تسجيل الدخولOh~ooh~whoa~oh oh~oh~oh~oh You know you love me~ (yo), I know you care~ (uh-huh)
เสียงริ่งโทนมือถือ ได้ปลุกหนุ่มหน้าสวยให้ตื่นจากห้วงแห่งความฝัน หนุ่มหน้าได้รับสายแล้วพูดว่า"ฮัลโหล"นทีได้ตอบรับ " Hi~Baby" นทีได้สดุ้งตื่นทันทีเพราะปลายสายนั้นคือ "อเล็กซ์"หรืออเล็กซ์ซานเดอร์ เดอะ คารีน่า นายแบบชื่อดังของปารีสแล้วเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่แอบชอบนทีตั้งแต่ม.ต้น "มารับหน่อยสิ" อเล็กซ์ได้กล่าวขึ้น นทีแสดงอาการตกใจเล็กน้อยก่อนจะพูดกับคนใน "อยู่ไหน" พร้อมกับรีบลุกขึ้นมาแต่งตัว "สนามบิน" "จริงอะ" "ใช่" นทีไม่รอช้าที่จะโทรหาจางหลี่ทันที "ฮัลโหลลี่" "โทรมาทำไมเช้าขนาดนี้เนี่ย" "ไอเล็กมา" "ห๊ะจริงดิ" "จริง" "มันอยู่ไหนละ" "สนามบิน" "เดี๋ยวกูแต่งตัวก่อนมารับกูด้วย" "เออๆ รู้แล้วมึงสิรีบแต่งตัวให้ไวเลย" พอรู้แบบนี้นทีไม่รอช้าที่จะขับรถคันหรู เพื่อไปรับเพื่อนของตน บ้านจางหลี่ "ช้าชิบหาย" "กูรีบสุดๆแล้วไปเถอะเดี๋ยวมันรอนาน" ณ สนามบินสุวรรณภูมิ นทีรีบโทรหาเพื่อนของตนพร้อมกับพูดในสาย "รออยู่ประตู2" ไม่นานนัก ก็ได้มีชายหนุ่มร่างสูงเดินมาพร้อมกระเป๋า ก่อนที่จะกล่าวทักทาย นทีได้พูดแทรกว่าเอากระเป๋าไปเก็บที่หลังรถ พอคนร่างสูงเก็บกระเป๋าเสร็จก็รีบเดินมากอดนทีด้วยคิดถึง "เป็นไงบ้างอยู่ที่สบายมั้ย" นทีมองเพื่อนของตนก่อนจะกล่าวว่า "งอแง อะไรเล็ก" "เล็กไรกูออกจะใหญ่นะเว้ย" อเล็กซ์ยืดอกอย่างภาคภูมิใจก่อนที่ อเล็กซ์ได้ทำหน้าน้อยใจใส่เพื่อนของตนนิดหน่อย "ไม่คิดถึงกูบ้างหรอ" "กูกลายเป็นอากาศเลยเนอะ" "ลี่ก็มาด้วยหรอเนี่ย" "เออมา" "ชั่งเถอะๆ ขึ้นรถกันดีกว่า" "เห็นว่าทีขอไว้หรอกนะถึงยอม" เห้อออ นทีถอนหายใจ ก่อนจะขึ้นรถแล้วถามเพื่อนของตนว่า "กินไรยัง" พอเห็นแบบนั้นอเล็กซ์ก็ได้แอบยิ้มก่อนจะพูดขึ้นว่า "ยังเลย" "งั้นแวะห้างก่อนกลับคอนโดเนาะ" "เคร/อืม" "ที,เล็ก กินไร" "ชาบูละกัน" หลังจากจางหลี่จิดรถเสร็จแล้วทั้งสามก็พากันเดินมาที่ร้านชาบูแห่งหนึ่ง หลังจากนั่งโต๊ะเสร็จแล้วทั้งสามก็พากันคุยเรื่องต่างๆ กันอย่างสนุกสนานจนกระทั่ง "เออที" "ว่าไงลี่" "กูได้ข่าวมาว่ามึงมีคู่หมั้นอะ" อเล็กซ์หน้าหงอยไปแวปหนึ่งแต่ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็นจุดนั้น "กูก็อยากรู้" "เออ จริง" "เขาเป็นใครอะ หล่อมั้ย" "เลิกแรดก่อนลี่" "ให้กูแรดบ้างไม่ได้" "แบบนี้ไงมึงถึงไม่มีผัว" "เอ้าอีเล็ก" "ใหญ่กว่ามึงจ้าาา" "พอๆ" "สรุปหล่อมั้ย" "กูยังไม่รู้เลยว่าใคร" "งี้ก็เป็นการบังคับกันอะดิ" "ใช่" "พอเถอะอาหารมาเสริฟ์ละ" อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ที่ละเล็กน้อยแต่มันก็หายไปภายในพริบตาด้วยฝีมือจางหลี่ อย่างง่ายดาย ทั้งสองมองจางหลี่ด้วยความสงสัยว่าเก็บอาหารไว้ที่ส่วนไหนของร่างกาย หรือว่ามันคือหลุมดำมนุษย์ "กินเยอะไปมั้ยอะ" "ก็ปกติน" "นึกว่าหลุมดำ" "เอะ อีเล็กหลอกด่ากูเรอะ" "ป๊าว" อเล็กซ์ตอบเสียงสูง "ไปไหนต่อมั้ย" "ไม่มีอะ" นทีพยักหน้ารับเล็กน้อย "ไปส่งไอ้ลี่แล้วค่อยไปส่งกูที่คอนโด" "เอาตานั้นก็ได้" คอนโด พอได้ยินดังนั้นนทีก็ได้ขับรถไปยังคนโดหรู ใจกลางเมืองโดยทันที เมื่อถึงคอนโด อเล็กซ์ก็ได้ชวนนทีขึ้นไปเล่นในห้องของตน ซึ่งนทีก็ไม่ปฎิเสธ พอถึงห้องอเล็กซ์ก็ชวน นทีดูหนังในทันที งั้นใครจะซื้อป๊อปคอน อเล็กซ์เลยพูดขึ้นว่า "ไม่ซื้อเดี๋ยวเลอะโซฟาบ้านกู" พอเห็นอเล็กซ์ใจแข็งนทีใช้ลูกอ้อนเพื่อให้อเล็กซ์ใจอ่อน ซึ่งได้ผลจริงๆด้วย อเล็กซ์ยอมสั่ง ขนมขึ้นมาพร้อมกับป๊อปคอนมากินบนห้อง อเล็กซ์ได้เอ่ยว่า "มึงบอกพี่เฮีย ดิว่ามึงจะนอนนี้" "กูจะกลับละ" "แต่มันดึกแล้วขับรถตอนกลางคืนมันอัตราย" "แต่กูเป็นนักแข่งนักเว้ย" "แถมพรุ่งนี้เช้ากูต้องบริษัทอีก" "เดี๋ยวกูไปส่ง" "เอางั้นก็ได้" "อืม" นทีทำหน้างงแต่ก็ยอมทำตามอเล็กซ์บอก พอดูไปได้สักพัก อเล็กซ์ก็บอกให้นทีไปอาบน้ำ แต่นทีได้ไปดูการ์ตูนในไอแพด ซึ่งอเล็กซ์ก็รู้ดี ผ่านไปสักพัก นทีได้ผลอยหลับ แล้วอเล็กซ์ก็เดินเข้าไปหา และหอมแก้มเบาๆ แถมยังเอามือไปลูบผมนที พร้อมยังพึมพำว่า "กูรักมึง มึงต้องเป็นของกูแค่คนเดียว" "กูรักมึงขนาดนี้ทำไมไม่รู้สึกตัวบ้างนที" เช้าวันต่อมา อเล็กซ์ได้ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าให้นทีกินตั้งแต่เช้า นทีได้เดินเข้ามาซุกไหล่อเล็กซ์ นทีชอบกลิ่น อเล็กซ์มากโดยเฉพาะตอน เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ทำให้นทีชอบมาดมตัวของอเล็กซ์ตั้งแต่สมัยมัธยม ซึ่งอเล็กซ์ก็ไม่ได้ว่าอะไร "ไปส่ง ที่บริษัทหน่อยสิ" "เออไปดิ" ซึ่งอเล็กซ์ก็ไม่ปฎิเสธที่จะไปส่ง คนที่เค้าชอบ เมื่อถึงบริษัท อเล็กซ์ก็ได้ทำข้าวกล่องไว้ให้นที ระหว่างที่ทั้งสองอยู่ในรถ ได้มีสายตาปริศนา กำลังจ้องมองทั้งคู่ พอนทีลงจากรถชายปริศนาก็หายไปในทันที ระหว่างทางไปห้องทำงานทุกคนก็กล่าวทักทาย นทีรองประธาน อย่างสดใส เมื่อถึงห้องทำงาน ทีเลขาของนทีก็ได้นำกองเอกสาร มาให้นทีเซ็น โดยทันที พอถึงพักเที่ยงนทีก็รีบ นำข้าวกล่องที่เพื่อนสนิทของตนทำให้ ออกมารับประทาน ไม่นานนักก็มีอาหารมาส่ง ทั้งที่เค้าไม่ได้สั่ง เค้าก็เลยรับไว้ แล้วนำไปถามพนักงาน