Share

บทที่ 18

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 10:40:03

จักรวาลขับรถพาเฌอปรางค์ออกมาไกลอย่างไม่มีจุดหมายตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย เฌอปรางค์นั้นกำลังตกอยู่ในสภาวะช็อค ที่เห็นชานนท์โผล่มายืนต่อหน้าแบบไม่คาดคิด รวมถึงเรื่องที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มประกาศกลางรายการ ว่ากำลังจะแต่งงานกับเธอสัปดาห์หน้า ก็ยิ่งทำให้เฌอปรางค์เครียดมากขึ้น เพราะมั่นใจว่ายายเสาวรสคงจะทราบข่าวนี้ พร้อมกับประชาชนทั้งประเทศไปแล้วแน่นอน

ทางด้านจักรวาลที่ขับรถเงียบมาตลอดทาง ก็กำลังคิดทบทวนถึงเรื่องการแต่งงาน ที่ตนได้ประกาศออกไปเมื่อครู่ การที่เขาพูดเช่นนั้น เป็นเพราะต้องการช่วยเหลือเฌอปรางค์ให้รอดพ้นจากการราวีของชานนท์ แต่มันกลับเป็นการเพิ่มปัญหาใหม่โดยปริยาย เพราะหากเขาไม่แต่งงานตามที่ประกาศ ก็คงจะถูกสื่อมวลชนโจมตีอย่างหนักอีกระรอก เห็นทีงานนี้จักรวาลจะโยนบ่วงไม่พ้นคอเสียแล้ว ทางรอดทางเดียวที่มองเห็นก็คือ ต้องแต่งงานตามที่ได้ประกาศออกไปเท่านั้น

“คุณบ้าไปแล้วเหรอ อยู่ดีๆ ก็ประกาศว่าเราจะแต่งงานกัน” เฌอปรางค์พูด สีหน้าเคร่งเครียด

“ก็เรากำลังจะแต่งงานกันจริงๆ นี่นา” จักรวาลตอบหน้าตาย

“ใครจะแต่งกับคุณ !?” หญิงสาวตกใจ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ก็คุณไง”

“ไม่มีทาง!”

“ผมช่วยคุณแล้ว แล้วคุณไม่คิดจะช่วยผมบ้างหรือไง” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเรียกร้อง

“คุณช่วยอะไรฉัน”

“ถ้าผมไม่บอกว่าเราจะแต่งงานกัน คุณก็ต้องกลับไปแต่งกับนายชานนท์ ที่ผมทำไปก็เพราะอยากช่วยคุณนะ”

“แล้วคุณรู้หรือเปล่าว่าความช่วยเหลือของคุณ กำลังจะนำหายนะมาให้ฉัน” เฌอปรางค์ปิดท้ายคำพูดด้วยการถอนหายใจเฮือกใหญ่

“การแต่งงานกับผมมันเลวร้ายถึงขนาดนั้นเลยเหรอ” จักรวาลเริ่มเสียความมั่นใจ ที่หญิงสาวตั้งท่ารังเกียจเขาถึงขนาดนี้ เพราะหากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงดีใจจนแทบสิ้นสติ ที่จะได้แต่งงานกับซุปเปอร์สตาร์คนดังอย่างเขา

“คุณไม่รู้หรอก ว่าคุณยายฉันเกลียดดาราขนาดไหน แค่ท่านเห็นข่าวที่เราเป็นแฟนกันก็โกรธมากพอแล้ว ถ้าขืนให้ฉันแต่งงานกับคุณอีก มีหวังท่านคงได้บุกมาหักคอฉันถึงกรุงเทพฯ แน่” เฌอปรางค์กล่าวพลางทำท่าสยดสยอง

“ทำไมคุณยายของคุณถึงต้องจงเกลียดจงชังดาราด้วยล่ะ” จักรวาลสงสัย

“เพราะอะไรฉันก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าเกลียด แล้วก็ไม่ได้เกลียดธรรมดานะ เกลียดมากด้วย”

“ไม่ว่ายังไง อาทิตย์หน้านี้คุณต้องแต่งงานกับผม” จักรวาลสรุปเอาดื้อๆ

“ฉันไม่แต่ง” เฌอปรางค์ปฏิเสธเสียงแข็ง

“ต้องแต่ง ในเมื่อผมประกาศไปแล้ว คนทั้งประเทศก็รู้กันหมด ไม่แต่งไม่ได้” จักรวาลออกคำสั่ง มากกว่าจะเป็นการขอร้อง

“ทำไมฉันจะต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้บนความพอใจของคนอื่นไม่ทราบ หรือแม้กระทั่งคุณเอง ก็ไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน”

“คุณต้องแต่งงานกับผม” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเน้นชัดทุกถ้อยคำ 

“ไม่แต่ง”

“เท่าไรถึงจะแต่ง”

“เท่าไรก็ไม่แต่ง!”

