Share

บทที่ 69

last update publish date: 2026-10-27 14:58:19

บทที่ 29

ภายในห้องโถงอันโอ่อ่าของคฤหาสน์หลังงามของคุณหญิงนลินีในวันนี้คับคั่งไปด้วยแขกรับเชิญพิเศษอันประกอบด้วยนายสมบัติที่กำลังนั่งจิบไวน์ฝรั่งเศสรสเลิศอายุหลายสิบปีอย่างสบายอารมณ์หลังรับประทานอาหารมื้อค่ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีแพรวพรรณนั่งอยู่ติดกัน พร้อมหน้าด้วยนวินดาและอธินที่นั่งถัดออกมาแต่หนุ่มสาวทั้งสองกลับมีสีหน้าไม่รื่นรมย์เท่าใดนัก ส่วนคนที่หน้าบานที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์

“ฉันดีใจนะคะที่คุณสมบัติกับหนูดาให้เกียรติมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านฉันในวันนี้” คุณหญิงนลินีจงใจที่จะไม่กล่าวถึงแพรรวพรรณ ซึ่งคนที่ถูกกล่าวกูมไปนั้นได้แอบยกมุมปากขึ้นอย่างหมั่นไส้ในความเจ้ายศเจ้าอย่างของสตรีสูงวัยผู้นี้

“ไม่ต้องเกรงใจกันถึงขนาดนั้นหรอกครับคุณหญิง อีกหน่อยเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันอยู่แล้ว” นายสมบัติกล่าวพลางยกแก้วไวน์ในมือขึ้นกระดกจนหมดแก้วแล้วหัวเราะเสียงดังอย่างลืมตัว จนภรรยาสาววัยคราวลูกที่นั่งอยู่ติดกันต้องรีบสะกิดให้สามีเฒ่าเบาเสียงลงด้วยความกระดากในกิริยาอันไม่เหมาะสมนั้น

คุณหญิงนลินียิ้มแหยๆ ต่อกิริยาของนายสมบัติพลางคิดในใจว่า ‘นี่ถ้าไม่เห็นว่ารวย ฉันจะไม่มีวันนับญาติด้วยเด็ดขาด’ จากนั้นจึงเบนสายตาไปหานวินดา เมื่อได้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มและกิริยาที่นุ่มนวลอ่อนหวานของบุตรสาวนายสมบัติแล้วคุณหญิงนลินีก็โล่งอกขึ้นที่ว่าที่ลูกสะใภ้ของตนมีมารยาทงามผิดกับผู้เป็นบิดาอย่างสิ้นเชิง

“หนูดาเตรียมเลือกชุดเจ้าสาวไว้หรือยังจ๊ะ” ว่าที่แม่สามีเอ่ยถามอย่างเอ็นดู

“เอ่อ ยังเลยค่ะคุณหญิงป้า” ผู้ถูกถามตอบเบาๆ

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าให้พี่ธินเขาพาหนูไปเลือกดีกว่านะ เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ ถึงเวลาจะได้ไม่ฉุกละหุกนะลูกนะ”

“ให้แพรวไปช่วยเลือกด้วยนะคะ” แพรวพรรณเสนอตัวอย่างผิดกาลเทศะ

คุณหญิงนลินีหันขวับไปยังเจ้าของคำพูดนั้นอย่างไม่พอใจทันที “เอ๊ะ! เธอนี่ยังไงกัน เลือกชุดเจ้าสาวก็ต้องให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเขาไปเลือกกันเองสิ ฉันว่าเธออยู่เฉยๆ จะดีกว่านะ อย่าไปวุ่นวายกับพวกเขาเลย” พูดจบคุณหญิงนลินีก็สะบัดหน้าหนีอย่างไม่อยากจะเสวนาด้วย

“ธิน พรุ่งนี้พาหนูดาไปเลือกชุดแต่งงานด้วยนะ” ผู้เป็นมารดาหันมาออกคำสั่งกับบุตรชาย

