Masukคุณหญิงนลินีเขม้นมองสามหนุ่มสาวที่กำลังยืนคุยกันอย่างครื้นเครงด้วยแววตาเย็นเยียบจากอีกมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง สตรีสูงวัยไม่แน่ใจนักว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยผู้นั้นมากับใครกันแน่ ระหว่างอธินกับปราบดา แต่เมื่อปราบดาขอตัวออกไปทักทายแขกผู้ใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาและจากการสังเกตอากัปกิริยาของสองหนุ่มสาวที่ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง คุณหญิงนลินีก็มั่นใจว่าหญิงสาวคนนั้นต้องมากับอธินแน่นอน ความกังวลต่อมาของคุณหญิงนลินีก็คือ อธินคิดจะทำอะไรในคืนนี้ถึงได้พาหญิงสาวผู้นั้นมาร่วมงานด้วย
“พี่ธินพาใครมาด้วยคะคุณหญิงป้า ท่าทางสนิทกันมากเลย” แซนดี้ถามเสียงแจ๋น
“คงเป็นแค่คนรู้จักที่บังเอิญเจอกันในงาน คงไม่ได้มาด้วยกันหรอก” ตอบอย่างค้านความรู้สึกของตัวเอง
แซนดี้ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นไฮโซรุ่นใหม่ จิกตามองไปที่เมษิตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อหากว่าเธอสามารถเข้าไปกระชากหญิงสาวหน้าหวานผู้นั้นแล้วเหวี่ยงออกให้ห่างจากอธินได้เธอคงไม่ลังเลที่จะทำ แต่สิ่งที่ไฮโซสาวทำได้ในขณะนี้คือพยายามข่มความร้อนรุ่มไว้ในอกแล้วแสร้งยิ้มอย่างสวยงามก่อนจะพาร่างระหงในชุดราตรีสีแดงเพลิงเว้าหลังลึกจนถึงเอวตรงเข้าไปหาอธิน
“แซนดี้คิดว่าพี่ธินจะไม่มางานนี้ซะแล้ว”
แซนดี้ออดอ้อนแล้วแทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างอธินกับเมษิตา มิหนำซ้ำยังแกล้งใช้ไหล่กระแทกเสี้ยนหัวใจให้ออกห่างจากชายที่เธอหมายจะครอบครอง
เมษิตามองหญิงสาวผู้มาใหม่อย่างไม่พอใจและรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกระรานแต่ก็ยังใจเย็นพอที่จะรอดูปฏิกิริยาของอธินก่อนที่จะตอบโต้รุนแรงกลับไป
อธินแกะมือของแซนดี้ออกจากแขนของตัวเองอย่างยากเย็นแต่ในที่สุดก็หลุดออกมาจากสาวมือกาวได้สำเร็จ จากนั้นก็เดินอ้อมกลับไปยืนข้างเมษิตาตามเดิม
“คุณแซนดี้ครับนี่คุณเม แฟนผม” อธินประกาศสถานะของหญิงสาวข้างกายอย่างชัดเจนพลางยกแขนขึ้นโอบไหล่ของคนที่ถูกเรียกว่าแฟนเพื่อเป็นการตอกย้ำ
แซนดี้แทบจะร้องกรี๊ดและกระทืบเท้าให้แผ่นดินสะเทือนเหมือนที่เคยทำกับคนที่บ้านและเพื่อนฝูงของเธออยู่เสมอ แต่กับอธิน เธอจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดีเพราะหวังมัดใจเขาให้อยู่หมัด ไฮโซสาวจึงได้แต่กดอารมณ์โกรธขึ้งให้สงบอยู่ภายในหัวใจอันร้อนรุ่มแล้วยิ้มหวานอย่างมารยาเท่านั้น
“คุณหญิงป้าบอกว่าพี่ธินยังไม่มีแฟนนี่นา” แซนดี้จงใจเน้นคำว่า ‘ยังไม่มีแฟน’ แล้วลอบเบ้ปากใส่เมษิตา
