Partager

บทที่ 25

last update Date de publication: 2026-10-27 10:52:27

เวลาค่ำ ที่บ้านของจักรวาล เฌอปรางค์นั่งดูข่าวการทะเลาะวิวาท ระหว่างจักรวาลและชยตร์ ผ่านทางโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่กว่าห้าสิบนิ้ว ภาพข่าวรายงานว่าจักรวาลไม่พอใจ ที่ต้องทำงานร่วมกับชยตร์ จึงเป็นฝ่ายหาเรื่อง และลงมือทำร้ายร่างกายคู่กรณีก่อน

“นายจักรยานเบรกแตกเอ๊ย ทำไมถึงได้ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านนักนะ” หญิงสาวนั่งบ่นอยู่หน้าจออย่างสุดเซ็งกับพฤติกรรมยอดแย่ของจักรวาล ที่มักจะเป็นข่าวทางด้านลบให้เห็นอยู่เนืองๆ

“ไอ้ชยตร์มันเป็นคนหาเรื่องผมก่อน!” เสียงของจักรวาลดังขึ้นจากทางด้านหลัง อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ก่อนที่ร่างสูงจะเดินไปคว้ารีโมทคอนโทรลขึ้นมากดปุ่มปิดโทรทัศน์

“ปิดทำไม ฉันดูอยู่นะ” หญิงสาวต่อว่าด้วยความไม่พอใจ ความจริงเธอไม่ได้อยากดูรายการข่าวนี้สักเท่าใดนัก แต่ที่โวยวายก็เพราะไม่ชอบใจ ที่จักรวาลมักจะทำอะไรตามใจตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นอยู่เสมอเท่านั้นเอง

“ข่าวไร้สาระ ไม่ต้องดูหรอก” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มพูดพลางทรุดกายลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับเฌอปรางค์ จากนั้นจึงพูดต่อไปอีกว่า “ผมบอกให้คุณรอยู่ที่ร้าน ทำไมไม่รอ”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเสร็จงานกี่โมงนี่นา” หญิงสาวตอบพลางขยับตัวถอยห่างออกมานิดหนึ่ง เพราะรู้สึกว่าเขานั่งใกล้เธอมากเกินไป

“ไม่รู้ แล้วทำไมไม่โทร. ถาม” 

“ฉันไม่มีเบอร์คุณ”

“แล้วทำไมไม่ขอจากไอ้เกลือ หรือไม่ก็โทร. ถามพี่ฤทธิ์ก็ได้ หนีกลับมาเองแบบนี้มันอันตรายรู้มั้ย”

“ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ ฉันดูแลตัวเองได้” เฌอปรางค์กระแทกเสียงราวเด็กน้อยแสนงอน ทั้งที่เพิ่งจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่เด็ก “เรื่องเล็กนิดเดียว ทำไมคุณต้องบ่น อย่างกับเป็นเรื่องใหญ่โตนักหนา”

“คราวหลังถ้าผมบอกให้รอก็ต้องรอเข้าใจมั้ย เพราะถ้าผมนัดคุณแล้ว ยังไงผมก็ต้องไปหาคุณจนได้” เป็นเพราะชยตร์ขู่ไว้ว่าจะทำร้ายเฌอปรางค์ จึงทำให้จักรวาลเป็นกังวลมาก หากจะปล่อยให้หญิงสาวไปไหนมาไหนคนเดียว และยิ่งภาคินฝากฝังน้องสาวไว้กับเขาด้วย เขาก็ยิ่งต้องดูแลเธอให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เพื่อนรักให้ความไว้วางใจ

“คุณนี่ชักจะขี้บ่นเหมือนพี่เกลือเข้าไปทุกทีแล้วนะ” หญิงสาวหันไปย่นจมูกใส่ชายหนุ่มข้างกายด้วยความหมั่นไส้ ในขณะเดียวกันก็อดรู้สึกดีไม่ได้ ที่เขาแสดงท่าทีเป็นห่วงเธอมากเช่นนี้