“ครับ” อธินรับคำเบาๆ อย่างไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมกับการสนทนานี้สักเท่าไหร่

ป้านวลซึ่งนั่งคอยรับใช้อยู่ใกล้มือคุณหญิงนลีนีส่งกล่องกำมะหยี่สีแดงขนาดย่อมให้อย่างรู้หน้าที่เมื่อผู้เป็นนายหญิงหันมาพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณขอของสิ่งนั้น

คุณหญิงนลินีรับกล่องใบเล็กมาถือไว้ในมือและเมื่อฝากล่องกำมะหยี่ใบนั้นถูกเปิดออกจึงเผยให้เห็นแหวนเพชรน้ำงามวงเขื่องบรรจุอยู่ภายใน ตัวเรือนนั้นทำด้วยทองคำขาว ส่วนหัวแหวนนั้นเป็นเพชรเม็ดโดดสีขาวน้ำงามจนไร้ที่ติ น้ำหนักราวสามกะรัต เมื่อเหลี่ยมมุมของเพชรนั้นต้องแสงไฟที่ส่องมาจากเพดานห้องจึงเกิดเป็นประกายวิบวับจับตาจนแพรวพรรณต้องยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ด้วยแววตาละโมบ

“ธินลองสวมแหวนให้น้องสิ ลองดูว่าใส่ได้พอดีไหม ถ้าใส่ไม่ได้แม่จะได้เอาไปให้ช่างแก้ให้” ผู้เป็นมารดากล่าวพลางยื่นแหวนให้บุตรชายก่อนจะกล่าวต่อด้วยความภาคภูมิใจว่า “แหวนวงนี้เป็นแหวนหมั้นของคุณย่าที่มอบให้พ่อของธินมาหมั้นแม่ เรียกได้ว่าเป็นแหวนประจำตระกูลเราเลยนะ นี่ถ้าไม่ใช่สะใภ้ที่ถูกใจแม่จริงๆ แม่ไม่มีทางยกแหวนวงนี้ให้ง่ายๆ หรอกนะ”

อธินรับแหวนวงนั้นมาถือไว้ในมืออย่างเก้ๆ กังๆ แล้วมองสบตากับดวงตาหวานปนเศร้าของนวินดาอยู่เนิ่นนานโดยไม่ยอมสวมแหวนให้เธอสักที

ผู้เป็นมารดามองดูด้วยความหงุดหงิดกับความไม่ได้ดั่งใจของบุตรชายจนต้องกล่าวกระตุ้นเตือนอีกครั้ง “สวมแหวนให้น้องสิลูก” แม้ว่าใบหน้าที่เต่งตึงเกินวัยของคุณหญิงนลินีนั้นจะแต้มไว้ด้วยรอยยิ้มขณะที่พูด หากแต่แววตานั้นกลับคมกริบยามเมื่อสบตาบุตรชาย

ทางด้านนวินดาเองก็มีท่าทีกระอักกะอ่วนใจต่อการรุกเร้าที่มากเกินพอดีของคุณหญิงนลินีจนอยากจะลุกหนีจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะความเกรงใจบิดาที่มีมากกว่าเธอจึงจำต้องฝืนทน

อธินเอื้อมมือไปจับมือเรียวของนวินดาตามแรงกระตุ้นของผู้เป็นมารดาแล้วประคองฝ่ามือนุ่มนิ่มนั้นไว้ด้วยมือข้างซ้ายของตน ส่วนมือข้างขวานั้นก็ถือแหวนเพชรเม็ดงามเตรียมจะสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของว่าที่เจ้าสาว แต่แล้วแหวนเพชรวงงามนั้นก็มีโอกาสเดินทางไปถึงแค่ปลายเล็บยาวรีของนวินดาเท่านั้น เมื่อมีเสียงเล็กๆ ของใครคนหนึ่งดังขึ้นอย่างที่ไม่มีใครในห้องนั้นรู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน และเสียงนั้นอีกเช่นกันที่ดึงให้สายตาทุกคู่ต้องหันไปมองเจ้าของเสียงเป็นตาเดียวกัน

