Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-10-26 14:59:04

แท็กซี่คันที่เฌอปรางค์นั่งมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ จอดเทียบอยู่หน้าร้าน Sweet Cup Coffee หญิงสาวก้าวลงจากรถ แล้วยืนมองบรรยากาศรอบๆ ร้าน โดยมีรอยยิ้มอิ่มใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้านวล สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ส้มแป้นมักจะเล่าถึงความฝันที่อยากมีร้านกาแฟเล็กๆ ให้เฌอปรางค์ฟังอยู่เสมอ แล้ววันนี้เพื่อนรักของเธอก็ก่อร่างสร้างฝัน จนเป็นจริงขึ้นมาจนได้

ร้านกาแฟแห่งนี้ เป็นร้านเล็กๆ ซึ่งมีต้นไม้ใหญ่และไม้พุ่มปลูกอยู่โดยรอบ จึงทำให้บรรยากาศร่มรื่นและน่านั่งทอดอารมณ์เป็นที่สุด เฌอปรางค์แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยว่า ท่ามกลางป่าคอนกรีตที่รกทึบเช่นนี้ จะมีร้านกาแฟบรรยากาศเป็นธรรมชาติซ่อนตัวอยู่ได้ 

               เฌอปรางค์เดินผ่านรั้วไม้ระแนงสีขาวสะอาดตา ซึ่งมีความสูงเพียงแค่เอวเข้าไปภายในร้านอย่างมาดมั่น หญิงสาวก้าวไปบนทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินสี่เหลี่ยมจตุรัต จนถึงประตูร้าน จากนั้นมือเรียวจึงยกขึ้นผลักบานประตูกระจกใสอย่างไม่รีรอ แล้วแทรกตัวเข้าไปภายในทันที ดวงตากลมโต ใสแจ๋วยิ่งกว่าดวงแก้ว กวาดมองไปรอบร้าน และพบว่ามีลูกค้านั่งอยู่ตามมุมต่างๆ อย่างบางตา อาจเพราะวันนี้เป็นวันธรรมดา และเป็นช่วงเวลาทำงาน ดังนั้นลูกค้าจึงยังมีไม่มาก

               “มะปราง!” เสียงเล็กๆ ของเจ้าของร้านร้องทักขึ้น

               “ยายแป้น” เฌอปรางค์ตอบกลับด้วยการเรียกชื่อเพื่อนเช่นกัน

               “ส้มย่ะ เรียกแป้นเชยจะตาย” ส้มแป้นประท้วงเมื่อถูกเรียกชื่อพยางค์หลังแค่พยางค์เดียว แต่ไหนแต่ไรมา เฌอปรางค์มักจะเรียกเธอว่า แป้น อยู่เสมอ แม้เจ้าตัวจะขอร้องให้เรียกชื่อเธอเต็มๆ ว่า ส้มแป้น หรือจะเรียกว่า ส้ม คำเดียว แต่มะปรางก็ยังคงติดปากที่จะเรียกเธอว่าแป้นอยู่นั่นเอง

               “ก็ชื่อแป้นมันเหมาะกับหน้าแป้นๆ ของแกมากว่านี่นา”  

               “มาได้ยังไงเนี่ย ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณยายจอมเฮี้ยบ จะยอมปล่อยหลานสาวสุดหวงลงมาจากดอยได้” หญิงสาวหน้าจืดภายใต้แว่นสายตากรอบสีชมพู กล่าวกับเพื่อนรักอย่างประหลาดใจ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ายายเสาวรสนั้นหวงหลานสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ ถึงขนาดกักตัวไว้ให้เรียนมหาวิทยาลัยในจังหวัดเชียงใหม่ และหลังจากเรียนจบ เฌอปรางค์ก็ยังถูกรั้งตัวให้อยู่ช่วยงานในรีสอร์ต และสวนดอกไม้ส่งออก อันเป็นธุรกิจของครอบครัว เพื่อที่จะได้อยู่ในสายตาของยายเสาวรสตลอดเวลาอีกด้วย

               “ฉันหนีออกจากบ้าน จะมาขออยู่กับแกสักพัก”

               “หนีออกจากบ้าน!? แล้วทำไมต้องหนี!?”