ก่อนที่จะคิดในใจว่า (คงเป็นเฮียแหละ) พอคิดได้แบบนั้นเค้าจึงวางอาหารที่ถูกส่งมาไว้โต๊ะข้างๆ แล้วกินข้าวกล่องต่อ พอตกเย็นเค้าก็ให้ เฮียมารับกลับบ้าน เพื่อถึงบ้าน "หมวยต้องไปทำโปรเจคที่อิตาลีแทนเฮีย" "วันไหนครับ" "อีกสองวัน" "ห๊ะ!!!" "เตรียมตัวให้พร้อมด้วย" "แต่ผมพึ่งฝึกงานได้ไม่กี่วันเองนะคับ" "แต่ว่าหมวยมีประสบการณ์เฮียรู้" นทีรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถเถียงชนะพี่ชายก็เลยเลือกที่จะเงียบหายไปแทน นทีได้ตอบโต้ไปด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างกับเห็นผี แต่นทีก็รู้ในใจว่าเค้า ต้องเถียงพี่ชายไม่ชนะ "เก็บของซะเราจะเดินทางมะรืนนี้" นั้นยิ่งทำให้นทีช็อคกว่าเดิม พอขึ้นห้องนทีรีบโทรหาเพื่อนสนิทตนทันทีเพื่อปรึกษา อเล็กซ์ที่รู้ว่านทีจะไป อิตาลีเลยรีบชวนไปผับทันที ตอนแรกนทีก็ปฎิเสษแต่แพ้ความน่ารักของอเล็กซ์ จึงยอมไปด้วย แถมอีกไม่นานเค้าก็จะเดินทางแล้วด้วย คงจะไม่กลับมาพักใหญ่ๆ เค้าเลยยอมไปเที่ยวกับอเล็กซ์เพื่อบอกลาในครั้งนี้ ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงโทรศัพท์ของนทีดังขึ้น "หมวย วันนี้เฮียไม่กลับนะ พอดีงานเยอะมากไม่ต้องรอทานข้าวเย็น" นทีเมื่อรู้ดังนั้นก็รู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไปอย่างง่ายดาย เพราะตนไม่อยากรบกวนงานของพี่ชาย ในตอนนี้หมวยกำลังเถียงกับอเล็กซ์ "มึงแหละจองเล็ก" "มึงอะจอง" ทั้งสองคนเถียงกันไปมาว่าใครจะจองโต๊ะวีไอพี แต่ก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็วเพราะ อเล็กซ์ไม่เคยเถียงชนะนทีตั้งแต่ยังเด็ก "เย้" "เสียงนทีพูดขึ้นด้วยความดีใจ อเล็กซ์ก็แอบมองนทีด้วยความน่าเอ็นดู อยู่ห่างๆ " "กลับบ้านไปเตรียมตัวไป๊" อเล็กซ์รีบไล่นทีไปทันทีเพราะสังเกตเห็นว่ามีคนกำลังเดินตามตน แต่ตามได้ไม่นานนักเป้าหมายก็หายไป สิ่งนั้นทำให้ชายปริศนาเกิดอาการลนลานอย่างมาก ผู้ชายที่สวมฮู้ดดำ พร้อมกับปิดบังหน้าตานั้นเมื่อหันกลับไปก็พบกับอเล็กที่ยืนอยู่ข้าหลังตัวเขาและตามบอดี้การ์ดอีก2คน "นายเป็นใคร"เสียงได้เอ่ยถามชายปริศนาตรงหนา "ฉันเป็นใครเกี่ยวไรกับนาย" "มันจะไม่เกี่ยวหรอกครับ ถ้าคุณไม่เข้ามายุ่งกับที่รักผม" "ใครที่รักนาย" "อย่ามาทำไขสือไปหน่อยเลย คนที่นายตามอยู่ไงง" "เป็นไปได้" "เป็นไปได้สิครับ" "นายต้องการอะไรจากฉัน" "ผมตั้งหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามคุณว่าต้องการอะไรจากะพวกผม" ร่างหนาได้ส่งซิกให้ชายทั้งสองคนที่ที่อยู่ด้านหลังเขา ชายร่างหนาไม่รีรอที่จะไปจับชายปริศนาคนนั้นล็อกและกดลงไปกับพื้น "นี้จะทำอะไร ปล่อยกูนะเว้ย" ชายปริศนาเริ่มโวยวายเสียงดัง อเล็กซ์กลัวว่าชายปริศนาจะเสียงดังจนทำให้ตกเป็นเป้าได้เขาเลยจำใจต้องทำให้ชายคนนั้นสลบไปแล้วนำไปขังไว้ที่ห้องใต้ดินของผับแห่งนั้น ผับแห่งนั้นเป็น1ในเครือของบริษัทอเล็กซ์ไม่น่าแปลกที่จะมีห้องใต้ดิน ถึงเบื้องหน้าอเล็กซ์จะเป็นนักแสดงและนายแบบผู้มีชื่อเสียง แต่ใครจะไปคิดละว่าความจริงแล้วจะเป็นนักธุรกิจหนุ่ม ที่ไม่มีใครแต่กลับอยากมีคนทำธุรกิจด้วยมากมาย "ปลุกมัน" ร่างหนาได้เอ่ยคำสั่งกับการ์ดคนสนิทของเขาทันทีที่ทุกอย่างอยู่ในสถานะการณ์คงที่ "ครับท่าน" ร่างของชายปริศนาได้ถูกน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งสาดลงที่บนเรือนร่าง ทำให้หนาวจนสั่นสะท้านเลยทีเดียว "มึงเป็นจับกูมาทำไม" "แล้วที่นี้ที่ไหน" ร่างหนาของอเล็กซ์ที่กำลังใช้ผ้าเช็ดมืดอยู่นั้น เหลือบมองขึ้นมาที่ชายที่ถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้ใจกลางห้องแห่งนั้น ห้องสีดำสนิทที่มีเพียงแค่แสงไฟใจกลางห้องสลัวๆ นั้นคอยเป็นแสงสว่างให้ ร่างหนาได้เดินออกมาจากความมืดพร้อมกับเช็ดมืดปลายแหละไปด้วย "มึงเป็นใครเกี่ยวไรกับคุณนที" "เค้าเป็นใครน้า" "มึง..." "เขาเป็นใครไม่สำคัญหรอก แต่มึงแตะต้องคนที่ไม่ควรยุ่ง" "....." "เงียบทำไม!!" ร่างหนาที่ไม่ได้รับคำตอบก็เดินเข้าไปกระชากหัวของคุณที่ใจกลางห้องโดยที่มีสายตาของการ์ดคนสนิทกำลังเฝ้ามองทุกการกระทำของเขา "มึงมันบ้า" "เอส บ้าหรอเอสไม่ได้บ้านะ" "หึ" "นี่นายหัวเราะเอสหรอ" เมื่ออเล็กซ์ได้ยินเสียงหัวเราะเขาก็รู้สึกเหมือนคนที่ความอดทนกำลังจะขาดโดยทันที มือหน้าได้ลงมีดที่ใบหน้าของชายปริศนาเบาๆ แต่ก็ทำให้เลือดซิบเลยทีเดียว เป็นการบ่งบอกถึงความคมของมืดได้เป็นอย่างดี "เอาละวันนี้เอสจะมาผ่าตัดคนไข้" "ใครจะเป็นคนไข้มึง" "มึงไงถามโง่ๆ" "มึงมันโรคจิต" "หรอแล้วไง" "ปล่อยกูนะไอ่บ้า" "พี่การ์ดเตรียมของให้ผมหน่อยครับ" ไม่นานนักชายชุดดำก็เข็นรถเข็นเข้ามา ภายในรถเข็นนั้นประกอบไปด้วยมีด เข็มฉีดยา ขวาน เลื่อย และยังมีปืน แถมยังมีพริก เกลือ มะนาวจัดวางอยู่ ชายปริศนาที่เห็นของข้างในก็ถึงกลับต้องกลืนน้ำลายลงคอเลยทีเดียว "ปล่อยกูนะเว้ย ปล่อย" "มึงจะหยุดร้องมั้ย กูรำคาญ" อเล็กซ์ตอกกลับเพราะตอนนี้ตัวเขาเริ่มรู้สึกรำคาญเสียงคนกลางห้องโวยวายเป็นระยะแล้ว "มึงจะหุบปากดีๆมั้ย" "มึงก็ปล่อยกูสิว่ะ" "ปล่อยก็โง่ดิ" อเล็กซ์เดินเข้าไปหาคนตรงหน้าหลังจาดเช็คอุปกรณ์เรียบร้อย เขาหยิบมีดคู่ใจขึ้นมากอีกครั้ง