“คุณเม!?” อธินเรียกชื่อของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องด้วยความตระหนกระคนสงสัยในจุดประสงค์การมาของหญิงสาว ชายหนุ่มมั่นใจว่าการมาของเธอในครั้งนี้ย่อมต้องมีเหตุอะไรบางอย่างแน่นอน

“สวัสดีค่ะ...ทุกคน” เมิษากวาดตามองไปรอบห้องพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ผุดขึ้นตรงมุมปากและเมื่อสายตาวาวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญเช่นเธอมาหยุดอยู่ที่อธิน เธอจึงเอ่ยถามคำถามที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้งว่า “กำลังจะสวมแหวนกันอยู่เหรอคะ...ที่รัก” เมษิตาจงใจเน้นคำว่า ที่รัก เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอธินให้ทุกคนในที่นี้ได้รับรู้

นวินดารีบชักมือออกจากการเกาะกุมของอธินแล้วขยับตัวออกห่างจากว่าที่เจ้าบ่าวของตนทันทีที่เห็นเมษิตามองมาด้วยสายที่อ่านความคิดได้ยาก

คุณหญิงนลีนีจิกสายตาคมกริบดุจดังพญาเหยี่ยวยามจ้องมองเหยื่ออันโอชะไปยังเมษิตาแล้วกระชากเสียงใส่อย่างโกรธจัดว่า “เธอมาที่นี่ทำไม ใครเชิญเธอมาไม่ทราบ”

“แหม...คุณแม่ อุ๊ย...คุณหญิงคะ ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่คะว่าเมมาทำอะไรที่นี่” หญิงสาวแกล้งทำเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ผู้อาวุโส “เมก็มาทวงสิทธิของเมน่ะสิคะ”

“สิทธิบ้าอะไรของเธอ”

“ก็สิทธิความเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ตัวจริงของคุณแม่ อุ๊ย...ของคุณหญิงน่ะสิคะ” หญิงสาวแกล้งยกมือเล็กเรียวขึ้นตบปากตัวเองเบาๆ ที่เรียกสรรพนามสตรีอาวุโสผู้นี้ผิดแล้วพูดต่อไปอีกว่า “เมนี่แย่จัง เผลอเรียกคุณแม่อยู่เรื่อยเลย ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้แต่งงานกับคุณอธินสักหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ เพราะถึงยังไงเมก็ต้องแต่งงานกับลูกชายคุณแม่อยู่ดี ซ้อมเรียกให้ชินปากไว้ตั้งแต่ตอนนี้ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ” กล่าวจบหญิงสาวก็แค่นหัวเราะมาเบาๆ

คุณหญิงนลินีดีดตัวขึ้นจากโซฟาตัวหรูราวกับติดสปริงแล้วตวาดออกมาดังลั่นอย่างเหลืออด “หยุดพล่ามแล้วก็ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

จังหวะเดียวกันนั้นอธินก็รีบปราดเข้าไปยืนประกบเมษิตาเพื่อคอยป้องกันอันตรายให้เธอเพราะเกรงว่ามารดาของตนจะบันดาลโทสะจนถึงขึ้นลงไม้ลงมือ ชายหนุ่มร่างสูงยืนประกบชิดอยู่ด้านหลังของหญิงสาวรูปร่างเพรียวบางซึ่งมีความสูงเลยไหล่เขาไปเพียงคืบหนึ่งเท่านั้น สองมือหนาของชายหนุ่มรั้งไหล่บางที่อยู่เบื้องหน้าไว้แน่นแล้วกระซิบถามเพียงแค่ให้ได้ยินกันแค่สองคนว่า “นี่คุณคิดจะทำอะไรของคุณน่ะ”

