Se connecterเพราะคำอธิษฐานทีเล่นทีจริงกับตะเกียงแก้วปริศนา... ชีวิตของคุณหนูไฮโซผู้เพียบพร้อมอย่าง ‘พวงชมพู’ ก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล! เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที จากห้างหรูห้องแอร์เย็นฉ่ำกลับกลายเป็นกระโจมกลางทะเลทรายไฮบายาอันร้อนระอุ และตรงหน้าคือชายหนุ่มหนวดเครารุงรัง ท่าทางป่าเถื่อนดุดันที่ตราหน้าว่าเธอเป็น ‘สายลับโจร’ จนเกือบถูกมัดตากแดดให้ตายคาทะเลทราย! แต่ใครจะรู้ว่า ‘นายโจร’ ผู้เยือกเย็นคนนี้ แท้จริงแล้วคือ ‘องค์ชายดานีฟ’ รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ และยังเป็น ‘มิสเตอร์’ คนเดียวกับที่เคยช่วยชีวิตเธอจากการจมน้ำที่พัทยาเมื่อสามปีก่อน! เขาเฝ้ารอคอยและคิดถึงเธอมาตลอด ถึงขั้นซุ่มเรียนภาษาไทยเพื่อหวังว่าจะได้คุยกับเธออีกครั้ง ทว่า... การกลับมาเจอกันในมิติที่บิดเบี้ยวนี้กลับเต็มไปด้วยความอลเวง เมื่อคุณหนูสาวจำฮีโร่ในอดีตไม่ได้เลยสักนิด แถมยังชี้หน้าด่าว่าเขาเป็นโจรโรคจิตที่แอบเปลี่ยนเสื้อผ้าและขืนใจเธอซะงั้น!
Voir plusแสงแดดยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนที่กว้างขวาง ร่างแบบบางนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์ ในชุดนอนบางเบา ภายในคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย แต่สำหรับพวงชมพูแล้ว ท่ามกลางความสมบูรณ์แบบนี้กลับซ่อนความเงียบเหงาเอาไว้จนน่าใจหาย
"ก๊อกๆ ๆ"...เสียงเคาะประตูสลับกับเสียงเรียกเบาๆ ของแม่บ้าน ดังขึ้นทำลายความเงียบงันในห้องนอน
"คุณหนู..คุณหนูพวงชมพูค่ะ สายแล้วนะคะ นมเตรียมอาหารไว้รอแล้วคุณหนูตื่นหรือยังคะ?" เสียงของนมทิพย์ แม่นมของเธอที่ร้องเรียกด้วยความเป็นห่วงดังแทรกเข้ามา พวงชมพูขยับตัวเล็กน้อย เพียงชั่วครู่ประตูก็ถูกเปิดออกมา เจ้าหญิงตัวน้อยของนมทิพย์ยังคงอยู่ในชุดนอนบางเบาแต่ก็สวมทับด้วยเสื้อคลุมเรียบร้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มส่งยิ้มบางๆ ให้กับหญิงชราที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่แบเบาะ
"ว่าไงหรือคะนม!...คงจะมาตามชมไปทานมื้อเช้าอีกละสิ" เธอเอ่ยถามอย่างรู้ทัน
"ก็ใช่นะสิคะคุณหนู นี่ก็จะเที่ยงแล้วด้วย คงไม่ใช่อาหารเช้าแล้วละคะ คงจะเป็น Brunch แล้วละ" แม่นมวัยหกสิบห้าบอก ด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอ็นดูปนระอาเล็กๆ กับความดื้อเงียบของคุณหนู
"วันนี้หนูคงไม่ทานนะคะนม..ขอแค่กาแฟดำสักถ้วยก็พอค่ะ"
พวงชมพูปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"เดี๋ยวจะออกไปข้างนอก เดินเล่นสักหน่อย ว่าจะโทรตามยัยกิ่งดาวไปทานข้าวและดูหนังแก้เซ็งหน่อยค่ะ เดี๋ยวอาบน้ำแต่งตัวแล้วจะลงไปนะคะ"
