Share

บทที่ 12

last update Last Updated: 2025-11-10 22:50:47

ภวัตต์ที่ตอนนี้อยู่บนเรือส่วนตัว เขาจะพารฎาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวสักหน่อย หลังจากจัดการเรื่องโครงการที่จะสร้างโรงแรมเพิ่ม พอได้ยินรณภพเล่าถึงอาการของน้องสาวที่ดีขึ้น มันยิ่งทำให้เขาเริ่มเบาใจลง เพราะตั้งแต่ที่พ่อกับแม่จากไปเขาแทบไม่มีเวลาได้ดูแลผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ข้างกายเท่าที่ควร ส่วน ภวิชกับมินตราก็ได้กลับไปดูแลเจ้าตัวเล็ก ทั้งที่กำลังเดินแล้วก็ที่อยู่ในท้อง เห็นน้องชายมีลูกแล้วรู้สึกว่าตัวเองอยากจะมีบ้าง แต่หญิงสาวข้างกายนี่สิไม่ให้ความร่วมมือกับเขาเสียเลย

“ นี่เรากำลังจะไปไหนกับคะวัตต์ ”

“ ก็ไปทำลูกกันไงครับ ”

“ เพียะ! ทะลึ่งจริง ๆ เลยนะคุณ ”

“ ผมพูดจริงนะ แล้วเมื่อไหร่ คุณจะตกลงปลงใจจะแต่งงานกับผมสักที ”

“ ให้รฏามั่นใจก่อนดีกว่าว่าตัวคุณไม่ได้มีใครแอบซ่อนไว้อีก ”

“ รฏา นี่เจ้าวิชก็แต่งงานได้สามปีแล้ว ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาคุณยังไม่มั่นใจอีกหรอว่าผมไม่มีใครจริง ๆ นอกจากคุณ ” ภวัตต์ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน เขาชักจะน้อยใจแล้วสิ ทั้ง ๆ ที่ดูแล ใส่ใจมาตลอดไม่เคยนอกลู่นอกทางสักครั้งตั้งแต่รู้จักกับเธอแต่ทำไมเธอมองเขาแบบนั้นอยู่ ร่างสูงหันหน้าหนีไปมองอีกทาง อย่างไม่สบอารมณ์ ถอนหายใจระงับอารมณ์ขุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้น

“ อย่างอนฉันเลยนะคะ แค่อยากได้ความมั่นใจก็เท่านั้น ” หญิงสาวพูดเสียงเรียบหากแต่ใจนั้นร้อนรุ่มดั่งไฟที่สุมในทรวง นึกย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เมื่อสองวันที่ผ่านมา

ร่างหญิงสาวที่อยู่ในห้องแต่งตัวหลังจากงานเดินแบบ หญิงสาวสองคนที่เดินคุยกันเข้ามาหากเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป เธอคงไม่ต้องใส่ใจมากแต่หากชื่อที่เธอได้ยินมันดันเป็นชื่อของชายหนุ่มที่เธอคบหาดูใจเขาอยู่ ถึงแม้ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมาเขาจะดูแลและเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดีก็เถอะ แต่ก็ยังมีข่าวที่เขายังทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยเป็นข่าวกับหญิงสาวคนนั้นคนนี้ มีทั้งข่าวที่จริงบ้างและไม่จริงบ้าง

‘ เธอคิดจะกลับมาคบกับคุณภวัตต์จริง ๆ หรอ ’

‘ ก็จริงน่ะสิ ฉันไม่น่าพลาดคนอย่างเขาไปได้เลย ’

‘ แต่ฉันได้ข่าวมาว่าช่วงนี้เขามีคนควงด้วยอยู่นะ แต่ยังไม่เคยเห็นเปิดเผย ออกสื่อสักที ’

‘ ไม่เปิดเผย ก็แสดงว่าไม่ได้จริงจังน่ะสิ ’

รฏาถอดชุดเครื่องประดับที่อยู่บนลำคอระหง ทำเป็นไม่สนใจหากแต่เธอเก็บรายละเอียดคำพูดของหญิงสาวทุกคำ