               “สิบล้าน?”

               “นี่คุณ อย่าคิดว่าจะเอาเงินมาฟาดหัวฉันได้ง่ายๆ นะ” เฌอปรางค์ฉุน ที่เขามักจะเอาเงินมาเป็นข้อต่อรองกับเธออยู่เสมอ

การต่อรองของทั้งคู่ยุติลงโดยพลัน เมื่อโทรศัพท์มือถือของจักรวาลแผดเสียงร้อง เจ้าของเครื่องหยิบเครื่องมือสื่อสารนั้นขึ้นมาดูชื่อ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก แล้วถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนที่จะกดปุ่มรับสาย

“ครับคุณย่า...ครับ...ครับ...ครับ...ผมจะพามะปรางไปพบคุณย่าเดี๋ยวนี้ล่ะครับ” ชายหนุ่มตอบรับเสียงเบา

“คุณจะพาฉันไปไหน” เฌอปรางค์เอ่ยถามทันทีที่จักรวาลวางสาย

“คุณก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าคุณย่าของผมอยากเจอคุณ” จักรวาลตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่ดวงตาฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มขับรถออกจากถนนสายหลัก แล้วตัดเข้าถนนเลนเดียวเส้นเล็ก ที่ทอดตัวยาวไปจนเกือบสุดซอย แล้วขับรถผ่านเข้าไปในประตูบ้านหลังใหญ่ ที่มีแนวกำแพงสูงตระหง่านอย่างคุ้นเคย วินาทีแรกที่รถเคลื่อนผ่านประตูเข้าไป เฌอปรางค์รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากด้านนอกราวคนละโลก เนื้อที่หลังแนวกำแพงนั้นกว้างใหญ่ไพศาล บ่งบอกว่าเจ้าของบ้านต้องมีฐานะร่ำรวยมาก

“บ้านคุณย่าคุณเหรอ” เฌอปรางค์ถามพลางกวาดตามองไปทั่วบริเวณ

“ใช่” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ แล้วนั่งกำพวงมาลัยรถแน่นราวกับกำลังทำใจ

“แค่มาหาย่าตัวเอง ทำไมต้องทำท่าป๊อดขนาดนั้นด้วย คุณย่าคุณดุมากรึไง” หญิงสาวพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเต็มกำลัง เมื่อเห็นท่าทีขาดความมั่นใจของจักรวาล

ชายหนุ่มไม่พูดอะไร ได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด แล้วพยักหน้าส่งสัญญาณให้เฌอปรางค์ลงจากรถพร้อมกัน

จักรวาลเดินนำหน้าเฌอปรางค์ขึ้นไปบนเรือนทรงไทยหลังใหญ่ที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เพียงแค่ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องโถง ชายหนุ่มก็ได้พบกับคุณย่าประไพพรรณที่นั่งหน้าตึงรออยู่กลางห้อง ผู้อาวุโสมองหลานชายด้วยแววตาตำหนิ ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังเฌอปรางค์ ที่เดินตามหลังมาติดๆ

               “มากันแล้วเหรอ" ย่าประไพพรรณเอ่ยทักเสียงสะบัด

               “คุณย่ามีธุระอะไรกับผมเหรอครับ" จักรวาลถามกลับ พร้อมกับผายมือให้เฌอปรางค์นั่งลงที่เก้าอี้ว่างฝั่งตรงกันข้ามกับคุณย่าประไพพรรณ ส่วนตัวเขาเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวยาวตัวเดียวกับผู้เป็นย่า

               “ต้องมีธุระอย่างนั้นรึ ย่าถึงจะเจอหน้าแกได้” คราวนี้ผู้สูงวัยสะบัดหน้าน้อยๆ ด้วยความน้อยใจ

               “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่เห็นว่า คุณย่าไม่ค่อยเรียกให้ผมเข้ามาหาด่วนแบบนี้เท่านั้นเอง อย่าเพิ่งงอนสิครับ" จักวาลออดอ้อนพลางบีบนวดที่ต้นแขนขาวอวบของย่าประไพพรรณอย่างประจบเอาใจ