ราวครึ่งชั่วโมงเธอก็ลงมาด้วยชุดกระโปรงเดรสทรง Aสีแดงสดใส ขับผิวขาวเหลืองของเธอให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เธอดื่มกาแฟดำเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกไปยังหน้าคฤหาสน์ ที่ขณะนี้คนขับรถได้นำรถหรูสัญชาติอิตาลี่ มาจอดเทียบที่บันไดคฤหาสน์ให้เธอแล้วหญิงสาวขับรถไป ยังถนนราชประสงค์ ยามเวลาใกล้เที่ยงแบบนี้ รถค่อนข้างจะติด ใช้เวลาไม่น้อยเลยกว่าจะเข้ามาจอดในห้างหรูได้ เมื่อจอดรถเข้าที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงโทรศัพท์เรียกเพื่อนสาวที่น่ารักและเข้าใจเธอที่สุด อย่างกิ่งดาวให้ตามมาพบกันที่นี่ เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น กิ่งดาวเพื่อนรักสมัยวัยเรียนรีบรับสาย
"Hello ...ว่าไงเจ้าคะคุณหนูพวงชมพูผู้ที่สวยร่ำรวยมาก"
กิ่งดาวทักทายผ่านสายด้วยน้ำเสียงร่าเริงตามสไตล์ น่ะ"
"ไปน่ะมันได้อยู่แล้ว แต่ต้องรอเที่ยงนะจ๊ะ ฉันต้องทำงานน่ะ ไม่ได้นั่งอยู่บนกองเงินกองทองแบบเพื่อนรักนี่" กิ่งดาวอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อเพื่อน
"OK.. ฉันรออยู่ที่ร้านขายของเก่าที่เดิมนะ มาถึงเมื่อไหร่ก็โทรตามก็แล้วกัน"
เมื่อวางสายแล้วพวงชมพูก็เดินทอดน่องลงไปยังชั้นใต้ดิน อันมีร้านขายของเก่า สไตล์อาหรับที่เปิดมาช้านาน มันเป็นสถานที่ที่เธอชอบมาขลุกตัวอยู่เป็นประจำ มื่อเปิดประตูกระจกเข้าไป กลิ่นกำยานหอมฟุ้งก็โชยเข้าจมูก ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย อย่างประหลาด บรรยากาศรอบตัวราวกับตัดขาดจากความวุ่นวายของ
ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองโดยสิ้นเชิง เจ้าของร้านเป็นชายวันห้าสิบปรายๆ อยู่ในชุดโต๊ปสีขาว เดินเข้ามาทักทาย และบอกให้เธอเดินเลือกสินค้าได้ตามสบาย หากชอบชิ้นไหน ก็นำไปสอบถามราคาได้ แล้วหลังจากนั้นเจ้าของร้าน จะไม่เข้ามารบกวนลูกค้าอีกเลย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่พวงชมพูถูกใจที่สุด
พวงชมพูเดิมชมสินค้าไปเรื่อย ๆ สายตาสอดส่ายไปตามชั้นวางไม้ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้แปลกตา แล้วเธอก็ไปสะดุดตาเข้ากับตะเกียงจิ๋วอันหนึ่ง มันเป็นตะเกียงแก้ว ที่ดูแล้วเปล่งประกายเลื่อมรุ้งสวยงาม เธอหยิบมันขึ้นมาราวกับต้องมนต์ ผิวสัมผัสของแก้วเย็นเฉียบแต่มันกลับทำให้ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงขึ้นมาอย่างประหลาด ในใจก็คิดไปถึงนิยายอาหรับราตรีเล่มโปรด ก่อนที่จะพึมพำออกมาเบาๆ