‘ ฉันคงต้องหาเวลาไปสานสัมพันธ์กับแฟนเก่าสักหน่อยแล้ว ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึ้ง คิดถึง ’

หญิงสาวในชุดเดรสแหวกอกสีแดงตัดดำ เป็นนางแบบที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในวงการเลยทีเดียว และแน่นอนว่าเธอรู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่คิดไม่ถึงว่าเธอคนนี้จะเคยคบกับภวัตต์ก็ไหนเขาเคยบอกว่าตั้งแต่มีเธอ เขาก็ไม่เคยคบใคร แล้วทำไมกลายเป็นแฟนเก่าเธอคนนี้ได้กันล่ะ

รฏาพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวในใจ เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นจนเจ้าตัวต้องเหลียวมอง เบอร์ที่โชว์หน้าจอคือคนที่เธอต้องการสอบสวนอยู่พอดี

‘ สวัสดีคะ ’

‘ รฏา ผมมาหาคุณที่งาน แต่ยังไม่เห็นคุณเลย คุณอยู่ตรงไหนครับ ’

‘ ขอเวลารฏาอีกสักครู่นะคะ กำลังแต่งตัว ใกล้เสร็จแล้วคะ เดี๋ยวจะออกไป ’

‘ ถ้าอย่างนั้นผมรอคุณหน้าห้องแต่งตัวนะครับ ’

‘ ค่ะ ’ รฏาตอบเสียงเรียบเหมือนไม่มีอะไรแต่ภายในใจเธอคิดอยากจะรู้เรื่องของสาวที่อยู่ในห้องที่ตอนนี้เธอกำลังเข้าไปเปลี่ยนชุด

เมื่อเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ร่างของรฏาก็ก้าวออกจากห้องแต่งตัว แต่มันทำให้เธอต้องเบี่ยงตัวหลบเข้ามาในตัวห้อง เมื่อนางแบบสาวที่เธอกำลังอยากรู้จักประวัติตอนนี้กำลังยืนคุยกับเขาสิ่งที่ได้ยินมันทำให้รฏาต้องทำอะไรสักอย่าง

รฎาหยุดคิดเรื่องในอดีตไว้เพียงเท่านั้น หันกลับมาสนใจชายหนุ่มตรงหน้าแทน

“ วัตต์คะ อาทิตย์หน้ารฏามีงานเดินแบบ วัตต์ไปดูรฏานะ รฏาจองที่นั่งด้านหน้าไว้ให้วัตต์แล้ว ”

“ ปกติผมก็ไปดูคุณแทบจะทุกงานอยู่แล้วนี่ครับ งานนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าทำไมคุณถึงเอ่ยปากชวนเอง หืม? ” ภวัตต์โอบเอวร่างบางพร้อมมองหน้าจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ปกติเธอมักจะไม่ค่อยให้เขาไปงานต่าง ๆ ร่วมกับเธอเพราะกลัวเจอนักข่าวมากมาย นี่ก็อีกเรื่องที่เขาไม่ค่อยชอบใจนัก หลาย ๆ ครั้งก็มีน้อยใจ

“ ทำไมคุณถึงไม่ให้ผมเปิดเผยต่อสื่อสักทีครับ หรือคุณกลัวใครจะรู้เรื่องของเรา ”

“ อาทิตย์หน้ารฏามีพี่นักข่าวเขาต้องการสัมภาษณ์เรื่องความรักของรฏา เราจะออกงานคู่กัน คุณคิดว่ายังไงคะ ” ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของหญิงสาวที่ส่งมาให้เขามันทำให้คนที่ได้ยินหูผึ่ง

“ คุณพูดจริงนะ ”

“ จริงสิคะ รฏาอยากเปิดตัวแล้ว จะได้ไม่มีใครคิดมาแย่งคุณไปจากรฏาอีก ” น้ำเสียงนั้นดูจริงจังแต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้คิดว่ามีสิ่งใดผิดปกติเขากลับยิ้มชอบใจที่หญิงสาวรู้สึกหึงหวงเขาบ้าง

ร่างบางจับที่คางเขาสั่นเบา ๆ ภายในใจเธอร้อนลุ่มคิดแผนการจะตลบหญิงสาวที่คิดจะมาแย่งคนของเธอ

ร้ายมาร้ายกลับ ไม่โกง!