               “หลานชายคนเดียวจะแต่งงาน แต่คนเป็นย่าเพิ่งรู้จากทีวีเมื่อกี้นี้ แล้วจะไม่ให้ย่างอนได้ยังไง”" ย่าประไพพรรณเข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา

               จักรวาลชะงักมือที่กำลังบีบนวดแล้วลอบสบตากับเฌอปรางค์ซึ่งนั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม

               “แม่คนนี้ใช่มั้ยที่แกจะแต่งด้วยน่ะ" ผู้อาวุโสหันไปจ้องหน้าว่าที่หลานสะใภ้ตาเขม็ง

               “เอ่อ...มะปรางไม่...” เฌอปรางค์คิดจะปฏิเสธ แต่ก็ถูกจักรวาลชิงพูดตัดหน้าเสียก่อนว่า

               “ใช่ครับคุณย่า ผมขอโทษที่ไม่ได้เรียนให้คุณย่าทราบก่อนหน้านี้"

               เฌอปรางค์เห็นว่าย่าประไพพรรณมีท่าทีไม่ค่อยพอใจกับการประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบของจักรวาล ดังนั้นหญิงสาวจึงคิดฉวยโอกาสนี้ ทำให้ย่าประไพพรรณคัดค้านการแต่งงาน เพราะหากผู้อาวุโสไม่อนุญาต จักรวาลก็คงจะบังคับให้เธอแต่งงานด้วยไม่ได้แน่นอน

“ถ้าคุณย่าไม่อนุญาต มะปรางก็ไม่แต่งค่ะ”

               “คุณอยู่เฉยๆ เถอะน่า เดี๋ยวผมอธิบายทุกอย่างให้คุณย่าเข้าใจเอง" จักรวารีบห้ามเสียงขุ่น แล้วจ้องตาเฌอปรางค์ราวกับจะบอกว่า อย่าคิดปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ให้เหนื่อยเลย เพราะไม่มีวันที่เธอจะหยุดมันได้

            “มีอะไรจะอธิบาย ก็ว่ามา ย่ารอฟังอยู่"

               “ผมขอโทษ ที่ไม่ได้บอกคุณย่าก่อนที่จะประกาศออกสื่อ” จักรวาลตีหน้าสลด จากนั้นก็ต่อด้วยการเสกสรรค์ปั้นแต่งเรื่องราวมากมาย เพื่อหว่านล้อมให้ย่าประไพพรรณเชื่อว่าเขาและเฌอปรางค์เป็นคนรักกันจริงๆ และปิดท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ผมกับมะปรางรักกันมาก คุณย่าอนุญาตให้เราแต่งงานกันเถอะนะครับ”

               “แกพูดอยู่คนเดียวว่ารัก แล้วผู้หญิงเขารักแกด้วยมั้ย ไม่ใช่แกไปบังคับขู่เข็ญเขามานะ”

               จักรวาลชะงักกึก เพราะถูกพูดแทงใจดำ แต่ก็รีบโมเมตอบว่า “ก็ต้องรักสิครับ”

               “ย่าไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะมีผู้หญิงที่ไหนยอมแต่งงานกับคนนิสัยไม่ดี ชอบเอาแต่ใจตัวเองอย่างแก” ย่าประไพพรรณพูดต่อว่าแกมประชด

               “โหย...คุณย่าพูดแบบนี้ผมเสียหายนะครับ” จักรวาลประท้วงเบาๆ

               “มะปรางรักหลานชายย่าจริงหรือ” ย่าประไพพรรณหันไปถามเฌอปรางค์ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก

               คนถูกถามทำหน้าเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าจะถูกถามคำถามนี้ ครั้นจะให้ตอบว่า ‘รัก’ ก็พูดไม่ออก เพราะจะเป็นการให้การเท็จเสียเปล่าๆ ดังนั้นหญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มรับแบบเจื่อนๆ จักรวาลจึงรีบรวบรัดเข้าข้างตัวเอง

               “เห็นมั้ยครับคุณย่า มะปรางก็ยอมรับแล้วว่ารักผม ในเมื่อเราสองคนรักกัน คุณย่าอนุญาตให้เราแต่งงานกันเถอะนะครับ”

               “ย่าไม่เห็นมะปรางจะพูดอะไรเลย”