               “คุณยายจะบังคับให้ฉันแต่งงาน”

               “แต่งงาน!?” ส้มแป้นร้องเสียงดังลั่นร้านอีกรอบ จนลูกค้าที่นั่งอยู่ประปราย หันมามองเป็นตาเดียวกัน

               “นี่แกจะเสียงดังทำไม ลูกค้าได้ยินกันทั้งร้านแล้วเห็นมั้ย” เฌอปรางค์ตาเขียวใส่เพื่อน แล้วรีบลากคนตัวเล็กแต่เสียงดังเข้าไปนั่งหลบมุมคุยกันที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน

               เฌอปรางค์เล่าสาเหตุที่ทำให้เธอต้องหนีออกจากบ้าน มาหาส้มแป้นถึงกรุงเทพฯ ว่าเป็นเพราะยายเสาวรส ผู้เป็นเจ้าชีวิตของเธอบังคับให้แต่งงานกับชานนท์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณนายสร้อยสุดา เจ้าของรีสอร์ตที่มีพื้นที่ติดกับรีสอร์ตของยายเสาวรส แต่ด้วยความที่เฌอปรางค์เป็นคนหัวรั้น และเชื่อมั่นในตัวเองสูงจึงไม่ยอมถูกจับคลุมถุงชนง่ายๆ เฌอปรางค์พยายามทำทุกวิถีทาง แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจยายเสาวรสได้ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องหนีออกจากบ้านมา แม้ว่าการหนีปัญหาจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้ว  

               ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่เฌอปรางค์ขัดใจยาย ในชีวิตของหญิงสาวเกิดมาไม่เคยเห็นหน้าแม่ เนื่องจากแม่ของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธอเองอายุยังไม่ถึงสามเดือน ส่วนพ่อนั้นพอจะรู้บ้างว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่มีใครยอมปริปากบอกว่าท่านเป็นใคร และอยู่ที่ไหน เสาหลักในชีวิตของเธอมีเพียงยายเสาวรส ซึ่งเลี้ยงดูเธอมาด้วยความรัก ทว่าความรักที่เกินพอดีนั้น เปรียบเสมือนกรงเหล็กอันแน่นหนาที่กักขังเธอไว้จนไร้อิสรภาพ ไม่ว่าจะเป็นอิสรภาพทางกาย หรือทางความคิด

ยายเสาวรสให้เหตุผลในการจัดหาคู่ครองให้แก่หลานสาวในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะไม่อยากให้เฌอปรางค์เลือกคู่ครองผิด จนต้องคิดจนตัวตายเหมือนสินีผู้เป็นมารดา หญิงสาวไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับบุพการีของตนเท่าใดนัก เพราะทุกครั้งที่ถามถึงท่านทั้งสองก็จะถูกยายเสาวรสดุอยู่ร่ำไป

               นอกจากยายเสาวรสแล้ว เฌอปรางค์ยังมีป้าวิลาวัลย์และลุงมานพ ที่คอยทะนุถนอมดูแลเธอเสมือนลูกสาวในไส้ ลุงกับป้ารักและเป็นห่วงเฌอปรางค์ยิ่งกว่าภาคิน หรือ เกลือ บุตรชายแท้ๆ ของตนเสียอีก แต่ภาคินก็ไม่ได้น้อยใจแต่อย่างใด เพราะตัวเขาเองก็ทั้งรัก ทั้งสงสารน้องสาวกำพร้าคนนี้อยู่เต็มหัวใจเช่นกัน

               “แกหนีมาอยู่กับฉันแบบนี้ ยายแกไม่ตามมาอาละวาดเหรอ” ส้มแป้นถามอย่างหวาดหวั่น

               “ก็อย่าให้ยายรู้สิ ว่าฉันอยู่ที่นี่”