หากคิดจะมาแย่งของ ๆ เธอก็ต้องลองดูกันสักตั้งว่าใครกันแน่ที่จะต้องหลบไป

เรือของภวัตต์จอดเทียบสะพาน เกาะส่วนตัวที่ก่อนหน้านั้นเขาเคยพาหญิงสาวหนีมาที่นี่ แล้วก็ที่นี่ที่เขาได้รับบาดเจ็บจากหญิงสาวตรงหน้า

“ หวังว่าคราวนี้คุณจะไม่ใช้มีดแทงผมอีกนะคนสวย ” ภวัตต์ที่วันนี้ใส่เสื้อกล้ามสีขาวข้างในแล้วก็มีเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตัวบางใส่ทับข้างนอกกางเกงสามส่วนที่เขาใส่สบาย ๆ ทำให้เขายิ่งดูน่ามอง ความคมเข้มของเขาอาจจะไม่เท่าภวิชแต่หากความหล่อเหลานั้น ร้ายกาจเทียบเท่ากันทั้งคู่

“ ก็ถ้าคุณยังทำตัวชีกอไม่เลือก รฏาก็ไม่ปล่อยไว้แน่ ๆ ค่ะ ” คำขู่ของหญิงสาวทำให้

ภวัตต์ยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มของเขามือแกร่งคว้าเข้าเอวบางเข้าแนบกาย

“ ผมจะทำให้คุณหมดแรงจนไม่มีกำลังจะทำร้ายผมเลย ไม่เชื่อก็ลองดู ”

“ นี่แน่ะ! ”

“ โอ๊ย! ” เธอใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บิดเข้าไปที่เอวของเขาจนเจ้าตัวต้องห่อปากร้อง

“ คืนนี้แต่งตัวสวย ๆ นะครับ กินข้าวริมชายหาดกัน ”

“ ค่ะ ”

หนุ่มสาวสองคนที่เดินเคียงคู่กันข้างริมชายหาด พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินมันยิ่งทำให้บรรยากาศดูโรแมนติก หากแต่มีสายตาคู่หนึ่งกำลังยืนมองอยู่ด้วยความไม่พอใจ

“ รฏา คุณชอบบรรยากาศของที่นี่ไหม ”

ภวัตต์เอื้อมมือไปสัมผัสกับหญิงสาวที่นั่งเบื้องหน้า โต๊ะอาหารที่ถูกจัดไว้ริมชายหาดไฟสีส้มที่ประดับรอบ ๆ แก้วไวน์แดงที่ตั้งทั้งสองฝั่ง อาหารรสเลิศที่ถูกเตรียมไว้ ทำให้หญิงสาวยิ้มหวานส่งกลับให้ชายหนุ่มตรงหน้าที่ตอนนี้ส่งยิ้มหวานมาให้เธอ

“ ชอบสิคะ ทำไมจะไม่ชอบ ว่าแต่ปกติที่นี่จะมีเวลาเปิดปิดไฟนี่คะ ทำไมตอนนี้ไฟยังสว่างอยู่เลย ”

“ ผมใช้ระบบไฟสำรอง ” ร่างสูงหยิบกล่องสีแดงกำมะหยี่ออกจากกระเป๋ากางเกง ยื่นส่งไปให้กับเธอ หากรอบนี้เธอยังปฏิเสธเขาอีก เขาก็จะต้องหาวิธีขอเธอแต่งงานอีก

“ แต่งงานกับผมได้ไหม ครั้งนี้เป็นรอบที่ห้าสิบแล้วนะ ” ถ้ารวมทุกเหตุการณ์ที่เขาเทียวขอเธอแต่งงานตั้งแต่สามปีที่แล้ว แล้วล่ะก็จำนวนที่นับนี่อาจดูน้อยไปด้วยซ้ำ