“คุณก็อย่าดื้อนักสิ ผมจะได้ไม่ต้องบ่น” จักรวาลกล่าวพลางเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวนุ่ม แล้วหลับตาระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ราวกับต้องการปลดปล่อยสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ภายในใจออกมาให้หมดสิ้น

“เหนื่อยเหรอ?” เฌอปรางค์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิม เมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทีอ่อนล้าออกมาอย่างเปิดเผย จนเธอรู้สึกว่าควรจะพักรบไว้ชั่วคราว

“นิดหน่อย” ชายหนุ่มตอบเนือยๆ 

“ถ้างั้นคุณขึ้นไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนนะ แล้วค่อยลงมาทานข้าวด้วยกัน วันนี้ฉันให้ป้าแม่บ้านทำกับข้าวไว้หลายอย่าง แต่คุณจะกินได้หรือเปล่าไม่รู้นะ เพราะฉันให้ทำแต่ของที่ฉันชอบ แต่ฉันไม่ได้เห็นแก่ตัวนะ ฉันไม่รู้ว่าคุณชอบกินอะไรก็เลยเตรียมให้ไม่ถูก” หญิงสาวรีบแก้ตัวไว้ล่วงหน้า เพราะกลัวว่าคนปากดีจะหาเรื่องต่อว่าเอาได้อีก

“ผมกินได้ทุกอย่างแหละ” จักรวาลตอบพร้อมกับมีรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นเมื่อก่อน ตอนอยู่คนเดียว เขาคงจะจมอยู่กับอารมณ์ร้อนรุ่มที่ติดตัวมาจากนอกบ้าน และคงไม่มีใครมาพูดคุย ถามไถ่ด้วยความห่วงใย จนทำให้ความร้อนระอุนั้นคลายลง จนเหลือเพียงความอบอุ่นในหัวใจเช่นตอนนี้ นี่คงเป็นข้อดีของการใช้ชีวิตคู่สินะ แม้จะเป็นชีวิตคู่จอมปลอม แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกดีได้อย่างประหลาด

ภาคินตื่นเช้ากว่าปกติ แล้วรีบลงไปหาส้มแป้นที่ห้องครัว เพราะรู้ว่าในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้ ผู้เป็นเจ้าของบ้านจะต้องง่วนอยู่กับการทำเค้กเหมือนเคยแน่นอน และก็เป็นไปตามคามคาดหมาย เมื่อชายหนุ่มชะโงกหน้าเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ก็พบว่าหญิงสาวกำลังสาละวนอยู่กับการทำเค้กอยู่จริง

ภาคินกวาดสายตาไปยังอุปกรณ์และส่วนผสมมากมายที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ดวงหน้าเรียวเล็กของส้มแป้น ซึ่งยังคงตั้งอกตั้งใจทำขนม โดยหารู้ไม่ว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองเธออยู่

หลายวันที่อาศัยอยู่ที่นี่ ภาคินเห็นส้มแป้นตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวัน เพื่อทำเค้กและเตรียมตัวเปิดร้านในช่วงสาย และกว่าจะปิดร้านก็หลังสามทุ่ม บางวันลูกค้านั่งติดลม ก็เลยเถิดไปจนถึงสี่ทุ่มบ้าง ห้าทุ่มบ้างก็มี ชายหนุ่มยังนึกแปลกใจอยู่ไม่หาย ว่าผู้หญิงรูปร่างผอมบางคนนี้ เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนมากมาย จึงทำงานหนักอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ 

“ตื่นเช้าเหมือนเคยเลยนะส้ม” ภาคินเอ่ยทักทาย ขณะก้าวเข้าไปยืนชิดกับหญิงสาวรูปร่างบอบบางราวตุ๊กตาตัวจิ๋ว 