               “คุณย่าไม่เคยได้ยินเหรอครับ ว่าการไม่ปฏิเสธก็คือการยอมรับ อีกอย่างมะปรางคงจะอายน่ะครับ ใช่มั้ยมะปราง” ท้ายประโยคนั้นจักรวาลหันไปถามเฌอปรางค์ ซึ่งหญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ แทนคำตอบดังเดิม

               “คุณย่าอนุญาตให้เราแต่งงานกันเถอะนะครับ” หลานชายวิงวอน

               “ในเมื่อสองคนรักกัน ย่าก็คงห้ามอะไรไม่ได้” ในที่สุดย่าประไพพรรณก็ยอมใจอ่อน เพราะเห็นแก่ความสุขของหลานชาย แต่ที่ผู้สูงวัยแสดงท่าทีปั้นปึ่งในตอนแรก ก็เพราะน้อยใจตามประสาคนแก่ ที่หลานชายทำอะไรไม่ปรึกษาหารือก็เท่านั้นเอง

               “คุณย่าน่ารักที่สุดในโลกเลยครับ” จักรวาลเลื่อนมือไปโอบกอดผู้เป็นย่าเอาไว้แน่นอย่างประจบเอาใจ

               ย่าประไพพรรณยกมือขึ้นลูบศีรษะหลานชายด้วยความรักสุดหัวใจ แล้วหันไปถามเฌอปรางค์ว่า “พ่อแม่หนูอยู่ที่ไหน ย่าจะได้ไปสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณี”

               เฌอปรางค์ยิ้มเศร้าๆ ก่อนตอบตามความจริงว่า “มะปรางเป็นลูกกำพร้า ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ค่ะ”

               ผู้อาวุโสเวทนาว่าที่หลานสะใภ้ขึ้นมาจับใจ แล้วก็อดนึกถึงหลานชายของตนไม่ได้ เพราะจักรวาลเองก็เป็นกำพร้าเหมือนกัน บิดาและมารดาของเขาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ ตั้งแต่เขามีอายุได้เพียงหกขวบเศษเท่านั้น

               “แล้วญาติผู้ใหญ่ล่ะ มีมั้ย”

               เฌอปรางค์ก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบ ย่าประไพพรรณจึงเข้าใจเอาเอง ว่าหญิงสาวเป็นคนไร้ญาติขาดมิตร

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องขอล่ะ แต่งเลยก็แล้วกัน เรื่องสินสอดทองหมั้นย่าจะจัดการไม่ให้น้อยหน้าใคร ไม่ต้องห่วงนะ”

               เฌอปรางค์ได้แต่ฝืนยิ้มรับคำของย่าประไพพรรณ เพราะไม่ว่าเธอจะก๋ากั่นเพียงใด แต่ก็ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ว่าไม่ให้ก้าวร้าวหรือเสียมารยาทต่อผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่มีจิตใจเมตตาอย่างย่าประไพพรรณด้วยแล้ว เธอยิ่งต้องให้การเคารพอย่างสูงสุด

จักรวาลยิ้มพอใจ ที่สถานการณ์เป็นไปในทิศทางเขาต้องการ โดยที่ไม่ต้องออกแรงถกเถียงกับผู้เป็นย่าอย่างที่กังวลใจในตอนแรก

               สองหนุ่มสาวอยู่รับประทานอาหารเย็นกับย่าประไพพรรณเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงลากลับ เดิมทีชายหนุ่มจะพาหญิงสาวไปส่งที่ร้านกาแฟของส้มแป้น แต่ก็ต้องกลับลำกะทันหัน เมื่อเรืองฤทธิ์โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังรอทั้งคู่อยู่ที่บ้านของจักรวาล และทันทีที่ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มกลับถึงบ้าน ก็ถูกผู้จัดการส่วนตัวจู่โจมทันทีว่า

               “จักรรู้ตัวรึเปล่าว่าวันนี้พูดอะไรออกไป”

               “อะไรกันพี่ฤทธิ์ มาถึงก็ใส่เลย ให้ผมนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนไม่ได้หรือไง” จักรวาลโต้กลับ แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา

               เฌอปรางค์เดินตามเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวเดียวกับเจ้าของบ้าน