เมษิตาเบี่ยงตัวหันหน้าเข้าหาอธินแล้วแสร้งสบตาเขาด้วยแววตาเปี่ยมรักก่อนจะตอบออกมาเสียงดังจนได้ยินกันทั่วห้องว่า “เมก็แค่จะมาบอกให้ทุกคนรู้ว่าเมเป็นแฟนคุณยังไงล่ะคะที่รัก เมจะไม่ยอมให้คุณแม่ของคุณมาพรากความรักของเราหรอกนะคะ” หญิงสาวละสายตาจากคนที่เธอเรียกว่าที่รักแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับทุกคนอีกครั้งแล้วพูดต่อว่า “ดูซิว่าถึงขนาดนี้แล้ว คุณหญิงจะยอมล้มเลิกงานแต่งงานครั้งนี้มั้ย”

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังไม่หยุด อธินจึงกระซิบถามเบาๆ อีกครั้งว่า “นี่คุณกำลังจะทำอะไรกันแน่น่ะ”

คราวนี้หญิงสาวกัดฟันตอบกลับไปด้วยเสียงเบาราวกระซิบเช่นกันว่า “ฉันก็จะทำให้ทุกอย่างมันจบอย่างที่คุณต้องการสักทียังไงล่ะ ฉันเบื่อที่จะต้องเล่นเกมงี่เง่านี้กับคุณเต็มทนแล้วนะ คุณเองก็อยากจะให้มันจบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

“แต่ผมไม่ได้ต้องการให้มันเป็นแบบนี้นะ” จริงอยู่ที่อธินอยากให้เรื่องการคลุมถุงชนระหว่างเขากับนวินดาจบให้เร็วที่สุด แต่มันต้องจบด้วยวิธีที่ละมุนละม่อมไม่ใช่จบด้วยการแตกหักอย่างที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ เพราะหากเขาจะเลือกใช้วิธีรุนแรงโดยไม่ใส่ใจความรู้สึกของใครเช่นนี้ เขาคงทำมันด้วยตัวเขาเองตั้งแต่แรกแล้ว คงไม่ปล่อยให้เรื่องมันล่วงเลยมาถึงขั้นนี้หรอก

“ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อคุณเป็นคนดึงฉันเข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เอง เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องยอมรับวิธีของฉัน”

นายสมบัติซึ่งนั่งข่มอารมณ์อยู่นานเอ่ยขึ้นอย่างโกรธจัดว่า “นี่มันอะไรกันน่ะคุณหญิง ที่แม่หนูคนนี้พูด มันเป็นความจริงรึเปล่า”

เมษิตาเป็นฝ่ายชิงตอบนายสมบัติขึ้นว่า “ฉันว่าฉันพูดชัดเจนแล้วนะคะ แต่ถ้าทุกคนยังไม่เข้าใจฉันก็จะย้ำให้ทุกคนฟังชัดๆ อีกครั้งนึงว่า ผู้ชายคนนี้...” หญิงสาวทิ้งจังหวะแล้วหันไปสบตาอธินครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันมาพูดกับทุกคนต่อว่า “...เป็นแฟนฉันค่ะ เขาจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากฉันคนเดียวเท่านั้น”

เพี้ยะ !!!

เสียงฝ่ามือของคุณหญิงนลินีที่ตวัดมากระทบแก้มด้านซ้ายของเมษิตาดังขึ้นทันทีที่หญิงสาวกล่าวจบประโยค

“คุณแม่ ...” อธินครางออกมาเบาๆ ด้วยความความตกตะลึงเพราะไม่คิดว่ามารดาของตนจะกระทำรุนแรงเช่นนี้ จากนั้นเขาจึงรีบดึงตัวหญิงสาวร่างบอบบางที่ยืนเยื้องอยู่เบื้องหน้าไปหลบไว้ด้านหลังทันทีเมื่อเห็นว่าผู้เป็นมารดากำลังเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง

“พล่ามจบรึยัง!” คุณหญิงนลินีถามพลางหายใจหอบถี่อย่างคนโกรธจัด

‘เจ็บ...เจ็บมาก’ หญิงสาวกัดฟันบอกกับตัวเองอยู่หลังไหล่หนาของอธิน ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาทำเรื่องที่น่าอับอายเช่นนี้ แต่เธอจำเป็นต้องทำ...ทำเพื่อนันทลี...ในเมื่อเพื่อนรักของเธอรักผู้ชายคนนี้เธอก็ต้องกำจัดทุกอุปสรรคที่จะขัดขวางความรักของเพื่อน เมษิตาย้ำกับตัวเองเช่นนั้นเพื่อบรรเทาความรู้สึกผิดที่กำลังแผ่ตัวเข้าปกคลุมหัวใจยามเมื่อมองเห็นใบหน้าที่นองด้วยน้ำตาของนวินดา ‘เมขอโทษนะคะคุณดา...แต่เมไม่มีทางเลือกจริงๆ’

นวินดาที่นั่งเงียบอยู่ตั้งแต่ต้นจนใครๆ อาจลืมไปแล้วว่าเธอมีตัวตนอยู่ตรงนั้นกล่าวต่อทุกคนว่า “ทุกคนหยุดเถียงกันเถอะค่ะ หยุดเถอะนะคะ...ดาขอร้อง” จากนั้นหญิงสาวผู้น่าสงสารจึงหันไปพูดกับบิดาของตนด้วยน้ำตานองหน้าว่า “คุณพ่อเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าพี่ธินมีคนรักอยู่แล้ว ดาเคยบอกคุณพ่อแล้วแต่คุณพ่อก็ไม่เคยฟังดาเลย ยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้ซะเถอะนะคะคุณพ่อ...นะคะ”

นายสมบัติเบนสายตาจากใบหน้าบุตรสาวอันเป็นที่รักแล้วจ้องมองไปยังอธินซึ่งกำลังกางปีกปกป้องเมษิตาอย่างหวงแหนด้วยแววตาขุ่นเคือง ชายสูงวัยอดคิดไม่ได้ว่านวินดามีดีน้อยกว่าเมษิตาที่ตรงไหนอธินถึงไม่รักบุตรสาวของตนและยิ่งหันไปเห็นนวินดาร้องไห้ไม่หยุด ผู้เป็นพ่อมีหรือจะทนรับไหว ในที่สุดชายสูงวัยก็กล่าวกับคุณหญิงนลินีด้วยแววตาโกรธขึ้งขึ้นมาว่า “ไหนคราวก่อนคุณหญิงบอกผมว่าสองคนนี้ไม่ได้เป็นอะไรกันยังไงล่ะ” เขาหมายถึงอธินและเมษิตา “แล้วนี่มันอะไรกันคุณหญิง ทำไมแม่หนูนี่ถึงได้มาโวยวาย ประกาศตัวทำร้ายจิตใจลูกสาวผมอย่างนี้ล่ะ แบบนี้ผมจะกล้ายกลูกสาวผมให้ลูกชายคุณหญิงได้ยังไงกัน”

แพรวพรรณลอบเหยียดยิ้มด้วยความสะใจและสมใจที่ตัวเองไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลยแต่งานแต่งงานระหว่างอธินและนวินดาก็ส่อแววว่าจะพังครืนลงอย่างที่เธอต้องการ ภรรยาสาววัยคราวลูกขยับกายเข้าไปใกล้ผู้เป็นสามีแล้วจงใจกล่าวยั่วยุว่า “แพรวไม่คิดเลยจริงๆ นะคะว่าคุณหญิงจะกล้าทำกับพวกเราแบบนี้ เราก็กินข้าวเหมือนคุณหญิงนั่นล่ะนะคะ ไม่ได้กินหญ้า เราคงไม่ยอมถูกคุณหญิงหลอกเอาได้ง่ายๆ หรอกนะคะ” พูดจบก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ และนั่นยิ่งเป็นเหมือนการเติมเชื้อเข้าไปในกองไฟแห่งโทสะของนายสมบัติให้ลุกโชติขึ้นกว่าเดิม