“ถ้าเจ้าตะเกี่ยงนี่เป็นตะเกียงวิเศษ พาเราไปหาเจ้าชายสุดหล่อ และรวยมากคงจะดีสินะ” เธอพูดติดตลกกับตัวเอง ทว่า...เพียงแค่สิ้นเสียง เธอก็ได้ยินเสียงคล้ายระฆังแก้วดังกังวาน รับรู้ถึงแรงดูดมหาศาล ที่ดูดร่างของเธอหายไป พร้อมกับตะเกียงจิ๋ว ทุกอย่างรอบตัวหมุนคว้าง ภาพร้านขายของเก่าบิดเบี้ยวไปหมด เจ้าของร้านยืนยิ้มเผล่ ด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา ก่อนที่ร่างของเขาจะหายไปเช่นกันเวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงกว่า เมื่อกิ่งแก้วมาถึงก็เดินมายังจุดนัดหมาย แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นป้ายที่แขวนหน้าร้าน “ร้านขายของเก่าสไตล์อาหรับปิดปรับปรุง”
“อ้าวร้านปิดนี่ แล้วก็ไม่โทรบอกนะ ยัยคนนี้นี่จริงๆเลย” บ่นเพื่อนสาว ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์กดโทรหา แต่ทว่ามีเพียงแค่เสียงระบบตอบรับที่แจ้งมา
“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่ภายหลัง”....แล้วเสียงสัญญาณก็ตัดไป
“ยัยพวงชมพู..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันไม่ตลกเลยนะยะ”
กิ่งดาวพูดด้วยความกระวนกระวายใจ พร้อมกับขึ้นบันไดเลื่อนไปตามหาเกือบจะทั่วห้าง ก็ไม่เจอเพื่อนสาว ความกังวลเริ่มเกาะกุมจิตใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ เธอจึงต้องจำใจขับรถกลับเข้าไปยังโรงงาน ที่เธอบริหารแทนพ่อกับแม่ อันเป็นกิจการของครอบครัว นั่นก็คือการออกแบบ packaging และฝาจีบต่างๆ โดยคิดว่าเดี๋ยวเพื่อนคงจะติดต่อกลับมาเอง
ทางด้านพวงชมพู ที่เพิ่งถูกดูดกลืนเข้ามาในห้วงมิติที่บิดเบี้ยว เธอร่วงลงมายังฟูกนอน ในกระโจมกลางทะเลทราย ความจุกเสียดแล่นปราดไปทั่วร่าง ในเวลานี้เจ้าของกระโจมกำลังนั่งอ่านรายงาน และวางแผนงานทั้งหมดที่เขาและองครักษ์คนสนิท นั่งปรึกษากันอยู่ ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสดที่ตกลงมาปะทะกับฟูกนอน ทำเอาทังสองตกใจกับเสียงและภาพที่เห็น
องค์ชายรัชทายาทเจ้าของกรธโจมเกิดการเข้าใจผิด เพราะเขากำลังตามไล่ล่า กลุ่มโจรที่เข้ามาปล้นจี้และทำร้ายนักท่องเที่ยวและนักเดินทาง เขาจึงรอนแรมอยู่กลางทะเลทราย โดยมีองครักษ์ดูแล อยู่รายรอบ หลายสิบชีวิต นอกจากไซคานเท่านั้นที่ได้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิด การที่มีสตรีแปลกหน้าปรากฏตัวขึ้นใจกลางกระโจมของเขาโดยไร้ร่องรอยการบุกรุก จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง
“อ๊าย!!”...เสียงกรีดร้องของหญิงสาวก็ดังขึ้น ท่ามกลางความงุนงงของทั้งสอง ต่างฝ่ายต่างตกใจ ยิ่งพวงชมพูเองแล้วไม่ต้องพูดถึง ทิวทัศน์รอบตัวไม่ใช่ร้านของเก่า ชั้นใต้ดินอีกต่อไป แต่กลับเป็นกระโจมที่ถูกประดับประดาด้วยศิลปะแบบตะวันออกกลาง พร้อมกับชายร่างสูงใหญ่สองคนที่จ้องมองเธอราวกับเห็นผี!
“ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย... หรือว่าฉันจะฝันไป” พวงชมพูกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก ภายในกระโจมตกแต่งด้วยพรมทอมือลวดลายวิจิตร
คะ! คนที่เอาน้ำชาไปให้พระชายาดื่มคือ 'นาบี' เพคะ!” ไลลาหันไปชี้หน้านาบี “หม่อมฉันเพิ่งจะเจอพระชายาก็ตอนเกิดเรื่องแล้ว!”เมื่อจำนนต่อหลักฐาน นาบีจึงร้องไห้โฮ ก้มกราบสารภาพบาป “ยอมแล้วเพคะ.. ท่านวาริดสั่งให้หม่อมฉันทำ ถ้าไม่ทำ เขาจะฆ่าพี่ชายของข้าที่เป็นทหารในกองกำลังของเขา... หม่อมฉันจำเป็น โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วยเพคะ!”“ข้าทำ ข้าก็ต้องยอมรับผิด ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ลูกเมียข้าไม่เกี่ยว!” วาริดตะโกนหวังปกป้องครอบครัว“นั่นไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าที่จะมาบอกว่าใครผิดหรือไม่ผิด!” องค์จักรพรรดิวาฮิมตวาดกร้าว เสียงก้องกังวานไปทั่วท้องพระโรง “ประหารรวมถึงผู้ร่วมกระบวนการทั้งหมด!” สิ้นราชโองการอันเด็ดขาด ไซคานก็นำแก้วใส่ยาพิษชนิดรุนแรงมากรอกปากผู้ทรยศทุกคน ปิดฉากกบฏและเสี้ยนหนามของบัลลังก์ไฮบาญาจนสิ้นซาก ไม่มีใครกล้าคิดคดทรยศองค์รัชทายาทอีกต่อไปหลังจากนั้น ดานีฟได้เข้าไปกราบขอขมาและให้คำสัตย์สาบานต่อบิดามารดาของพวงชมพู “ผมขอสัญญาว่าจะดูแลพวงชมพูอย่างดี จะรักและซื่อสัตย์กับเธอเพียงคนเดียว จะไม่มีสนมอื่นใดอีกครับ” ซึ่งคำสัญญานั้นทำให้ครอบครัวของหญิงสาวซาบซึ้งใจและยอมยกกระเช้าแก้วใบนี้ให้ดูแลอย่
เอากาแฟและขนมปังอบใหม่ๆ จากห้องเครื่องมาให้” หญิงสาวพยักหน้ารับยิ้มๆ ไม่ได้คิดระแวงอะไร เพราะเท่าที่อยู่ที่นี่มาตลอดสัปดาห์ นาบีและคนรับใช้ที่นี่ก็ปฏิบัติและดูแลเธอเป็นอย่างดี ไร้ข้อบกพร่อง เพราะเธอคือนายหญิงของพวกเขาพวงชมพูยกถ้วยชาชาลามิลล์ขึ้นจิบรับอรุณ ทว่า... หลังจากที่น้ำชาอุ่นๆ ล่วงเลยลำคอไปได้เพียงแค่ชั่วครู่ อาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงก็จู่โจมภาพตรงหน้าบิดเบี้ยวพร่าเลือน ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบและหมดสติฟุบหน้าลงกับโต๊ะสนามไปในทันที! เพราะถ้วยชาที่เธอเพิ่งดื่มเข้าไปนั้น มียานอนหลับชนิดรุนแรงที่ท่านอาวาริดมอบให้นาบีนำมาแอบผสมเอาไว้!เมื่อนาบีแอบด้อมๆ มองๆ อยู่หลังเสา และเห็นว่าหญิงสาวหมดสติพับไปแล้ว เธอจึงรีบวิ่งกลับมาที่โต๊ะ เปลี่ยนเอาถ้วยชาใบเดิมที่มียาพิษไปซ่อน แล้ววางถ้วยใบใหม่รินชาลงไปเพียงครึ่งถ้วยเพื่อทำลายหลักฐาน จากนั้น สาวใช้ผู้ทรยศก็รีบวิ่งไปไขแม่กุญแจที่ประตูรั้วด้านหลัง เปิดทางให้กลุ่มชายฉกรรจ์สวมชุดรัดกุมสีดำที่ขับรถตู้ทึบมาจอดรอซุ่มอยู่ด้านนอกเข้ามาอย่างรวดเร็วคนเหล่านั้นพุ่งเข้ามาช้อนอุ้มร่างที่ไร้สติของพวงชมพูขึ้นรถตู้ไปอย่างเงียบเชียบ ส่วนคนของวา