ก่อนที่จะกรีดไปที่ปากของชายหนุ่มใจกลางห้อง เสียงกรีดร้องของความทรมานดังขึ้น มันทำให้อเล็กซ์นั้นยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขากรีดปากของชายหนุ่มลากยาวไปจนถึงใบหู "น่ารักซะจริง" "อ๋อย อู้ (ปล่อยกู)" "พูดว่าไรนะเค้าฟังไม่รู้เรื่อง" "งั้นเถอะต่อไปก็" อเล็กซ์เดินไปเลือกอุปกรณ์อีกรอบคราวนี้เขาได้เลือกมานั้นก็คือ เลื่อยไม้ "เริ่มจากนิ้วไหนดีน้า" อเล็กซ์เลือกของไปราวกับเลือกของใช้ในชีวิตประจำวันซะอย่างนั้น ระหว่างเลือกอเล็กซ์ก็ฮัมเพลงเบาๆด้วยสีหน้าที่แค่มองก็รู้ว่ากำลังมีความสุข ต่างจากคนที่อยู่ข้างหลังที่แสดงสีหน้าหวาดกลัว และ สิ้นหวังที่สุด "อ่าอู้อิ (ฆ่ากูสิ)" "จุ๊ๆ ยังไม่ถึงเวลา" เขาเอาเลื่อยไม้ค่อยเลื่อยไปที่นิ้วมือของชายบนเก้าอี้กช้าๆ อย่างใจเย็นเพื่อนคงสภาพนิ้วไว้ให้ดีที่สุด "อ๊ากกกก " เสียงกรีดร้องดังขึ้นเรื่อยแต่เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องมากเท่าไหร่อเล็กซ์ก็ยิ่งหัวเราจะชอบใจมาขึ้นเท่านั้น อเล็กซ์เดินไปเอามะนาวและบีบมันใส่แผลสดที่เพิ่งถูกเขาสร้างขึ้นเมื่อกี้ ชายหนุ่มได้กรีดร้องอย่างทรมานเนื่องจากแสบที่บริเวณแผลอย่างมาก "ต่อไปชิ้นไหนดีน้า" "อ่าอู้ (ฆ่ากู)" "ไม่เอาไม่พูดคำนั้นสิ ไม่น่ารักเลยนะ" "ไอ้โอ้คอิน (ไอ้โรคจิต)" "พูดไรไม่เห็นเข้าใจ5555" เสียงหัวเราะขำขันที่เหมือนจะปกตินั้นกลับดูสยดสยอง จนไม่มีใครอยากมองภาพนี้แน่ๆ เขาพนันเลย "ถ้านายไม่มายุ่งกับที่รักฉันคงไม่เจออะไรแบบนี้" "อ่อยอู้(ปล่อยกู) "ฟังเอสอยู่รึป่าว" ระหว่างที่เลือกของชิ้นต่อไปนั้นเสียงมือถือของอเล็กซ์ก็ดังขึ้น ทำให้อเล็กซ์หงุดหงิดหน่อย แต่เมื่อมองเห็นว่าเจ้าของสายนั้นเป็นใครเขาก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ดีใจเป็นอย่างมาก แต่รอยยิ้มในตอนนี้กับใบหน้าที่ราวกับเทพบุตรถูกย้อมไปด้วยเลือดจนไม่หน้ามอง แต่กาอนที่จะกดรับสายนั้นอเล็กซ์ก็หันไปหาการ์ด เมื่อเห็นดังนั้นคนสนิทที่อยู่ด้วยมานานก็รู้ทันทีว่าต้องทำอะไรต่อ การ์ดได้ยิงไปที่หัวของชายปริศนาเพื่อเป็นการเก็บงานให้เจ้านายตน อเล็กซ์เดินออกมาจากห้องมืดแห่งนั้นก่อนที่จะมีการ์ดคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดมือให้ตัวเขาพร้อมกับมีอีกคนถือโทรศัพท์ให้ ผ้าเช็ดมือสีขาวบัดนี้ได้ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงสดที่เกิดจากการที่เขาเพิ่งฆ่าคนมาเมื่อกี้เลย เอาแล้วๆ เปิดตัวพระรอง เป็นไงกันบ้าง เจอกันตอนหน้า รักนักอ่านทุกคน ยังไม่ได้แก้คำผิด #ดวงดาวของนทีภายใต้เสียงที่ดังจอแจ เสียงรถแล่นบนถนนใหญ่เหล่าหนุ่มสาวมากมายต่างพากันสนุกสนานย้านเริงรมย์ เหล่ามั่วสุมของเหล่าวัยรุ่น แต่ในขณะเดียวกันภายในตรอกลึกที่มีเพียงแสงไฟจากถนนที่เล็ดลอดเข้ามา หญิงสาวหน้าตาสละสลวย ผมบลอนด์ยาวจนถึงกลางหลัง กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ไปลางเล่นมือถือไปพลาง ชุดเดรสสั้นจู๋สีดำเป็นสีที่พลางตาไปกับความมืดจนคนส่วนใหญ่มองไม่เห็น ตึกๆ เสียงเดินจากรองเท้าหนังค่อยไปเดินเข้ามาในตรอกซอย ชายร่างหนาสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนเสื้อที่ถูกพับขึ้นเล็กน้อย ชายร่างหน้าเดินจนมาถึงตรงหน้าหญิงสาวหญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าเบื่อหนาย"ผมขอไฟแช็คหน่อย""อืม"หญิงสาวโยนไฟแช็คใส่ชายหนุ่มอย่างไม่ใส่ใจนัก"มาเที่ยวคนเดียวหรอ""ใช่"หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่มีมีหน้าตาลูกครึ่งเลยเปลี่ยนนิสัยจากหน้ามือเป็นหลังมือ "แล้วพี่ชายละคะ มาคนเดียวหรอ"หญิงสาวดันหน้าอกตนเองขึ้นเพื่อหวังให้ชายหนุ่มสนใจตน ชายหนุ่มทำเพียงเหลือบมอง ก่อนจะทิ้งบุหรี่ในมือและเปลี่ยนเป็นโอยเอวหญิงสาวแทน"ครับ"ชายหนุ่มพราวเสน่ห์ ถูกจิ้งจอกสาวยั่วยวนไปอย่างง่ายดาย หญิงสาวเอาผมทัดหนูขึ้นเล
เมื่อรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่มาถึงนทีค่อยลืมตาขึ้น นทีกระพริบตารัวเพื่อปรับตามให้รับกับแสงที่ผ่านม่านตา มือเรียวควานหาโทรศัพท์บนหัวเตียง แต่ไม่ทันได้ทักไปหาเพื่อนรักของตนก็ถูกสายโทรมาซะก่อน "ฮัลโหลเล็ก""ไปเที่ยวกัน""ตอนไหน""ตอนนี้เลยบี๋""โอเคๆ""งั้นเจอกัน""เค้ารออยู่ใต้คอนโดทีนะ""อืม"นทีรีบคว้าผ้าขนหนู ก่อนที่จะวิ่งเข้าห้องน้ำไปด้วยความเร่งรีบ ผ่านไปไม่นานนักนทีก็ลงมาหาอเล็กซ์ที่นั่งรอนทีมานานแล้ว"ไปกันเลยมั้ยครับคุณหนู""คุณหนูอะไรกัน""งั้นเรียกไรดี"นทียักคิ้วขึ้นเล็กน้อย"เจ้าหญิงดีมั้ยคะ""เลิกเล่นเถอะน้าอเล็กซ์""งั้นก็ได้"อเล็กซ์ขยี้ผมนทีเบาๆ "ผมยุ่งหมดแล้ววว"ก่อนที่จะสบัดตัวจากอเล็กซ์แล้วเดินไปที่รถ อเล็กซ์ไม่รอช้ามาเปิดประตูข้างฝั่งคนขับให้นทีขึ้นไป ในทันที "เราจะไปไหนก่อนเล็ก""สวนสนุก"อเล็กซ์พูดพร้อมยกไหล่เล็กน้อย นทีทำสีหน้ามึนงง ก่อนที่จะมองตัวของอเล็กซ์"ห๊ะ""ไปสวนสนุกกัน""ทำไมถึงไม่บอกเค้าก่อนละ""ก็เทอไม่ถามเอง""ชิ"นทีมุ้ยปากเล็กน้อย อเล็กซ์ที่มามองพอดี ก็เสียอาการจนหลุดยิ้ม น่าเอ็นดูชะมัด เป็นคำแรกที่อเล็กซ์นึกขึ้นมาได้ในหัว ทังสองเดินทางมาถึงสวนสนุก