“พี่เกลือก็ตื่นเช้าทุกวันเหมือนกันนั่นแหละค่ะ” ส้มแป้นเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้องนิดหนึ่งก่อนจะทักตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“อย่าลืมสิว่าพี่เป็นชาวไร่ ไม่มีชาวไร่คนไหนตื่นสายหรอก” ชายหนุ่มตอบพลางจ้องมองใบหน้านวล ซึ่งปราศจากเครื่องสำอาง ด้วยความชื่นชมในความขยันขันแข็งของเธอ อีกทั้งยังอดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้ ที่เห็นหญิงสาวตัวเล็กๆ นิสัยเรียบร้อย ท่าทางนุ่มนิ่ม สามารถดูแลร้านกาแฟแห่งนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว   

“ทำไมพี่เกลือมองหน้าส้มอย่างนั้น มีอะไรติดหน้าส้มหรือเปล่าคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกตัวว่าภาคินจ้องหน้าเธอนานอยู่นานมาก พร้อมกันนั้นเธอก็ยกหลังมือขึ้นปัดใบหน้าตัวเองอย่างสะเปะสะปะ  

ภาคินยิ้มกว้าง ให้กับกิริยาอันน่าขบขันกึ่งน่าเอ็นดูของคนข้างกาย ก่อนจะตอบกลั้วหัวเราะ “ตอนแรกไม่มี แต่ตอนนี้มีแล้ว”

ส้มแป้นฉุกคิดขึ้นได้ รีบก้มหน้ามองมือตัวเอง แล้วก็ได้พบว่ามือทั้งสองข้างเลอะแป้งเค้กอยู่เต็มไปหมด และตอนนี้ใบหน้าของเธอก็คงจะมีสภาพไม่ต่างจากมือคู่นี้แน่นอน

“พี่เช็ดให้” ด้วยความเคยชินกับการดูแลเฌอปรางค์ ผู้เป็นน้องสาว ที่มักจะซุกซนจนมอมแมมอยู่เสมอ จึงทำให้ภาคินเผลอยื่นมือไปเกลี่ยผงแป้ง ที่ติดอยู่ตามพวงแก้มเนียนใสทั้งสองข้างของส้มแป้นออกให้อย่างลืมตัว

วินาทีที่ฝ่ามือหนาสัมผัสถูกผิวแก้ม ส้มแป้นรู้สึกราวกับมีดวงไฟลูกใหญ่แล่นจากโพรงอกขึ้นมาสู่ใบหน้าแล้วกระจายความร้อนผะผ่าวไปยังแก้มทั้งสองข้าง หญิงสาวมั่นใจว่าแก้มที่เคยนวลใสของตัวเองจะต้องเปลี่ยนเป็นสีแดงแจ๋ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นเธอจึงรีบก้มหน้าซ่อนมันเอาไว้

“เอ่อ...พี่ขอโทษครับ” ภาคินบอก เมื่อรู้ตัวว่าเผลอทำกิริยาไม่เหมาะสมลงไป

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาตอบ ในขณะที่มือก็หยิบจับส่วนผสมผิดๆ ถูกๆ

ห้องครัวถูกความเงียบปกคลุมอย่างฉับพลัน แต่เพียงครู่เดียวภาคินก็เปิดประเด็นการสนทนาขึ้นมาใหม่ เพื่อดึงบรรยากาศให้กลับมาสู่สภาวะปกติอีกครั้งว่า

“บ่ายนี้พี่จะกลับเชียงใหม่แล้วนะ ส้มจะอยู่คนเดียวได้หรือเปล่า”

“พี่เกลือถามแปลก เมื่อก่อนนี้ส้มก็อยู่คนเดียวมาตลอดนะคะ” เสียงตอบที่แผ่วเบานั้น มีความเหงาเจือปนออกมาด้วยอย่างมากมาย

ตลอดระยะเวลาหลายวันที่มีเฌอปรางค์ และภาคินมาพักอยู่ด้วย ทำให้โลกที่เคยมีแต่ความเดียวดายของส้มแป้นกลับมีสีสันขึ้นมาก แต่ตอนนี้ ใครๆ ก็กำลังจะพากันเดินออกจากชีวิตเธอ และพวกเขาก็คงจะไม่ย้อนกลับมาอีก เหมือนอย่างเต้ คนรักของเธอ ที่พอได้เงินไปแล้วก็หายเงียบ ไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย จนกระทั่งถึงตอนนี้ ส้มแป้นเริ่มไม่มั่นใจแล้ว ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับเขาจัดอยู่ในฐานะอะไร อีกทั้งความรักที่เธอเคยมีให้เขา มันยังเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ 