“ ค่ะ ” รฏายิ้มกว้างไม่ใช่ว่าเธอไม่เห็นใจเขา แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะให้

โอกาศตัวเองลองใจเขาดูสักครั้งกับการใช้ชีวิตคู่ คำตอบของรฏาทำให้ภวัตต์ยิ้มกว้าง

เขาลุกจากเก้าอี้ หยิบแหวนในกล่องแดงออก แล้วคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว รฏาน้ำตาคลอหน่วย ถึงแม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขอเธอแต่งงานก็ตาม

“ จริงนะรฎา คุณตกลงกับผมแล้วจริง ๆ นะ ขอบคุณนะครับ ผมสัญญาว่าจะรักแค่คุณคนเดียวตลอดไป ” ภวัตต์จูบที่หลังมือของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม เขาดีใจมากที่สุดเพราะเป็นคำตอบที่เขาเฝ้ารอจากเธอมาเนิ่นนาน

หลังจากที่ดื่มด่ำจากการทานอาหารที่แสนอร่อยคนทั้งสองคนก็ยืนโอบกอดกันเต้นรำท่ามกลางพระจันทร์ที่พร่างพราวสว่างไสว บรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยภูเขาและน้ำทะเล ความรักที่เกิดขึ้นมิอาจหยุดความปรารถณาของร่างกายได้

ภวัตต์โอบอุ้มรฏาตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวของตัวเอง วางร่างบอบบางลงบนเตียงกว้างสองสายตาที่สบตากัน มือบางลูบไล้ใบหน้าคมคร้ามอย่างหลงใหล ริมฝีปากหนาเคลื่อนลงมาจุมพิตร่างบอบบางใต้ร่างอย่างเสน่หาขบเม้มทั้งปากบนและล่าง มือเคลื่อนไปลูบไล้สีข้างของหญิงสาว ลำแขนเรียวโอบรอบคอชายหนุ่มหาที่ยึดเหนี่ยวมือปัดป่ายที่บ่ากว้างเพื่อระบายความรัญจวนที่เขามอบให้

“ อือ อืม ” เสียงครางหวานเมื่อเขาจูบอย่างดูดดื่มเร่าร้อน มือแกร่งเลิกเสื้อตัวบางให้พ้นจากผิวกาย มืออีกข้างสอดเข้าใต้หลังปลดบราเซียสีแดงออกอย่างรวดเร็วปากหนาเม้มบราเซียตัวงามดึงออกให้พ้นผิวขาวเนียน ขบเม้มยอดปทุมถันเสียงดังจ๊วบจ๊าบตามแรงปรารถณามือกอบกุมบีบเคล้นอย่างสนุกมือ

“ อ๊าส์ ” เสียงครวญครางจากร่างบอบบางใต้ร่างยิ่งปลุกให้อารมณ์ของชายหนุ่มรุกโหมขึ้นกว่าเดิมเธอ แอ่นกายรับสัมผัสของเขาอย่างเย้ายวน

“ ผมจะคลั่งตายเพราะคุณนี่แหละ รฏา ” คนที่กำลังไล่จูบลงบนหน้าท้องดันตัวเองขึ้นมา

กระซิบข้างหูหญิงสาวด้วยเสียงแหบพร่า

“ มาดูกันสิว่าคืนนี้คุณจะมีแรงพอจะสู้ผมไหวหรือเปล่า ” ร่างสูงวาดมือทั้งสองข้างของหญิงสาวที่ทิ้งลงข้างตัวขึ้นเหนือศีรษะทั้งเขาและเธอ ร่างบางกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ มองสบเข้าดวงตาของเขาอย่างท้าทาย เรียวขางามยกขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาที่อยู่กึ่งกลางลำตัวของเธอ จนชายหนุ่มยิ้มย่องในใจ