               “ยายแกน่ะเข้าขั้นผู้มีอิทธิพลแห่งเมืองเหนือ การตามหาหลานสาวคงไม่ใช่เรื่องยากหรอก ฉันว่าอีกไม่นานยายแกคงได้ตามมาถล่มร้านฉันเละแน่ๆ” ส้มแป้นทำท่าสยอง เมื่อนึกถึงภาพวันที่ยายเสาวรสจะตามมาเจอเฌอปรางค์ที่ร้านของเธอ

จักรวาลขับรถออกจากบริษัทแฮปปี้เอ็นเตอร์เทนเมนท์ด้วยความเร็วสูง จนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าบริษัทเปิดรั้วกั้นให้แทบไม่ทัน

               “ว้าย!” เรืองฤทธิ์ร้องวี้ดว้าย พลางกระชับมือไว้กับเข็มขัดนิรภัยอย่างเหนียวแน่นยิ่งกว่ามือตุ๊กแก

               “ถ้าผมจับไอ้คนที่ตัดต่อภาพผมไปโพสท์ในอินเตอร์เน็ตได้นะพี่ฤทธิ์ มันตายแน่” จักรวาลกล่าวอาฆาต อีกทั้งมือหนาทั้งสองข้างยังกำพวงมาลัยรถไว้แน่น จนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปนจนเห็นได้ชัด

               “พี่ว่าเราสองคนจะตายก่อนไอ้หมอนั่นนะ ถ้าจักรยังขับรถปาดซ้าย ปาดขวาอยู่อย่างนี้” เรืองฤทธิ์ค่อนขอด

               “ก็ผมโมโหนี่พี่ แล้วยังจะไอ้ชยตร์นั่นอีกคน ผมอยากจะชกหน้ามันสักทีจริงๆ” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มกล่าวด้วยอารมณ์เดือดดาลเต็มพิกัด เมื่อนึกถึงใบหน้ายียวนกวนอารมณ์ของพระเอกคู่แข่งคนสำคัญ จนลืมตัวเหยียบคันเร่งจนมิด ส่งผลให้คนที่นั่งข้างๆ ผงะหงายหลัง ศีรษะกระแทกเข้ากับเบาะอย่างแรง

               “ว้าย! ขับดีๆ สิจักร” เรืองฤทธิ์กรีดร้องเสียงดังลั่นรถอีกครั้ง

               “พี่ฤทธิ์ก็นั่งดีๆ สิ”

               “จักรใจเย็นๆ ก่อนนะ เรื่องนี้พี่จะหาทางเคลียร์ให้เอง” เรืองฤทธิ์พูดไปทั้งที่ตัวเองก็ยังมืดแปดด้านอยู่

               “จะให้เย็นได้ยังไงครับ ในเมื่อเรื่องมันวุ่นวายอยู่แบบนี้” จักรวาลสวนกลับทันควัน

“นี่ถ้าจักรมีแฟนเป็นผู้หญิงสักคน เรื่องมันก็คงจะจบได้ไม่ยาก แต่ตอนนี้จักรเองก็ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคน ได้แต่ควงคนโน้นที คนนี้ที เปลี่ยนคู่ควงบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนถุงเท้า คนก็เลยมองว่าจักรคบผู้หญิงเพื่อบังหน้ายังไงล่ะ” ผู้จัดการส่วนตัวร่างอวบพูดพร่ำไปเรื่อยเปื่อย   

               “ผู้หญิงน่ะหาง่าย แต่ผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูกผมน่ะหายาก แล้วอีกอย่าง ผมยังไม่คิดจะผูกมัดตัวเองไว้กับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น อยู่อย่างนี้ก็สบายดีอยู่แล้ว”