“พี่ขอบคุณส้มมากนะ ที่ให้พี่พักอยู่ด้วยตั้งหลายวัน เดี๋ยววันนี้พี่จะอุทิศตัวช่วยงานในร้าน เพื่อเป็นการตอบแทนนะครับ”

“พี่เกลือก็ช่วยงานส้มทุกวันอยู่แล้วนี่คะ” ส้มแป้นพยายามขับไล่ความเหงาในใจ ด้วยการปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติให้มากที่สุด เพราะไม่อยากให้ภาคินเป็นห่วง และเธอก็ทำได้สำเร็จ เมื่อรอยยิ้มที่สดใสเป็นธรรมชาติของเธอ ทำให้ภาคินอดที่จะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้

“แต่วันนี้พี่จะช่วยทำทุกอย่างเลยนะ เริ่มจากช่วยส้มทำเค้กก่อนดีมั้ย แล้วค่อยออกไปจัดโต๊ะข้างนอกกัน”        

“ดีค่ะ” หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว

ความเงียบงันและหม่นหมองในใจของส้มแป้นเมื่อครู่นี้ ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะของสองหนุ่มสาว ที่กำลังช่วยกันทำเค้กอย่างสนุกสนาน แต่แล้วความสุขเล็กๆ นี้ ก็มีอันต้องสะดุดลง เมื่อเสียงกริ่งหน้าร้านดังรัวไม่หยุด และตามมาด้วยเสียงทุบประตูอย่างรุนแรง

“คุณยายหรือเปล่าคะ” ส้มแป้นเดาว่าเป็นยาเสาวรส เพราะท่านเคยทำแบบเดียวกันนี้เมื่อเช้าวาน

“ไม่ใช่คุณยายหรอก คุณแม่พี่โทร. มาบอกว่าคุณยายกลับถึงเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว”

“ถ้างั้นใครละคะ” ส้มแป้นมองหน้าภาคินด้วยแววตาหวาดหวั่นครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งคู่ก็พากันวิ่งออกไปดูที่หน้าร้าน

ภาพชายฉกรรจ์หน้าตาถมึงทึงสองคน ยืนจังก้าอยู่หลังประตูกระจกใส ทำให้ส้มแป้นแทบล้มทั้งยืน เพราะมันเปรียบเหมือนภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องเก่า ที่วนกลับมาฉายซ้ำอีกรอบ

“พวกมันเป็นใคร ส้มรู้จักรึเปล่า” ภาคินเอ่ยถาม ในขณะที่สายตายังคงจ้องเขม็งไปยังชายสองคนที่ยืนอยู่นอกร้านตูอย่างระแวดระวัง เพราะดูจากท่าทีก็รู้ว่าพวกมันไม่ได้มาดีแน่

“เจ้าหนี้ของเต้ค่ะ” ส้มแป้นตอบเสียงสั่น เพราะภาพที่ถูกทำร้ายในคราวก่อนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ และเธอก็กำลังหวั่นใจว่าประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยเดิม

“เปิดประตู จะเปิดดีๆ หรือจะให้พังเข้าไป” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งตะคอกเสียงดัง พร้อมกับยกมือขึ้นทุบประตูอย่างแรง

ส้มแป้นจะเดินไปเปิดประตู ทว่าภาคินก็รั้งแขนเธอเอาไว้ แล้วเป็นฝ่ายเดินไปเปิดเสียเอง ทันทีที่ประตูแง้มออก นักเลงสองคนนั้นก็รีบแทรกตัวเข้ามาภายในอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงประกาศวัตถุประสงค์ในการมาครั้งนี้ ว่าต้องการมาทวงหนี้พนันจำนวนห้าแสนบาท ที่เต้สร้างขึ้นใหม่ หลังจากเฌอปรางค์และส้มแป้นช่วยกันเคลียร์หนี้เก่าให้เมื่อครั้งที่แล้ว

“ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก” ส้มแป้นบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกันนั้นหยาดน้ำอุ่นใสก็ได้รื้นขึ้นมาคลออยู่เต็มดวงตาเรียวเล็ก และทำท่าว่าจะหยาดหยดออกมาอย่างง่ายดาย

“ใครเป็นหนี้ ก็ให้คนนั้นใช้สิวะ ไม่อายรึไง ที่มาข่มขู่เอากับผู้หญิงน่ะ” ภาคินตะคอกเสียงดังตามนิสัย เขาทนเห็นผู้หญิงถูกรังแกต่อหน้าต่อตาไม่ได้ และโดยเฉพาะผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ เขายิ่งยอมไม่ได้เด็ดขาด 

“ไม่ใช่เรื่องของแก อย่าแส่ หรือว่าแกเป็นแฟนใหม่นังนี่” นักเลงทวงหนี้กระชากเสียงถาม

“ไม่สำคัญว่าฉันจะเป็นใคร แต่วันนี้ฉันไม่อยากมีเรื่อง รีบไสหัวไปให้พ้น!” ภาคินออกคำสั่งเสียงกร้าว

“ตกลงว่าจะไม่ยอมจ่ายหนี้ดีๆ ใช่มั้ย” นักเลงคนเดิมเอ่ยถามเสียงเหี้ยม แล้วหันไปพูดกับลูกน้องของ

ตนว่า “เฮ้ย...เอ็งไปค้นดูให้ทั่ว ว่ามันเอาเงินเก็บไว้ที่ไหน แล้วถ้าเห็นของมีค่าอะไรก็กวาดไปให้หมด”

ผู้เป็นลูกน้องรับคำแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน แต่ก็ถูกภาคินกระชากตัวเอาไว้เสียก่อน

“ทำแบบนี้มันปล้นกันชัดๆ นี่หว่า” พูดจบ ภาคินก็ซัดกำปั้นเข้าไปที่ใบหน้าของชายคนนั้นอย่างแรง จนล้มลงไปกองกับพื้น

ส้มแป้นตกใจ กรีดร้องเสียงหลง ก่อนจะถอยตัวเข้าไปซุกอยู่ด้านหลังของภาคิน แล้วบอกเสียงสั่นว่า “พวกมันอยากได้อะไรก็ให้มันเอาไปเถอะค่ะ พี่เกลืออย่าไปสู้กับพวกมันเลยค่ะ”

“พี่ไม่อมให้พวกมันรังแกส้มหรอก” ชายหนุ่มบอกกับร่างบอบบางที่ยืนตัวสั่นระริกอยู่เบื้องหลัง

จากนั้นเหตุการณ์ตะลุมบอนก็เกิดขึ้น แม้ว่าจะเป็นสองรุมหนึ่ง ทว่าภาคินก็จัดการกับนักเลงสองคนนั้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก มีบ้างที่ชายหนุ่มพลาดท่าถูกชก แต่ก็ถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ในชีวิตอันโชกโชนที่เขาเคยผ่านมา

“ไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก!” ภาคินตะโกนไล่เสียงดัง น่าเกรงขาม 

นักเลงสองคนที่นอนกองอยู่ที่พื้นรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วพากันวิ่งออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็ยังมิวายตะโกนทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “เตรียมตัวรับศพไอ้เต้ได้เลย!”

ส้มแป้นหน้าซีด เข่าแทบทรุดกับสิ่งที่ได้ยิน ความรู้สึกในใจตอนนี้สับสนอย่างบอกไม่ถูก ใจหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วงคนรัก แต่อีกใจก็คิดว่า การที่เขาทำแบบนี้กับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เขายังสมควรเป็นคนรักของเธออยู่อย่างนั้นหรือ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status