“ แล้วมาดูกันค่ะ ว่ารฏาจะรับมือคุณไหวหรือเปล่า ” เธอพูดเสียงกระเส่าแผ่วเบาชวนให้คนฟังขนลุก ทันทีที่ร่างบอบบางพูดจบ ริมฝีปากหนาก็ไม่รอช้าที่จะก้มลงมาชิมความหอมหวานจากปากของเธออีกครั้ง ลิ้นสากกวาดทั่วโพลงปาก มือแกร่งเลื่อนลงไปยังกระโปรงพริ้วที่วันนี้เธอสวมใส่จนแทบจะเห็นเนินเนื้ออ่อน อดคิดไม่ได้ว่าเธอจงใจที่จะใส่ชุดบางเบาเช่นนี้เพื่อยั่วเขาหรือเปล่า เพราะวันนี้เธอดูเร่าร้อนกว่าทุกครั้ง นิ้วเรียวลูบไล้วนอยู่ตรงเนินเนื้อใจกลางความเป็นสาวจนสัมผัสถึงน้ำหวานที่กำลังไหลหยาดเยิ้มออกมา

“ อ๊ะ อ๊าส์ ” มือแกร่งที่กดจุดซ้ำ ๆ ตรงส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของกายสาวเรียกเสียงครางจากคนใต้ร่างเป็นอย่างดี ปราการสุดท้ายที่ปกปิดความเป็นหญิงถูกดึงออกอย่างรวดเร็ว ตามด้วยนิ้วแกร่งที่บดบี้กดย้ำค่อย ๆ ส่งเรียวนิ้วเข้าไปสำรวจโพลงดอกไม้ที่นุ่มนิ่มอย่างใจเย็น จากหนึ่งเป็นสองจากสองเป็นสามชักเข้าและออกจนร่างบางสั่นสะท้าน

“ อ๊ะ วัตต์ ”

“ ครับ ”

“ เร็วอีกนิดนะคะ อ๊าส์ ” เสียงหวานขอร้อง ภวัตต์ยิ้มกว้างแล้วทำตามคำร้องขอของเธอ จนเธอกระตุกเกร็ง ปล่อยน้ำหวานให้ไหลเยิ้มเต็มนิ้วเรียวของเขา เมื่อเธอถึงฝั่งฝันร่างสูงก็ผละออกไปถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ความอึดอัดที่ขยายคับพองจนแทบจะระเบิดออกมาไหนจะหญิงสาวตรงหน้าที่หายใจหอบกระเส่า หน้าอกกระเพื่อมตามจังหวะที่เธอหายใจ เขามองร่างหญิงสาวผ่านแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา มันยิ่งชวนให้เขาหลงใหลราวกับเธอเป็นเทพธิดาก็ไม่ปาน

“ คุณรู้ไหม ว่าคุณสวยมาก ” เขากล่าวชมหญิงสาวด้วยเสียงแหบพร่า ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงชันขาทั้งสองข้างของตัวเองขึ้นหลังจากที่เธอเริ่มหายใจได้ปกติมือเรียวไล้ลงไปสัมผัสกับกลีบเกสรยั่วยวนชายหนุ่มที่ยืนจ้องอย่างไม่วางตา

“ รฏาต้องการคุณค่ะวัตต์ ” เพียงจบประโยคนี้ ภวัตต์ก็ไม่รอช้าที่เข้าไปเติมเต็มหญิงสาวที่นอนยั่วยวนเขา

“ ยั่วเก่งจริง ๆ เลย ” เขากระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว เธอหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ

“ อือ ” เธอร้องคำรามเมื่อเขาส่งความแข็งขืนความเป็นตัวตนของเขาเข้ามาในร่างกาย เขาเองก็คำรามในลำคอด้วยความเสียวกระสันเพราะภายในที่ตอดรัดแน่นตัวตนของเธอ

“ อ๊าส์ ผมจะทำให้คุณรู้ว่าอย่าเล่นกับไฟ ”