               “พี่รู้ว่าจักรยังรักอิสระ ยังหวงความโสด พี่ก็แค่คิดเล่นๆ ว่าปัญหานี้มันคงจบง่ายขึ้น ถ้าจักรมีแฟนเป็นผู้หญิงสักคน” ฉับพลัน ผู้พูดก็ทำตาลุกวาว คล้ายกับคิดแผนการอะไรบางอย่างขึ้นได้ จากนั้นจึงพูดต่อด้วยแววตามาดมั่นว่า “พี่จะหาแฟนให้จักรเอง พวกนักข่าวมันจะได้เลิกตีข่าวว่าจักรเป็นเกย์สักที”

               “เฮ้ย! จะบ้าเหรอพี่ฤทธิ์” คนที่กำลังขับรถร้องเสียงดังลั่น

“แบบนี้แหละเวิร์คสุดๆ” เรืองฤทธิ์ยกสองมือขึ้นประสานบริเวณหน้าอก แล้วแสดงอาการกระหยิ่มยิ้มย่อง ปลาบปลื้มกับความคิดของตัวเอง

“ผมไม่เอาด้วยหรอก” จักรวาลค้านหัวชนฝา

               “จักรฟังพี่นะ ตอนนี้กระแสมันแรงมาก ว่าแฟนคลับส่วนใหญ่รับไม่ได้ที่จักรมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ถ้าจักรมีแฟนเป็นผู้หญิง พี่ว่าอะไรๆ ก็น่าจะดีขึ้นนะ” แววตาของเรืองฤทธิ์ส่องแสงวิบวับเป็นประกาย ราวกับมั่นใจนักหนาว่าแผนการของตัวเองต้องได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

               “ไม่ว่าผมจะมีแฟนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แฟนคลับก็ไม่ปลื้มทั้งนั้นแหละครับ” ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มทำหน้าเซ็งๆ

               “ตอนนี้เราต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันก่อน และที่เร่งด่วนที่สุดก็คือ ข่าวเกย์ของจักร พี่ว่าถ้าเราหาผู้หญิงสักคนมารับบทเป็นแฟนจักรก็น่าจะโอเค” เรืองฤทธิ์บอก

               “ไม่มีทางหรอกพี่ ขนาดตอนนี้มีข่าวว่าผมคบกับปิ่น ทุกคนยังพร้อมใจกันเชื่อ ว่าผมไปนอนกับผู้ชายมาจริงๆ” จักรวาลเอ่ยถึงปิ่นปัทม์ นางเอกสาวดาวรุ่งที่กำลังผลงานละครคู่กับเขาอยู่ในขณะนี้

               “โอ๊ย...ข่าวซุบซิบกับยายปิ่นน่ะ ชาวบ้านชาวช่องเขารู้ทันกันหมดแล้ว ว่าเป็นแผนโปรโมทละคร ไม่มีใครเขาเชื่อหรอก ว่าจักรกับยายปิ่นน่ะคบกันจริงๆ รายนั้นก็ใช่ย่อยซะที่ไหน ขนาดมีข่าวกับจักร ก็ยังอุตส่าห์มีข่าวเมาท์ว่าหล่อนควงใครต่อใคร ไปทำอะไรต่อมิอะไรกันที่คอนโดฯ ของหล่อนได้เลย” เรืองฤทธิ์จีบปากจีบคอพูด

               “ถ้าอย่างนั้นพี่จะทำยังไง” ชายหนุ่มกระแทกเสียงอย่างไม่สบอารมณ์

               “พี่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของจักร เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง...โอเค้”

เรืองฤทธิ์ส่งสายตาปิ๊งปั๊งให้จักรวาล แล้วยิ้มทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่ลึกๆ แล้วเขาก็กังวลอยู่ไม่น้อยว่าจะไปหาหญิงสาวจากที่ไหนมารับบทเป็นแฟนของซุปเปอร์สตาร์หนุ่ม เพื่อแถลงข่าวตบตาสื่อมวลชน และเจ้าของสินค้าทั้งหลายที่กำลังพากันปลดซุปเปอร์สตาร์หนุ่มออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า การจ้างผู้หญิงสักคนมาทำงานนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การหาคนที่ไว้ใจได้ และพร้อมจะเก็บเรื่องราวทั้งหมดไว้เป็นความลับสุดยอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แค่คิดเรืองฤทธิ์ก็เริ่มจะปวดหัวขึ้นมาเสียแล้ว