               “แล้วนี่จะทำยังไงกันต่อไป นักข่าวจับตามองงานแต่งของเธอสองคนกันใหญ่แล้วนะ ถ้าไม่แต่งล่ะก็งานเข้าอีกรอบแน่” เรืองฤทธิ์เครียดจัด ยกสองมือขึ้นกุมขมับอย่างคนที่หาทางออกไม่ได้ “โอ๊ย...เจ้อยากตาย นี่มันอะไรกันนักหนา ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายดันเข้ามาแทรกอีก”

               “พี่ฤทธิ์ไม่ต้องเครียดหรอก ผมกับมะปรางตกลงกันแล้ ว่าจะแต่งงานกันอาทิตย์หน้า ตามที่ประกาศ” จักรวาลบอก

               “ฉันยังไม่ได้ตกลงด้วยสักหน่อย อย่ามาพูดเองเออเอง” เฌอปรางค์โต้ทันควัน

               “ก็ตอนอยู่ต่อหน้าคุณย่า ไม่เห็นคุณจะปฏิเสธอะไรเลยนี่นา ผมถือว่านั่นคือการยอมรับ”

               “ที่ฉันเงียบ เพราะไม่อยากเสียมารยาทกับคุณย่าของคุณต่างหาก” เฌอปรางค์เถียง

               เรืองฤทธิ์เกิดความคิดใหม่แว่บเข้ามาในหัว จึงออกปากโน้มน้าวเฌอปรางค์ว่า “แต่ฉันว่า ถ้าเธอยอมแต่งงานกับจักร มันก็เป็นผลดีกับตัวเธอเองนะมะปราง อย่างน้อยไอ้เตี้ยชานนท์นั่นก็จะได้เลิกวุ่นวายกับเธอซะที”

               “ยังไงมะปรางก็ไม่แต่งเด็ดขาดค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง

               “ก็แค่แต่งกันแต่ในนาม ไม่ต้องจดทะเบียน และฉันก็จะไม่ให้จักรล่วงเกินอะไรเธอทั้งสิ้น” เรืองฤทธิ์รับปากขึงขัง

               “พูดอย่างกับผมอยากทำอะไรนักนี่” จักรวาลว่า

               เฌอปรางค์ย่นจมูกหมั่นไส้จักรวาล แล้วนิ่งเงียบตรึกตรอง การแต่งงานกับจักรวาลความจริงแล้วก็เป็นผลดีต่อตัวเธอตามที่เรืองฤทธิ์บอกจริง เพราะอย่างน้อยสถานภาพภรรยาของจักรวาล ก็คงพอทำให้ชานนท์เลิกตอแยกับเธอได้ อีกอย่างการแต่งงานกับคนที่เธอเชื่อว่าเป็นเกย์ ก็คงไม่เป็นอันตรายต่อความสาวของเธอ

               “ฉันยอมแต่งงานกับคุณก็ได้ แต่แค่ในนามเท่านั้นนะ” หญิงสาวกำชับประโยคสุดท้ายชัดถ้อยชัดคำ

               “ต่อให้เมาหนักแค่ไหน ก็ทำไม่ลงหรอก” จักรวาลตอบกวนอารมณ์ พลางกวาดตาไปทั่วร่างบอบบางของหญิงสาว แล้วทำท่า ‘กลืนไม่ลง’  

               “นี่คุณ!” เฌอปรางค์กำลังจะอาละวาด แต่ก็ถูกเรืองฤทธิ์ปรามเสียก่อน

               “หยุดเถียงกันได้แล้ว”

               “แล้วมะปรางต้องแต่งงานกับนายจักรยานเบรกแตกนี่นานแค่ไหนคะพี่ริชชี่” เฌอปรางค์ถาม

               “หนึ่งปี” จักรวาลชิงตอบ

               “นานเกินไป ฉันทนได้แค่สามเดือน”

               “น้อยไป แต่งงานกันแค่สามเดือนแล้วหย่า เดี๋ยวพวกนักข่าวก็หาเรื่องโจมตีผมอีกจนได้ เราต้องอยู่ด้วยกันหนึ่งปี” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มบอก

               “เห็นแก่ตัว” หญิงสาวต่อว่าหน้าง้ำ

               ทั้งคู่ทำท่าจะเถียงกันยาว ดังนั้นเรืองฤทธิ์จึงต้องหาทางประนีประนอม และในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่า จักรวาลและเฌอปรางค์จะแต่งงาน และอยู่ร่วมบ้านฉันท์สามี ภรรยา เป็นเวลาหนึ่งปี แล้วหลังจากนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งคู่จะแยกทางกันโดยไม่มีเงื่อนไข

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status