสียงดังฟอด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กถูกสูดเข้าไปเต็มปอด มันให้ความรู้สึกสดชื่นหอมละมุนจนคนได้กลิ่นอดใจไม่ไหวก้มลงไปสูดกลิ่นอีกครั้ง
“หอมจังเมียผม” โอลิเวอร์พึมพำชิดใบหูขาวสะอาด เขาแย้มริมฝีปากกว้างเมื่อเห็นรอยแดงบนแก้มเนียน “หอมผมคืนด้วยสิ หอมสิ ลูกดูอยู่นะ”
วาสินีร้อนวูบไปทั้งหน้า แค่ถูกเขาหอมเธอก็แทบจะหัวใจวาย นี่ต้องมาหอมเขาคืนอีก โอย... จะเป็นลม
“ไม่... ไม่หอมได้ไหมคะ ฉัน...”
“คุณรังเกียจผมใช่ไหม” อารมณ์เคลิ้มๆ จางหายไปในทันทีเมื่อได้ยินเธอปฏิเสธ เขาน่าจะรู้ว่าเธอรังเกียจไม่ชอบสัมผัสของผู้ชายหรือแตะต้องเนื้อตัวผู้ชาย “ฝืนใจหน่อยสิตา เหมือนที่ผมฝืนใจหอมแก้มคุณ ท่องเอาไว้ทำเพื่อลูก”
“ก็ได้ ฉันหอมก็ได้”
วาสินีมองเห็นแววตาตัดพ้อจากดวงตาสีฟ้าคู่นั้นแล้วรู้สึกเห็นใจ สิตาภาทำร้ายเขาไว้มากโอลิเวอร์คงเจ็บช้ำไม่น้อย หญิงสาวสงสารคนตรงหน้าเหลือเกิน จนอยากชดใช้ให้เขาแทนพี่สาวฝาแฝด เธอสูดลมหายใจแรงๆ ก่อนจะกลั้นใจหลับตาแน่น ยื่นหน้าหมายแตะจมูกบนแก้มเขาพอเป็นพิธี แต่เหมือนกามเทพเล่นกลรักเมื่อโอลิเวอร์ก้มลงมา ริมฝีปากของเขาจึงถูกริมฝีปากนุ่มประทับพอดี
จุ๊บ !!!
ชายหนุ่มนิ่งงันในขณะที่วาสินีเบิกตากว้างตกใจ ริมฝีปากเผยอออกอย่างลืมตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะใกล้ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดกันและกัน สัมผัสเพียงแผ่วเบากลับสร้างความวาบหวามให้เกิดขึ้นในหัวใจสองดวง วาสินีรู้สึกตัวก่อนรีบแอ่นหน้าถอยห่าง แต่ถูกมือหนาช้อนท้ายทอยกดดึงเข้ามาหา ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับลงมาปิดเสียงอุทานให้เลือนหายไปในคอระหง เรียวปากอิ่มได้รับจุมพิตแรกแห่งวัยสาวอย่างดูดดื่ม ร่างบางแข็งทื่อสมองพร่าพราย สองมือเหนี่ยวเกาะลำคอหนาไว้เป็นที่พึ่งไม่ให้เข่าทรุดลงไป ขณะเผลอไผลหลงอยู่ในมนตร์สะกดตกอยู่ในห้วงเสน่หาอย่างไม่รู้ตัว ว่ากำลังเผลอตัวจูบตอบเขาไป
หวาน... ทำไมหวานแบบนี้
โอลิเวอร์อุทานในใจ เมื่อได้ลิ้มชิมกลีบปากนุ่มหวานของหญิงสาว เขาเคยจูบสิตาภาสองหนครั้งแรกตอนกลับจากงานเลี้ยงที่อพาร์ตเมนท์ของโรสิตา ครั้งที่สองตอนที่เขารังแกเธอ ทั้งสองครั้งเธอไม่ได้ตอบสนองเขาแบบนี้ ชายหนุ่มหยุดคิดสงสัยเมื่อสอดปลายลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากนุ่ม ลิ้นเล็กๆ ของเธอหลีกหลบปลายลิ้นร้อนของเขาอย่างไม่ประสา ก่อนจะถูกเขาเกี่ยวกระหวัดเอาไว้จนหนีไม่พ้น โอลิเวอร์ดูดดึงความหวานจากเรียวปากสวยของเธอทั้งบนและล่าง ยิ่งเธอตอบสนองเขายิ่งรุกเร้าร้อนแรงขึ้น มือหนาเลื่อนลูบไปทั่วแผ่นหลังเนียนขณะที่ริมฝีปากยังคงแระเล็มความหวานไม่ยอมหยุด เสียงลมหายใจหอบกระเส่าของเขาและเธอประสานกันตามอารมณ์ที่โลดแรง โอลิเวอร์ผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาวาววามจ้องมองใบหน้างามของหญิงสาว เธอปรือตามองเขาขบเม้มริมฝีปากที่เริ่มเจ่อนิดๆ จากรสจูบแสนเร่าร้อนเมื่อครู่ ร่างบางอ่อนระทวยในอ้อมแขนของเขาเย้ายวนหัวใจคนมองจนแทบควบคุมตัวเองไม่ไหว หากไม่ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วมา เขาคงสานต่อกับเธอจนสุดทาง
“ผมทำเป็น ไม่ต้องกลัวอด คุณได้อิ่มทุกอย่างแน่ทั้งอาหาร ทั้ง...ด้วย” เขายิ้มตาพราว รอเวลาไปถึงเกาะแทบไม่ไหวพิธีการเสร็จสิ้นลง เจ้าบ่าวเจ้าสาวถูกพาขึ้นเรือไปยังเกาะดาวล้อมเดือนเรียบร้อย แขกผู้มาร่วมงานก็แยกย้ายกันกลับโอลิเวอร์อุ้มลูกชายและโอบไหล่ภรรยาสาวพาเดินกลับบ้านพักส่วนตัว ยามนี้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยกราบขอโทษวาสินีและสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก คุณอโณมากับคุณโรเบิร์ตรับขวัญสะใภ้กลับบ้านด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่และยินยอมให้วาสินีกลับไปดูแลร้านอาหารต่อโดยมีนางแมรี่เป็นผู้ช่วยหลังจากนั้นก็จัดพิธีแต่งงานให้ทั้งสองอีกครั้งพร้อมกับจดทะเบียนสมรส ให้วาสินีก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัวเมดิสันอย่างเต็มตัว“สินี... คุณจะโกรธผมไหม ถ้าผมอยากรู้เรื่องของสิตา”โอลิเวอร์เอ่ยถามอย่างเกรงใจภรรยา เขาไม่ได้อาลัยรักสิตาภาอีกแค่อยากรู้เรื่องของเธอเท่านั้น“สินีก็คิดจะเล่าเรื่องของสิตาให้คุณฟังเหมือนกัน สินีแค่รอคุณถาม”เธอยิ้มให้เขา พลางจูงมือเขาเดินไปยังท้ายเกาะ หลังบ้านผู้เฒ่าการ์ซู“ที่นี่คือดินแดนรักนิรันดร์ยังไงล่ะคะ”หญิงสาวพาโอลิเวอร์มายังสถานที่ ที่เรียกว่าด
“จริงอยู่ที่สิตาเป็นแม่ของลูกผม แต่เธอไม่ใช่เมียผม เราแค่มีความสัมพันธ์กันอย่างไม่ตั้งใจ”โอลิเวอร์ดึงร่างงามเข้ามากอดไว้อีกครั้ง ลูบแผ่นหลังเธอเบาๆ“ผมไม่ได้ต้องการสิตาภา ไม่ได้รักพี่สาวของคุณอีกแล้ว”“คุณโกรธฉัน หาว่าฉันหลอกคุณ”เธอยอมผ่อนกายให้เขากอด แต่ยังเอ่ยปากหาข้อมางัดง้างคำพูดเขาต่อ“ผมขอโทษ ผมแค่รู้สึกโกรธตัวเองที่ตาถั่ว แยกแยะไม่ออกว่าคุณกับสิตาต่างกันแค่ไหน”โอลิเวอร์ถอนหายใจแรง เสียใจกับการกระทำโง่เง่าของตัวเอง“คุณก็เลยมาโกรธฉันด้วย