“ อ๊ะ ” ร่างบางผวารีบคว้าโอบรอบคอเขาเพราะทันทีที่เขาพูดจบเขาก็ขยับกายเข้าออกสองสามที แล้วเปลี่ยนเป็นอุ้มร่างของเธอขึ้นโดยที่ขาทั้งสองข้างยังคงโอบรอบเอวสอบของเขา

ภวัตต์อุ้มร่างบอบบางทั้ง ๆ ที่ส่วนล่างยังคงเชื่อมต่อกัน การก้าวเดินไปแต่ละก้าวมันยิ่งทำให้ทั้งเขาและเธอเสียวกระสัน ร้องครางด้วยความทรมาน เหงื่อกาฬไหลออกทั่วร่าง

“ อ๊าส์ อืม อีกนิด ” เสียงเนื้อที่กระทบกันเมื่อเขาพาร่างบางไปตรงกำแพงห้อง ดันร่างของเธอแนบชิดกำแพง ส่วนล่างยังคงทำหน้าที่ขับเคลื่อนขยับเข้าออก แรงขึ้นและถี่ขึ้นตามห้วงอารมณ์ ก่อนที่จะส่งเสียงร้องเมื่อทั้งคู่จับมือกันข้ามผ่านความหฤหรรษ์แห่งราคะ สายธารแห่งความรักไหลล้นเอ่อออกมาจากกลีบเกสรไหลเปรอะรดหน้าขาของร่างงามงอน

“ คุณเป็นของรฏาคนเดียว ” หลังจากที่พายุแห่งความปรารถณามอดดับลง ร่างสูงก็อุ้มเธอกลับมายังที่นอนมือบางลูบไล้กระซิบที่ใบหูของเขาจนชายหนุ่มเผลอยิ้ม

“ คุณก็เป็นของผมแค่คนเดียว ” ใบหน้าที่ฟุบลงตรงซอกคอของเธอในตอนแรกที่พามาถึงเตียง เขาพลิกใบหน้าตัวเองให้แนบกับแก้มนวลเนียนพูดพร่ำบอกใกล้นวลหน้าไม่ห่าง เสียงหอบหายใจของหญิงสาวทำให้ภวัตต์เริ่มมีพละกำลังอีกครั้ง ริมฝีปากเลื่อนไปขบเม้มใบหูเบา ๆ เมื่อหล่อนสะบัดหน้าหันหนีออกไปมองอีกฝั่งของเตียง

“ อ๊ะ ” มือแกร่งเริ่มทำหน้าที่บีบเคล้นนวดคลึง ตามด้วยริมฝีปากที่เข้าไปครอบครองยอดปทุมถันอีกครั้ง

“ พะ พอแล้วคะ วัตต์ ”

“ หึ อะไรกัน นี่พึ่งจะเริ่มเท่านั้นเอง คนสวย ”

ไฟปรารถณาที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางแสงพระจันทร์ที่สาดส่อง ร่างสองร่างที่กอดเกี่ยวกันพากันไปถึงจุดหมายปลายทางหลายต่อหลายรอบ จนแทบจะหมดแรง กว่ากิจกามทุกอย่างจะสงบก็ล่วงเลยเวลาไปหลายชั่วโมง ดูท่าน้ำผึ้งพระจันทร์ในคืนนี้คงหอมหวานไม่น้อย

#ถึงนักอ่านของไรท์เตอร์ เนื่องจากเรื่องพิศวาสรักมาเฟียร้าย ( ดวงใจมาเฟีย ) เรื่องแรกของไรท์มีคำเขียนที่ผิดพลาดไปบ้าง ดังนั้นไรท์เตอร์ขอแก้ตัวใหม่ในดั่งฝันตะวันฉายนะคะ จะปรับปรุงภาษาและคำผิด ให้ผิดพลาดน้อยที่สุด เพื่อนักอ่านทุกท่าน ขอบคุณที่อ่านและติดตามไรท์เตอร์นะคะ คอมเมนต์ของทุกท่านมีผลต่อกำลังใจของไรท์น้า ฝากกดไลค์กดหัวใจให้เขาด้วยนะคะ รู้สึกตั้งแต่เขียนดั่งฝันตะวันฉาย เนื้อหาเกินสิบหน้าตลอดเลย ^^