ยามท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเล็กน้อย บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถที่สัญจรไปมอง กลับมีเด็กน้อยคนครหนึ่งกำลัง กำลังเดินลัดเลาะไปตามช่องว่างระหว่างรถ โดยการถือพวงมาลัยเร่ขายในขณะที่รถยนต์หลากหลายคันกำลังติดไฟแดงอยู่ "แทน" เด็กหนุ่มตัวเล็กที่ออกมาทำอาชีพด้วยตัวเอง ออกมาหาเงินเองโดยไม่หวังเพิ่งทางบ้าน ถึงตัวเขาจะลำบากแสนเค็ญ แต่ก็มีความสุขมากกว่าอยู่ที่บ้านที่เขาไม่อยากเจ้าไปเหยียบอีกเป็นครั้งที่สอง ครอบครัวของแทนเป็นถึงนักธุรกิจที่ประกอบกิจการมากมาย มีสื่อหลายสำนักคอยจับตามอง แต่ใครจะไปรู้ว่าในความจริงแล้วครอบครัวของแทนนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่หลายคนเห็น แทนนั้นเป็นน้องชายของธาม แต่หากว่าธามนั้นเติบโตมาด้วยเงินคือทุกสิ่ง เขาถูกจัดเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้ดีที่สุดในสถานะ แตกต่างจากตัวของแทนนั้นราวฟ้ากับเหว ถึงแม้จะมีพ่อแม่คนเดียวกันอีกคนได้ใช้ชีวิตคุณชายส่วนอีกคนต้องตากแดดต่างลมเพื่อส่งตัวเองเรียนถึงแม้แทนจะไปออกงานบางครั้งบางคราวแต่ก็หลายคนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แทนเร่ขายพวงมาลัยด้วยตัวคนเดียวไปเรื่อยๆ ถึงแม้ตามจริงแล้วเขาจะมีเงินที่ธามแอบโอนมาให้ตัวเขาทุกเดือนก็ตาม แทนไม่เคยแตะต้อง
ทั้งสามพากันมาโรงพยาบาลอีก ประจวบเหมาะกับตอนที่แพทย์ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย ธามได้ย้ายแม่ของบิว มาที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษหลังจากที่แม่ของบิวรอพักฝื้น"หิวมั้ย""ไม่ครับ""กินอะไรหน่อยเถอะถ้าเราล้มป่วยไปอีกคนจะทำไง""พี่...""ทำไมพี่ต้องมาทำดีกับผมขนาดนี้""ทั้งๆที่เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน"ธามเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของบิว ยิวที่เห็นทางทีของธามก็เลือกที่จะไม่ถามต่อเพราะกลัวอีกคนอึดอัด"เอ่อพี่""หืออ"ธามมองหน้าบิวนิ่งๆ บิวเลือกที่จะหันหน้าหนีธาม ซึ่งธามก็ไม่ได้ว่าอะไร ความเงียบได้เข้าปกคลุมท้องห้องทันที หลังจากคำถามของบิวจบลง แต่มันก็น้าแปลกจริงๆนั่น ใครเค้าจะมาช่วยอะไรกันง่าย แถมไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ แม่ของบิวลืมตาขึ้นก็พบกับสถานที่ที่เทอมไม่คุ้นเลย เทอมองไปรอบๆก็เห็นลูกชายตัวเล็กกำลังจ้องมองการกระทำของตัวเองเทอ ก่อนที่จะกดปุ่มเรียกหาพยาบาล "หิวน้ำมั้ยครับแม่""อืม"หญิงชราตอบอย่างเชื่องช้า"แม่ครับแม่หายแล้วนะ""งั้นหรอ"น้ำตาแห่งความดีใจ ได้หยดลงมาที่แก้มของหญิงชราท่านนี้ เทอสะอื้นเบาๆ"แล้วคุณ""ธามครับพี่เค้าชื่อธาม""ให้เค้าเข้ามาหาแม่หน่อย"แต่ไม่ทันที่บิวจะได้ไปตามร่างสูงก็อย