ที่ทำให้คุณกลายเป็นคนโง่เหรอคะ” วาสินีนึกน้อยใจ“ไม่ ไม่ ผมแค่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ต่างหาก ถึงได้โยนความผิดให้คุณ เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้า”“โยนโทษให้ฉัน แล้วยังหาเรื่องรังแกฉัน บังคับให้ฉันเป็นนางบำเรอของคุณนี่นะ” เธอโกรธเขาข้อนี้ที่สุด“ผมแค่ไม่อยากเสียคุณไป กับคิดโง่ๆ อยากแกล้งให้คุณเจ็บ ลงโทษที่คุณหลอกผม”คนฟังส่ายหน้าผลักร่างหนาถอยห่าง“ถ้าไม่เกิดเรื่องขึ้น คุณคงแกล้งฉันไปเรื่อยๆ ใช่ไหม”“โถ่ ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ผมแค่อยากผูกมัดคุณให้อยู่กับผม จนกว่า...” เขาผ่อนเสียงลง ดวงตาไหววูบหม่นเศร้าเมื่อก้มลงมองหน้าท้องแบนราบของเธอ“จนกว่า
“สินี...” เสียงเรียกคุ้นหูแว่วมาวาสินีหันไปมองรอบกาย ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อไม่เห็นใครสักคน ริมฝีปากกดยิ้มเศร้าเมื่อนึกว่าตัวเองคิดถึงใครบางคนจนหูแว่ว“สินี...” เสียงเรียกดังขึ้นอีกครั้งหญิงสาวหันไปมองรอบกาย ค้นหาต้นเสียงแต่ก็ไม่เห็นใคร“คุณโอลิเวอร์...”เธอเอ่ยชื่อเขาเสียงแผ่ว ใบหน้างามหมองเศร้าแววตาหม่นซึม“ต้องลืมเขาให้ได้สิ เราต้องไม่คิดถึงคนใจร้ายคนนั้น”เธอพึมพำบอกตัวเอง ปัดภาพใบหน้าหล่อเหลารอยยิ้มที่ยังตราตรึงในหัวใจออกจากความคิด เธอยังจำช่วงเวลาดีๆ ที่มีร่วมกับเขาบนเกาะดาวเคียงเดือนได้ฝังใจ เจ็ดวันนั้นเธอช่างมีความสุขเหลือเกิน เขาแสนดีราวกับเทพบุตรจากสวรรค์ปกป้องคุ้มภัยมอบไออุ่นรักอ่อนโยนหญิงสาวลูบข้อมือข้างซ้ายของตัวเองมองดูมันแล้วถอนหายใจยาว โซ่ที่มองไม่เห็นดูเหมือนจะร้อยรัดเธอไว้กับเขาไม่ยอมหลุด เธอมอบใจให้เขาหมดทั้งดวงในตอนนั้นเอง และไม่เคยถอนใจกลับคืนแม้จะถูกเขาทำร้ายจนเจ็บปวดแทบขาดใจเธอเคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด สำหรับเธอมันยิ่งกว่าตาบอดแต่ผสมความโง่งมเข้าไปด้วย รักคนที่เขาไม่รักไม่พอยังยอมให้เขาพร่าผลาญทั้งร่างกายและจิตใจไม่รู้เข็ดหลาบ กายหนีห่างแต่ใจกลับสยบยอมอยู่
“ตาสบายดี หนูล่ะเพิ่งหายป่วยอาการเป็นยังไงบ้าง”“สินีหายแล้วค่ะ ตอนนี้กลับมาช่วยงานโจนาธานได้เหมือนเดิมแล้ว”วาสินียิ้มอ่อนๆ แต่แววตายังฉาบรอยหมองเศร้าจนผู้สูงวัยสังเกตเห็น“หนูสินี ชีวิตคนเรามันสั้นนักนะ อย่าให้ความทุกข์มาทำให้เราสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เลย”วาสินีหลบตารับรู้ความห่วงใยผ่านกระแสเสียงของผู้เฒ่า ท่านรักและเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง ย่อมห่วงใยจนสังเกตเห็นว่าเธอสุขหรือทุกข์“สินีไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะคุณตา สินีสูญเสียทุกอย่างไปหมดแล้ว ทั้งน้องเอื้อ... ทั้งลูกในท้อง และ...” คนที่เธอรักหญิงสาวน้ำตาคลอหัวใจสะเทือนไหว น้ำตาไหลออกมาง่ายดายนักเพียงแค่นึกถึงคนที่เธอหันหลังให้“หนูเสียเขาไป หรือว่าหนูทิ้งพวกเขามา”ผู้เฒ่าการ์ซู ถามออกไป ก่อนจะยิ้มปลอบโยน“ตาเคยสอนให้หนูใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไม่ใช่หรือ หนูถามพวกเขาหรือยังว่าพวกเขาไม่ต้องการหนูจริงหรือ การคิดเอาเองมันไม่ช่วยให้เราพ้นทุกข์หรอกนะ หนูต้องกล้าเผชิญความจริง”มือเหี่ยวย่นยื่นมาลูบศีรษะเบาๆ“มองดูต้นผูกรักนั่นสิ ปีหนึ่งมันจะออกดอกแค่ครั้งเดียวก็จริง แต่ดอกของมันจะหอมไปนานแสนนานจนกว่าต้นของมันจะตายไป เปรียบเหมือนควา
โจนาธานไม่โกรธมิเชลที่ขับรถชนวาสินี เพราะรู้ว่าหญิงสาวไม่ได้ตั้งใจ เขาเล่าเรื่องวาสินีให้มิเชลฟังหลังจากที่ปรับความเข้าใจกับเธอแล้ว มิเชลรู้สึกผิดที่เคยคิดไม่ดีกับวาสินีจึงอยากไปขอโทษ แต่กลับไปขับรถชนอีกฝ่ายแทน มิเชลถูกยึดใบหนุญาตขับขี่และถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยประมาทกว่าจะจัดการเรื่องนี้ได้ก็ยุ่งยากพอดู โชคดีที่วาสินีไม่เอาเรื่องและบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเธอวิ่งไปตัดหน้ารถของมิเชลเอง คดีจึงไม่ร้ายแรงอย่างที่กลัว หลังจากนั้นมิเชลก็ไปขอโทษวาสินีที่โรงพยาบาล สองสาวปรับความเข้าใจกัน วาสินีขอร้องให้มิเชลกับโจนาธานช่วยพาเธอหนีจากโอลิเวอร์ หญิงสาวขอเวลาทำใจเรื่องลูกสักพัก ก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป“ฉันว่าเราเลิกยุ่งกับสองคนนั้นดีไหม ปล่อยให้เขาสองคนได้พบกัน และตัดสินใจอนาคตของเขาเอง พี่โอลิเวอร์กับสินีเจ็บปวดมามากแล้วนะ” มิเชลเปรยขึ้น มองหน้าคนรักหวังให้เขาใจอ่อนโจนาธานนิ่วหน้า “คุณพูดเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่าง หรือว่าทำไปแล้วไม่บอกผม”เขารู้นิสัยของคนรักดีว่ามิเชลมักทำอะไรก่อนบอกเสมอ ครั้งนี้คงทำอะไรสักอย่างไปแล้ว“รู้ทันอีกแล้วนะพี่ร็อต”มิเชลยิ้มหวาน ขยับมาเบียดร่างหนาขอ