“คุณแม่คะ คุณแม่…คุณแม่เปิดของฝั่งคุณแม่ดูบ้างสิคะ หนูอยากเห็น” พวงชมพูคะยั้นคะยอด้วยความตื่นเต้น “ได้สิลูก” คุณกานดาค่อยๆ แง้มเปิดกล่องสีแดงขนาดใหญ่สุดออก ภายในนั้นมีชุดเครื่องเพชรเม็ดโตมโหฬารส่องประกายพราวระยับตาแตก! มันเป็นเซ็ตเครื่องประดับที่ครบชุด มีทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหูระย้า แล้วก็แหวนเพชรเม็ดเป้ง “โอ๊ย! สวยงามเหลือเกิน ทำไมถึงสวยล้ำค่าเช่นนี้คะเนี่ย!” คุณกานดายกมือทาบอกด้วยความตกตะลึง และทึ่งในความใส่ใจขององค์รัชทายาท“จริงๆ ด้วยค่ะคุณแม่ การดีไซน์หรูหรามากเลยค่ะดานีฟ” พวงชมพูหันไปยิ้มกว้างให้สามี “เห็นคุณพ่อกับคุณแม่ชอบ ผมก็ดีใจและโล่งใจครับ... อ้อ ในกล่องสีแดงใบเล็กอีกอันหนึ่ง เป็นนาฬิกาเหมือนของคุณพ่อนะครับ แต่ว่าอันนี้เป็นตัวเรือนของสตรี เป็นนาฬิกาคู่กันครับ” เขาอธิบายเพิ่ม “ขอบพระทัยองค์ชายเพคะ แม่ซาบซึ้งใจจริงๆ” “แม่คะ ดูเสื้อผ้าในกล่องนั้นสิคะ เร็วๆ เข้า หนูอยากเห็นว่ามันจะสวยขนาดไหน” คุณกานดาเปิดหีบใบสุดท้ายขึ้นมา ก็พบกับชุดอาบายะห์แสนสวยสีฟ้าน้ำทะเล ประดับประดาไปด้วยอัญมณีและเครื่องทองสลักเสลา พร้อมด้วยฮิญาบสีน้ำเงินเข้าชุดที่ปักชายผ้าด้วยผ้าลูกไม้
“เรื่องผจญภัยนี้ คงต้องให้พระชายาของผมเขาเป็นคนอธิบายให้ฟังแล้วล่ะครับ” ดานีฟหันไปส่งสายตาให้พวงชมพู“ว่ายังไงล่ะลูก..เล่าให้พ่อกับแม่ฟังหน่อย พ่อกับแม่ตกใจแทบช็อกเลยนะ”“ใช่ฉันด้วย! เธอนะชวนฉันไปกินข้าวที่ห้าง แล้วทำไมอยู่ๆ เธอก็หายตัวไปซะเฉยๆ ปล่อยให้ฉันตามหาจนวุ่นวายไปหมด” กิ่งดาวแทรกขึ้นมา“นั่นแหละ เรื่องมันเริ่มมาจากตรงนั้นแหละกิ่ง...” พวงชมพูสูดลมหายใจ“ฉันนัดเธอไปกินข้าว แล้วฉันก็เข้าไปรอเธอที่ร้านขายของเก่าสไตล์อาหรับที่ฉันชอบแวะไปเป็นประจำ แล้วฉันก็ไปเจอกับตะเกียงแก้วจิ๋วอันหนึ่ง ด้วยความที่ฉันไม่ได้คิดอะไร รู้แต่ว่ามันสวยและมีมนตร์ขลังมาก ฉันก็เลยหยิบมันขึ้นมาดู พลันก็นึกถึงนิยายอาหรับราตรีขึ้นมา จึงได้พูดออกไปเล่นๆ ว่า... 'ถ้าตะเกียงนี้พาฉันไปพบเจ้าชายที่หล่อ รวย และยังเป็นโสดได้ก็ดีสินะ' เพียงแค่พูดจบเท่านั้นแหละ ฉันก็ถูกดูดเข้าไปในตะเกียงแก้ว แล้วลืมตามาปรากฏกายอยู่กลางกระโจมขององค์รัชทายาทในทะเลทรายนี่แหละค่ะ!”เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างเบิกตาโต อ้าปากค้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ มันเหมือนกับพล็อตละครย้อนยุคทะลุมิติเรื่องดังหลายๆ เรื่องที่ฉายทางโทรทัศน์ไม