เมษิตาฉลาดพอที่จะแปลความหมายของประโยคนั้นได้ว่าสาวเปรี้ยวผู้นี้จงใจจะบอกว่าสถานะความเป็นแฟนของเธอกับอธินไม่ได้รับการรับรองและเห็นชอบจากมารดาของเขานั่นเอง
“ผมยังไม่เคยพาคุณเมไปไหว้คุณแม่ ท่านเลยยังไม่ทราบ” อธินพูดแก้ตัวไปแบบเนียนๆ
“ถ้าอย่างนั้นพี่ธินก็พาคุณเมไปไหว้คุณหญิงป้าตอนนี้เลยซิคะ คุณหญิงป้าอยู่ทางโน้นน่ะค่ะ” แซนดี้ชี้มือไปในทิศทางที่คุณหญิงนลินียืนหน้าตึงอยู่
“เดี๋ยวก่อนก็ได้ครับ รอให้พี่ธันว์กับยัยธารมาก่อนดีกว่า จะได้รู้จักพร้อมกันทีเดียว” ชายหนุ่มหาทางถ่วงเวลาการเผชิญหน้าเอาไว้ก่อน เขาคิดว่าหากไม่จำเป็นจริงๆ คงจะไม่พาเมษิตาไปแนะนำกับคุณหญิงนลินีเพราะรู้ดีถึงอารมณ์ที่รุนแรงยามที่ไม่ถูกใจใครของผู้เป็นมารดา
แซนดี้เชิดหน้าอย่างขัดใจที่ถูกปฏิเสธเพราะเธอหวังจะดึงเมษิตาไปให้คุณหญิงนลินีช่วยจัดการอีกแรง แต่ไม่เป็นไร ราตรีนี้อีกยาวไกล ไฮโซสาวบอกตัวเองให้ใจเย็น
เมษิตามองแซนดี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าผู้หญิงคนนี้มีความพึงพอใจในตัวอธินมาก มากเสียจนเก็บอาการหวงก้างไว้ไม่มิด ถึงแม้ว่าเมษิตาจะไม่ได้เป็นแฟนกับอธินจริงๆ แต่ในเมื่อไฮโซสาวกล้าประกาศตัวเป็นศัตรูกับเธออย่างชัดเจนขนาดนี้ เธอก็พร้อมจะรับมือและโต้กลับอย่างสาสมเช่นเดียวกัน
“โอ้ย!” เมษิตาร้องพร้อมยกมือขึ้นแตะบริเวณรอบดวงตา
อธินตกใจจึงรีบสลัดแขนแซนดี้ออกอย่างแรงจนเธอเสียการทรงตัวเกือบล้มหน้าคะมำ
“เป็นอะไร” อธินก้มหน้าเข้าไปชิดใบหน้าของเมษิตาพร้อมดึงข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวออกเพื่อที่จะดูได้ถนัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับดวงตาคู่สวยของเธอ
“คอนแทคเลนส์หลุด คุณธินช่วยพาเมไปห้องน้ำหน่อยนะ เมเจ็บตาแล้วก็มองอะไรไม่ชัดเลย” เมษิตาออดอ้อนอ่อนหวานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
อธินนึกประหลาดใจกับคำพูดผิดปกตินั้นแต่เพราะความห่วงใยที่มีมากกว่าจึงทำให้เขาไม่ใส่ใจที่จะคิดหาเหตุผล
“แซนดี้พาไปเองดีกว่าค่ะ คุณธินเป็นผู้ชายไปห้องน้ำผู้หญิงคงจะไม่เหมาะ” แซนดี้ไม่พอใจที่เห็นอธินแสดงความห่วงใยเมษิตาอย่างออกนอกหน้าจึงคิดจะขัดขวาง
“เมคงไม่รบกวนคุณแซนดี้หรอกค่ะ ให้คุณธินเป็นคนพาเมไปดีกว่า”
เมษิตาปฏิเสธความช่วยเหลือของแซนดี้แล้วแกล้งออเซาะเกาะแขนอธินเพื่อยั่วโมโหซึ่งก็ได้ผลตามคาดเพราะเธอมองเห็นรังสีริษยาที่แผ่ออกจากดวงตาสวยเฉี่ยวของแซนดี้อย่างชัดเจนเชียวล่ะ
อธินประคองเมษิตาออกจากห้องจัดเลี้ยงแล้วพาเธอเดินเลี้ยวเลาะไปตามทางเดินมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำแต่เมื่อไปถึงมุมสงบมุมหนึ่งร่างบางในวงแขนของเขากลับหยุดเดินอย่างกะทันหัน
“เป็นอะไรไปครับ?”