ครอบครัวเมดิสันพากันมาเยี่ยมวาสินี คุณอโณมาเมื่อได้รู้ความจริงเรื่องว่าสินีก็รู้สึกเสียใจ ที่ตั้งแง่รังเกียจลูกสะใภ้อีกทั้งยัง กลั่นแกล้งด้วยการแย่งหลานชายมาดูแลเอง ไม่เคยพูดจาดีๆ กับอีกฝ่ายแม้สักคำ รวมถึงสั่งสอนหลานชายให้เกลียดแม่ตัวเอง ทำให้วาสินีต้องคิดมากจนกดดัน“หนูสินี ยกโทษให้แม่ด้วยนะ ที่แม่เคยทำไม่ดีกับหนูไว้” คุณอโณมาเอ่ยขอโทษลูกสะใภ้“สินีไม่เคยโกรธคุณ... คุณป้าหรอกค่ะ”วาสินียิ้มบางๆ ไม่ถือโทษเอาความคนสูงวัยกว่า เธอหุบยิ้มเมื่อหันไปสบตาโอลิเวอร์ เมินหน้าหนีเขาเหมือนที่ทำทุกวัน ทำเอาคนถูกเมินทำหน้าจ๋อย“ไอรีนก็ขอโทษด้วยนะ ไอรีนเสียใจที่บังคับให้สินีตีน้องเอื้อ”ไอรีนขยับเข้ามาหาคนเจ็บ เอ่ยขอโทษเสียงอ่อน“วันนั้นคนที่เป็นต้นเหตุ ไม่ใช่น้องเอื้อแต่เป็นจาคอฟ ลูกชายไอรีนเขาไปเรียกสินีว่ายายเลสเบี้ยน น้องเอื้อโมโหเลยต่อยจาคอฟ แกไม่ได้ตั้งใจผลักจัสมินด้วย ไอรีนลงโทษจาคอฟไปแล้วนะ จับฟาดจนขาเขียวไปแล้วล่ะ”“โถ่ อย่าไปตีแกอีกนะคะ เด็กเขาจะคิดว่าแม่ไม่รัก เหมือน...”วาสินีหยุดพูดหน้าตาหมองลงเมื่อคิดถึงลูกชาย น้องเอื้อไม่โผล่หน้ามาเยี่ยมแม่ของแกเลย แกคงเกลียดแม่คนนี้แล้วถึงไม่ยอมมาหา
2“มานอนเตียงฉันได้ยังไง ผมก็เปียกหมอนฉันแฉะหมดแล้ว” เธอเดินมายืนข้างเตียงหอบหายใจแรงด้วยความเหนื่อย ผสมกับความตื่นตกใจโจนาธานปรายตามองใบหน้าแดงๆ ของคนเหนื่อยจัดอย่างขบขัน แม่คุณช่างกลัวเสียภาพพจน์เสียจริง กลัวว่าผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะไม่ชอบใจหากเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นในห้องสองต่อสอง ถึงกับลากเขามาหล
โจนาธานหยุดไล่ตาม เขายิ้มร้ายขณะค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเปียกชุ่มออกทีละเม็ดจนครบทุกเม็ด สายตาคู่คมจ้องใบหน้าซีดๆ ของหญิงสาวไม่ละสายตา รอยยิ้มเปิดกว้างขึ้นเมื่อเห็นเธอทำหน้าเหมือนปลาสำลักน้ำ ตอนที่เขาถอดเสื้อออกจากร่างมิเชลยืนตัวแข็งอ้าปากค้าง เมื่อเห็นชายหนุ่มค่อยๆ ถอดเสื้อเชิตสีขาวออกพ้นตัว ดวงตาคุ๋
“สินีจ๋า... ผมอยากกอดคุณนานกว่านี้นะ แต่...”โอลิเวอร์คลายอ้อมแขนออก ทำหน้านิ่วเมื่อบางอย่างกำลังปั่นป่วนในท้องเขา ดับความวาบหวามใจจนสิ้น“แต่อะไรคะ”วาสินีเอียงคอมองคนพูดอย่างไม่เข้าใจ เขาทำหน้าราวกับแบกโลกไว้ทั้งใบ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่แท้ๆ“แต่ตอนนี้ ผมอยากเข้าห้องน้ำจังเลยครับ”ใบหน้าหล่อเหลาเริ่
เขาไม่ปล่อยให้ช่วงเวลาทองสูญเสียไปอย่างไร้ค่า ฝ่ามือหนาสอดมือผ่านชุดนอนบางใสจับชายกระโปรงยกลอยสูงขึ้นจนร่นมากองเหนืออกอวบ ฝ่ามือลูบโลมผิวเนียนนุ่มราวกับผ้าไหมเนื้อดี ร่างงามกระตุกเล็กน้อยบิดกายหนีเขาอย่างอ่อนระโหย ดวงตาคู่สวยหรี่มองเขาด้วยอาการที่คล้ายจะได้สติโอลิเวอร์จึงก้มลงไปปิดปากน้อยๆ ที่กำลั