               “จักรเลี้ยวเข้าซอยนี้ทำไม กองถ่ายละครไม่ได้อยู่ในนี้นะ” เรืองฤทธิ์ทักท้วง

               “วันนี้ผมไม่มีอารมณ์ถ่ายละคร อีกอย่างตอนนี้นักข่าวคงไปดักรออยู่ที่โน่นเป็นขโยงแล้วล่ะ ตอนนี้ผมยังไม่อยากตอบคำถามอะไรทั้งนั้น” จักรวาลกล่าวอย่างเบื่อหน่าย

               “อย่าเกเรสิ จักรไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ”

               “ผมขอวันนึงก็แล้วกัน พี่ฤทธิ์ช่วยโทร. ไปบอกที่กองให้หน่อยว่าผมป่วย หรือผมเป็นอะไรก็ได้ วันนี้ไปถ่ายละครไม่ได้”

               “จักรก็อย่างนี้ทุกที” เรืองฤทธิ์บ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทร. หาผู้จัดการกองถ่ายตามที่ชายหนุ่มร้องขอ

               จักรวาลจอดรถไว้ข้างรั้วไม้ระแนงสีขาวของร้าน Sweet Cup Coffee ซึ่งอยู่ห่างจากปากซอยไม่มากนัก แล้วก้าวลงจากรถพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัวของเขา

               “ร้านนี้บรรยากาศดีจัง จักรเคยมาแล้วเหรอ” เรืองฤทธิ์ถามพลางกวาดตามองไปทั่วบริเวณ แล้วยิ้มพอใจกับบรรยากาศร่มรื่นรอบตัว

               “ไม่เคยครับ แต่เมื่อกี้ผมเห็นป้ายชื่อร้านที่หน้าปากซอย เลยลองเลี้ยวเข้ามา ผมอยากอยู่เงียบๆ สักพัก ร้านนี้อยู่ในซอย คนคงจะไม่เยอะ” จักรวาลกล่าวจบก็เดินนำเรืองฤทธิ์เข้าไปในร้าน ชายหนุ่มกวาดสายตาสำรวจไปทั่วบริเวณ ซึ่งก็มีลูกค้านั่งอยู่บางตาสมใจ ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเลือกที่นั่งในมุมลับตาคน และเป็นส่วนตัวมากที่สุด

               ส้มแป้นเห็นลูกค้าสองคนเดินเข้ามาในร้าน เธอจึงรีบผละจากเฌอปรางค์ออกไปต้อนรับทันที

               “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ” เจ้าของร้านยื่นเมนูให้ลูกค้า แต่แล้วก็ต้องตกตะลึง ตาโต อ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นว่าลูกค้าหนุ่มตรงหน้าคือจักรวาล ซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของเมืองไทย

               “ยายหน้าจืด!” เรืองฤทธิ์ตะเบ็งเสียงลั่นร้าน ทำให้ส้มแป้นตกใจสะดุ้งสุดตัว มือไม้อ่อน จนเผลอปล่อยเมนูร่วงลงพื้น

               เฌอปรางค์ปราดเข้าไปหาเพื่อนทันทีที่ได้ยินเสียงเอ็ดตะโรดังแว่วมา

               “เกิดอะไรขึ้น” เฌอปรางค์ถามเสียงแข็งเตรียมปกป้องเพื่อนรักเต็มที่ ดังเช่นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยความที่ส้มแป้นเป็นหญิงสาวหัวอ่อน และเรียบร้อยมากเกินความจำเป็น จึงทำให้เฌอปรางค์ต้องออกหน้าปกป้องอยู่เสมอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status