อธินก้มหน้าเข้าไปเกือบชิดใบหน้าของเมษิตาแล้วใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่หางตาของหญิงสาวเพราะคิดว่าเธอเกิดเจ็บตาขึ้นมาอีก โดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวหญิงสาวก็ผลักอกเขาให้ออกห่างจากเธอจนร่างสูงนั้นเกือบจะหงายหลังล้ม
“อะไรกันคุณ!”
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามคุณว่านี่มันเรื่องอะไรกัน” เมษิตาจ้องหน้าอธินตาไม่กะพริบ
อธินประสานสายตากับหญิงสาวตรงหน้าอยู่สักครู่แล้วร้องขึ้นมาว่า “นี่คุณแกล้งเจ็บตาใช่มั้ย”
“ถ้าฉันไม่ทำอย่างนี้แล้วจะหลุดออกจากยัยแซนดี้นั่นได้มั้ยล่ะ” เมษิตาตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
อธินหัวเราะเบาๆ ในลำคอเพราะนึกขันตัวเองที่หลงกลตื้นๆ ของเมษิตาได้
“ฉันต้องการคำอธิบาย นี่มันเรื่องอะไรกัน อยู่ๆ ก็แนะนำกับใครต่อใครว่าฉันเป็นแฟนคุณ คิดจะทำอะไรกันแน่!?”
อธินนิ่งเงียบอยู่ชั่วอึดใจแล้วชี้แจงต่อเมษิตาว่าเขาถูกคุณหญิงนลินีผู้เป็นมารดาบังคับให้มาร่วมงานเปิดตัวโรงแรมซันสวีตในครั้งนี้เพราะมารดาของเขาต้องการใช้โอกาสนี้ให้เป็นการนัดบอดระหว่างเขากับลูกสาวของนายสมบัติผู้เป็นเจ้าของโรงแรม
ก่อนที่จะมางานคุณหญิงนลินีได้เปรยให้เขารู้ล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว ชายหนุ่มรู้ดีว่านี่คือแผนการจับคู่ของคุณหญิงนลินีซึ่งเขาไม่ยอมรับแต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของมารดาอย่างตรงไปตรงมาได้ ดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีปฏิเสธที่แยบยลและประนีประนอมให้ได้มากที่สุด
“คุณก็เลยลากฉันมาเป็นไม้กันหมา?” เมษิตาเริ่มเข้าใจ
“คุณนี่เข้าใจอะไรได้เร็วดีนี่” อธินยิ้มพอใจ
“เรื่องแค่นี้ไม่เห็นยากเลย คุณก็แค่บอกแม่คุณไปตามตรงว่าคุณไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น”
อธินระบายลมหายใจอย่างเบื่อหน่ายเพราะเขาเกือบจะทะเลาะกับคุณหญิงนลินีอย่างรุนแรงด้วยเรื่องนี้มาแล้ว หากมารดาของเขายอมเข้าใจอะไรง่ายๆ เขาคงไม่ต้องดึงเธอเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ยุ่งยาก
อธินคิดว่าหากไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของมารดาได้ เขาก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้ลูกสาวของนายสมบัติเป็นฝ่ายปฏิเสธเขาเอง นั่นจะเป็นการจบเรื่องนี้อย่างสวยงามที่สุด
“ลูกสาวคุณสมบัติก็คือยัยตุ๊กแกไฟนั่นใช่มั้ย”
“ไม่ใช่” อธินกลั้นหัวเราะไม่อยู่เมื่อได้ยินสรรพนามที่เมษิตาใช้เรียกแซนดี้ “ลูกสาวของคุณสมบัติชื่อนวินดาเห็นว่าเพิ่งกลับจากเมืองนอก คุณสมบัติจะพามาเปิดตัววันนี้แหละ ไม่ค่อยมีใครรู้จักเพราะเธอไปเรียนที่อเมริกาตั้งแต่เด็ก”