“ยังไงล่ะคุณหญิง ก็ไหนว่าลูกชายคุณหญิงยังไม่มีแฟนไงล่ะ แล้วนี่มันอะไรกัน!” นายสมบัติถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นว่าคุณหญิงนลินีเอาแต่ยืนนิ่ง

“แฟนเฟินอะไรกันคะคุณสมบัติ ไม่จริงค่ะ คุณสมบัติอย่าไปฟังมันพูดเลยค่ะ แม่นี่ก็พูดเพ้อเจ้อ” คุณหญิงนลินีรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ถึงขนาดนี้แล้วยังจะปฏิเสธอีกหรือคะ คุณหญิงคิดว่าคุณสมบัติโง่นักใช่ไหมคะถึงได้กล้าหลอกลวงกันแบบนี้” แพรวพรรณพยายามเติมเชื้อไฟ

“นั่นสิคุณหญิง ช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ย” นายสมบัติกล่าวสำทับคำพูดของแพรวพรรณอย่างคนฟิวส์ขาด

คุณหญิงนลินีอึกอักพูดอะไรไม่ออกเพราะตัวปัญหาอย่างเมษิตาก็ยืนทนโท่อยู่ตรงหน้านี้

ในที่สุดนวินดาก็ตะโกนออกมาสุดเสียง จนทำให้ทุกคนในห้องอึ้งไปตามๆ กันว่า “ทุกคน...พอสักทีเถอะค่ะ” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่งเพื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับต้องการรวบรวมพละกำลังและความกล้าหาญแล้วกล่าวต่อไปว่า “นี่จะไม่มีใครถามอะไรดาสักคำเลยอย่างนั้นหรือคะว่าดาต้องการอะไร ดาอยากจะแต่งงานกับพี่ธินหรือเปล่า ดาเป็นคน มีเลือดเนื้อ มีหัวใจเหมือนกันนะคะ ชีวิตดา ดาขอเป็นคนตัดสินใจเองได้มั้ยคะ”

นายสมบัติมองนวินดาอย่างคาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้าพูดจาอย่างอาจหาญเช่นนี้

นวินดาเดินเข้าไปยืนตรงหน้าเมษิตาแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลั้นสะอื้นอย่างเต็มที่ว่า “คุณเมคะ ดาขอให้คุณเมสบายใจได้เลยนะคะว่าดาจะไม่มีวันแต่งงานกับพี่ธินเด็ดขาด ดาไม่มีวันจะแย่งของรักของใครแน่นอนค่ะ” ยิ่งพูดน้ำตาแห่งความอัดอั้นตันใจก็ยิ่งหลั่งไหลออกมาอย่างสุดจะต้านทาน

“คุณดา...” เมษิตเรียกชื่อหญิงสาวที่ร้องไห้น้ำตานองอยู่ตรงหน้าออกมาเบาๆ อย่างรู้สึกผิดมหันต์กับสิ่งที่เธอได้ทำลงไปในวันนี้

“ไม่นะหนูดา ยังไงป้าก็จะต้องให้หนูแต่งงานกับอธินให้ได้ นังผู้หญิงคนนี้มันไม่ได้เป็นอะไรกับอธินเลย หนูอย่าไปฟังที่มันพูด มันเพ้อเจ้อไปเองทั้งนั้น” คุณหญิงนลินีรีบทักท้วงคำพูดของนิวดาขึ้นมาทันที

“ไม่ค่ะ ดาจะไม่แต่งงานกับพี่ธิน ดาจะไม่ทำร้ายใครเด็ดขาด” เมื่อพูดจบนวินดาก็วิ่งออกจากห้องนั้นไปทันที โดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกให้หยุดของนายสมบัติ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status