ธามที่กลับมาที่คอนโดของตนก็ทันทีที่ถึงห้องร่างหนาก็ทิ้งตัวลงไปบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้าที่ถูกสะสม พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทักหาใครบางคน "เลขา""ว่าไงครับท่าน""เอาพาราขึ้นมาให้ฉัน""ท่านจะรับอะไรเพิ่มเติมรึป่าว""ข้าวมาด้วยก็ดี""โอเคครับ"หลังจบบทสนทนาจาก เลขาเค้าก็รีบโทรหาเบอร์คนๆหนึ่ง นที่กำลังนั่งคุยกับลูกค้ารายใหญ่ อยู่จู่ๆก็มีสายเข้ามา จนทำให้ทั้งลูกค้าของนทีและตัวเขาเองต้องหันมองเป็นตาเดียวกัน"คุณนทีจะไม่รับสายหรอคะ"นทีนิ่งไปสักพัก ก่อนทีจะลุกขึ้น "ขออนุญาตไปคุยธุระสักครู่นะครับ"ลูกค้าของคนทีพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยนทีไปคุยโทรศัพท์"ฮัลโหล" นทีเอ่ยกับปลายสาย"ทำไมภรรยาผมถึงรับสายผมช้าจัง ผลงอนได้มั้ยเนี่ย""อย่างี่เง่าหน้าธาม""คุณภรรยา""แค่ในนาม" นทีตอบสวน"แต่ก็มีทะเบียนสมรส""คุณไม่คิดจะยอมผมจริงๆสินะ""ใช่""แล้วสรุปทำไมคุณถึงรับสายผมช้า""ผมคุยกับลูกค้าอยู่""งี้ผมก็กวนอะดิ""ไม่ๆ""คุณออกมาคุยกับผมนานละนะ""อ่า""ขอกำลังใจหน่อย" นทีพูดเสียงเบา"ห๊ะเมื่อกี้คุณพูดอะไรนะผมไม่ได้ยิน""ป่าวๆ" "อืม งั้นไปทำงานเถอะ""สู้ๆนะครับคุณภรรยา"ธามพร้อมตัดสายของของนทีไป น
รุ่งเช้าของอีกวันร่างบางได้ขยับเล็กน้อย แสงแดดที่ส่องผ่านผ้าม่านในยามเช้า ทำให้นทีต้องตื่นขึ้นมาจากห้วงความฝัน ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะควานหาโทรศัพท์ที่วางอยู่หัวเตียง เขาก็ได้พบว่าขณะเวลา9:00 ซึ่งมันแปลว่าตัวนทีเองกำลังจะไปทำงานสาย ถึงตัวนทีจะเป็นถึงรองประธาน แต่เขาก็ไม่สามารถไปสายได้ตลอดเพราะต้องเป็นตัวอย่างให้พนักงานคนอื่น "เชี่ยสายละ"ไม่นานนักเขาก็สังเกตเหตุสายที่ไม่ได้รับนับร้อยสายได้ คนที่โทรมานั่นไม่ใช่ใครที่ไหนนั้นก็คือผู้ช่วยของเขาทีนั้นเอง ทำไมถึงไม่แจ้งเตือนนะหรอ นทีเปิดโหมดพระจันทร์เวลานอนหลับเสมอเขามองทั้งข้อความที่ถูกส่งมาเป็นร้อยๆ นั้นก่อนจะโยนโทรศัพท์ไว้ที่เตียงอละลุกเดินเข้าห้องน้ำปล่อยให้ข้อความนั้นแจ้งเตือนต่อไป"คุณนทีครับ""ถึงเวลาแล้วนะครับ""เมื่อไหร่คุณจะมา""โฮลโหลตอบด้วย""โอเค ผมจะรอ"8:30"ท่านค้าบบ""สายแล้วนะ""เมื่อไหร่ท่านจะมา""ตอบผมด้วย""เจ้าอยู่ไส""ท่านรองงง""สวยละเด้อ""เห็นข้อความแล้วรีบมาได้แล้วนะครับ"ร่างบางเดินออกมาห้องน้ำด้้วยร่างกายที่เปลื่อยเปล่าแต่ก็ยังมีผ้าขนหนูผืนหนึ่งพันรอบเอวเอาไว้นทีเห็นข้อความก็นั่งลงบนเตียงเพื่อตอบข้