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 84

    ทีปกรรู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองมาทางเขาและเธอตลอดเวลาจนต้องหันซ้ายหันขวามอง“นายมองหาอะไร มีอะไรรึเปล่า?”“เปล่าครับ ผมว่าเรารีบกลับดีกว่าดูท่าฝนกำลังจะตก” ทีปกรส่ายหัวไล่ความคิดออกไป เขาขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อกลับลงจากทางบนเขา แต่ขี่มาได้ไม่นานฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักทำให้เขาต้องรีบเข้าไปหลบในศาลาที่

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 83

    ทีปกรเอื้อมมือไปรับมือหญิงสาวที่กำลังก้าวลงจากเรือ วันนี้การเดินทางมีแค่ทีปกรและภัสสรเท่านั้น เพราะปาร์ตี้เมื่อคืนทำให้นิษาและน้ำฝนหมดสภาพที่จะมาเที่ยวในเช้าวันนี้ได้ รอบเกาะมีต้นไม้ล้อมรอบ โขดหินและน้ำทะเลสีใส“เสียดายจังที่ยัยษากับยัยฝนไม่ได้มาเห็นบรรยากาศแบบนี้”“นั่นสิครับ”สองหนุ่มสาวเดินคุยกัน

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 82

    “แต่เมียผมอยู่ที่นี่!” เขาเลี่ยงจะเดินขึ้นบ้านแต่ก็โดนมือของ บาสเตียนกระชากเหวี่ยงออก แต่เขาสะบัดออกได้มือแกร่งชี้ไปที่หน้าของบาสเตียนพร้อมกับพูดเสียงต่ำ“เฮ้ย!” เขามองหนุ่มต่างชาติอย่างคาดโทษ แล้วเดินขึ้นบันไดไปต่อ บาสเตียนได้แต่ถอนหายใจแล้วเบ้ปากใส่ภวัตต์อยากรู้จริง ๆ ว่าถ้าภวัตต์รู้ว่าเขาชอบผู้ช

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 81

    “ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำธุรกิจของคุณ แต่สินค้าของคุณมันมีผลกระทบกับบริษัทของผม วันนี้ที่ผมมาก็เพื่อเจรจาให้เราจบลงด้วยดี รักษาผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ ผมว่ามันวิน-วิน คุณจะคิดดูก่อนก็ได้นะ หมดธุระของผมแล้วคงต้องขอตัวกลับก่อน” ภวัตต์ลุกขึ้นยืนขยับเสื้อสูทให้เข้าที่หันหลังเตรียมตัวจะเดินออกจากบริเว

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 80

    “แหม่ ก็นั่งอยู่ตั้งสามคน ทำไมถามแต่ยัยวาวล่ะคะ” นิษาแซว“ขอโทษทีครับ แล้วสองสาวล่ะครับ คุณหิวกันไหม”“ก็ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ เอาไว้ไปกินตอนถึงที่พักแล้วดีกว่า ว่าแต่คุณทีปกรจะเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ในทริปนี้จริง ๆ เหรอคะ”“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นครับ” เขายิ้มหวานมองหญิงสาวทั้งสองผ่านกระจกคนหนึ่งก็ดูแ

  • ดั่งฝันตะวันฉาย ( ภาคต่อพิศวาสรักมาเฟียร้ายดวงใจมาเฟีย )   บทที่ 79

    เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานที่อยู่ในห้องรับแขก รณภพเห็นเพราะภัสสรพาทีปกรมาที่บ้าน ได้เห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสของเธอก็อดคิดไม่ได้ว่าเธออยู่กับทีปกรคงมีความสุขมากกว่าอยู่กับเขา ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเอาแต่หลบหน้าไม่ยอมพูดไม่ยอมเจอหน้าเขาแม้แต่น้อย คำพูดที่ว่าเธอจะตัดใจไปจากเขามันยังก้องอยู่ในหัว“ก็บอกมึงแล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status