“แสดงว่าคุณก็ยังไม่เคยเจอคุณนวินดา แล้วทำไมถึงรีบปฏิเสธ น่าจะลองทำความรู้จักกันก่อน เธออาจจะสวยก็ได้” เมษิตากระเซ้า
อธินหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มรอยร้าวของบาดแผลแห่งความรักที่แพรวพรรณทิ้งไว้เมื่อหลายปีก่อน แม้ว่าจะผ่านมานานแล้ว แต่บาดแผลนั้นยังคงฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ จนทำให้เขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นความรักครั้งใหม่กับใคร อธินคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายความรู้สึกส่วนตัวให้หญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกันแค่วันเดียวรับรู้ เขาจึงกล่าวแต่เพียงว่า
“ผมขอให้คุณแสดงตัวเป็นแฟนผมแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมวิงวอนด้วยสายตา
“ทำไมคุณต้องทำเรื่องง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยากด้วยนะ” เมษิตาบ่นอุบอิบ
“ก็แค่เป็นแฟนผมมันยากตรงไหน ใครๆ ก็อยากเป็นแฟนผมทั้งนั้น”
เมษิตาเงยหน้าขึ้นสบตาอธินนิ่งจนชายหนุ่มเริ่มระแวงว่าสาวสวยตรงหน้าคิดจะทำอะไรกับเขาอีก
“หน้าตาอย่างนี้เนี่ยนะ สาวๆ พวกนั้นคงตาถั่วแล้ว” พูดจบหญิงสาวก็สะบัดหน้าพรืดแล้วเดินหนีไปทันที แต่เดินไปได้สักสามก้าวร่างบางนั้นก็หยุดกึกแล้วหันมากำชับกับคนที่อยู่ข้างหลังว่า “เสร็จงานนี้แล้วอย่าลืมคืนสร้อยให้ฉันตามสัญญาด้วยล่ะ ถ้าไม่คืนล่ะก็ คุณตายแน่ ฮึ่ม!”
อธินยิ้มพราวอย่างมีเสน่ห์ให้เมษิตาแทนคำตอบซึ่งก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย
“อ้าว...สองคนนี้มาหลบมุมจู๋จี๋กันอยู่ตรงนี้นี่เอง”
เสียงของปราบดาดังขึ้นจากทางด้านหลังของเมษิตาและอธินอย่างไม่ทันตั้งตัวจนทำให้ทั้งคู่ต่างก็ปั้นหน้าไม่ถูก
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ” เมษิตารีบปฏิเสธโดยไว
“ไม่ต้องเขินหรอกครับ” ปราบดาส่งสายตาทะเล้นอย่างคนอารมณ์ดีอยู่เสมอให้หญิงสาวแล้วหันไปบอกกับเพื่อนของตนว่า “พี่ธันว์กับธารมาถึงแล้วนะ อยู่ข้างในโน่น แต่วันนี้น้องธารพาหนุ่มที่ไหนมาด้วยก็ไม่รู้ว่ะ” พูดจบก็ขอตัวไปห้องน้ำ
อธินแปลกใจเมื่อได้ยินว่าธารวารินทร์พาเพื่อนผู้ชายมาร่วมงานด้วยเพราะแต่ไหนแต่ไรน้องสาวคนนี้ไม่เคยพูดถึงเพื่อนผู้ชายให้ได้ยินเลยสักครั้ง
บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที
บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่
บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย
บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท
บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้
บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





